เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21-7 ทวีปบลัดดรากอน

ตอนที่ 21-7 ทวีปบลัดดรากอน

ตอนที่ 21-7 ทวีปบลัดดรากอน


ภายในพิภพยูลาน ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่สามารถฆ่าลินลี่ย์ได้  ไม่ต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันใดๆ  จึงเป็นเป็นธรรมดาชีวิตของเขาไม่มีอะไรน่าห่วง

สามร้อยกว่าปีผ่านไปอย่างสงบสงบอย่างนี้ สามร้อยกว่าปีเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมากสำหรับปุถุชน  ช่วงเวลานี้มีคนตายและเกิดนับไม่ถ้วน

อย่างไรก็ตามปราสาทเลือดมังกรแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ในโลกของเทพช่วงเวลาหนึ่งพันปีไม่มีอะไรนอกจากชั่วเวลาชั่วเดี๋ยวเดียว

“ลินลี่ย์!ดูเหมือนว่าอารมณ์ของเจ้าจะดีเป็นพิเศษ” เดเลียเดินเล่นกับลินลี่ย์ตรงไปที่สวนด้านหลัง

“วันนี้, ข้าบรรลุระดับการฝึกฝนได้อีกเล็กน้อย”  ลินลี่ย์ยิ้ม

“โอว?เจ้าหลอมรวมเคล็ดลึกลับสามรูปแบบจากกฎที่ต่างกันได้หรือ?”  เดเลียพูดด้วยความประหลาดใจ

“ไม่ ยังไม่เร็วขนาดนั้น”  ลินลี่ย์ส่ายศีรษะและหัวเราะ  “ชีพจรโลก วังวนอ่อนหยุ่น พลังโจมตีมิติแม้ว่าข้าจะฝึกจนถึงส่วนสุดท้ายของการหลอมรวมทั้งสามอย่างนี้  แต่ข้ายังติดอยู่ที่คอขวด  คอขวดขั้นสุดท้ายนี้ยากจะบรรลุผ่านไปได้”

เคล็ดลึกลับยิ่งมีมากก็จะติดอยู่ที่คอขวดและยากจะบรรลุผ่านมากขึ้น

ตัวอย่างเช่นคอขวดสำหรับการหลอมรวมหกเคล็ดลึกลับ  มียอดฝีมือมากเพียงไหนที่ติดอยู่ตรงนั้นไม่สามารถกลายเป็นพารากอนได้?

“อย่างนั้นเจ้าหมายถึงการบรรลุพลังแบบไหน?”  เดเลียถามด้วยความสงสัย

“เป็นความลึกลับของเคล็ดระเบิดของกฎธาตุไฟ  เคล็ดระเบิดยากที่จะหลอมรวมได้  แต่วันนี้ข้าหลอมรวมเข้ากับชีพจรโลกได้”  ลินลี่ย์พูดพร้อมทั้งหัวเราะเบาๆ  “อย่างไรก็ตาม ข้าต้องบอกไว้ก่อน ข้าฝึกได้ช้ามากกว่าที่คิดในช่วงสามร้อยปีที่ผ่านมา”  ที่สำคัญหลังจากกลายเป็นมหาเทพเขามีทะเลแห่งศรัทธาสนับสนุนเขา

ความเร็วในการสร้างมโนภาพและความเข้าใจของเขายังเร็วกว่าในอดีต

สามร้อยปีที่ผ่านมานี้บางทีอาจเทียบได้กับเกือบหมื่นปีก่อนที่กลายเป็นมหาเทพ

“ไม่ต้องรีบร้อน เวลาของเจ้ามีไม่จำกัด”  เดเลียพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

“เจ้าไม่รีบร้อนแต่ปู่เบรุตและบลูไฟร์เล่า?” ลินลี่ย์จ้องเข้าไปในประตูสวนดอกไม้ เขาเห็นบุรุษหนุ่มผมสั้นกำลังหัวเราะขณะเดินเข้ามาหา  บุรุษหนุ่มนี้คล้ายลินลี่ย์ถึงหกเจ็ดส่วนเขาคือเวดบุตรของลินลี่ย์

“ท่านพ่อ ท่านแม่”  เวดหัวเราะ “วันนี้เป็นวันเฉลิมฉลองใหญ่ของทวีปบลัดดรากอนของเราท่านยังจะไม่ออกไปหรือ?”

“ทวีปบลัดดรากอน?”  ลินลี่ย์ตกใจ แต่จากนั้นเขาหัวเราะและพูดเหมือนเยาะตัวเอง  “ข้าลืมไปเลยว่าวันนี้เป็นวันเทศกาลบลัดดรากอน”  หลังจากที่ลินลี่ย์กลายเป็นมหาเทพ  เขาสนทนากับเบรุตและบลูไฟร์  เมื่อพวกเขาพูดถึงทวีปยูลาน และทวีปบลูไฟร์ลินลี่ย์มีความตื่นเต้น ต้องการสร้างทวีปของตนเอง นั่นคือทวีปบลัดดรากอน

สามทวีปใหญ่เหล่านี้สร้างเป็นรูปสามเหลี่ยมอย่างบริบูรณ์

ตอนนั้นลินลี่ย์ทุ่มเทพลังมหาเทพของเขาและกลายเป็นว่าเกาะเล็กรอบทวีปยูลานและทวีปบลูไฟร์ทั้งหมดเคลื่อนเข้ามาในทวีปบลัดดรากอน  พลเมืองของเกาะทั้งหมดรวมกันแล้วเกือบสิบล้านคน นอกจากนี้ลินลี่ย์ยังย้ายอสูรเวทและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เข้ามาด้วย

ระหว่างสามร้อยปีมานี้เพราะเป็นทวีปกว้างใหญ่ และเพราะอสูรเวทถูกลินลี่ย์เอามาปล่อยในภาคตะวันตกของทวีปบลัดดรากอน  มนุษย์ที่นี่ไม่ต้องเผชิญกับศัตรูตามธรรมชาติ

ในช่วงเวลาสั้นๆสามร้อยปี ประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นพรวดพราดจากสิบล้านจนมีเกินร้อยล้าน  แต่แน่นอนระหว่างพัฒนาในช่วงสามร้อยปีมานี้จักรวรรดิบาลุคให้การสนับสนุนอย่างมาก ผ่านการค้าทางทะเลระหว่างสองทวีป  แม้ว่าจะอธิบายด้วยคำว่า ‘การค้า’แต่ในความเป็นจริงเป็นพวกเขาให้ความช่วยเหลือ

คนที่ย้ายไปที่ทวีปบลัดดรากอนตกลงใจว่าวันที่24 กันยายนจะถือว่าเป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลบลัดดรากอน

“ลินลี่ย์, พลเมืองทวีปบลัดดรากอนล้วนแต่เทิดทูนบูชาเจ้า  พวกเขาปฏิบัติกับเจ้าเหมือนกับเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง  เป็นไปได้หรือที่เจ้าจะไม่ไปดูงานเฉลิมฉลองเทศกาลบลัดดรากอน?”เดเลียหัวเราะพร้อมกับเม้มปาก “แม้ว่าพลเมืองจะมีแค่ร้อยล้านซึ่งไม่ถือว่ามาก เนื่องจากขนาดของทวีปบลัดดรากอนค่อนข้างจะใหญ่มากกว่าอีกสองทวีป  นี่เป็นระดับการเติบโตที่ไม่มีการหยุดใช้เวลาอีกสองสามพันปี พลเมืองที่นี่จะมีมากกว่าทวีปบลูไฟร์”

“ท่านพ่อมีคนในตระกูลกำลังไปที่นั่นอีกมาก” เวดหัวเราะเช่นกัน

“ก็ดี เราจะไปดูกัน”

ทวีปยูลานทวีปบลูไฟร์ ทวีปบลัดดรากอน ระยะห่างระหว่างทวีปทั้งสามนี้สำหรับมนุษย์ธรรมดาถือว่ากว้างใหญ่  แต่สำหรับพวกเทพหรือแม้แต่เซียนทวีปเหล่านี้ถือว่าใกล้  มีระยะห่างห้าพันกิโลเมตรระหว่างทวีปทั้งสามโดยมีมหาสมุทรกั้นกลาง  ในพริบตาลินลี่ย์เดเลียออกจากทวีปยูลานและมาถึงทวีปบลัดดรากอน

เมืองอันดับหนึ่งของทวีปบลัดดรากอนก็คือบาลุคซิตี้  เมืองนี้ใช้ชื่อเดียวกับชื่อเมืองหลวงของจักรวรรดิบาลุค เมืองนี้อยู่ติดชายฝั่งทะเลตะวันออกของทวีปบลัดดรากอน  และยังเป็นเมืองที่ใกล้ทวีปยูลานมากที่สุด

เพราะชายแดนทะเลมีการพัฒนาเร็วมาก

เมืองอันดับหนึ่งนี้เจริญรุ่งเรืองพัฒนาเป็นนครใหญ่ที่มีพลเมืองหลายล้านคน  วันนี้เป็นวันเทศกาลบลัดดรากอนดังนั้นเมืองบาลุคซิตี้จึงมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ ชาวเมืองชนบทที่ใกล้เคียงพากันเข้าเมืองเพื่อมีส่วนร่วมเฉลิมฉลอง  ไม่ใช่แค่ลานหน้าวิหารเท่านั้น  แม้แต่ถนนของเมืองก็ยังเต็มไปด้วยทะเลผู้คน

ลินลี่ย์สวมชุดยาวสีฟ้าและเดเลียสวมชุดขาว พวกเขาเดินผ่านไปตามถนนที่แออัด แม้ว่าถนนจะแออัด แต่ว่าไม่มีใครสัมผัสลินลี่ย์และเดเลียได้  ความจริงไม่มีใครสังเกตสภาวะที่แปลกประหลาดนี้ออก

“สถานที่นี้แออัดมากขึ้นทุกที  คราวก่อนที่ข้ามายังไม่มีร้านรวงมากขนาดนี้”  ลินลี่ย์หัวเราะอย่างเยือกเย็น

“ครั้งสุดท้ายที่เจ้ามานั้นผ่านมาสองปีแล้ว”  เดเลียกล่าว

“สองปี? นั่นแค่เวลาสั้นๆ เอง” ความคิดในปัจจุบันของลินลี่ย์เริ่มเปลี่ยนไป

“ใช่แล้วเมื่อไหร่เจ้าจะสร้างพิภพศักดิ์สิทธิ์ด้วยตนเองเล่า?”  เดเลียถามด้วยความสงสัย “ครั้งสุดท้ายปู่เบรุตบอกว่ากระบวนการสร้างพิภพศักดิ์สิทธิ์จะเกี่ยวข้องกับการรวมพลังจิตวิญญาณของเจ้ากับพิภพที่เจ้ากำลังสร้าง  เจ้าจะได้รับรู้กฎธรรมชาติชัดมากขึ้น เจ้าจะได้รับความรู้สึกที่ชัดเจนซึ่งจะเป็นประโยชน์ทำให้พลังของเจ้าเพิ่มขึ้น ตอนนี้เจ้าติดอยู่ที่คอขวดไม่ใช่หรือ? ทำไมไม่ลองทำดูเล่า?”

มหาเทพทุกคนมีพลังพอจะสร้างพิภพศักดิ์สิทธิ์ของตนเอง

เมื่อทำได้ไม่นานพวกเขาจะได้รับความรู้แจ้งภายในของกฎแห่งธาตุ

ตัวอย่างเช่นมหาเทพธาตุน้ำผู้สร้างพิภพศักดิ์สิทธิ์ย่อมลงเอยด้วยการสร้างพิภพศักดิ์สิทธิ์ธาตุน้ำ!  ระหว่างกระบวนการสร้างพวกเขาจะได้รับความรู้แจ้งของกฎธาตุน้ำที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพิภพ  นี้ การสร้างพิภพครั้งเดียว หรือสร้างเป็นร้อยครั้งจะเกี่ยวข้องกับส่วนของกฎธรรมชาติที่เหมือนกันแน่นอนจะไม่มีความแตกต่างกัน นอกจากนี้การสร้างพิภพศักดิ์สิทธิ์ต้องสิ้นเปลืองพลังจิตพลังเทพและเวลาเป็นอันมาก

ดังนั้นพูดโดยทั่วไปมหาเทพจะสร้างเพียงพิภพเดียว

“การสร้างพิภพศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้สำเร็จในเวลาปีหรือสองปีด้วยประสบการณ์ของปู่เบรุต ยังต้องใช้เวลาเกือบสองพันปี”  ลินลี่ย์กล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

พิภพมีขนาดกว้างใหญ่เกินไป

แม้แต่มหาเทพจำเป็นต้องใช้เวลาเป็นอันมากในการสร้าง

เบรุตสร้างไว้หนึ่งพิภพแล้วแต่บลูไฟร์ไม่ได้สร้าง นี่เป็นเพราะบลูไฟร์เป็นเทพพารากอนอยู่แล้ว  เขามีความเข้าใจเคล็ดลึกลับของกฎธาตุไฟ  ต่อให้เขาสร้างพิภพศักดิ์สิทธิ์  เขาคงไม่ได้รับประโยชน์มากนัก

“พันปีนับเป็นเวลายาวนานแน่นอน”  เดเลียพยักหน้า “อย่างนั้นเจ้าตั้งใจจะสร้างพิภพศักดิ์สิทธิ์เมื่อใด?”

“ในอีกไม่ช้า หลังจากเตรียมการบางอย่าง”  ลินลี่ย์พูดพลางหัวเราะ  “ก็เหมือนกับปู่เบรุต  ข้าจะสร้างพิภพแห่งหนึ่งใกล้พิภพยูลาน”

ขณะที่คุยกันลินลี่ย์และเดเลียมาถึงลานกว้างของวิหารใหญ่เมืองบาลุคซิตี้  หน้าลานใหญ่เป็นวิหารใหญ่เส้นรอบวงหมื่นเมตรและตอนนี้เต็มไปด้วยฝูงชนยืนแออัดอยู่ที่นั่น ที่ข้างหน้าลานกว้างเป็นที่ยืนของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งทวีปบลัดดรากอนสำหรับให้โอวาท

“ในนามของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ลินลี่ย์...”

เสียงดังกึกก้องในท้องฟ้าเหนือวิหาร  และในทันใดนั้นในลานกว้างข้างหน้าช่องทางเดินเงียบเสียงลงทันทีสายตาที่เทิดทูนนับไม่ถ้วนจ้องมองมาที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

“พลังที่มีเสน่ห์ของศาสนาน่าอัศจรรย์จริงๆ”  ลินลี่ย์เองไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

ก่อนนี้เขาสร้างทวีปบลัดดรากอนและย้ายเกาะน้อยใหญ่หลายเกาะเข้ามารวมกัน  หลังจากนั้นเขาก็ให้ลูกหลานของตระกูลบาลุคของเขารับผิดชอบทุกอย่างนี่คือสิ่งที่เรียกว่าศาสนจักร? ทั้งหมดพัฒนาขึ้นมาโดยลูกหลานของตระกูลบาลุค อย่างไรก็ตาม...ลินลี่ย์มีคุณสมบัติได้พอได้รับการเทิดทูนบูชาอย่างนี้

ที่สำคัญลินลี่ย์เทียบได้กับประมุขมหาเทพ

นอกจากนี้การเผยแผ่ศาสนาองเขาเป็นเรื่องง่ายมาก เพราะเรื่องอย่างการสร้างทวีปในสายตาของปุถุชนคนธรรมดาเป็นเรื่องเหลือเชื่อ  เป็นเหตุมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ ความจริงแล้วยังน่ากลัวยิ่งกว่าปาฏิหาริย์แสงทิพย์ที่ศาสนจักรเจิดจรัสเคยทำได้ในอดีต

“ลินลี่ย์, เทศกาลบลัดดรากอนกำลังจะถึงจุดสำคัญที่สุดของงานแล้ว”  เดเลียหัวเราะ

“ก็เหมือนครั้งก่อน!  ช่วงระหว่างเทศกาลบลัดดรากอนแต่ละครั้งที่นี่ทวีปบลัดดรากอน เราจะเลือกยอดฝีมือหัวดีร้อยคนส่งไปยังทวีปยูลาน ยอดฝีมือร้อยคนเหล่านี้จะร่วมกับยอดฝีมือรุ่นก่อนและร่วมฝึกฝนกับองครักษ์เทพแห่งแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของปราสาทเลือดมังกร!” บุรุษไว้เคราสวมเกราะคนหนึ่งผู้ยืนอยู่ข้างจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์พูดขึ้นด้วยเสียงดังฟังชัด“บัดนี้, การแข่งขันคัดเลือก เริ่มต้นขึ้นแล้ว!”

เมื่อเห็นเช่นนี้ลินลี่ย์อดหัวเราะอย่างขัดเขินมิได้

“เทย์เลอร์เป็นคนคิดเรื่องนี้ขึ้นมา”  เดเลียหัวเราะเช่นกัน

ปราสาทเลือดมังกรเป็นสถานที่พำนักของลินลี่ย์  ในที่นั้นมีเทพชั้นสูง เทพแท้และเทียมเทพหลายคนเป็นสถานที่ซึ่งมีเทพมากที่สุดในทวีปยูลาน แม้แต่ทหารประจำปราสาทเลือดมังกรก็เป็นที่รู้จักกันว่าทหารเทพ  ถ้าท่านต้องการเข้าร่วมเป็นทหารเทพท่านต้องเข้าร่วมการแข่งขันที่น่าคลั่งไคล้นี้ ที่สำคัญ ถ้าใครมีโอกาสมีปฏิสัมพันธ์กับเทพ  เขาอาจได้รับประโยชน์หรือได้รับการสั่งสอนก็ได้

บางครั้งก็เป็นสมบัติเทพ  บางครั้งก็เป็นประกายเทพหรือมุกวิญญาณทองที่ปล่อยออกมาจากปราสาทเลือดมังกร

ปราสาทเลือดมังกรเป็นสถานที่ดึงดูดความสนใจมากกว่าสถาบันไหนๆเสียอีก

“กระบวนการคัดเลือกทหารเทพเข้มงวดมากกว่ากระบวนการคัดเลือกนักเรียนของอดีตสถาบันเอินส์เสียอีก”  ลินลี่ย์ถอนหายใจ  “ตอนนั้น เราถูกส่งไปที่สถาบันชุดละร้อยคน  แม้ว่ากระบวนการคัดเลือกนี้จะมีผู้สมัครเป็นร้อยแต่ทุกคนจำเป็นต้องรวมกันอยู่ในทวีปยูลานและใช้เวลาหลายสิบปีในการฝึกฝนและมีกระบวนการคัดออก..”

ต้องเข้าใจว่าสมาชิกของทหารเทพแห่งปราสาทเลือดมังกรจะมีการเปลี่ยนทุกร้อยปี อย่างไรก็ตามผู้สมัครจะได้รับคัดเลือกทุกปี  ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างพยายามคว้าโอกาสนี้ให้ได้

“ความจริงไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนทหารเทพเลยแม้แต่น้อย”  เดเลียพูดพลางถอนหายใจ“สมาชิกของทหารเทพทุกคนเป็นยอดฝีมือระดับเก้า มีอายุขัยเกือบห้าร้อยปี  พวกเขาสามารถเป็นทหารได้นานถึงสองถึงสามร้อยปี”

“การเข้าร่วมเป็นทหารเทพที่สำคัญเป็นหนทางไวที่สุดในการกลายเป็นเซียน”  ลินลี่ย์พูดพลางหัวเราะอย่างเยือกเย็น  “คนกลุ่มนั้นใช้ชีวิตอยู่ภายในปราสาทเลือดมังกรที่เทพสร้างขึ้น แม้ว่าจะมีหลายคนกลายเป็นเทพโดยใช้ประกายเทพ เนื่องจากความเข้าใจที่พวกเขามีเกี่ยวกับเคล็ดความรู้ลึกลับ  ถ้าพวกเขาได้รับการชี้แนะแค่เพียงเล็กน้อย  สมาชิกของทหารเทพเหล่านั้นอาจจะกลายเป็นเซียนได้”

“เอ๊ะ?” ลินลี่ย์เลิกคิ้ว

“มีอะไร?” เดเลียถามด้วยความสงสัย

“มีบางคนเดินทางมาทวีปยูลาน”  ลินลี่ย์หัวเราะ  “เป็นพวกเราเอง”

ในดินแดนขั้วโลกเหนือทวีปยูลาน  วงเวทเทเลพอร์ตบนภูเขาน้ำแข็ง

มีแสงสว่างเรืองรองและร่างของคนสี่คนค่อยๆปรากฏชัดขึ้น

“คารวะใต้เท้าทั้งสี่”  ผู้ดูแลทางเข้าพิภพในปัจจุบันเป็นสตรีผมทอง

“อืม” ผู้นำของคนทั้งสี่ชำเลืองมองดูนาง “ไปกันเถอะ”

คนทั้งสี่บินขึ้นไปในท้องฟ้ามุ่งหน้าไปทางใต้

“พี่ใหญ่! ท่านคิดว่าคำพูดของประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างเป็นจริงหรือเท็จ?” สุภาพสตรีคนเดียวของกลุ่มคนทั้งสี่มีผมยาวสีแดงเพลิงพูดขึ้น  นางคือประมุขเผ่าหงส์เพลิงหนึ่งในสี่ตระกูลอสูรศักดิ์สิทธิ์

“พิจารณาจากสถานะของประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างเขาจะหลอกลวงเราได้อย่างไร?” ประมุขเผ่าพยัคฆ์เขาหัวเราะขณะกล่าว

“ไม่ใช่อย่างนั้นเพียงแต่ข้า..ยังไม่ปักใจเชื่อ” ประมุขเผ่าหงส์เพลิงรีบกล่าว

“ไม่ใช่แค่เจ้าเท่านั้นแม้แต่ข้าเองยังพบว่ายากจะเชื่อถือ” กัซลีสันถอนหายใจ “แต่ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างคงจะไม่โกหกแน่  แต่..ลินลี่ย์, มหาเทพ?  ข่าวนี้.มันเกินไป..”

“พูดกันพอแล้ว ไม่ว่าเขาจะเป็นมหาเทพหรือไม่ อีกไม่นานเราคงรู้กัน”  เสียงทุ้มของประมุขเผ่าพญาเต่าดำดังขึ้น

“ท่านส่งสำนึกเทพตรวจพบลินลี่ย์เจอบ้างไหม?”  ประมุขเผ่าหงส์เพลิงกล่าวด้วยความสงสัย  “ข้าตรวจดูทั้งสามทวีปแต่ไม่พบร่องรอยของลินลี่ย์เลย อย่างไรก็ตามข้าพบครอบครัวและสหายของเขาอยู่หลายคน”

“ข้าก็ตรวจหาเขาไม่เจอเหมือนกัน..เป็นไปได้หรือว่าลินลี่ย์จะกลายเป็นมหาเทพจริงๆ?” กัซลีสันและประมุขอีกสามคนมองหน้ากัน แต่ก็ยังสับสน

ที่สำคัญข่าวนี้ประหลาดเกินไปมิฉะนั้นประมุขเผ่าทั้งสี่คงไม่รีบร้อนเดินทางมายังพิภพยูลานเป็นแน่

ประมุขสี่เผ่าตระกูลเดินทางมาอย่างรวดเร็ว  และในไม่ช้าพวกเขาก็เข้ามาในเขตแดนทวีปยูลาน

“มียอดฝีมือหลายคนอยู่ในปราสาทข้างหน้าและเป็นลูกหลานเผ่าข้าอยู่หลายคน นั่นควรจะเป็นปราสาทเลือดมังกร” กัซลีสันกล่าว และจากนั้นทั้งสี่กลายเป็นร่างเลือนรางมุ่งสู่ปราสาทเลือดมังกร

(เฉพาะชื่อทวีปชื่อเฉพาะผมจะแปลทับศัพท์ครับ)

จบบทที่ ตอนที่ 21-7 ทวีปบลัดดรากอน

คัดลอกลิงก์แล้ว