เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 - การเกณฑ์พลและการจ้างวานของพระเจ้า

บทที่ 2 - การเกณฑ์พลและการจ้างวานของพระเจ้า

บทที่ 2 - การเกณฑ์พลและการจ้างวานของพระเจ้า


บทที่ 2 - การเกณฑ์พลและการจ้างวานของพระเจ้า

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"ฉันไม่ได้โกหกนะ! ท่านบาทหลวงคนนั้นทำแบบนี้ 'ตู้ม'! แค่ทีเดียว [ไข่แห่งความเคียดแค้น] นั่นก็ระเบิดเละ! เละเป็นจุลไม่เหลือซาก แต่นาฬิกาเรือนนั้นกลับไม่มีรอยขีดข่วนเลยสักนิด!"

เคธี่กำลังอธิบายสิ่งที่เธอเพิ่งไปเจอมาให้คุณเฟลทฟังด้วยท่าทางมือไม้ปัดป่ายวุ่นวาย

เธอทำท่าทางประกอบอย่างเล่นใหญ่ เลียนแบบท่าทางตอนที่บาทหลวงเย่เฮ่อลั่นไกซ้ำไปซ้ำมา เส้นผมของเธอสะบัดไหวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหว ส่วนหมวกเด็กส่งหนังสือพิมพ์ถูกถอดวางทับหนังสือพิมพ์ของคุณเฟลทบนโต๊ะข้างๆ

คุณเฟลทพยายามฝืนทำตัวให้กระปรี้กระเปร่า พลางจิบกาแฟทีละนิด และฟังคำบรรยายของเคธี่ด้วยสีหน้ามึนงงเล็กน้อย

วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตที่รีดมาเรียบกริบ เสื้อสูทที่เข้าชุดกันถูกแขวนไว้ที่ราวแขวนผ้าด้านหลัง เขาเป็นสุภาพบุรุษที่เคร่งขรึมและจริงจังแบบนี้แหละ ถึงทำให้เขาจำใจต้องยอมให้แม่สาวน้อยคนนี้มารบกวนเวลาพักผ่อน

แต่ทว่าในขณะที่ฟังเคธี่พูด สายตาของเขามักจะเผลอมองไปที่ผมยาวสีน้ำตาลเกาลัดที่นุ่มสลวยของเธอ และขาซ้ายของเขาก็เริ่มชาขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะการกระเด้งของเส้นผมพวกนั้น

ชัดเจนเลยว่าคุณเฟลทกำลังสนใจเส้นผมที่เด้งดึ๋งนั่น เป็นความสนใจแบบที่ไม่อาจละสายตาได้

"คุณเฟลทคะ ฉันไม่ได้โกหกนะ เคลนท์ก็อยู่ด้วย ถามเขาดูสิ!"

พอเห็นคุณเฟลทดูเหม่อๆ เคธี่ก็คิดว่าเขาคงคิดว่าเธอกำลังพูดเพ้อเจ้อแน่ๆ

"เอาล่ะๆ พวกเราเห็นกันหมดแล้ว คุณเฟลทเขาก็เชื่อแล้วน่า เธอช่วยเงียบเสียงลงหน่อยเถอะ"

เคลนท์เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ ช่วยแก้สถานการณ์ให้คุณเฟลท พร้อมกับหยิบหมวกของเคธี่ขึ้นมาสวมกลับคืนบนหัวของเธอ

แต่ถึงเคลนท์จะทำแบบนั้น ผมของเคธี่ก็ยังคงทิ้งตัวลงมาอยู่นอกหมวกอย่างสงบนิ่ง

ทั้งเคลนท์และคุณเฟลทอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองเส้นผมที่ดูปกติจนผิดปกตินั้นอีกครั้ง

เคลนท์ลูบหน้าอกตัวเอง รู้สึกถึงลมหายใจที่โล่งสะดวก จิตใจที่ผ่อนคลาย ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองก็ดูปกติจนผิดปกติเหมือนกัน

"อะแฮ่ม เอาล่ะ สรุปคือบาทหลวงท่านนั้นสามารถเรียกอาวุธออกมาได้ แถมยังมีอานุภาพรุนแรง ทำลายเฉพาะปีศาจ แต่ไม่ทำลายวัตถุในโลกความเป็นจริง ถูกไหม"

คุณเฟลทรู้ดีว่าถ้าไม่เออออไปตามเคธี่ แม่คุณคงตามกวนใจเขาไปทั้งวันแน่

"ใช่ค่ะ! แบบนั้นเป๊ะเลย!"

ในที่สุดเคธี่ก็พอใจ เธอหันขวับกลับไปเห็นซิสเตอร์ไดอาน่าที่เพิ่งกลับมาพอดี เลยรีบวิ่งแจ้นไปหาซิสเตอร์ทันที โดยไม่สนเลยว่าอีกฝ่ายจะตกใจเส้นผมของเธอแค่ไหน พร้อมกับเริ่มแบ่งปันความตื่นเต้นในใจอีกรอบ

เคลนท์มองหน้าคุณเฟลทอย่างจนใจ ทั้งคู่ต่างยิ้มแห้งๆ ให้กัน

คุณเฟลทรู้สึกว่าขาซ้ายเริ่มหายสั่นและหายชาแล้ว ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาหยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบ หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านตามความตั้งใจเดิม ดูเหมือนจะได้กลับเข้าสู่ช่วงเวลา "กาแฟกับหนังสือพิมพ์" ของเขาเสียที

แต่ยังไม่ทันได้อ่านสักตัวอักษร เขาก็เงยหน้าขึ้นมาถามเคลนท์ด้วยความสงสัยว่า

"แต่ว่า... บาทหลวงท่านนั้น ก็คือคนที่จัดการ [ปีศาจพวกนั้น] ทางเหนือ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง จนทางศาสนจักรแต่งตั้งให้เป็นบาทหลวงระดับสูงประจำเขตไม่ใช่เหรอ?"

เคลนท์พยักหน้า เขาเข้าใจความหมายของคุณเฟลทดีว่า ในเมื่อทุกคนรู้อยู่แล้วว่าบาทหลวงท่านนี้มีความสามารถแค่ไหน แล้วทำไมเคธี่ถึงต้องตื่นเต้นขนาดนั้น ทั้งที่เห็นมากับตาแล้ว

"เข้าใจยัยนั่นหน่อยเถอะครับ พูดตรงๆ นะ ผมเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

อานุภาพขนาดนั้น ผลลัพธ์แบบนั้น... เฮ้อ พวกเราคงไม่กล้าฝันถึงหรอกครับ"

เคลนท์ยิ้มขมขื่นอีกครั้ง

คนเรานี่เปรียบเทียบกันไม่ได้จริงๆ สมาชิกหน่วยลาดตระเวนอย่างพวกเขา ต้องอาศัยพลังของปีศาจถึงจะพอต่อกรกับปีศาจได้

ปอดและหัวใจของเขา เส้นผมของเคธี่ ขาซ้ายของคุณเฟลท และ... ไดอาน่าที่ถูกเคธี่ทำให้ตกใจจนต้องกุมท้องแน่น

[เจ้านั่น] ในตัวเธอ อยู่ที่สะดือหรือกระเพาะอาหารกันนะ?

เอาเป็นว่าพวกเขาทุกคนต้องคอยระวังตลอดเวลา ไม่ให้ทำลายทรัพย์สินสาธารณะมากเกินไป และยังต้องคอยระวังไม่ให้ปีศาจที่สิงสู่ในร่างกายเกิดอาละวาดขึ้นมา

ถ้าให้พวกเขาไปจัดการ [ไข่แห่งความเคียดแค้น] ที่สถานีรถไฟนั่น พวกเขาคงต้องสั่งอพยพผู้คน เคลียร์โถงพักคอย หรืออาจต้องปิดทั้งสถานี

จากนั้นก็ให้เคธี่กับไดอาน่าที่มีความสามารถโจมตีระยะไกล ใช้อาวุธพิเศษยิงพลังปีศาจออกไปทำลาย [ไข่แห่งความเคียดแค้น] พร้อมกับระเบิดนาฬิกาเรือนนั้นทิ้งไปพร้อมกัน

สมมติว่าถ้ามัวแต่เสียเวลาอพยพคนจนชักช้า ทำให้เกิดความเคียดแค้นมากขึ้น จน [ไข่แห่งความเคียดแค้น] ฟักตัวเป็น [ดวงตาแห่งความเคียดแค้น] ก่อนกำหนด เรื่องมันจะยิ่งบานปลายไปกันใหญ่

อย่างที่เคลนท์คิดไว้ตอนอยู่สถานี ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดคือสถานีรถไฟทั้งสถานีอาจจะกลายเป็นเถ้าถ่าน!

นี่ไม่ใช่เรื่องเกินจริง พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ไซดาเวลเดลี่มักจะลงข่าว "อุบัติเหตุ" ที่สร้างความเสียหายรุนแรงอยู่บ่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือผลงานของหน่วยลาดตระเวนตอนจัดการกับปีศาจอย่างเลี่ยงไม่ได้นั่นแหละ

ทางศาสนจักรและเทศบาลเมือง แม้จะบอกว่าเข้าใจการทำงานของพวกเขา

แต่เมื่อประชากรแฝงในไซดาเวลเพิ่มมากขึ้น คนต่างถิ่นก็หลั่งไหลเข้ามา ผลกระทบเชิงลบจาก "อุบัติเหตุ" ต่างๆ ก็ยิ่งหนักหนาขึ้น

แค่ค่าชดเชยอย่างเดียว ก็ทำเอาเจ้าหน้าที่ประสานงานฝั่งเทศบาลแทบจะเป็นโรคหัวใจตายอยู่แล้ว

"ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราทำเรื่องขออนุมัติจากสำนักงานใหญ่ เชิญท่านมาประจำการที่ไซดาเวลค่ะ"

แอนนา ฮิวอี้ ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของพวกเคลนท์ และเป็นบิชอปประจำสาขาไซดาเวลของศาสนจักร [แสงจันทร์] กำลังจ้องมองบาทหลวงหนุ่มรูปงามตรงหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย

"ไม่มีปัญหาครับท่านบิชอปฮิวอี้ การกำจัดปีศาจเป็นหน้าที่ของ [บาทหลวง] อย่างพวกเราอยู่แล้ว ท่านสามารถจัดตารางงานให้ผมได้ตามสบายเลยครับ"

เย่เฮ่อยิ้มตอบบิชอปสาวสวยตรงหน้า ท่าทางของเขาดูอ่อนโยนเป็นพิเศษ

เหตุผลที่เขาดูว่านอนสอนง่ายขนาดนี้ มีอยู่สองข้อ

ข้อแรก ในมุมมองของเขา บนหัวของบิชอปท่านนี้ นอกจากจะมีชื่อสีเขียวว่า [แอนนา ฮิวอี้] แล้ว หลังชื่อยังมีวงเล็บกำกับพิเศษว่า (บุตรีของพระสันตะปาปา: เดลิส ฮิวอี้)

ในเมื่อเข้ามาอยู่ในศาสนจักร [แสงจันทร์] กลายเป็นพวกเดียวกับองค์กรที่มีอำนาจระดับประเทศแบบนี้แล้ว การรู้จักวางตัวตามความสัมพันธ์ก็เป็นสิ่งที่เย่เฮ่อพึงกระทำ

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ภารกิจว่าจ้างชิ้นต่อไปของเย่เฮ่อ จำเป็นต้องให้เขามาที่ไซดาเวลพอดี

ใช่แล้ว ภารกิจว่าจ้าง

เย่เฮ่อไม่ใช่บาทหลวงที่เคร่งครัดอะไร เขาไม่ใช่คนของโลกใบนี้ด้วยซ้ำ

ในมือของแอนนา ฮิวอี้ แทบไม่มีรายงานประวัติความเป็นมาของบาทหลวงเย่เฮ่อเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากสำหรับระดับประเทศและระดับศาสนจักร

สิ่งที่เธอรู้มีเพียงแค่ว่า เมื่อไม่นานมานี้ ชายคนนี้จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นทางเหนือราวกับผุดมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับมีบันทึกการกำจัดปีศาจจำนวนมหาศาล

เย่เฮ่อคือผู้ข้ามมิติ เดิมทีเขาเป็นทหารรับจ้าง

แถมยังเป็นทหารรับจ้างข้ามมิติที่ถูก [พระเจ้า] "ว่าจ้าง" และ "เชิญ" มายังโลกใบนี้เป็นกรณีพิเศษ

เพียงแต่ว่า [พระเจ้า] ที่ว่าจ้างเย่เฮ่อให้มาที่นี่ ไม่ใช่ [เทพธิดาแสงจันทร์] ของศาสนจักร [แสงจันทร์] แต่เป็นเทพอีกองค์ที่ค่อนข้างจะหลุดโลกไปสักหน่อย

ขออภัยที่เย่เฮ่อต้องใช้คำหยาบคายแบบนี้อธิบายถึงนายจ้างหลักของเขา

ส่วน [เทพธิดาแสงจันทร์] ดูเหมือนจะไม่สนใจที่มาที่ไปของเย่เฮ่อเลยสักนิด พอเย่เฮ่อปรากฏตัวและใช้งานได้ [เทพธิดาแสงจันทร์] ก็เลยจ้างเขาต่อแบบเนียนๆ

เพราะมีเทพเจ้าหลักองค์นี้คอยหนุนหลัง เย่เฮ่อถึงผ่านการตรวจสอบและการสอบสวนของศาสนจักรมาได้ จนได้เข้ามาเป็นสมาชิกของศาสนจักรในที่สุด

ดังนั้นแอนนา ฮิวอี้ จึงไม่มีหนทางอื่นที่จะตรวจสอบประวัติของ "บาทหลวงเย่เฮ่อ" ได้อีก

และก็ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบด้วย ขอแค่... คนคนนี้ใช้งานได้ดีก็พอแล้ว

"เรียกฉันว่าแอนนาก็พอค่ะ บาทหลวงเย่เฮ่อ"

แอนนายิ้มอย่างมีเสน่ห์ จากรายงานเรื่อง "เหตุการณ์ที่สถานีรถไฟ" เมื่อเช้า และเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเคธี่ที่ดังต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ เธอฟันธงได้แล้วว่า "บาทหลวงเย่เฮ่อ" ท่านนี้ ใช้งานได้ดีจริงๆ!

"งั้นก็รบกวนเรียกผมว่าเย่เฮ่อเฉยๆ เหมือนกันนะครับ คุณแอนนา"

เย่เฮ่อยังคงรักษาภาพลักษณ์คนคุยง่ายเอาไว้ เพราะนายจ้างหลักและนายจ้างคนปัจจุบันอย่าง [เทพธิดาแสงจันทร์] ต่างก็ให้ค่าตอบแทนที่น่าพึงพอใจมาก

ในฐานะทหารรับจ้าง ขอแค่ค่าจ้างสมน้ำสมเนื้อ ไม่มีอะไรที่เย่เฮ่อทำไม่ได้ และทัศนคติของเขาที่มีต่อนายจ้าง ก็ขึ้นอยู่กับค่าจ้างที่ได้รับเสมอ

และค่าตอบแทน "สองทาง" อันมหาศาลนี้ สำหรับเย่เฮ่อแล้วแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกมาจากนายจ้างหลัก:

[ฆ่าปีศาจหนึ่งตัว จะได้รับเวลาใช้ชีวิตในต่างโลกจำนวนหนึ่ง ปีศาจระดับหนึ่งได้หนึ่งวัน ระดับสองได้สองวัน ระดับสามได้สี่วัน เพิ่มขึ้นเท่าตัวไปเรื่อยๆ!]

ยังไม่หมดแค่นั้น นายจ้างหลักยังมีเงื่อนไขพิเศษให้อีกข้อ:

[ถ้าสะสมเวลาได้ครบหนึ่งร้อยปี จะให้เจ้าคืนชีพ]

ใช่แล้ว เย่เฮ่อตายไปแล้วในโลกเดิม แต่ตอนนี้เขามีโอกาสที่จะฟื้นคืนชีพ

ด้วยความโหดและจำนวนของปีศาจในโลกนี้ เย่เฮ่อคิดว่าเวลาแค่สามหมื่นหกพันห้าร้อยวัน ไม่น่าจะเก็บยาก

เพราะตอนมาถึงโลกนี้ใหม่ๆ อยู่ทางเหนือไม่ถึงสองเดือน เขาก็เก็บสะสมเวลาได้เกือบหมื่นวันแล้ว

ส่วนค่าตอบแทนที่นายจ้างคนปัจจุบันอย่าง [เทพธิดาแสงจันทร์] มอบให้ คือแต้มศรัทธาที่เป็นข้อมูลตัวเลขพิเศษ

[กำจัดปีศาจระดับหนึ่ง ได้ 1 แต้ม ระดับสองได้ 10 แต้ม ระดับสามได้ 100 แต้ม...]

คำนวณเป๊ะๆ ตามลำดับขั้น!

เจ้า [ดวงตาแห่งความเคียดแค้น] เมื่อเช้านี้ ก็เป็นของมีค่าราคา "67" แต้มศรัทธา

ส่วนวิธีใช้แต้มศรัทธาก็ง่ายมาก ตามชื่อเลย [พลังเทพ] ขอแค่มีแต้มนี้มากพอ [เทพธิดาแสงจันทร์] ก็สามารถประทานทุกสิ่งที่เย่เฮ่อต้องการได้

อย่างเช่น... กระสุนพลังเทพแบบพิเศษที่ใช้กับปืนบาเรตต์เพื่อกำจัด [ดวงตาแห่งความเคียดแค้น] เมื่อเช้า ก็ราคา 15 แต้มศรัทธา

นายจ้างหลักมอบความสามารถในการเรียกอาวุธปืนต่างๆ ให้เย่เฮ่อ แต่ปืนก็คือปืน ใช้จัดการปีศาจระดับหนึ่งหรือสองยังพอไหว แต่ถ้าไม่มีกระสุนพิเศษ จะไปสร้างความเสียหายให้ปีศาจระดับสูงได้ยังไง?

ดังนั้นคนฉลาดอย่างเย่เฮ่อ ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงโลกนี้ ก็คิดวิธีใช้แต้มศรัทธาของ [เทพธิดาแสงจันทร์] มาสร้างกระสุนพลังเทพเพื่อจัดการกับปีศาจพวกนี้

นี่ก็เหมือนกับตอนที่เย่เฮ่อเป็นทหารรับจ้างในชาติก่อน นายจ้างไม่ได้เตรียมอาวุธให้ เย่เฮ่อต้องใช้เงินมัดจำของนายจ้าง หรือ "เงิน" ของตัวเองไปซื้ออาวุธที่จำเป็นสำหรับภารกิจ

การใช้วิธีรบเพื่อเลี้ยงสงคราม ก็คงหมายความว่าอย่างนี้แหละ

นอกจากนี้ แต้มศรัทธาของเทพธิดายังสามารถแลกเปลี่ยนเป็น [ความสามารถ] ต่างๆ หรือแม้กระทั่งเสริมแกร่งร่างกายของเย่เฮ่อโดยตรง

ในสายตาของเย่เฮ่อ เขาสามารถเรียกดู "หน้าต่างสถานะ" ของตัวเองได้ตลอดเวลา

ชื่อ: เย่เฮ่อ

ผู้ได้รับพรจากเทพ / ทหารรับจ้างของเทพ

อาชีพ: ทหารรับจ้าง Lv.max, บาทหลวง(ปลอม) Lv.3

ค่าสถานะ: ร่างกาย: 11 (22), จิตใจ: 16 (32), ญาณหยั่งรู้: 9 (18)

(หมายเหตุ: ค่าสถานะสูงสุดของคนทั่วไปคือ 10 ผลจากพร [กายาประทานพร] Lv.1 ทำให้ค่าสถานะจริงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า)

ความสามารถ:

[ปรมาจารย์อาวุธปืน] Lv.1, [ผู้เชี่ยวชาญอาวุธระยะไกล] Lv.max, [ศิลปะการต่อสู้ด้วยปืน] Lv.20

ความสามารถจากพรเทพ:

[เนตรแสงจันทร์] (ไม่มีระดับ), [กายาประทานพร] Lv.1

เวลาคงเหลือ: 10086 วัน

แต้มศรัทธา [จันทร์] คงเหลือ: 795

ภารกิจที่รับแล้ว: [หนึ่งร้อยปี]: (by. พระเจ้าจอมรัวกระสุน) สะสมเวลาให้ครบหนึ่งร้อยปีเพื่อคืนชีพ

[สถาบันวิจัยจักรวรรดิ]: (by. เทพธิดาแสงจันทร์) จงตรวจสอบความจริงของสถาบันวิจัยจักรวรรดิ

[กายาประทานพร] คือ "ความสามารถจากพรเทพ" พิเศษที่เย่เฮ่อแลกมาจาก [เทพธิดาแสงจันทร์]

แค่เลเวลหนึ่งก็ใช้แต้มศรัทธาไปหมื่นแต้มแล้ว นอกจากจะเพิ่มค่าสถานะเป็นสองเท่า ยังช่วยให้เย่เฮ่อมีความสามารถพิเศษในการป้องกันการปนเปื้อนจาก [ปีศาจ] ระดับต่ำได้ด้วย

ถ้าอัปเกรดความสามารถนี้ต่อไป ก็จะเพิ่มค่าสถานะของเย่เฮ่อได้อีกเท่าตัว แน่นอนว่าแต้มศรัทธาที่ต้องใช้ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเช่นกัน

ส่วนราคาของ [เนตรแสงจันทร์] ก็อยู่ที่หนึ่งหมื่นแต้มศรัทธา

นี่คือเหตุผลที่ทำให้เย่เฮ่อมองทะลุปีศาจที่คลุมนาฬิกาที่สถานีรถไฟได้ในปราดเดียว และยังมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของบิชอปแอนนาอีกด้วย

ความสามารถนี้ช่วยเย่เฮ่อได้มาก อย่างน้อยตอนอยู่ทางเหนือ เขาก็ไม่โดนปีศาจที่ปลอมตัวเป็นสิ่งของลอบโจมตีอีกเลย

(ท่านเทพธิดาครับ ผมจีบสาวกของท่านคนนี้ได้ไหมครับ?)

นอกจากนี้ เย่เฮ่อยังสามารถสื่อสารกับ [เทพธิดาแสงจันทร์] ได้โดยตรงผ่านสถานะ "ผู้ได้รับพรจากเทพ"

[... (วจนะเทพที่ไม่อาจเข้าใจได้) ...]

คำพูดของเทพเจ้านั้นยากแท้หยั่งถึงและไม่อาจเข้าใจ แต่เย่เฮ่อยังมีสถานะ "ทหารรับจ้างของเทพ" จากนายจ้างหลัก ซึ่งทำให้เขาสามารถ "แปล" คำพูดของ [เทพธิดาแสงจันทร์] ออกมาได้

[(คำแปล): ไม่ได้นะจ๊ะ ถ้ากล้าแตะต้องร่างอวตารของฉันล่ะก็ แม่จะเชือดให้ตายเลย~]

เย่เฮ่อคิดว่า [เทพธิดาแสงจันทร์] คงไม่พูดจาร่าเริงขี้เล่นขนาดนี้หรอกมั้ง น่าจะเป็นปัญหาที่ระบบ "แปลภาษา" มากกว่า

แต่ความหมายของเทพธิดาก็ส่งมาถึงชัดเจนแล้ว เย่เฮ่อเลยเข้าใจว่าควรปฏิบัติต่อบิชอปแอนนาอย่างไร

แค่ลองหยั่งเชิงดูนิดหน่อย ดันได้ข้อมูลสำคัญมาซะงั้น แจ๋วไปเลย...

เย่เฮ่อมมองบิชอปแอนนาด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้นไปอีก

ความลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ในดวงตาสีดำสนิทของเขา ยิ่งดูดำดิ่งลงไปกว่าเดิม

ถ้าจ้องตานานไป เดี๋ยวความจะแตก พอดีมีนกตัวเล็กๆ บินผ่านหน้าต่าง เย่เฮ่อเลยแกล้งทำเป็นมองตามนกออกไปนอกหน้าต่างอย่างแนบเนียน

นอกหน้าต่างของสำนักงานศาสนจักร มองเห็นเขตเมืองไซดาเวลได้ส่วนหนึ่ง

ต่างจากเมืองทางเหนือที่เหมือนยังจมอยู่ในอดีตเมื่อหลายร้อยปีก่อน ที่ไซดาเวลแห่งนี้ ทุกบ้านทุกครัวเรือนต่างใช้พลังงานไอน้ำกันหมดแล้ว

บนท้องถนนเต็มไปด้วยรถจักรไอน้ำ บ้านทุกหลังมีท่อส่งไอน้ำต่อเข้าไปเพื่อเป็นพลังงาน

"ไอน้ำ" ของโลกใบนี้ ถูกพัฒนาไปจนถึงระดับที่ "สูงจนน่าประหลาด" ด้วยเหตุผลบางอย่างที่พิเศษแต่ก็ไม่พิเศษ

น่าสนใจจริงๆ

เมื่อมองไกลออกไปอีก เย่เฮ่อก็สังเกตเห็นกลุ่มอาคารที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองไซดาเวล แต่อยู่หลังกำแพงสูงที่ล้อมรอบไว้อีกชั้นเหมือนเป็นกำแพงเมือง

นั่นคือสาเหตุที่เขามาที่ไซดาเวล และเป็นความภาคภูมิใจของชาวไซดาเวล รวมถึงชาวลอเรนต์ทั้งปวง

สถาบันวิจัยจักรวรรดิ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 2 - การเกณฑ์พลและการจ้างวานของพระเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว