- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นยอดหญิงอัจฉริยะ ภารกิจรวยช่วยหมู่บ้าน
- บทที่ 27 หนูอยากไปเลี้ยงวัว
บทที่ 27 หนูอยากไปเลี้ยงวัว
บทที่ 27 หนูอยากไปเลี้ยงวัว
บทที่ 27 หนูอยากไปเลี้ยงวัว
"ตกลงค่ะ เดี๋ยวหนูจะไปบอกคุณตาเดี๋ยวนี้นะคะ อ้อ... แล้วถ้ามีงานอะไรที่ต้องทำแต่ไม่รีบนัดล่ะก็ รอหนูกลับมาตอนเที่ยงก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูจะช่วยทำเอง!"
เฉิงหลวนหันกลับมาสั่งเสียก่อนจะก้าวเท้าออกจากบ้าน
"ไม่ต้องมาทำเป็นเด็กดีเฉพาะตอนพ่อเขาอยู่บ้านหรอก แม่ไม่หลงกลแกหรอกนะ!"
เสิ่นซิ่วฟางยังคงไม่คุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของเฉิงหลวนนัก แต่เด็กหญิงกลับทำเพียงส่งยิ้มกว้างแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
"คุณตาคะ คุณตา! วันนี้หนูขอไปเลี้ยงวัวนะเจ้าคะ!"
เพียงสองวินาทีต่อมา เฉิงหลวนก็ไปปรากฏตัวอยู่ที่โต๊ะอาหารของคุณตาพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"เจ้าจะไปเลี้ยงวัว หรือจะให้วัวเลี้ยงเจ้ากันแน่?" เฉิงรุ่ยเอ่ยขัดขึ้น "วัวบ้านเราน่ะ เดินห่างออกไปแค่คืบเจ้าก็จำไม่ได้แล้ว นี่คิดจะวิ่งไล่ตามพวกมันไปทั่วทั้งภูเขาหรือไง?"
วีรกรรมการเลี้ยงวัวของเฉิงหลวนนั้นตราตรึงอยู่ในใจของเฉิงรุ่ยเป็นอย่างดี หากมีการประกวดว่าวัวบ้านไหนได้รับการดูแลดีที่สุด เฉิงรุ่ยย่อมต้องยกมือขึ้นอย่างภาคภูมิใจ เพราะเขารักและทะนุถนอมวัวของเขามาก วัวของเขาจึงมีพุงที่กลมปิ๊กและมีขนที่เงางามอยู่เสมอ
"คุณตาคะ หนูสัญญาว่าคราวนี้จะเลี้ยงพวกมันให้ดีที่สุด เชื่อใจหนูสักครั้งเถอะนะคะ! ถ้าหนูทำได้ไม่ดี ตอนเที่ยงหนูจะไปเกี่ยวหญ้ามาให้วัวกินเอง เป็นอย่างไรคะ?"
"เจ้าพูดจริงรึ?"
"จริงสิคะ หนูพูดจริงทำจริงแน่นอน เชื่อใจหนูอีกสักครั้งเถอะ ถึงหนูจะทำได้ไม่ดี ตอนบ่ายคุณตาก็ยังออกไปเลี้ยงพวกมันใหม่ได้นี่นา"
เฉิงหลวนแสดงสีหน้าจริงจังอย่างที่หาได้ยาก
"ก็ได้... แต่ถ้าเจ้าหาวัวไม่เจอก็ให้กลับบ้านมาก่อนนะ เดี๋ยวพวกมันก็เดินกลับมาเองนั่นแหละ พวกตาจะได้ไม่ต้องออกไปตามหาตัวเจ้าด้วย"
ในหมู่บ้านเคยเกิดเรื่องทำนองนี้มาก่อน มีเด็กออกไปเลี้ยงวัวแล้ววัวเดินกลับบ้านเอง แต่เด็กนึกว่าวัวหายจึงไม่กล้ากลับบ้านและเดินตามหาจนทั่วภูเขา สุดท้ายชาวบ้านต้องระดมพลออกตามหาตัวกันวุ่นวายกว่าจะเจอ
"ไม่ต้องห่วงนะคะ วันนี้มีคนไปเลี้ยงวัวเยอะแยะเลย!"
เฉิงหลวนดีใจจนแทบจะตัวลอย นางโบกมือลาคุณตาแล้วโผบินออกจากบ้านไปราวกับนกตัวน้อย ก่อนจะไปปรากฏตัวที่บ้านของเฉิงจิ้งจิ่งในเวลาอันรวดเร็ว
"ช่วงนี้บนเขามีผลไม้ป่าเยอะไหม?"
ความทรงจำเก่าๆ ของเฉิงหลวนเริ่มเลือนลางไปบ้างแล้ว
"เดือนแปดผลไม้ป่าก็ต้องเยอะสิ ถามอะไรแปลกๆ เมื่อก่อนเธอไม่เคยมาหรือไง?" เฉิงจิ้งจิ่งมองเฉิงหลวนด้วยความฉงน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก หลายวันมานี้เฉิงหลวนดูเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมาก
"ก็แค่ไม่ได้ขึ้นเขามานานแล้วน่ะ เลยไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่" เฉิงหลวนตอบพลางยิ้ม
"นานที่ไหนกัน? เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอยังบ่นว่าเบื่อแล้ววิ่งขึ้นไปกินมันเผาบนเขาอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?" เฉิงจิ้งจิ่งพูดจาโผงผาง
"นี่... พูดอะไรให้เกียรติกันบ้างสิ มันผ่านมาตั้งครึ่งเดือนแล้วนะ ไม่เรียกว่านานได้ยังไง?" เฉิงหลวนฟื้นคืนสติมาได้กว่าสัปดาห์แล้ว หากมีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นจริง มันก็ย่อมต้องนานกว่านั้น
"เหอะ พูดเหมือนไม่มีใครรู้ไส้รู้พุงเธออย่างนั้นแหละ!"
เฉิงจิ้งจิ่งยังคงพูดจาขวานผ่าซากเช่นเดิม ส่วนเฉิงหลวนก็เพียงแค่ยิ้มรับ นั่นทำให้เฉิงจิ้งจิ่งจ้องมองนางด้วยความสับสนอยู่นาน แม้เฉิงหลวนจะมีเรื่องน่าอายสะสมอยู่เต็มตะกร้าและใครๆ ก็รู้กันทั่ว แต่นางก็มักจะโมโหฟัดเหวี่ยงทุกครั้งที่ถูกขุดขึ้นมาพูด
ทว่าคราวนี้นางกลับเพียงแค่ยิ้ม เฉิงจิ้งจิ่งจึงจ้องมองเฉิงหลวนเขม็ง
"มองฉันแบบนั้นทำไมล่ะ? ฉันเขินนะ!"
"เธอยังเป็นเฉิงหลวนคนเดิมอยู่หรือเปล่าเนี่ย? ทำไมอยู่ดีๆ อารมณ์ถึงดีขึ้นมาขนาดนี้!"
เฉิงจิ้งจิ่งไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นางเริ่มรู้สึกไม่คุ้นเคยกับเฉิงหลวน แม้ทั้งคู่จะยังเจอกันทุกวัน แต่ความรู้สึกที่เฉิงหลวนมอบให้นั้นกลับไม่เหมือนเดิม ราวกับว่านางไม่ได้เป็นเด็กที่ขาดเพื่อนคนนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว