เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21-42 ดินน้ำลมไฟ

ตอนที่ 21-42 ดินน้ำลมไฟ

ตอนที่ 21-42 ดินน้ำลมไฟ


“กาลมิติบิดเบือน!” ไม่ว่าวอร์เรดประมุขวิถีทำลายล้างจะเยือกเย็นและสงบได้เพียงไหนแต่เมื่อเห็นภาพนี้สีหน้าเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง  “เขารู้จักไม้ตายนี้ได้อย่างไร?  โอล็อฟสาบานด้วยถ้อยสาบานจอมเทพไปแล้วเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะละเมิดคำสาบาน”

“วอร์เรด!  เกิดอะไรขึ้น!”  เสียงก้องดังขึ้นในใจของเขา  เป็นเสียงของประมุขมหาเทพวิถีมรณะ  เมื่อเวลาผ่านไปเนื่องจากมหาเทพสามารถแพร่กระจายข่าวได้อย่างรวดเร็ว  มหาเทพยิ่งเข้ามาในมิติปั่นป่วนมากมาย  มีมหาเทพมากกว่าสี่สิบคนที่เข้ามาดูการต่อสู้ครั้งนี้!

“ข้าไม่รู้เหมือนกัน”  ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างตกตะลึง  ผ่านไปชั่วขณะเขาก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น “เจ้าบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่โอล็อฟจะสอนไม้ตายนี้ให้คนอื่นแล้วเจ้าเล่า? เจ้าสอนให้คนอื่นหรือเปล่า?” ประมุขมหาเทพวิถีมรณะรีบกล่าว “ข้าจะสอนให้คนอื่นได้อย่างไร?!” ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างส่งสำนึกเทพตอบกลับอย่างลนลาน

“อย่างนั้นก็มีความเป็นไปได้สองประการ ประการแรกคือออกุสตาพัฒนาขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะกล่าว  “เป็นไปไม่ได้! เขาเพิ่งได้เลือดบริสุทธิ์ของสี่อสูรศักดิ์ได้นานแค่ไหนเอง?นอกจากนี้ ข้าสามารถพัฒนาได้เพราะข้าเป็นพารากอนในวิถีทำลายล้างมานานแล้วและเข้าใจพลังวิญญาณเป็นอย่างดี โชคก็มีบทบาทสำคัญ ออกุสตาไม่สามารถเป็นพารากอนได้ ต่อให้เขาใช้เวลาล้านล้านปีก็ตามเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะพัฒนาไม้ตายนี้ได้แม้แต่ส่วนเสี้ยว!”  ประมุขวิถีทำลายล้างมั่นใจเรื่องนี้แน่นอน

“อย่างนั้นความเป็นไปได้ประการที่สองก็คือ....แม้ว่าข้าจะไม่กล้าเชื่อก็ตาม” เสียงของประมุขมหาเทพวิถีมรณะมีร่องรอยหวั่นเกรง หน้าของประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างเปลี่ยนไปเช่นกัน  “เจ้ากำลังบอกว่า โอล็อฟก็คือ....”

“เราจะรู้กันในอีกไม่ช้า อย่างไรก็ตามตอนนี้ลินลี่ย์ตกอยู่ในอันตราย”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะส่งสำนึกเทพบอกเขาค่อนข้างจะกังวล

“ต่อให้เราพยายามช่วยเขา เราก็คงทำไม่ทันเวลา” ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างขมวดคิ้ว “ออกุสตาปล่อยไม้ตายออกไปแล้ว บางทีเพราะเขามีเลือดบริสุทธิ์ของสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ในปริมาณน้อยมากพลังก็คงจะด้อยกว่าข้า แต่...ก็ไม่ใช่สิ่งที่ลินลี่ย์จะสามารถต้านทานได้ ที่สำคัญลินลี่ย์ไม่มีสมบัติจอมเทพปกป้องวิญญาณ”

ตอนนี้ลินลี่ย์กำลังตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติจริงๆ มหาเทพมากกว่าสี่สิบคนส่งสำนึกเทพผ่านมิติปั่นป่วนตรวจดู  โดยวิธีนั้นเหล่ามหาเทพอดไม่ได้ที่จะสรุปผลออกมาเป็นอย่างเดียวกัน...

ลินลี่ย์สุดยอดฝีมือผู้เด่นรุ่งเรืองขึ้นมาในช่วงเวลาสั้นๆหมื่นปี รุ่งเรืองโชติช่วงบดบังรัศมีมหาเทพกฎธรรมชาติเป็นไปได้ว่าดาวรุ่งผู้โดดเด่นนี้กำลังจะจบสิ้นหลังจากฉายประกายเต็มที่กระนั้นหรือ?

เมื่อเงามายาสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ปรากฏพลังงานไร้ลักษณ์เฉพาะแบบกระจายออกไปทุกทิศ ภายในระยะสิบล้านกิโลเมตรพื้นที่ทั้งหมดชะงักงันทันที พื้นที่ซึ่งแตกและร้าวอย่างต่อเนื่องถูกแช่แข็งค้าง ขณะที่พลังงาน 90% ถูกปล่อยใส่ตัวลินลี่ย์

“บีบอัดมิติเวลา...บิดเบือนมิติเวลา!  กระแสเวลาเปลี่ยนไป!”  ลินลี่ย์เมื่อเผชิญหน้ากับไม้ตายนี้ทันใดนั้นเขามีความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างหนึ่ง “นี่....”

สายตาของลินลี่ย์ฉายประกายร้อนแรงขณะที่เขาจ้องมองภาพมายาของอสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ที่รายล้อมออกุสตาภาพมายาแต่ละภาพกำลังปล่อยพลังงานเฉพาะแบบ และเมื่อผสานเข้าด้วยกันจึงสามารถปลดปล่อยไม้ตายนี้ได้เต็มที่ความจริงพลังงานสี่รูปแบบที่แตกต่างกันสามารถจัดการกับจักรวาลได้จนถึงขนาดส่งผลได้ต่อมิติและเวลา

“นี่...ไม่ใช่อย่างนี้...” ตาของลินลี่ย์เบิกกว้างทันที ในขณะนั้นเองเวลาหยุดนิ่ง!  แม้แต่รังสีแสงใสที่ยิงออกมาจากปากออกุสตาเหมือนกับจะช้าลงๆทุกที

“ใช่แล้ว! เป็นอย่างนี้นี่เอง!” ตลอดหลายปีมานี้ลินลี่ย์มักจะไล่ตามการหลอมรวมเคล็ดลึกลับทั้งสี่ต่างกฎสายธาตุให้สำเร็จมาโดยตลอด  อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะสามารถฝึกจนถึงระดับคอขวดอีกก้าวสุดท้ายก็จะทำได้สำเร็จ การหลอมรวมสี่กฎธาตุอย่างสมบูรณ์เป็นเรื่องที่ลินลี่ย์ยังไม่สามารถทำได้  เขาไม่สามารถเอาชนะกฎเกณฑ์นี้ได้ แต่ตอนนี้เมื่อรู้สึกถึงการหลอมรวมพลังสี่รูปแบบอย่างสมบูรณ์และวิธีที่พลังเหล่านั้นสามารถควบคุมสวรรค์....

เหมือนกับประติมากรผู้แสวงหาความสมบูรณ์แบบอย่างยากลำบากและจู่ๆ ก็พบเห็นรูปประติมากรรมของปรมาจารย์นักแกะสลักจึงเกิดความรู้แจ้งทันที  นี่คือสภาวะปัจจุบันของลินลี่ย์!

มังกรฟ้ามีคุณสมบัติธาตุน้ำ น้ำอ่อนหยุ่นนุ่มนวลสามารถโอบล้อมดูดกลืนทุกอย่างได้

พญาเต่าดำคุณสมบัติธาตุดิน ดินกว้างใหญ่หนักแน่น

พยัคฆ์ขาวคุณสมบัติธาตุลม  ลมที่ไร้รูปไร้ลักษณ์ปรากฏและหายไปไร้ร่องรอย

พญาหงส์เพลิงคุณสมบัติธาตุไฟ  ไฟเผาผลาญลุกโชนรุนแรงเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวรุนแรงไม่สามารถคาดเดาได้

กาลมิติบิดเบือนนี้ผสานกันจากดิน ไฟ น้ำและลม

เมื่อผู้ใดติดอยู่ที่คอขวดของการฝึกฝนเขาอาจใช้เวลาเป็นล้านล้านปีโดยไม่สามารถบรรลุผ่านไปได้  แต่เป็นไปได้ที่เขาจะบรรลุผ่านไปได้หลังใช้เวลาไม่กี่วันนี่จำเป็นต้องอาศัยโชค ต้องเกิดประกายความรู้แจ้ง ครั้งล่าสุดลินลี่ย์แค่มองดูการสู้รบเขายังไม่รู้สึกเข้าใจไม้ตายนี้ได้ลึกซึ้ง นอกจากนี้ก่อนนี้เขายังฝึกไม่ถึงระดับคอขวดในการหลอมรวมกฎทั้งสี่ดังนั้นเป็นธรรมดาที่เขาไม่ได้รับความรู้แจ้งใดๆ

แต่บัดนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับไม้ตายกาลมิติบิดเบือน  ลินลี่ย์ที่ติดอยู่ที่ระดับคอขวดมานาน ได้รับประโยชน์จากประสบการณ์ที่สะสมมานานนี้  ทุกอย่างถูกเตรียมไว้เพื่อเวลานี้และตอนนี้ที่เกิดความรู้แจ้ง ลินลี่ย์จึงเข้าใจได้ทันที

เขาเข้าใจ!

ตอนนี้ทุกอย่างแจ่มแจ้งสำหรับเขา!

แม้ว่าทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาอธิบายกันยืดยาว  แต่ในความเป็นจริงทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วแว่บเดียว  การรู้แจ้งฉับพลันนี้ใช้เวลาเพียงชั่วครู่เท่านั้น

“หึ หึ ตายซะเถอะ” ออกุสตาหัวเราะเย็นชา ขณะที่แสงใสพุ่งมาถึงร่างของลินลี่ย์

“ครืน...”

ทันใดนั้นโลกเปลี่ยนแปลงขณะที่กฎธรรมชาติชะลอลงมา!

ลินลี่ย์ยิ้มขณะมองดูรังสีโปร่งแสงข้างหน้า  เขาผ่อนลมหายใจและกระบี่เงาโปร่งแสงโผล่ออกมาจากปากของเขา เมื่อมันปะทะกับรังสีแสงโปร่งใสข้างหน้า ก็แตกกระจายเป็นชิ้นๆ ทันที  เศษกระบี่แสงลดขนาดจนเล็กและบางหลังจากพุ่งต่อไปอีกเล็กน้อย ก็หายไปจากจักรวาล

สายตาของออกุสตาเต็มไปดวยความตกใจสุดขีด“เป็น...เป็นไปไม่ได้!”

“วืด...”ตาของลินลี่ย์ยิงกระบี่เงาโปร่งแสงอีกสองสายเนื่องจากความเร็วของพลังโจมตีวิญญาณของเขา ออกุสตาไม่สามารถหลบได้พ้น และกระบี่เงาโปร่งแสงทั้งสองจมเข้าไปในร่างของเขา

อย่างไรก็ตาม ออกุสตาไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด!

“พลังป้องกันวิญญาณของเขาทรงพลังขนาดนี้หรือ?”  ลินลี่ย์อดอุทานด้วยความประหลาดใจไม่ได้  ขณะที่เขามองดูรอบๆ  แก่นธาตุสี่ชนิดอยู่รอบๆ ตัวเขา  กฎธรรมชาติชะลอลงมาแล้ว และตอนนี้กำลังเปลี่ยนวิญญาณของเขา  “ถ้าข้าไม่พบเห็นไม้ตาย ‘กาลมิติบิดเบือน’ กับตัวเอง ใครจะรู้กันเล่าว่าจะต้องใช้เวลานานเพียงไหนกว่าข้าจะบรรลุระดับนี้ได้”

การบรรลุนี้ยากยิ่งกว่ากลายเป็นพารากอนเสียอีก  ดิน ไฟ น้ำและลม  กฎธาตุทั้งสี่และเคล็ดความรู้ลึกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  จะหลอมรวมทั้งหมดให้สมบูรณ์เป็นเรื่องยากมาก

แต่ลินลี่ย์ทำได้สำเร็จ “เมื่อกลายเป็นพารากอน คนผู้นั้นจะได้รับพลังปณิธานเป็นรางวัล  เป็นเรื่องยากมากขึ้นสำหรับข้ากับการหลอมรวมธาตุทั้งสี่เหล่านี้เข้าด้วยกัน และไม้ตายที่ทรงพลังในการโจมตีนี้จะมากกว่าพารากอนคนหนึ่งถึงสิบเท่า ข้าคิดว่าพลังปณิธานที่ข้าจะได้รับก็คงมากขึ้นด้วยเช่นกัน” ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้ว่าวิญญาณแต่ละส่วนของเขามีพลังเพิ่มขึ้น

เพราะลินลี่ย์เป็นเทพวิญญาณกลายสภาพเมื่อมีการบรรลุระดับใหม่ วิญญาณทุกร่างแยกจะพัฒนาพลังเพิ่มขึ้นไปด้วย

“เอ๊ะ?!”  ลินลี่ย์รู้สึกแปลกใจ  “นี่...” ตาของลินลี่ย์เต็มไปด้วยความดีใจ “ข้าได้รับพลังปณิธานเพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่งมากกว่าที่พารากอนได้รับถึงสองเท่า!”

แม้ว่าเขาจะคาดไว้ว่าปริมาณพลังปณิธานที่เขาจะได้รับคงมากกว่าที่พารากอนได้รับ แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้รับมากเป็นสองเท่า  นี่ทำให้ลินลี่ย์ประหลาดใจจริงๆ

เดิมทีเมื่อเขาประสบความสำเร็จกลายเป็นเทพวิญญาณกลายสภาพ  แม้ว่าเขาจะได้รับพลังปณิธาน  แต่ก็ไม่ถึงสองเท่าที่พารากอนได้  การเพิ่มพลังปณิธานเต็มส่วนในแต่ละครั้งจะทำให้พลังเพิ่มมากขึ้นถึงสิบเท่า

ลินลี่ย์สามารถบรรลุผ่านสภาวะคอขวดและถึงระดับเชี่ยวชาญอย่างสมบูรณ์ พลังในเคล็ดลึกลับของเขาจะเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า  แต่เมื่อได้รับพลังปณิธานเป็นสองส่วนด้วยเช่นกันนั่นหมายความว่าพลังของเขาจะเพิ่มขึ้นถึงพันเท่าแน่นอน! ต้องเข้าใจว่าขณะที่ติดอยู่ในสภาวะคอขวดลินลี่ย์ก็มีพลังมากกว่าประมุขมหาเทพแห่งแสงออกุสตาถึงสิบเท่าอยู่แล้ว

พวกเขาเป็นระดับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  พวกเขามีระดับห่างกันหลายระดับ  ความแตกต่างระหว่างพวกเขาเหมือนกับฟ้าและดิน

“ลินลี่ย์ป้องกันได้จริงๆ หรือนั่น? ทำลายพลังโจมตีนั่นได้โดยไม่ต้องใช้ความสามารถอะไรหรือ?”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะและวิถีทำลายล้างรวมทั้งมหาเทพอื่นๆตกตะลึงกันหมด

“เมื่อครู่นี้พลังกฎธรรมชาติชะลอลงมา”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะพูดขึ้นทันที  “เจ้ากำลังจะบอกว่า..?”  ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างตะลึง

“ลินลี่ย์บรรลุพลังครั้งใหม่  มิฉะนั้นกฎธรรมชาติคงไม่ชะลอลงมาที่ตัวเขา  นอกจากนี้ไม่มีทางที่เขาจะเพิ่มพลังได้อย่างรวดเร็วมากนัก ข้ามีความรู้สึกว่า... ลินลี่ย์ในปัจจุบันนี้ไม่ได้อ่อนแอกว่าเราเลย!” ประมุขมหาเทพวิถีมรณะส่งสำนึกบอกเบาๆ

ความจริงในแง่พลังของปณิธานในฐานะวิญญาณกลายสภาพสี่สายธาตุมีประกายมหาเทพสามธาตุและพลังปณิธานสองส่วนที่ได้รับจากการหลอมรวมสี่ธาตุได้สมบูรณ์แบบลินลี่ย์มีพลังแข็งแกร่งมากกว่าประมุขมหาเทพธรรมดาถึงสิบเท่าเขาเทียบได้กับพารากอนในหมู่ประมุขมหาเทพ

ในแง่ของระดับวิชา ด้วยการหลอมรวมเคล็ดความรู้ลึกลับ  เขามีพลังมากกว่าพารากอนสิบเท่า ในแง่พลังพลังมหาเทพหลอมรวมมีมากยิ่งกว่ามหาเทพธรรมดาร้อยเท่า  จุดบกพร่องเพียงอย่างเดียวของเขาก็คือ..อาวุธจอมเทพของเขาไม่เหมาะกับเขา ดังนั้นเขาไม่สามารถปล่อยพลังของมันได้มาก แต่แม้อย่างนั้น พลังของลินลี่ย์ก็เพียงพอทำให้เขาไม่จำเป็นต้องกลัวประมุขมหาเทพสี่วิถีแม้แต่น้อย

“เจ้า..เจ้าทำได้ยังไง...” ออกุสตาจ้องมองลินลี่ย์อย่างเหลือเชื่อ

ลินลี่ย์มีพลังเพิ่มขึ้นทันทีพันเท่าพลังที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ลินลี่ย์มั่นใจว่าจะเผชิญหน้ากับมหาเทพวิถีชะตาโอล็อฟได้  ตอนนี้ลินลี่ย์ไม่รู้สึกกลัวแต่อย่างใด  ลินลี่ย์หัวเราะขณะมองดูออกุสตา  “ข้าสงสัยมาก ทำไมกาลมิติบิดเบือนของเจ้าถึงได้อ่อนแอมากกว่าที่ข้าคาดนัก!”

ทักษะเทพธรรมชาติหลอมรวมของสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ทำให้พลังของผู้ใช้เพิ่มขึ้นมากกว่าสิบเท่า ที่สำคัญสำหรับมหาเทพน้อยสามารถเทียบได้กับประมุขมหาเทพทุกคนก็สามารถคิดได้ว่ามีพลังมากเพียงไหน

ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างเองพูดว่าเมื่อพัฒนากาลมิติบิดเบือน  แม้ว่าพลังยังห่างจากที่สี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ปล่อยออกมา  แต่ก็ยังเพิ่มขึ้นมากกว่าพลังเขาเองเป็นพันเท่า  แต่ออกุสตา

“ควั่บ!”  ร่างของออกุสตากระพริบวาบและพยายามหนี

“ควั่บ!” ร่างของลินลี่ย์กระพริบเช่นกัน และในทันทีเขามาปรากฏอยู่หน้าออกกุสตา เขากวาดหางใส่ตามปกติหางหวดใส่ร่างของออกุสตาอย่างรุนแรงส่งให้เขาปลิวกระเด็นไปไกล

เลือดสาดกระเซ็น แต่มีแสงเปล่งจากร่างของออกุสตา เลือดและหนังของเขารักษาสมานตัวทันที “เจ้า...ความเร็วของเจ้า?!”  ออกุสตาตกตะลึงสิ้นเชิง  ลินลี่ย์ในปัจจุบันนี้มีระดับแตกต่างจากลินลี่ย์ในอดีตสิ้นเชิง

“ข้าบอกเจ้าแล้ว  เจ้าจะไม่มีทางหนีไปได้”  ลินลี่ย์หัวเราะเบาๆ “เจ้ายังไม่ตอบข้าเลย  ทำไมกาลมิติของเจ้าถึงอ่อนแอนัก?”

ออกุสตาเมื่อเห็นความเร็วของลินลี่ย์  ก็ไม่มีความคิดจะหนีต่อไป  เขาแค่นเสียงเย็นชา  “อ่อนแอ? พลังของวิชานี้ต้องใช้เลือดบริสุทธิ์ของสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์เท่าที่มี  โอล็อฟใช้เลือดบริสุทธิ์ไปมากกว่าข้าดังนั้นพลังจึงยิ่งใหญ่มากกว่า”

ลินลี่ย์หัวเราะและพยักหน้า  “เอาล่ะ จวนได้เวลาแล้ว  ถ้าข้าไม่ลงมือตอนนี้โอล็อฟจะมาถึงในอีกไม่นาน” เมื่อได้ยินเช่นนี้ หน้าของออกุสตาเปลี่ยน

“ลินลี่ย์”ประมุขมหาเทพวิถีชะตาโอล็อฟที่ตอนนี้เร่งรีบผ่านมิติปั่นป่วนมาทางพวกเขาด้วยความเร็วสูง  ได้ส่งสำนึกเทพบอกเขาอย่างแตกตื่น “ก็แค่เรื่องฟื้นคืนอิสรภาพให้มารดาเจ้าไม่ใช่หรือ  ก็ได้ข้าจะให้ออกุสตายกเลิกการผูกสัญญากับสระกำเนิดเทวดานั้น”

“โอล็อฟ, ดูเหมือนท่านจะกระวนกระวายมากนักนะ”  ลินลี่ย์ส่งสำนึกเทพกลับ  “เท่าที่ข้าจำได้ และในความเป็นจริงโอล็อฟท่านในฐานะเป็นประมุขมหาเทพวิถีชะตามักจะใช้เวลาหมกมุ่นกับการค้นคว้าอยู่ในอุทยานโอล็อฟแดนสวรรค์  เจ้าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับกิจการทางโลก  ไม่มีใครสามารถรบกวนท่านได้  แต่บัดนี้ เจ้ากระวนกระวายเสียแล้ว”

“เป็นธรรมดา เขาเป็นสหายที่ดีของข้า” โอล็อฟส่งสำนึกเทพกลับ  “ลินลี่ย์,ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำอะไรโง่ๆ ลงไป”

“แค่เป็นสหายที่ดีหรือ?” ลินลี่ย์หัวเราะขณะที่ส่งสำนึกเทพตอบกลับ....และประมุขมหาเทพวิถีชะตาหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“เมื่อเห็นออกุสตาใช้ ‘กาลมิติบิดเบือน’ ข้าก็ตระหนักความจริงได้ เจ้าสาบานด้วยคำสาบานจอมเทพ ไม่มีทางที่เจ้าจะสอนกาลมิติบิดเบือนให้คนอื่นได้  แต่มีช่องโหว่อยู่อย่างหนึ่ง ถ้าเจ้ากับออกุสตาเป็นคนเดียวกันตั้งแต่แรก  อย่างนั้นความลับใดๆ ที่เจ้ารู้  เขาก็ต้องรู้”

ลินลี่ย์ถอนหายใจ “ความจริง, ถ้าข้าไม่รับทูตและได้รู้ถึงความคงอยู่ของเผ่าบูลา  ข้าคงไม่รู้ถึงความจริงนี้เร็วนัก  เมื่อข้าสู้กับออกุสตาครั้งแรกและตระหนักได้ว่าพลังของเขาเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่าสิ่งที่ข้าคาดคิด ข้าเริ่มสงสัยว่าเขาอาจมีร่างแยกมหาเทพอื่น  น่าเสียดายข้าไม่เคยคิดทั้งไม่กล้าคิดว่าเจ้ากับเขาเป็นคนๆ เดียวกัน!”

ประมุขมหาเทพวิถีชะตา โอล็อฟเงียบไปชั่วขณะ  จากนั้นพูดเสียงเบา  “ในเมื่อเจ้าคาดเดาเรื่องนี้ได้  เจ้าควรจะรู้สิ่งที่เจ้าทำ  ข้าไม่ต้องการ...ให้เจ้ากับข้ากลายเป็นศัตรูกัน!”

“ใช่, ข้ารู้ว่าควรทำยังไง”

ลินลี่ย์ยิ้มขณะที่เขาโบกมือ  กระบี่จอมเทพในมือของเขาฟันใส่อย่างสวยงามแสงสีหยกหนาหนึ่งนิ้วพุ่งเป็นแนวโค้งอย่างไปอย่างสวยงามและฉีกมิติหนาขนาดหนึ่งนิ้วตาม  แต่ไม่มีระลอกมิติ

พลังงานเข้มข้นระดับสุดยอด

วิชาที่ทรงพลังที่สุดของลินลี่ย์....กระบี่เจตจำนง!

“ฉัวะ”มีรูปรากฏบนศีรษะของออกุสตา ออกุสตาอ้าปากค้าง....แต่ไม่สามารถเปล่งเสียงได้อีกต่อไป

จบบทที่ ตอนที่ 21-42 ดินน้ำลมไฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว