- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นยอดหญิงอัจฉริยะ ภารกิจรวยช่วยหมู่บ้าน
- บทที่ 25 ไม่ได้เอ็นดูเสียเปล่า
บทที่ 25 ไม่ได้เอ็นดูเสียเปล่า
บทที่ 25 ไม่ได้เอ็นดูเสียเปล่า
บทที่ 25 ไม่ได้เอ็นดูเสียเปล่า
"ไปเถอะ... ถ้ามีเวลาก็พาลูกสาวไปตรวจที่โรงพยาบาลเสียหน่อย ถ้าแกแกล้งทำก็ฟาดสั่งสอนเสียบ้าง แต่ถ้าไม่สบายจริง ๆ ก็ควรไปหาหมอแต่เนิ่น ๆ เดี๋ยวปล่อยไว้นานจะลามปามไปใหญ่"
เฉิงรุ่ย ยังคงสงสัยในอาการของเฉิงหลวนที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายในช่วงหลายวันนี้
"พ่อครับ ผมจะบอกให้ ที่จริงเสี่ยวหัวไม่ได้เป็นอะไรหรอก เพียงแต่ว่า..." ด้วยความกลัวว่าจะมีใครมาแอบได้ยิน เขาจึงขยับเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของเฉิงรุ่ยแทน
"มีเรื่องแบบนี้ด้วยรึ?"
"เรื่องจริงแน่นอนครับ เมื่อกี้ผมเพิ่งทดสอบแกดู ระดับนี้เข้าเรียนมัธยมต้นได้สบายเลย แถมเรื่องซื้อบ้านหรือเลือกที่ดินสร้างบ้าน ทั้งหมดนั่นก็เป็นความคิดของแกทั้งนั้น" เฉิงผิง ในยามนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบังบิดาอีกต่อไป
"ยังมีเรื่องแบบนี้อีกรึ?"
"จริง ๆ นะพ่อ ถ้าพ่อไม่เชื่อก็ลองถาม เฉิงฮุ่ย ดูสิ เมื่อกี้แกก็เห็นกับตา ภาษาอังกฤษของเสี่ยวหัวนี่ยังคล่องแคล่วกว่าแกเสียอีก!" เฉิงผิงรีบรับประกันแทนลูกสาวทันควัน
"เอาละ อย่าเพิ่งไปป่าวประกาศเรื่องนี้ให้ใครรู้ แล้วแกคิดจะทำยังไงต่อไป?" เฉิงรุ่ยแม้จะยังครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ แต่เขาก็มั่นใจในคำพูดของเฉิงผิง เพียงแต่เรื่องนี้มันดูประหลาดล้ำลึกเกินไปหน่อย
"พรุ่งนี้ผมจะไปสอบถามที่แผนกการศึกษาเรื่องการขอข้ามชั้น แล้วค่อยไปคุยกับทางโรงเรียนดู ให้แกได้เข้าเรียนมัธยมต้นไปเลย ไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่อะไร!"
"ดี... จัดการให้เรียบร้อย ตระกูลเฉิงของเราสงสัยจะธูปแรง บรรพบุรุษถึงได้คุ้มครอง ในที่สุดเราก็มีเด็กที่เรียนเก่งกับเขาเสียที!" เฉิงรุ่ยยิ้มออกมาด้วยความปลาบปลื้มใจ
"พ่อครับ ที่บ้านเรายังมี เฉิงเวย อีกคนไม่ใช่หรือ? เด็กคนนั้นทั้งฉลาดทั้งมั่นคง ส่วนเสี่ยวหัวนี่ผมยังไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่ แกเป็นพวกชอบทำตัวล่องลอยอยู่เรื่อย!"
"เด็กอายุสิบขวบจะเข้าเรียนมัธยมต้นเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย แถวบ้านเราเคยมีเรื่องแบบนี้ที่ไหนกัน?" เฉิงรุ่ยเริ่มทำสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยที่ลูกชายดูแคลนหลานสาว
"เอาละ ๆ พ่ออย่าเพิ่งไปบอกใครนะ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อน พรุ่งนี้ผมกะว่าจะทดสอบแกดูอีกรอบ"
เฉิงผิงย่อมมีความตื่นเต้นมากกว่าใคร เพียงแค่วันเดียวเขาก็มีลูกสาวที่กลายเป็นเด็กอัจฉริยะ ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความหวัง หลายปีที่ผ่านมานี้เขารู้สึกว่าการเอ็นดูรักใคร่นางนั้นไม่ได้เสียเปล่าจริง ๆ
เฉิงรุ่ยไม่พูดอะไรต่อ เขาหยิบกระบวยน้ำที่ทำจากน้ำเต้าผ่าซีก ตักอาหารหมูเพิ่มอีกสองสามครั้งแล้วเทลงในรางหมู พลางฮัมเพลงงิ้วเก่า ๆ ที่เคยดูบนเวที แถมยังเลียนเสียงเครื่องดนตรี 'เต๊ง ๆ ฉ่าง' ตามจังหวะงิ้วเยว่เยี่ยอย่างอารมณ์ดี
"ลูกสาว มานี่เร็ว พ่อยยังมีเรื่องจะถามลูกอีก!" เมื่อได้รับการยืนยันจากตาเฒ่าแล้ว คำพูดของเฉิงหลวนก็ดูมีน้ำหนักขึ้นมาทันที และนั่นทำให้เขายิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่
"จ้า!" เฉิงหลวนไม่ได้มีท่าทีตื่นเต้นเหมือนเขา แต่นางก็ยังเดินตามพ่อเข้าไปในห้องโถง
"ลูกต้องบอกพ่อมาให้หมด ว่าลูกยังรู้อะไรอีกบ้าง?" เฉิงผิงรู้สึกว่ายิ่งเขารู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตัดสินใจอนาคตได้แม่นยำขึ้นเท่านั้น
"พ่อจ๋า ตอนนี้หนูเวียนหัวมากเลย ให้เวลาหนูหน่อยนะ หนูรับรองว่าจะทำให้ครอบครัวเราดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน พ่อแค่จัดการเรื่องที่โรงเรียนให้หนูก็พอจ้ะ" อารมณ์ของเฉิงหลวนวูบดิ่งลงทันที ทำให้เฉิงผิงเริ่มกระวนกระวาย
"เป็นอะไรไป? ไม่สบายหรือเปล่า? ให้พ่อพาไปโรงพยาบาลไหม?"
"ไม่ต้องหรอกจ้ะ หลายวันนี้หนูมีไข้ ร่างกายเลยยังเพลียอยู่นิดหน่อย ได้อาบน้ำแล้วนอนหลับยาว ๆ พรุ่งนี้ก็น่าจะดีขึ้นแล้วจ้ะ" เฉิงหลวนฉีกยิ้มกว้างตามปกติ
"ถ้าอย่างนั้นคืนนี้นอนกับแม่แกนะ เดี๋ยวพ่อไปนอนกับน้องเอง! มีอะไรไม่สบายตอนกลางคืนจะได้เรียกแม่ได้ทัน!"
"ไม่ต้องหรอกจ้ะ หนูทั้งกินอิ่มทั้งนอนหลับเก่งขนาดนี้ จะมีปัญหาอะไรได้!" เฉิงหลวนรีบปฏิเสธข้อเสนอของพ่อทันที
จากนั้นนางก็ไปตักน้ำล้างเท้า ล้างหน้าล้างตาอย่างทะนุถนอมแล้วเข้านอน แต่นางกลับนอนพลิกตัวไปมาจนนอนไม่หลับ ทั้งที่รอบกายมืดสนิทซึ่งควรจะหลับได้ง่ายแท้ ๆ เหมือนกับช่วงหลายคืนก่อนที่นางมักจะหลับยาวไปจนถึงเช้า