เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21-6 มอบความไว้วางใจ

ตอนที่ 21-6 มอบความไว้วางใจ

ตอนที่ 21-6 มอบความไว้วางใจ


ชั้นที่สิบแปดสุสานเทพเจ้า สว่างเรืองแสงอีกครั้ง  ตอนนี้ลินลี่ย์ลืมตาขึ้นแล้ว

เมื่อเห็นว่าลินลี่ย์หลอมรวมประกายมหาเทพเสร็จแล้วเบรุต บลูไฟร์และบีบีอดยิ้มเต็มหน้าไม่ได้

“ลินลี่ย์!  เจ้ารู้สึกยังไงบ้าง?”  เบรุตถาม ค่อนข้างกระวนกระวาย

เบรุตไม่เคยรู้สึกกระวนกระวายมากไม่เคยมีสักครั้งในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา!  แต่บัดนี้..เขากระวนกระวายอย่างแท้จริง! จะเป็นอย่างไรถ้าลินลี่ย์หลังจากหลอมรวมประกายมหาเทพสองชิ้นแล้วจะไม่ทรงพลังเหมือนอย่างที่เขาคิด?  นี่จะส่งผลว่าเขาเบรุตจะสามารถออกไปจากพิภพยูลานอย่างเปิดเผยในอนาคตได้หรือไม่  เขาสามารถท่องเที่ยวไปในพิภพชั้นสูงและโลกธาตุศักดิ์สิทธิ์ได้!

“ข้ารู้สึก..” ใบหน้าของลินลี่ย์มีรอยยิ้ม “ไม่เลวเลย!”

“ไม่เลวเลยหรือ?”  เบรุตบลูไฟร์และบีบีจ้องมองลินลี่ย์กันทุกคนด้วยสีหน้าประหลาดใจ  คำว่าไม่เลวของลินลี่ย์มีพลังระดับใดกันแน่?

“พี่ใหญ่!  ท่านทรงพลังระดับประมุขมหาเทพได้หรือยัง?”  บีบีถามทันที

“หือ...?” ลินลี่ย์ลังเลเล็กน้อย

“ปู่เบรุต! ท่านรู้ความแตกต่างระหว่างพลังของมหาเทพน้อยและมหาเทพกลาง,ประมุขมหาเทพว่ามีเท่าใดไหม?” ลินลี่ย์ถาม  เมื่อไม่เข้าใจชัดว่าแต่ละระดับทรงพลังมากเพียงไหน ลินลี่ย์ก็ไม่สามารถประเมินระดับพลังของตนเองได้ถูกต้อง

เบรุตรีบอธิบายทันที  “ลินลี่ย์! มีความแตกต่างในเรื่องระดับพลังของมหาเทพอย่างมากมาย!  ตัวอย่างเช่นมหาเทพน้อยที่เป็นพารากอนด้วยเมื่อเทียบกับมหาเทพกลางผู้หลอมรวมเคล็ดลึกลับได้ห้าเคล็ดจะอ่อนแอกว่าเล็กน้อย  แต่พวกเขาจะมีระดับใกล้เคียงกันมาก! ตัวอย่างที่คล้ายกันมหาเทพชั้นกลางที่เป็นพารากอนจะมีพลังที่แทบจะไล่เลี่ยกับประมุขมหาเทพผู้หลอมรวมได้ห้าเคล็ด  แต่แน่นอนว่าเขายังอ่อนแอกว่าเล็กน้อย นี่ยังไม่นับรวมอาวุธและทักษะเทพธรรมชาติเข้าไปด้วย”

“ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว!”  ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

มหาเทพน้อยที่เป็นพารากอนเมื่อเทียบกับมหาเทพกลางผู้หลอมรวมได้ห้าเคล็ด

ในแง่เคล็ดลึกลับมหาเทพน้อยที่เป็นพารากอนจะมีพลังมากกว่ามหาเทพกลางถึงสิบเท่า แต่แม้กระนั้นพวกเขาไม่ยังไม่เหนือกว่ามหาเทพกลาง  นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของพลังปณิธานที่มากกว่าถึงสิบเท่า

นอกจากนี้เท่าที่ผ่านมามหาเทพน้อยที่เป็นพารากอนไม่ใช่แค่ครองพลังปณิธานของมหาเทพเท่านั้น  พวกเขามีพลังของปณิธานซึ่งเอกภพมอบให้พวกเขาเมื่อพวกเขากลายเป็นเทพพารากอน เพียงแต่พลังปณิธานของพวกเขาจะอ่อนแอมากกว่าพลังปณิธานของมหาเทพชั้นกลางหลายเท่า

จากนั้น...

มหาเทพน้อยธรรมดาเมื่อเทียบกับมหาเทพกลางน่าจะมีปริมาณพลังปณิธานเพียงหนึ่งในร้อยของประกายเทพของเขา

“พูดตามเหตุผล” เบรุตหัวเราะ  “ลินลี่ย์!  ในเมื่อเจ้ามีพลังของปณิธานจากวิญญาณกลายสภาพสี่สายธาตุอยู่แล้วและตอนนี้เจ้าหลอมรวมประกายมหาเทพสองชนิดแล้ว พลังของปณิธานของเจ้าน่าจะมีระดับพลังที่สูงขึ้น ตอนนี้เจ้าควรจะมีพลังปณิธานที่เทียบได้กับมหาเทพระดับกลาง”

บลูไฟร์มองดูลินลี่ย์อย่างสงสัย  “ลินลี่ย์!  เจ้าเป็นเทพวิญญาณกลายสภาพ  หลังจากหลอมรวมประกายมหาเทพสองชนิดแล้ว ปณิธานภายในประกายมหาเทพสามารถหลอมรวมด้วยกันได้ใช่ไหม?”

“ไม่” ลินลี่ย์ส่ายศีรษะ “พลังของปณิธานของมหาเทพเกือบทั้งหมดอยู่ภายในประกายเทพ  จะเอามาหลอมรวมกันได้อย่างไร?”

“ปู่เบรุตคาดการณ์ได้ถูก”  ลินลี่ย์พยักหน้า  “หลังจากหลอมรวมประกายมหาเทพธาตุน้ำแล้ว วิญญาณทั้งห้าของข้าได้รับพลังปณิธานเพิ่มอีกครั้ง!  ตามการคาดคำนวณของข้า ในแง่พลังปณิธานอย่างเดียวข้าเทียบได้กับมหาเทพระดับกลาง”

“แต่เจ้ายังหลอมรวมพลังมหาเทพได้”  เบรุตหัวเราะ

“ถูกแล้วพลังมหาเทพสองรูปแบบสามารถหลอมรวมกันได้”

ลินลี่ย์รู้สึกได้ถึงกระแสพลังมหาเทพสีเขียวเข้มที่ไหลโคจรอยู่รอบตัวเขา  เขาพยักหน้า “พลังมหาเทพหลอมรวมนี้ในแง่ของพลังน่าจะมากกว่าพลังของมหาเทพธรรมดาถึงสิบเท่า  ในแง่ของพลังปณิธานและพลังของมหาเทพ  ข้าควรจะเทียบได้กับมหาเทพระดับกลาง!”

ถ้าเป็นคนอื่นแม้ว่าเขาอาจจะมีร่างแยกมหาเทพได้สองร่าง นั่นหมายความว่าเขามีร่างมหาเทพเพิ่ม และวิญญาณแต่ละสายธาตุก็เพิ่มด้วย แต่จะเพิ่มต่างหากจากกันเฉพาะในพลังปณิธานเท่านั้น

แต่ลินลี่ย์ไม่ใช่แค่รับพลังเพิ่มเฉพาะในปณิธานเท่านั้น  พลังมหาเทพของเขาก็สามารถหลอมรวมกันได้!

“และเจ้ายังมีสมบัติจอมเทพ!”  บลูไฟร์ยิ้ม  “ด้วยสมบัติจอมเทพนี้,เจ้าน่าจะเทียบได้กับประมุขมหาเทพธรรมดาทั้งหก!”

ลินลี่ย์รู้ว่าหกคนนั้นหมายถึงประมุขมหาเทพคนไหน,ในบรรดาประมุขมหาเทพทั้งสิบเอ็ดคน มีเพียงห้าคนที่ได้รับสมบัติจอมเทพ

ชั้นที่สิบแปดของสุสานเทพเจ้า

“ควั่บ”

สายลมพัดแผ่วเบาเบรุตโบกแขนอย่างอารมณ์ดี  ทันใดนั้นมีเสียงครืดดกระเบื้องสีฟ้าทั้งหลายเคลื่อนที่และแท่นที่เก็บศพของพญามังกรฟ้ายุบลงอีกครั้งหนึ่ง  ขณะเดียวกันโต๊ะและเก้าอี้หินสี่ตัวปรากฏขึ้นบนพื้นศิลาสีฟ้าเช่นกัน

“ทุกคน!  มานั่งสนทนากันเถอะ”  เบรุตหัวเราะเบาๆ ขณะที่เขานำทุกคนนั่งลง  ขณะเดียวกันเขาเอาเหล้าชั้นดีและอาหารออกมาจากแหวนมิติเก็บของ  “หมื่นปีมานี้ข้าไม่เคยมีความสุขเท่ากับวันนี้เลย ฮ่าฮ่า.. ข้าไม่เคยแม้แต่จะคิด...ว่าคนที่จะนำข้าออกไปจากสถานการณ์เช่นนี้จะเป็นคนที่มาจากอาณาจักรเฟนไล  ในพริบตาเดียวนักเรียนจากสถาบันจอมเวทก็จะกลายเป็นบุคคลเทียบได้กับประมุขมหาเทพ”

“ข้าก็อัศจรรย์ใจเช่กัน?”  บีบีพูดอย่างร่าเริง “ข้าจำได้ทันทีว่าการได้อยู่และติดตามพี่ใหญ่ยอดเยี่ยมขนาดไหน”

“จำได้ทันทีหรือ?”  ลินลี่ย์พูดพร้อมกับยิ้ม  “ตอนนั้นข้าใช้เหยื่อล่อเจ้าใช้ทั้งกระต่ายปิ้งและน่องไก่..”

บีบีประหลาดใจ

“ฮ่าฮ่า..” บลูไฟร์เมื่อเห็นสีหน้าของบีบีอดหัวเราะไม่ได้ พลางดื่มเหล้าในมือของเขา

“มาเถอะลินลี่ย์ ดื่มฉลองกัน  ในอนาคตไม่ว่าบลูไฟร์และข้าจะสามารถออกจากพิภพยูลานได้โดยไม่ต้องกลัวอะไรได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”  เบรุตหัวเราะ

ลินลี่ย์ดื่มเหล้าในแก้วของเขาเช่นกัน  “ไม่ต้องห่วง, ปู่เบรุต ไม่ว่ายังไงนี่ก็เป็นเรื่องสมควรที่ข้าจะต้องทำอยู่แล้ว  ท่านมอบประกายมหาเทพสองชิ้นให้ข้า ในที่สุดท่านก็ปลดเปลื้องปัญหายากลำบากออกไปจากตนเองได้อย่างหนึ่ง  ข้าก็ต้องขอบคุณท่าน”  ลินลี่ย์พูดด้วยความจริงใจ

เบรุตหัวเราะจากนั้นส่ายศีรษะ “ฮ่าฮ่า, เจ้าถ่อมตัวเกินไป ข้าคงจะต้องไปหารับเลือกคนที่จะเป็นมหาเทพอีกเสียแล้ว!”

“และเป็นไปได้หรือว่าข้าจะหายอดฝีมือที่มีพลังวิญญาณกลายสภาพสี่สายธาตุได้ที่ไหนอีก?  นี่ไม่มีอะไรที่ข้าทำได้แล้ว  ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว เดิมทีบลูไฟร์กับข้าก็ให้ความสนใจเจ้าอย่างต่อเนื่องแล้ว  แต่เมื่อการกลายสภาพของวิญญาณยังทำให้เจ้ามีชีวิตรอดอยู่ได้  ตอนแรกเราคิดว่าเจ้าจะไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ ใครจะคิดกันเล่าว่าเจ้าสามารถรอดพ้นจากอันตรายและสามารถรอดชีวิตกลับมาได้?เจ้าเอาชีวิตรอดจากความตายได้หวุดหวิด”  เบรุตถอนหายใจชื่นชม

ลินลี่ย์ไม่ได้พูดขัดอีกต่อไป  เขาแค่หัวเราะอย่างมีความสุขกับคนที่อยู่รอบๆเขา

“อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจเคล็ดลึกลับในกฎธาตุของข้ายังนับว่าต่ำมาก”  ลินลี่ย์พูดพลางขมวดคิ้ว

ในแง่ของเคล็ดลึกลับยังคงหลอมรวมได้สี่เคล็ดมหาเทพอื่นหลอมรวมได้อย่างน้อยห้าเคล็ด

“ไม่ต้องรีบร้อน”  บลูไฟร์ที่อยู่ใกล้หัวเราะอย่างเยือกเย็น  “ลินลี่ย์! เนื่องจากระดับพรสวรรค์ของเจ้าและความจริงที่ว่าเจ้าหลอมรวมเคล็ดลึกลับสี่เคล็ดในช่วงเวลาไม่กี่พันปีนี้เองและด้วยพลังงานศรัทธาที่มีมากมหาศาล ข้าคิดว่าในช่วงเวลาสั้นๆ เจ้าจะมีระดับความรู้แจ้งที่สูงส่ง  อย่างไรก็ตาม ลินลี่ย์ข้าขอเตือนเจ้าบางอย่าง  ข้าขอแนะนำให้เจ้าพัฒนาพลังโจมตีวัตถุ”

“ทำไมท่านถึงพูดอย่างนั้น...?”  ลินลี่ย์ค่อนข้างสงสัย

“ร่างของเจ้าแข็งแกร่งมาก”  บลูไฟร์ถอนหายใจ “ข้าได้ยินมาจากเบรุตว่าร่างของเจ้าตอนนี้เทียบได้กับสมบัติมหาเทพ!  เจ้าต้องเข้าใจว่าแม้แต่บรรดามหาเทพทั้งหมดจำนวนมหาเทพที่มีความสามารถระดับนี้สามารถนับได้ด้วยมือข้างเดียวเท่านั้น”

“โอว?” ลินลี่ย์ค่อนข้างประหลาดใจ “เป็นเรื่องยากมากที่มหาเทพจะเสริมพลังร่างกายได้หรือ?  เท่าที่ข้ารู้ บรรพบุรุษของตระกูลมังกรฟ้าเรามหาเทพมังกรฟ้าก็มีร่างกายแข็งแกร่งพอๆ กับสมบัติมหาเทพ”

บลูไฟร์แค่นเสียง  “มหาเทพมังกรฟ้า? เจ้าคิดว่ามหาเทพธรรมดาจะเอาไปเทียบได้กับสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่มีทักษะธรรมชาติผิดธรรมดาหรือ?”

ลินลี่ย์ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

สี่อสูรศักดิ์สิทธิ์...มีทักษะธรรมชาติที่ไม่ธรรมดางั้นหรือ?

แต่คำพูดของบลูไฟร์ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด  ไม่เพียงแต่สี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ทุกตนมีทักษะเทพธรรมชาติที่ไม่ธรรมดา พวกเขายังสามารถหลอมรวมทักษะเทพธรรมชาติให้เป็นหนึ่งนี่เป็นความสามารถที่ไม่ธรรมดามาก

“ลินลี่ย์, จงมองดูข้า  ข้าก็เป็นมหาเทพผู้หนึ่งเช่นกัน  อย่างไรก็ตาม ข้าสามารถใช้พลังมหาเทพให้ปรากฏที่ร่างข้า  แต่ข้าไม่สามารถเสริมพลังให้ร่างกายได้”  บลูไฟร์ส่ายศีรษะ “สำหรับร่างของข้าแข็งแกร่งเท่ากับสมบัติมหาเทพไหมเล่า? นั่นเป็นสิ่งเหลือเชื่อแล้วที่พวกท่านมีมาตั้งแต่เกิด  ตัวอย่างเช่น สี่อสูรศักดิ์สิทธิ์, เบรุต,ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้าง หรือประมุขมหาเทพวิถีมรณะนั่นเป็นความจริงที่ใช้ได้กับพวกเขาทั้งหมด

บีบีที่อยู่ใกล้ๆร้องขึ้นอย่างประหลาดใจ “ประมุขมหาเทพวิถีมรณะและวิถีทำลายล้างไม่ใช่มนุษย์หรือ?”

“พวกเขาไม่ใช่มนุษย์”  เบรุตพยักหน้า “ประมุขมหาเทพวิถีมรณะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาในยุคแรกที่ยมโลกก่อกำเนิด  เมื่อยมโลกถูกสร้างทีแรกทวีปของยมโลกไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ภายใน แต่ลึกลงไปในทะเลบาดาลกว้างไกลไม่มีที่สุดสิ่งมีชีวิตแรกถือกำเนิดเป็นประเภทพฤกษา!  นั่นคือร่างแท้จริงของประมุขมหาเทพวิถีมรณะ”

“พฤกษา? เป็นพฤกษาชนิดไหน?”  ลินลี่ย์สงสัยเล็กน้อย

“นั่นไม่ค่อยชัดเจนนัก”  เบรุตส่ายศีรษะ “ไม่มีใครสามารถบังคับให้ประมุขมหาเทพวิถีมรณะแสดงร่างที่แท้จริงของนางได้  เป็นที่รู้กันดีว่า ‘ต้นผลสิ้นหวัง’ ที่มีชีวิตอยู่ในภูเขาสิ้นหวังเป็นผลต้นไม้ที่มาจากส่วนหนึ่งของประมุขมหาเทพวิถีมรณะ

“โอว?” ลินลี่ย์เข้าใจทันที

ทันใดนั้นลินลี่ย์นึกย้อนไปถึงลวดลายที่ปรากฏอยู่บนชุดยาวของประมุขมหาเทพวิถีมรณะ กิ่งก้านและเถาเหล่านั้นและอสรพิษเงินที่ขดพันรอบ  “ต้นผลสิ้นหวังและประมุขมหาเทพเทพวิถีมรณะเป็นต้นไม้ทั้งคู่! สำหรับอสรพิษทองและเงินขนาดใหญ่ทั้งสองคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ทั้งสองนั้น”

“มีขีดจำกัดที่พลังมหาเทพสามารถช่วยเสริมพลังให้เทพ”  บลูไฟร์หัวเราะอย่างเยือกเย็น

“พลังมหาเทพที่ข้าหลอมรวมไม่สามารถเสริมพลังให้ร่างกายข้าได้อีก”  ลินลี่ย์พูดพลางขมวดคิ้ว

เมื่อเขาหลอมรวมพลังเทพชั้นสูงสี่สายธาตุและสร้างพลังเทพที่เขาหลอมรวม  เขาสามารถเสริมพลังให้ร่างกายของเขาได้มากมายและยังเสริมพลังให้สมบัติเทพของเขาและอาวุธประกายเทพ!  แต่พลังมหาเทพหลอมรวมของเขาในแง่การเสริมพลังและผลที่ได้ยังด้อยกว่าพลังเทพหลอมรวมสี่สายธาตุ

ต้องเข้าใจก่อนว่าพลังของพลังเทพหลอมรวมสี่สายธาตุมีพลังมากกว่าพลังมหาเทพธรรมดาสิบเท่า

ขณะที่พลังมหาเทพหลอมรวมของลินลี่ย์มีพลังมากกว่าพลังมหาเทพธรรมดาสิบเท่า เทียบกับพลังเทพหลอมรวมสี่สายธาตุของเขาก่อนนั้นถือว่าไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก!  แม้ว่าในแง่พลังโจมตี ก็ยังแทบไม่มีความแตกต่าง ในแง่ผลกระทบพิเศษยังด้อยกว่าพลังเทพหลอมรวมของเขา

“ดูเหมือนว่าการหาความสมดุลเป็นเรื่องสำคัญ  พลังงานของร่างทั้งสี่ของข้ายังไม่สมดุล”  ลินลี่ย์สามารถคาดการณ์ถึงสาเหตุได้

“ลินลี่ย์!  ร่างของเจ้าแข็งแกร่งพอๆกับเบรุตและสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ เจ้าต้องใช้ให้เป็นประโยชน์” บลูไฟร์พูดจริงจัง “ถ้าเจ้าพัฒนาพลังโจมตีวัตถุ อย่างนั้นแม้ด้วยระดับปัจจุบันของเจ้า เจ้าก็อาจเทียบได้กับประมุขมหาเทพธรรมดา”

“อย่างไรก็ตาม...ข้ายังไม่ใช่คู่ต่อกรประมุขมหาเทพแห่งแสงในตอนนี้”  ลินลี่ย์ส่ายศีรษะ

ประมุขมหาเทพแห่งแสงมีสมบัติจอมเทพเช่นกัน!

“ไม่ต้องรีบร้อน  ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป”  เบรุตหัวเราะอย่างเยือกเย็น  “เจ้าเป็นเทพวิญญาณกลายสภาพ เมื่อเจ้าหลอมรวมเคล็ดลึกลับทั้งสี่จากกฎธาตุที่ต่างกัน  พลังก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่ามากกว่าเมื่อเวลาเจ้าหลอมรวมเคล็ดลึกลับทั้งหกในธาตุเดียวกันเสียอีก  ถึงตอนนั้นเจ้าย่อมเหนือกว่าประมุขมหาเทพแห่งแสง ออกุสตาแน่นอน”

ศักยภาพของลินลี่ย์ในแง่พลังกฎธาตุ ยังสูงมากกว่ามหาเทพธรรมดา

แสงจันทร์เหมือนกับน้ำฉายลงมาพื้นโลกไม่มีที่สิ้นสุด

ภายในปราสาทเลือดมังกร

ลินลี่ย์และเดเลียนอนประคองกอดอยู่บนเตียงนี่เป็นคืนที่สามหลังจากลินลี่ย์กลายเป็นมหาเทพ วันก่อนที่ลินลี่ย์กลับมายังปราสาทเลือดมังกรและอธิบายเรื่องทุกอย่างให้เดเลีย  เดเลียถึงกับตะลึง  นางไม่เคยนึกคิดมาก่อน..ว่าลินลี่ย์จะมาถึงระดับนี้ได้

แค่อาศัยอาวุธจอมเทพของเขา ลินลี่ย์ในตอนนี้เทียบได้กับประมุขมหาเทพคนหนึ่ง

ถ้าเขาสามารถได้รับการรู้แจ้งเคล็ดลึกลับมากขึ้น  เขาย่อมมีโอกาสเอาชนะประมุขมหาเทพแห่งแสงได้

“ลินลี่ย์!  เจ้ากลายเป็นมหาเทพแล้วข้ารู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน” เดเลียแอบอิงอยู่บนอกลินลี่ย์และพูดอ่อนโยน  สายตาของนางมองผ่านหน้าต่างออกไปข้างนอก

“มหาเทพ..น่าเสียดายจริงๆ,ข้าไม่สามารถทำให้ปู่เดลินกลับมามีชีวิตได้อีก” ลินลี่ย์ถอนหายใจรำพึง

เดเลียหันไปมองลินลี่ย์และยิ้มให้กำลังใจ “ถ้าปู่เดลินยังมีชีวิต เขาคงจะมีความสุขมากที่ได้เห็นเจ้า  นอกจากนี้..เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา... ปู่เดลินก็มีชีวิตยืนยาวนานแล้ว อย่าเสียใจไปเลย”

“ช่างเถอะ ไม่ต้องพูดเรื่องนี้กันอีกแล้ว”  ลินลี่ย์ส่ายศีรษะ

“ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีแล้วในตอนนี้”  เดเลียยิ้ม “จะไม่มีมรสุมโลหิตใดๆ มากขึ้นไปกว่านี้แล้ว  เจ้าคงไม่ต้องออกจากพิภพยูลาน  แค่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ  เราจะดูพระอาทิตย์ขึ้นดูอาทิตย์อัสดงค์สักพันปี หมื่นปี!”

เมื่อได้เช่นนี้ลินลี่ย์อดดึงเดเลียเข้ามากอดมิได้

ลินลี่ย์รู้ว่าชีวิตในอนาคตของเขาจะต้องมีความสงบแน่นอน

แต่แน่นอนว่าแม้ในช่วงเวลาที่เงียบสงบ ลินลี่ย์ยังต้องการฝึกฝน  ขณะที่เวลาผ่านไปพลังของเขาเพิ่มมากขึ้นจนถึงจุดที่แทบไล่ตามประมุขมหาเทพแห่งแสงได้ทัน!

“ประมุขมหาเทพแห่งแสง..ข้าต้องเอาชนะและฆ่าเขาให้ได้!  ลินลี่ย์รำพึงกับตนเองเงียบๆ

ที่สำคัญอิสรภาพของมารดาของเขายังอยู่ภายใต้การครอบงำของประมุขมหาเทพแห่งแสง

จบบทที่ ตอนที่ 21-6 มอบความไว้วางใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว