เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21-25 ไปเยือนพิภพแสงอีกครั้ง

ตอนที่ 21-25 ไปเยือนพิภพแสงอีกครั้ง

ตอนที่ 21-25 ไปเยือนพิภพแสงอีกครั้ง


ลินลี่ย์สูดหายใจลึกถึงสองครั้ง  อกของเขารู้สึกเหมือนกับถูกไฟรุมและหลังจากนั้นเขาค่อยสงบใจลงได้

“ในเมื่อออกุสตาทำสัญญากับประมุขมหาเทพวิถีชะตาโอล็อฟ  เขาจะต้องลงมือย่างสุดกำลังแน่นอนมิน่าเล่าเขาถึงปกป้องเทวทูตสิบสองปีกเป็นอย่างดี และยากที่จะยอมให้พวกเขารับภารกิจ” สายตาของลินลี่ย์กระจ่าง “ท่านแม่ข้าคงจะเป็นเทวทูตสิบสองปีก  เหลือเวลาอีกหกร้อยปีจากนี้  ถ้าข้าไม่เข้าไปแทรกแซง  นางคงจะถูกส่งเข้าไปในสงครามมหาพิภพแน่!”

ลินลี่ย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย  จากนั้นพึมพำ “หกร้อยปี...”

เกี่ยวกับออกุสตาลินลี่ย์อยากจะฆ่าเขาแน่นอนไม่ว่าเพื่อประโยชน์ของเบรุตหรือตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์  ในเบื้องต้นลินลี่ย์วางแผนจะรอจนกว่าพลังของเขาเพิ่มขึ้นก่อนที่เขาจะไปฆ่าออกุสตา ไม่เพียงแต่เติมเต็มความปรารถนาของเบรุตและตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น  แต่เขายังสามารถช่วยมารดาของเขาได้

หินก้อนเดียวฆ่านกได้หลายตัว!

“แต่ตอนนี้ ข้าจะต้องยอมสละอะไรบางอย่าง!”

“ทางเลือกหนึ่ง ไม่ต้องใส่ใจท่านแม่ทุ่มเทกับการฝึกฝน และหลังจากข้าฝึกสำหรับค่อยไปฆ่าออกุสตา”

“ทางเลือกที่สอง หามหาเทพน้อยธาตุไฟที่ข้าไม่รู้จัก ฆ่าเขาและหลอมรวมกับประกายมหาเทพ หลังจากพลังของข้าเพิ่มขึ้น ค่อยไปฆ่าออกุสตา”

“ทางเลือกที่สามกล้ำกลืนอดทนและยอมก้มหัว!  ไปเจรจากับออกุสตา!”

ลินลี่ย์แทบจะตัดสินใจได้ทันที

เสียสละแม่ของเขา?เป็นไปไม่ได้

ฆ่ามหาเทพธาตุไฟโดยไม่มีเหตุผล?  ลินลี่ย์ไม่สามารถทำได้เหมือนกัน  นอกจากนี้ ถ้าเขาทำเขาอาจละเมิดข้อตกลงประมุขมหาเทพสี่วิถีที่ได้ตั้งไว้

“อย่างนั้นก็ดี”  ลินลี่ย์สูดหายใจลึก  สายตาของเขาตัดสินใจหนักแน่นและปลงใจ  “สำหรับตอนนี้ข้าจะต้องหนักแน่นและอดทน!”

“ลินลี่ย์!”

ขณะนั้นเองมีสองคนเดินเข้ามาหาทางด้านสวน  เป็นเบรุตและบลูไฟร์ ก่อนนี้แม้ว่าลินลี่ย์จะไม่สามารถฆ่าออกุสตาได้  แต่พลังที่เขาเปิดเผยออกไปก็ยังเหนือกว่าออกุสตาเล็กน้อย  ถ้าทั้งสองสู้เสี่ยงตาย โอกาสที่ออกุสตาตายจะมีสูงกว่า

ดังนั้นออกุสตาจึงไม่กล้ารุกรานลินลี่ย์อีกต่อไป

เป็นธรรมดาที่เบรุตและบลูไฟร์ในตอนนี้สามารถเที่ยวไปในแดนนรกได้ตามปกติด้วยร่างแยกมหาเทพ! หลังจากใช้เวลาซ่อนตัวอยู่ในทวีปยูลานอยู่หลายปีพวกเขาย่อมยินดีที่มีอิสระอีกครั้งหนึ่ง

“ลินลี่ย์เมื่อครู่นี้มหาเทพบลัดริจมามีเรื่องอะไรที่สำคัญไหม?” เบรุตหัวเราะเบาๆ ขณะที่ลูบเครา

เนื่องจากพวกเขาทั้งสองเป็นมหาเทพด้วยเหมือนกัน  ทั้งสองจึงสังเกตการมาของมหาเทพบลัดริจได้  เพียงแต่มหาเทพบลัดริจโบซันต้องการพบกับลินลี่ย์เป็นการส่วนตัวอย่างเห็นได้ชัดดังนั้นทั้งสองคนจึงไม่รีบปรากฏตัวออกไป พวกเขารอให้มหาเทพบลัดริจกลับไปก่อนจึงค่อยออกมา

“นี่เกี่ยวกับสงครามมหาพิภพและให้ข้ารับทูตมหาเทพ  เหลือเวลาอีกหกร้อยปีสงครามมหาพิภพจะเริ่มขึ้นและเป็นการต่อสู้สองฝ่ายระหว่างแดนนรกและแดนสวรรค์  โดยเฉพาะสงครามมหาพิภพครั้งนี้สำคัญมาก” ลินลี่ย์พูดจากนั้นทบทวนข้อมูลที่เขาได้ยินในรายละเอียด

เบรุตและบลูไฟร์ฟังอย่างระมัดระวัง  หลังจากนั้นทั้งสองคนถอนหายใจด้วยความทึ่ง

“ดังนั้นออกุสตาจึงมีโชคดีเหลือเชื่อ มิน่าเล่าประมุขมหาเทพวิถีชะตาถึงเป็นหนี้บุญคุณเขาอย่างหนึ่ง”  เบรุตพูดพลางถอนหายใจ

“เทวทูตสิบสองปีกอาจมีบทบาทสามารถตัดสินในสงครามมหาพิภพได้”  บลูไฟร์สูดหายใจด้วยความประหลาดใจ“ถ้าพวกเขาทุกคนโจมตีพร้อมกัน ก็แทบจะรับรองได้ว่าพวกเขาจะประสบชัยชนะในสงครามมหาพิภพได้  รางวัลชนะรวดสิบรอบก็น่าทึ่งเช่นกัน มิน่าเล่าประมุขมหาเทพวิถีชะตาถึงได้ขอความช่วยเหลือจากออกุสตา”

ในสงครามมหาพิภพครั้งก่อนที่ลินลี่ย์พบเจอมาคู่ต่อสู้ก็คือพิภพแสงศักดิ์สิทธิ์ และพิภพมืดศักดิ์สิทธิ์

ชนะหรือปราชัยไม่ใช่เรื่องสำคัญมาก  ปกติจะมีมหาเทพน้อยมากที่คอยควบคุมจากด้านหลัง

“ลินลี่ย์เจ้าต้องการจะพูดอะไร? กองทัพของเทวทูตสิบสองปีกจะเข้าสู่สงครามมหาพิภพ?  อย่างนั้นก็หมายความ....”  เบรุตตระหนักได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น  “แม่ของเจ้า นาง...”

“ใช่แล้ว” ลินลี่ย์ชำเลืองมองดูเบรุตอย่างจนใจ “บอกข้าที ข้ายังมีทางเลือกอื่นอีกไหม?”

เบรุตไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง

หกร้อยปี...

ลินลี่ย์ใช้เวลาห้าพันปีจึงจะถึงระดับปัจจุบันได้  จะบรรลุครั้งใหญ่ภายในหกร้อยปี?  ต่อให้เบรุตเองก็ยังไม่มั่นใจในตัวลินลี่ย์

“อย่างนั้นเจ้า...”  เบรุตมองดูลินลี่ย์

“ข้าตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ข้าจะไปพิภพแสงศักดิ์สิทธิ์!” ลินลี่ย์พูดอย่างใจเย็นขณะที่เขามองดูท้องฟ้าไกล สายตาของเขาดูเหมือนจะมองทะลุกำแพงแห่งความเป็นจริง เมื่อมองดูพิภพแสงศักดิ์สิทธิ์จากที่ไกล

เบรุตยังคงเงียบอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นพยักหน้า “บางครั้งจะสำเร็จกิจการใหญ่ ก็ต้องยอมรับและอดกลั้น เท่าที่ข้าเห็น สำหรับออกุสตา เจ้าเป็นพารากอนผู้มีศักยภาพที่ปลดปล่อยออกมาไม่นาน  ข้าคิดว่าในใจของเขา  เขาไม่รู้สึกกลัวเจ้ามากเกินไป  ถ้าเจ้าไปเจรจากับเขา โอกาสสำเร็จก็จะสูงมาก  ในอนาคต..เจ้าสามารถกำจัดเขาทีหลังก็ได้”

เบรุตเป็นคนที่สามารถฆ่าได้อย่างอำมหิต  แต่ก็สามารถอดทนซ่อนตัวได้

เมื่อเขาพบศพของสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าเขารู้ว่าการชิงศพพวกเขาจะทำให้ตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง  แต่เขาก็เข้าใจว่าหลังจากสำเร็จแล้ว  เขาสามารถยกระดับจากเทพธรรมดาเป็นมหาเทพ  นอกจากนี้ เบรุตยังลงมือไปตามสถานการณ์  ที่สำคัญก็คือประมุขมหาเทพไม่ให้ความสนใจเทพชั้นสูงอย่างเขาแต่อย่างใด  ประการที่สองเขาอยู่ในพิภพโลกธาตุและการปกป้องของพิภพโลกธาตุคอยปกป้องเขาจากการรุกรานของมหาเทพ ประการที่สามเขาเป็นหนูกินเทพไม่กลัวมิติปั่นป่วน

เขามีพลังและความมั่นใจมากพอ  เขาจึงกล้าเสี่ยง  แต่เขารู้วิธีถอยกลับ

หลายสิ่งเหล่านั้นประกอบกันเป็นเบรุตในปัจจุบัน

มิฉะนั้นสาขายูลานจะสร้างมหาเทพสามคนได้ยังไง?

“ข้าหวังว่าหลายอย่างจะส่งผลออกมาอย่างที่ปู่พูด  ปู่เบรุต” ลินลี่ย์พยักหน้า

พิภพแสงศักดิ์สิทธิ์ที่กว้างใหญ่รัศมีแสงพุ่งออกมาจากวงเวทเทเลพอร์ต ในพริบตาเคลื่อนที่ไกลออกไปถึงสิบล้านกิโลเมตร

สายลมพัดผ่านเหมือนมีด  ด้านล่างเขาเป็นน้ำทะเลไร้ขอบเขต  ลินลี่ย์ในชุดสีฟ้าบินอยู่ในอากาศด้วยความเร็วสูงจ้องมองข้างหน้าด้วยสายตาเย็นชา

“เอ๊ะ?” ลินลี่ย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย “คาดไม่ถึงเลยว่าประมุขมหาเทพวิถีชะตาโอล็อฟจะอยู่ที่นี่ด้วย”

หลังจากมาถึงพิภพแสงศักดิ์สิทธิ์ลินลี่ย์ส่งสำนึกเทพหลอมรวมคลุมทั่วทั้งพิภพทันทีทำให้เขาจับตาดูกิจกรรมต่างๆทั่วพิภพ เป็นเรื่องปกติลินลี่ย์สามารถตรวจสอบพบตำแหน่งของประมุขมหาเทพแห่งแสงออกุสตาได้  แต่คาดไม่ถึงเลยว่าออกุสตาจะอยู่กับโอล็อฟ

“เขาก็อยู่ที่นี่....เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน”  ลินลี่ย์รำพึงในใจ

ลินลี่ย์ไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อสู้  แต่มาเพื่อเจรจา มีโอล็อฟปรากฏตัวอยู่ด้วย...ออกุสตาคงไม่กล้าพูดป่าเถื่อนเกินไป

ครู่ต่อมา...

สำนึกเทพของลินลี่ย์เปลี่ยนไปจากพลังมหาเทพหลอมรวมเป็นพลังมหาเทพธาตุดินทำให้เหมือนกับมหาเทพธาตุดินใช้

การเปลี่ยนแปลงไปใช้พลังมหาเทพธาตุดินนี้เพื่อให้สำนึกเทพของเขาสามารถถูกประมุขมหาเทพทั้งสองตรวจพบเจอได้

“ฮ่าฮ่า, ลินลี่ย์, ทำไมเจ้ายังมาในถิ่นของข้าอีก?”  ออกุสตาหัวเราะผ่านสำนึกเทพดูเหมือนว่าจะลืมการต่อสู้ครั้งก่อนกับลินลี่ย์

“เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว  ข้ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาด้วย”  ลินลี่ย์ยิ้มเล็กน้อย  “นึกไม่ถึงเลยว่าลอร์ดโอล็อฟก็อยู่ที่นี่ด้วยบังเอิญจริงๆ”

“ฮ่าฮ่า, ข้ามาที่นี่เพื่อคุยกับออกุสตา” เสียงของประมุขมหาเทพวิถีชะตาก้องอยู่ในใจของลินลี่ย์เช่นกัน  “ไม่นานมานี้ข้ายังเชิญลินลี่ย์เจ้าให้มาเยี่ยมข้าที่อุทยานโอล็อฟ  แต่น่าเสียดายข้ารอเป็นเวลานานนักแต่ไม่เคยได้พบเจ้าเลย”

คนผู้หนึ่งสามารถปลอมนิสัยพื้นฐานได้เป็นร้อยเป็นพันปี แต่เป็นไปไม่ได้ที่คนผู้หนึ่งจะปลอมบุคลิกได้ตลอดไป

ประมุขมหาเทพวิถีชะตาโอล็อฟไม่เข้าไปยุ่งในกิจการโลก  เขาปฏิบัติต่อทุกคนที่เขาคิดว่าเป็นสหายด้วยมารยาทอันดี ลินลี่ย์รู้สึกชื่นชมตรงส่วนนี้ของประมุขมหาเทพวิถีชะตาโอล็อฟ

แต่เป็นไปไม่ได้แน่นอนลินลี่ย์ไม่เหมือนประมุขมหาเทพวิถีชะตา  ที่ไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยพักผ่อนไม่เคยบันเทิงกับชีวิตตนเองและใช้เวลาทั้งหมดกับการค้นคว้าและฝึกฝนแทน

“ลอร์ดโอล็อฟ ในช่วงเวลาที่ยาวนานท่านและข้าก็ยังจะมีเวลาได้พบกันอีก ตัวอย่างเช่นเรากำลังพบกันวันนี้ไม่ใช่หรือ?”  ลินลี่ย์หัวเราะอย่างสบายอารมณ์

“ใช่แล้วๆ เรามีเวลาอีกตั้งนานนับปีไม่ถ้วน” โอล็อฟหัวเราะเช่นกัน

ขณะที่พูดคุยผ่านสำนึกเทพลินลี่ย์บินผ่านเกาะนับไม่ถ้วน

เขาเหมือนกับธนูพุ่งลงมาจากฟากฟ้า

เกาะที่อยู่ด้านล่างของลินลี่ย์เป็นที่พำนักของประมุขมหาเทพแห่งแสง

นี่เป็นเกาะที่สร้างขึ้นอย่างโอ่อ่าฟุ่มเฟือย  เกาะมีพื้นที่สองสามพันตารางกิโลเมตรและโครงสร้างส่วนใหญ่สร้างจากวัสดุสีขาว ทั้งหมดเป็นแร่หาได้ยากในธรรมชาติ อสูรเวทเฉพาะดอกไม้และพืชพันธุ์ถูกคัดสรรมาที่นี่ อสูรเวทมีพื้นที่ของตนเอง  ขณะที่บุปผาชาติก็มีพื้นที่ส่วนตัวเองเช่นกัน  ทั้งหมดนั้นมีพื้นที่ส่วนตัว

ในอากาศเหนือเกาะนี้มีเทวทูตระดับเทพจำนวนมาก

นอกจากเทวทูตแล้วเทพอื่นในเกาะนี้เป็นสตรีทั้งสิ้น  บุรุษที่ปรากฏมีแต่เพียงออกุสตาและโอล็อฟ!

“ออกุสตาช่างรู้จักหาความสำราญให้ชีวิตจริงๆ  นอกจากเทวทูตผู้ภักดีของเขา คนอื่นๆที่อยู่ที่นี่เป็นสตรีทั้งนั้น” ลินลี่ย์อดส่ายศีรษะหัวเราะไม่ได้ และจากนั้นเขาจ้องมองแต่ไกล จากภายในเกาะมีคนสองคนกำลังบินเคียงไหล่มาหาเขา  ทั้งสองคนนี้มีสาวใช้กลุ่มใหญ่บินตามออกมาด้วย

เป็นการแสดงออกที่น่าประทับใจจริงๆ

“ฮ่าฮ่า ลินลี่ย์!”  ออกุสตาร้องเรียกจากแต่ไกล  ราวกับว่าพวกเขาเป็นสหายเก่าที่คบกันมานานปี

“ออกุสตา” ลินลี่ย์ยิ้มทักทายเขาเช่นกัน

ชายชราชุดขาวผมขาวประมุขมหาเทพวิถีชะตาหัวเราะอย่างสงบ  “เข้ามานั่งข้างในก่อนเถอะ  ออกุสตา, ข้าไม่ต้องการวิพากษ์วิจารณ์เจ้า  แต่เราอยู่ในเกาะของเจ้าและเจ้ายังต้องจัดการแสดงอย่างยิ่งใหญ่แบบนั้นเพื่อต้อนรับอาคันตุกะอีกหรือ?”  ประมุขมหาเทพวิถีชะตาชำเลืองมองดูด้านข้าง  สตรีรับใช้ด้านหลังพวกเขาแยกเป็นสองแถวแถวหนึ่งเป็นหญิงรับใช้ชุดม่วงและอีกแถวหนึ่งเป็นหญิงรับใช้ชุดชมพู  ทุกคนมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น

“ฮ่าฮ่า, ข้ายินดีรับฟังคำแนะนำของท่านอยู่แล้วประมุขมหาเทพวิถี”  ออกุสตาหัวเราะจากนั้นหันไปโบกมือกล่าวอย่างเยือกเย็น “พวกเจ้ากลับไปให้หมด”

สตรีรับใช้เหล่านั้นทุกคนคำนับด้วยความเคารพ“เจ้าค่ะ” และจากนั้นพวกนางบินออกไปอย่างเป็นระเบียบ

“ไปคุยกันที่สวนน้ำเถอะ”  ออกุสตาหัวเราะขณะนำทาง

“คนที่ออกแบบเกาะแห่งนี้และสิ่งก่อสร้างเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์แน่”  ลินลี่ย์เดินพลางขณะชมเกาะ  เขาอดถอนหายใจชื่นชมมิได้

ออกุสตาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี  “ฮ่าฮ่า, ลินลี่ย์ ข้าไม่อยากโอ้อวดหรอกนะ  แต่เกาะแห่งนี้เนื้อที่สองสามพันตารางกิโลเมตรเฉพาะบุปผาชาติก็มีถึง30162 สายพันธุ์ แตกต่างกันทั้งขนาดและสี ฯลฯพวกเทวทูตจะจัดการดูแลดอกไม้เหล่านั้น จากทุกตำแหน่งมุมมองจะให้ความรู้สึกอารมณ์ที่สะดวกสบายเป็นธรรมชาติ มีอสูรเวทสายพันธุ์ต่างๆ... แค่สร้างเกาะนี้ ข้าต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์ข้ามพิภพข้ามดินแดน ซึ่งแต่ละคนจะเชี่ยวชาญเฉพาะอย่าง เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพที่โดดเด่น”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ลินลี่ย์ส่ายศีรษะไม่ได้

ข่าวลือเป็นความจริง ออกุสตาไขว่คว้าความสมบูรณ์แบบทั้งหมดและบันเทิงใจกับชีวิตที่สบายๆ

สวนน้ำเป็นสวนที่สร้างขึ้นเหนือสระน้ำเนื้อที่ไม่กี่พันตารางเมตรน้ำในสระถูกลมพัดเป็นระลอกสะท้อนประกายระยิบระยับเหมือนอัญมณี  ทั่วทั้งสวนสร้างจากวัสดุไม้  และมีลานว่างศาลาลอยอยู่เหนือผิวสระ ภายในลานด้านล่างจะมีสายน้ำเล็กๆพ่นละออง

“สวนน้ำแห่งนี้ไม่ได้ใช้เวทมนตร์แต่อย่างใดเลย  มันสร้างขึ้นจากไม้ไฮดรอกหอมเบาซึ่งมีพลังงานลอยตัวได้และมีพลังลอยตัวมากพอทำให้ทั่วทั้งสวนลอยอยู่เหนือสระน้ำได้”  ออกุสตาชี้ไปที่ตำแหน่งหนึ่ง  “ดูสิ นั่นคือสะพานไม้...”

ออกุสตาชี้วัตถุสิ่งของชิ้นแล้วชิ้นเล่าอย่างอารมณ์ดี

ลินลี่ย์รับฟังขณะถอนหายใจเพลิดเพลินเช่นกัน

“เอาล่ะ เรานั่งกันเถอะ” ประมุขมหาเทพวิถีชะตาโอล็อฟขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดขึ้น

“ได้ ได้” ออกุสตาค่อยรู้สึกว่าอวดโอ่มากไปบ้างทำให้โอล็อฟค่อนข้างอึดอัด

ทั้งสามคนนั่งอยู่ในที่เปิดโล่งซึ่งรายล้อมไปด้วยสระน้ำสีฟ้า

ประมุขมหาเทพวิถีชะตาหัวเราะขณะมองดูลินลี่ย์  “ลินลี่ย์, ข้าคิดว่าเจ้ามาวันนี้คงมีเรื่องสำคัญจะพูดคุย พูดได้ตามสบายเลย”

“เป็นเช่นนั้นแน่นอน!” ลินลี่ย์หัวเราะขณะพยักหน้าให้ประมุขมหาเทพวิถีชะตา และจากนั้นมองออกุสตา  “ออกุสตา,วันนี้ข้ามาขอความช่วยเหลือบางอย่างจากท่าน”

“เรื่องอะไร, บอกมาได้เลย”  ออกุสตาหัวเราะเช่นกัน

ลินลี่ย์พูดจริงจัง “ข้าหวังว่าท่านจะยอมปล่อยเทวทูตสิบสองปีกตนหนึ่งและช่วยให้นางได้รับอิสระ”

“เทวทูตสิบสองปีก?”  ออกุสตาอดชำเลืองมองโอล็อฟที่อยู่ใกล้ๆไม่ได้  ประมุขมหาเทพวิถีชะตาขมวดคิ้ว  แต่จากนั้นหัวเราะอย่างเยือกเย็น  “แค่คนเดียวหรือ?”

“ใช่แล้ว แค่คนเดียว”  ลินลี่ย์พยักหน้า

“แค่คนเดียวไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากเท่าใด”  โอล็อฟหัวเราะอย่างเยือกเย็น

ลินลี่ย์อดมองออกุสตาที่ขมวดคิ้วกล่าว  “ลินลี่ย์, เรื่องนี้มันค่อนข้างยุ่งยาก”

จบบทที่ ตอนที่ 21-25 ไปเยือนพิภพแสงอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว