เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20-32 เสี่ยงตายและเหตุแปรเปลี่ยน

ตอนที่ 20-32 เสี่ยงตายและเหตุแปรเปลี่ยน

ตอนที่ 20-32 เสี่ยงตายและเหตุแปรเปลี่ยน


ลินลี่ย์ส่งมอบแหวนมิติเก็บสมบัติของเขาให้และประมุขมหาเทพแห่งแสงค่อนข้างสงสัย “หรือว่าข้าสงสัยไปเองจริงๆ ลินลี่ย์คงจะเอามุกเวิญญาณทั้งเก้าไปยังทวีปยูลานกระมัง?” เมื่อเขาได้ยินลินลี่ย์พูดว่าร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ของลินลี่ย์ไม่ได้อยู่ด้วยและกลับไปยังพิภพยูลาน  ประมุขมหาเทพแห่งแสงรู้สึกไม่ดี

แต่ประมุขมหาเทพแห่งแสงยังคงผูกสัญญาเลือดกับแหวนและตรวจสอบแหวนทั้งสอง  “ไม่มีอะไรอยู่ในนี้จริงๆ!”

“ท่านประมุขมหาเทพ! มุกวิญญาณทั้งเก้าที่ท่านหาอยู่มีอยู่หรือไม่?”  ลินลี่ย์พูดเสียงดังชัดเจน  เขาเงยหน้าขึ้น

“ฮึ่ม..”

หลังจากถอนการผูกสัญญาแล้วประมุขมหาเทพแห่งแสงโยนแหวนทั้งสองให้ลินลี่ย์  ขณะนั้นเองมีพลังงานเริ่มสั่นสะเทือนและม้วนเป็นเกลียวโดยรอบขณะที่มีร่างหนึ่งเริ่มปรากฏชัดขึ้น เห็นได้ชัดว่ามหาเทพอีกตนหนึ่งสร้างร่างพลังงานขึ้น

มหาเทพของแดนนรกกระจายกันอยู่ทุกที่ สำหรับพวกเขาการมาถึงในช่วงเวลาสั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นได้  แต่เนื่องจากว่าสำนึกเทพของพวกเขาครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด  มหาเทพสามารถสร้างร่างพลังงานได้ทุกเมื่อ

“ออกุสตา” ผู้มาใหม่อยู่ในชุดยาวสีเงิน เขาจ้องมองออกุสตาด้วยนัยตาสีม่วง

“สตาร์!”  ประมุขมหาเทพแห่งแสงชำเลืองมองดูเขา

เมื่อเห็นคนผู้นี้ลินลี่ย์รู้สึกใจฟูขึ้น  “มหาเทพสตาร์มิสท์!” ลินลี่ย์เคยเห็นคนผู้นี้มาก่อน นี่เป็นมหาเทพผู้ควบคุมดูแลทะเลสตาร์มิสท์แห่งแดนนรก

“ที่นี่ครึกครื้นดีจริง  แม้แต่เจ้าก็มาด้วยนะ ออกุสตา สตาร์  โบซัน!” เสียงอบอุ่นเป็นกันเองดังขึ้นขณะที่ร่างพลังงานเลือนรางเริ่มชัดเจนกลายเป็นร่างมนุษย์หญิงงามในชุดยาวสีม่วงอ่อน  กลิ่นอายที่เปล่งออกมาจากร่างนางนั้นลินลี่ย์รู้สึกคุ้นเคย

“รัศมีอย่างนี้ดูเหมือนกับรีสเจม”  ลินลี่ย์รำพึงในใจ

“ลินลี่ย์, ไม่ได้พบกันนานเลยนะ  หลังจากเจ้าออกจากเทือกเขาอะเมทิสต์ผ่านไปสองสามพันปีแล้ว แต่เจ้าก็มีผลสำเร็จได้ขนาดนี้” สตรีงามยิ้มให้ขณะที่นางมองลินลี่ย์ ดวงตาของนางแฝงไปด้วยเสน่ห์ประหลาดที่สามารถกระชากวิญญาณผู้คนได้

“ท่านมหาเทพ” ครั้งนี้เมื่อลินลี่ย์คำนับ  เป็นการคำนับอย่างจริงใจและเคารพอย่างแท้จริง  มหาเทพเรดบุดได้ช่วยเหลือเขาไว้มากมายจริงๆ

“ฮ่าฮ่า... มีคนค่อนข้างมากอยู่ที่นี่  พวกเจ้าทุกคนมาที่นี่เพื่อภารกิจจอมเทพใช่ไหม?”  เสียงชัดเจนดังขึ้นและพลังไฟลุกขึ้นในกลางอากาศจากนั้นรวมตัวกลายเป็นคนร่างอ้วน ผมของเขาสีแดงเพลิงและมีไฟลุกลามเลียอยู่รอบตัวเขา  ในกลางหน้าผากของเขา มีตราเพลิงสีทอง

“โอว, มีหลายคนที่มาถึงกันแล้ว”  พลังงานสีดำรวมตัวกันขึ้น

ร่างพลังงานของมหาเทพคนแล้วคนเล่าปรากฏในกลางอากาศ  ลินลี่ย์จำได้แต่เพียงแค่สามหรือสี่คน  เขาไม่รู้จักพวกเขาเป็นส่วนใหญ่

“มหาเทพมากมายนัก” เบรุตมีรอยยิ้มบนใบหน้าขณะที่เขาส่งสำนึกเทพบอกลินลี่ย์  “ลินลี่ย์!  เพราะมีมหาเทพปรากฏอย่างต่อเนื่องนี่อาจไม่เคยพบเห็นอีกเป็นล้านๆ ปี”

“มีมหาเทพหลายคนที่นี่อย่างแน่นอน”  ลินลี่ย์กวาดตามองพวกเขา  ในอากาศเหนือเขา มีมหาเทพมากกว่าสิบห้าคนปรากฏ!

โดยทั่วไป  ควรมีมหาเทพวิถีทำลายล้างเจ็ดคนในแดนนรก  แต่สิบห้าคนที่ปรากฏก็คือ  มหาเทพธาตุไฟ น้ำ แสง และดิน จึงดูมีชีวิตชีวา  ด้วยลักษณะที่น่าเกรงขามของทุกคน  การปรากฏของมหาเทพนั้นมีแรงกดดันบางอย่าง

“ข้ารู้สึกอึดอัด”   บีบีส่งสำนึกเทพบอก

“พยายามอดทนไว้ ”ลินลี่ย์เองไม่สามารถทำอะไรได้

มหาเทพเริ่มพูดคุยกันในหมู่พวกเขา

“ท่านออกุสตา ท่านมีโองการจอมเทพหรือ?”  มหาเทพผู้มีเพลิงทองอยู่ที่หน้าผากรีบกล่าว มหาเทพอื่นต่างก็พากันจ้องมองหัวหน้ามหาเทพแห่งแสง

ประมุขมหาเทพหัวเราะอย่างเยือกเย็น  เขาไม่พยายามปิดบัง  เขาโบกมือกระดาษสีเขียวปรากฏลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเขา “นี่คือโองการจอมเทพ ไม่มีความจำเป็นต้องซ่อนข้อมูลภายใน” ประมุขมหาเทพแห่งแสงให้มหาเทพอื่นได้มองดูกระดาษเขียว “เห็นได้ชัดว่าข่าวที่แพร่กระจายในแดนนรกที่ผ่านมาเป็นความจริง”

กลุ่มมหาเทพลอยตัวนิ่งอยู่ในกลางอากาศพูดคุยกันในหมู่พวกเขากันเอง

ภารกิจจอมเทพ! แม้ว่ามหาเทพบางคนจะไม่กล้าฝันว่าจะได้แข่งขัน  แต่คนอื่นก็ต้องการจะลองดู  หลังจากกลายเป็นมหาเทพพวกเขาไม่ได้มีเป้าหมายมากมาย ภารกิจจอมเทพเป็นสิ่งที่พวกเขาสนใจอย่างมาก

“ประมุขมหาเทพ ท่านก็ตรวจสอบแหวนของข้าไปแล้ว ตอนนี้, ประมุขมหาเทพ!  ท่านยังสงสัยคำพูดของข้าอีกหรือ?”  ลินลี่ย์พูดชัดเจน

“ตรวจสอบ? ฮึ.. ร่างแยกของเจ้าที่ปรากฏอยู่ตอนนี้มีเพียงสองร่าง  ร่างอื่นซ่อนตัวอยู่ในพิภพยูลาน  ถ้าเจ้าไม่กลัวมหาเทพตรวจสอบเจ้า ทำไมร่างแยกเหล่านั้นของเจ้าต้องไปซ่อนตัวที่นั่นด้วยเล่า?”  ประมุขมหาเทพแห่งแสงไม่ยอมปล่อยลินลี่ย์ง่ายๆอย่างเห็นได้ชัด

“ร่างแยกของลินลี่ย์ไปพิภพยูลาน?”  มหาเทพหลายคนอุทานด้วยความประหลาดใจ

“บางทีข้อมูลในโองการจอมเทพนี้อาจเป็นจริง  ฉะนั้นลินลี่ย์อาจยึดถือมุกวิญญาณทั้งเก้าไว้”  นี่คือสิ่งที่มหาเทพบางคนเริ่มเชื่อ

ลินลี่ย์มองดูกลุ่มมหาเทพในอากาศเหนือเขา  จากนั้นเขาหันไปมองประมุขมหาเทพแห่งแสง  “ท่านประมุขมหาเทพ!  พิภพยูลานคือบ้านเกิดของข้า  ข้ากลับบ้านเกิดของตนเองจะมีปัญหาอะไร?  หรือว่าหลังจากข้าเป็นพารากอนได้แล้วข้าไม่สามารถกลับบ้านเกิดได้?”

“เจ้ากลับได้ แน่นอนว่าเจ้ากลับได้” ประมุขมหาเทพแห่งแสงพูดเย็นชา “อย่างนั้นเจ้ากล้าให้ร่างแยกอื่นของเจ้าโผล่ออกมาจากพิภพยูลานและมาที่แดนนรกไหมเล่า?”  ขณะที่ประมุขมหาเทพแห่งแสงมอง  ไม่มีทางที่ลินลี่ย์จะให้คนอื่นนำสมบัติอย่างเครื่องรางจอมเทพไปได้  เก้าในสิบลินลี่ย์จะต้องเก็บไว้ในแหวนมิติเก็บสมบัติวงใดวงหนึ่ง

ลินลี่ย์จ้องมองประมุขมหาเทพแห่งแสง  จากนั้นส่ายศีรษะ  “ข้าจะไม่ทำ”

เมื่อได้ยินคำพูดของลินลี่ย์ประมุขมหาเทพแห่งแสงอดหัวเราะเย็นชามิได้ “โอว, ดูเหมือนมุกวิญญาณทั้งเก้าจะอยู่กับร่างแยกอื่นของเจ้าจริงๆ”

“ลินลี่ย์ไม่กล้าให้ร่างแยกของเขากลับมาแดนนรกหรือ?  ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างผิดปกติไปจริงๆ”

กลุ่มมหาเทพผู้มีศักดิ์ศรีสูงส่งมองดูและหัวเราะอย่างใจเย็นขณะที่เรื่องนี้คลี่คลาย  พวกเขาไม่สามารถแทรกแซงได้  ส่วนมหาเทพบลัดริจ และมหาเทพเรดบุดแค่มองดูเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ

“ประมุขมหาเทพ” ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น “ท่านเป็นถึงประมุขมหาเทพผู้สูงส่ง แต่แค่การปล่อยข่าวลือพื้นๆ  ท่านก็โจมตีข้าเสียแล้ว  ความจริงภารกิจจอมเทพอาจเป็นเรื่องจริง แต่ข้อมูลที่กล่าวอ้างว่ามุกวิญญาณทั้งเก้าและโองการจอมเทพอยู่กับข้าแล้วตอนนี้เล่า โองการจอมเทพอยู่ในมือท่านประมุขมหาเทพ!”

กลุ่มมหาเทพหันไปมองประมุขมหาเทพแห่งแสงขณะที่พวกเขามองดูการเบี่ยงเบนความสนใจ

“โองการจอมเทพไม่มีประโยชน์กับเจ้า จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าเจ้าถึงได้โยนมันทิ้งไป”  ประมุขมหาเทพแห่งแสงพูดอย่างใจเย็น  “ลินลี่ย์, เจ้าจงนำร่างแยกของเจ้ามาที่นี่ มิฉะนั้น...”

“มิฉะนั้นอะไร?”  เบรุตพูดบ้าง เบรุตเงยหน้ามองดูประมุขมหาเทพแห่งแสง “ประมุขมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่  ท่านกำลังตั้งใจจะคุกคามเทพคนหนึ่งงั้นหรือ?”

ประมุขมหาเทพแห่งแสงก้มหน้ามองดูเบรุตด้วยสายตาเย็นชา

“ลินลี่ย์, นำร่างแยกของเจ้ามาและให้ข้าตรวจสอบแหวนมิติพวกเขา”  ประมุขมหาเทพแห่งแสงพูดอย่างใจเย็น  “หลังจากตรวจสอบแล้ว  ข้าจะไม่ลงมือกับเจ้า”  เนื่องจากมีมหาเทพหลายคนมองดูอยู่ตอนนี้ ประมุขมหาเทพแห่งแสงไม่ต้องการหลีกเลี่ยงความจริงใจและโจมตีพารากอน

“ประมุขมหาเทพ” ลินลี่ย์เงยหน้า จ้องมองประมุขมหาเทพอย่างเย็นชา  “ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อท่าน  เพียงแต่คำพูดของท่านทำให้ข้าไม่อาจเชื่อถือท่านได้  เมื่อครู่นี้ท่านยังคุกคามข้าอยู่เลย เป็นไปได้อย่างไรที่ข้าจะกล้าเอาร่างแยกของตนออกมา?  ถ้าข้าเอาร่างแยกตนเองมาทั้งหมดแต่ลงท้ายถูกท่านสังหาร ข้าลินลี่ย์ก็ยังไม่มีโอกาสจะสาปแช่งท่านด้วยซ้ำ”

ประมุขมหาเทพแห่งแสงมีสีหน้าบึ้งตึงเมื่อได้ยินเช่นนี้

“ไม่มีทางที่ข้าจะเอาร่างแยกของข้ามาแดนนรก  อย่างไรก็ตามร่างแยกของข้าไม่มีมุกวิญญาณทั้งเก้าแน่” ลินลี่ย์พูดอย่างชัดเจน  “ข้า,ลินลี่ย์ สาบานเรื่องนี้ได้!  ต่อจอมเทพวิถีชะตา ถ้าร่างแยกของข้าลินลี่ย์ที่อยู่ในพิภพยูลานในตอนนี้มีมุกวิญญาณทั้งเก้า  อย่างนั้นขอให้วิญญาณของข้าแตกสลายและตัวข้าตกตาย!”

ลินลี่ย์จ้องมองประมุขมหาเทพแห่งแสง

“หืม?” ประมุขมหาเทพแห่งแสงขมวดคิ้วเล็กน้อย

มหาเทพรอบๆที่ปรึกษาคุยกันผ่านสำนึกเทพก็เริ่มคุยกันอย่างเปิดเผย

“เป็นไปได้ไหมที่เขาไม่มีของอยู่จริง?”  ประมุขมหาเทพแห่งแสงสงสัย

“หรือว่าของจะอยู่ที่สหายหรือครอบครัวของลินลี่ย์?”  ประมุขมหาเทพแห่งแสงรำพึง  เขาอดมองไปที่บีบีที่อยู่ข้างลินลี่ย์ไม่ได้และตะคอก  “ลินลี่ย์! บางทีมุกวิญญาณทั้งเก้าไม่ได้อยู่กับเจ้าแต่เจ้าคงจะซ่อนอยู่กับสหายของเจ้า  อย่างเช่นเจ้าคนที่อยู่ข้างตัวเจ้า”

สีหน้าของลินลี่ย์ดูบิดเบี้ยว

“ประมุขมหาเทพ!  ถ้าท่านต้องการตรวจสอบ  อย่างนั้นก็เชิญตรวจสอบได้เลย”  ลินลี่ย์มองดูบีบี  “บีบี เอาแหวนเก็บสมบัติของเจ้าให้ประมุขมหาเทพแห่งแสง”

“ได้เลย, พี่ใหญ่”  บีบีไม่ลังเล

เมื่อเห็นลินลี่ย์ตรงไปตรงมา ประมุขมหาเทพแห่งแสงเพียงแต่พูดอย่างเย็นชา “ไม่จำเป็นต้องเล่นเกมทายปริศนาอีกต่อไปแล้ว  ข้ารู้ว่าทั้งเขาและทั้งเจ้าไม่ได้ถือไว้กับตัว  ถ้าเขามี เขาก็คงเอาไว้ในพิภพยูลานเช่นกัน!  ลินลี่ย์!  เท่าที่ข้าเห็นมุกวิญญาณทั้งเก้าต้องอยู่ในทวีปยูลาน ถ้าไม่อยู่ที่ร่างแยกของเจ้า ก็ต้องอยู่ที่สมาชิกครอบครัวของเจ้า”

ประมุขมหาเทพแห่งแสงไม่รู้ว่าเครื่องรางทั้งสองอยู่กับตัวบีบี!

“ประมุขมหาเทพ!  ท่านต้องการค้นตัวข้า  ข้าก็ยอมให้ท่านค้น!  ท่านตรวจสอบร่างแยกของข้า  ข้าก็สาบานต่อจอมเทพ!  ท่านสงสัยน้องข้า  ข้าก็ให้เขาเอาแหวนเก็บสมบัติของเขาให้ท่านค้น!  และบัดนี้ท่านยังมาสงสัยครอบครัวข้า! ข้าคิดว่าต่อให้ข้านำครอบครัวและสหายมาอยู่ต่อหน้าให้ท่านค้นหลังจากท่านหาไม่เจอบางทีท่านอาจบอกว่าข้าเอาแหวนเก็บสมบัติซ่อนไว้ที่พิภพยูลานบ้านเกิดของข้าก็เป็นได้”  ลินลี่ย์เสียงเบา

ประมุขมหาเทพแห่งแสงตกใจ

“เพื่อจะหลีกเลี่ยงความสงสัยและยุ่งยากทั้งหมด  ทำไมเราไม่ทำให้มันตรงไปตรงมาอีกสักครั้งเล่า  ประมุขมหาเทพ เอาเลยส่งเทพชั้นสูงกลุ่มใหญ่ไปบ้านเกิดข้า  ทวีปยูลานและค้นหาดู”  ลินลี่ย์มีสีหน้าบึ้งตึง “ข้ารับรองได้ว่าครอบครัวและสหายของข้าและร่างแยกของข้าจะยอมให้พวกเขาค้นดูท่านสามารถให้คนของท่านค้นดูได้ทั่วทวีปยูลานก็ได้  ข้าไม่ว่าอะไรในเรื่องนี้”

ประมุขมหาเทพแห่งแสงชำเลืองมองเบรุตที่อยู่ใกล้

ไปยูลานน่ะหรือ?

ในฐานะมหาเทพเขาไม่สามารถเข้าไปในพิภพยูลานได้ ถ้าเขาส่งกลุ่มเทพชั้นสูงเข้าไป พวกเขาก็ต้องทำตามกฎของเบรุตอย่างว่าง่ายไม่ใช่หรือ?

“ออกุสตา!  เมื่อคิดว่าลินลี่ย์ถึงขั้นยินยอมให้ไปตรวจแล้ว...ก็ช่างเถอะ บางส่วนของข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจของจอมเทพอาจจะจริงก็ได้  แต่ส่วนอื่นอาจเป็นของปลอม”  มหาเทพเรดบุดหัวเราะขณะที่นางพูด

ประมุขมหาเทพแห่งแสงถลึงตามองลินลี่ย์อย่างเย็นชา

ในใจของเขากำลังไตร่ตรอง  “คำพูดของลินลี่ย์...ฟังผิวเผินเขาขอให้ข้าเข้าไปค้นหา แต่ถ้าข้าส่งคนไปที่นั่น พวกเขาจะตกอยู่ในขอบข่ายอำนาจของเบรุต แล้วพวกเขาจะค้นหาได้อย่างไร? เขาแค่ทำเป็นพูดไปอย่างนั้นเอง เขาไม่เชื่อว่ามุกวิญญาณทั้งเก้าจะอยู่กับคนธรรมดา ดูเหมือนมุกวิญญาณทั้งเก้าจะต้องอยู่กับครอบครัวหรือสหายของลินลี่ย์”  ประมุขมหาเทพแห่งแสงได้ข้อสรุปเช่นนี้

“ลินลี่ย์!”

ประมุขมหาเทพแห่งแสงจ้องมองลินลี่ย์อย่างเย็นชา  “อย่ามาเล่นอุบายกับข้า  ครอบครัว สหายและร่างแยกของเจ้าทั้งหมดจะต้องมายังแดนนรก ข้า, ออกุสตาสาบานว่าข้าจะไม่ฆ่าเจ้า แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธ... อย่างนั้นเจ้าจะต้องตาย!”

เขากำลังทำเกินไป!

ประมุขมหาเทพแห่งแสงกำลังคุกคามชีวิตลินลี่ย์ครั้งแล้วครั้งเล่ามหาเทพที่อยู่รอบๆ เริ่มรู้สึกแบบนี้ แต่มหาเทพเหล่านี้ไม่ยินดีล่วงเกินมหาเทพแห่งแสง  และพวกเขาได้แต่ดู

“หัวหน้ามหาเทพแห่งแสง!ถ้าข้าให้ครอบครัวและสหายของข้ามาที่นี่ขณะที่ร่างแยกของข้ารั้งอยู่ที่นั่น  อย่างนั้นยอมรับได้ไหม?”  ลินลี่ย์หัวเราะอย่างเยือกเย็น

“แน่นอนว่าไม่” ประมุขมหาเทพแห่งแสงไม่ลังเลแม้แต่น้อย

เท่าที่เขาเห็น  ถ้าตระกูลและสหายของลินลี่ย์มา เป็นไปได้ว่ามุกวิญญาณทั้งเก้าจะถูกส่งมอบให้ร่างแยกของลินลี่ย์

“ฮ่าฮ่า...”

ลินลี่ย์ที่อยู่ข้างล่างโกรธจนหัวเราะออกมา  “ประมุขมหาเทพ และท่านมหาเทพทั้งหลาย การกระทำของข้าชัดเจนต่อหน้าพวกท่านทุกคนแล้ว  ข้ายืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าและยอมให้ประมุขมหาเทพค้นตัวข้า ข้าสาบานกระทั่งต่อจอมเทพและยินดีให้ครอบครัวและสหายของข้ามาแดนนรก  แต่ท่านเล่า?”

“ความตั้งใจของท่านชัดเจนมาก  ท่านยืนยันให้ข้าเอาร่างแยกทั้งหมดออกมา!”

ความโกรธของลินลี่ย์เริ่มทวีสูงมากขึ้น  “ถ้าข้านำร่างแยกทั้งหมดมาพบท่านที่นี่ อย่างนั้นชีวิตของข้าก็ไม่อยู่ในการควบคุมของตัวเองอีกต่อไปไม่ใช่หรือ?  เป็นไปได้ว่า ถึงตอนนั้นท่านจะฆ่าข้าก็ได้ถ้าท่านรู้สึกอยากทำ  ข้าลินลี่ย์ไม่ใช่คนโง่ ข้าลินลี่ย์ให้ความเคารพนับถือต่อท่านมากพอแล้วในวันนี้  ทุกสิ่งที่ข้าทำ  มหาเทพทั้งหมดนี้เป็นพยานได้  ถ้าท่านต้องการคุกคามชีวิตของข้าต่อไป  ข้าจะทำอะไรได้เล่า?  ทำหมดที่ข้าทำได้คือบอกท่านได้แค่นี้ว่าข้าไม่สามารถปฏิบัติตามได้!”

“ถ้า..แค่อาศัยพลังของท่านในฐานะมหาเทพ  ก็ฆ่าข้าไปเลยข้าไม่สามารถสู้ตอบโต้ได้อยู่แล้ว ลงมือได้ตามชอบใจเลย” ลินลี่ย์จ้องมองประมุขมหาเทพแห่งแสงอย่างเย็นชา  “ในใจของข้ามหาเทพเป็นผู้มีศักดิ์ศรีฐานะสูงส่ง ข้าเคารพนับถือมหาเทพทั้งหลายอย่างสุดซึ้งอยู่แล้ว  แต่ประมุขมหาเทพข้าแค่อยากจะบอกกับท่านอย่างหนึ่ง... อย่าทำให้ข้าต้องดูถูกท่านอีกเลย!”

เมื่อลินลี่ย์พูดออกมาเช่นนี้ประมุขมหาเทพแห่งแสงหน้าเขียวคล้ำ

ลินลี่ย์เพียงแต่เงยหน้าจ้องมองประมุขมหาเทพแห่งแสงไม่ยอมก้มหัวให้แม้แต่น้อย

ลินลี่ย์รู้ว่ายิ่งเขาเปิดทางมาก  ประมุขมหาเทพแห่งก็จะยิ่งรุกกดดันเขา สำหรับลินลี่ย์..ต่อให้เขาส่งมอบมุกวิญญาณรักษาชีวิตได้  เขายิ่งไม่อาจส่งมอบได้  นั่นเป็นความหวังที่จะนำปู่เดลินกลับมามีชีวิต!  ต่อให้เขาตาย  ก็เป็นความตายของร่างหลักและร่างแยกอีกร่างหนึ่ง

เป็นไปได้อย่างไรที่ชีวิตของปู่เดลินจะมีค่าน้อยกว่าหนึ่งในร่างแยกและร่างหลักของเขา?

ในอดีตถ้าไม่ใช่ปู่เดลิน ลินลี่ย์บางทีอาจจะเป็นแค่นักรบธรรมดาในทวีปยูลานไม่มีโอกาสล้างแค้น  ถ้าไม่ใช่ปู่เดลินเสีสละชีวิตของเขา  บางทีลินลี่ย์อาจถูกทหารของศาสนจักรเจิดจรัสฆ่าตายไปแล้ว

เขาจะยอมตาย  ดีกว่าส่งมอบออกไป!

“วิเศษ วิเศษ!” ประมุขมหาเทพแห่งแสงโกรธจัด ในตอนนี้เขาต้องการฆ่าลินลี่ย์จริงๆ

แต่คำพูดสุดท้ายของลินลี่ย์  ‘อย่าทำให้ข้าต้องดูถูกท่าน’ ทำให้ประมุขมหาเทพแห่งแสงต้องการลงมือ แต่ก็ทำไม่ได้ มหาเทพอื่นหลายคนกำลังมองดูเขา เขาฆ่าลินลี่ย์จริงๆ อย่างนั้นบางทีเขาอาจเสียหน้าต่อมหาเทพทั้งปวง

“ข้าไม่เข้าใจ” บีบีที่อยู่ด้านข้างเม้มปากพึมพำ “เมื่อประมาณสามสิบปีที่แล้ว มีเทพชั้นสูงคนหนึ่งชื่อโบรดีหลอมรวมกับประกายเทพปรากฏตัวในทวีปมูจา  ตอนนั้นเขาครอบครองเพชรกระจับแดงและอาศัยเพชรจึงฆ่าอสูรหกดาวได้อย่างง่ายดาย ตอนนั้นเราทุกคนแน่ใจว่าเป็นสมบัติที่แท้จริง  แต่เราไม่สามารถยืนยันว่าเป็นเครื่องรางจอมเทพหรือไม่  น่าเศร้า, โบรดีเองคงจะหนีผ่านวงเวทเทเลพอร์ตออกจากแดนนรกไปแล้ว อนิจจาแทนที่จะไปตามหาเครื่องรางจอมเทพที่ปรากฏขึ้นมาจริงๆแต่ท่านกลับตามหาตัวลินลี่ย์ผู้ไม่มีมุกวิญญาณและเอาแต่ยืนยันว่าเขามี  ข้าไม่เข้าใจจริงๆ”

“โบรดี? เพชรกระจับแดง?”

ทันใดนั้นกลุ่มมหาเทพเริ่มพูดคุยกัน

“เพชรกระจับแดงปรากฏจริงๆ หรือ?”

“แน่นอน!”  บีบีแน่ใจ“โบรดีผู้นั้นใช้ร่างแยกหนึ่งของเขาถ่วงคนกลุ่มหนึ่งเอาไว้ ข้าคิดว่าเมื่อเขาไปจากแดนนรกเขาคงใช้ร่างแยกเทพแท้และภรรยาของเขาที่ยังเป็นเทียมเทพ”  บีบีพูดด้วยความมั่นใจ

“มูจา ไปตรวจสอบเร็ว”

มหาเทพทุกคนมองไปที่มหาเทพมูจา ร่างพลังงานของมหาเทพมูจาปรากฏตัวอยู่ที่นี่  แต่ร่างหลักของเขายังอยู่ในทวีปมูจาที่ห่างไกล  มหาเทพมูจาเริ่มสืบสวนเรื่องนี้ทันที

มหาเทพอื่นมีความคิดอยู่ว่าประมุขมหาเทพแห่งแสงคงรู้สึกอยากจะฆ่าลินลี่ย์จริงๆ น่าเสียดายที่ตอนนี้มีมหาเทพอยู่มากทำให้เขาไม่กล้าวู่วามลงมือ

ทันใดนั้น...

“ออกุสตา เจ้ามาที่แดนนรกทำไม?” เสียงทุ้มลึกดังกึกก้อง

ขณะเดียวกัน พลังงานสีดำบริสุทธิ์ปรากฏในกลางอากาศและรัศมีที่น่ากลัวกวาดไปทั่ว  เหมือนอสูรร้ายทำลายโลกขนาดยักษ์ปรากฏตัว  แต่จากนั้นพลังก็รวมตัวกันเป็นร่างมนุษย์  นี่คือร่างที่เต็มไปด้วยแสงสีดำ มีรัศมีกล้าแข็งจนข่มรัศมีของประมุขมหาเทพแห่งแสงได้

“คารวะประมุขมหาเทพ!”

“คารวะประมุขมหาเทพ!”

มหาเทพอื่นๆทุกคนทำความเคารพทันที เห็นได้ชัดว่าประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างมีศักดิ์ศรีที่ยิ่งใหญ่สูงส่ง

ลินลี่ย์ตกใจ  “รัศมีของวิถีทำลายล้างนี้...ประมุขมหาเทพหรือนี่? ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้าง? หนึ่งในประมุขมหาเทพของสี่วิถี บุคคลในตำนาน?”  ลินลี่ย์เข้าใจว่าเนื่องจากรัศมีนี้ทรงพลังมากมายเพียงไหน เห็นได้ชัดว่าประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างมาด้วยตนเอง  ถ้าเขาต้องการส่งร่างพลังงานมาบางทีเขาคงมาถึงนานแล้ว

ลินลี่ย์มองดูประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างอย่างระมัดระวัง  แต่ไม่ว่าจะพยายามยังไง เขาก็ไม่สามารถเห็นคนผู้นี้ผ่านรัศมีดำได้ชัดเจน

“เจ้าก็มาเหมือนกัน,  หรือว่าเจ้าก็สนใจเครื่องรางจอมเทพด้วย?”  ประมุขมหาเทพแห่งแสงมองดูเขา

“เจ้ายังจำข้อตกลงที่เราทำกันเมื่อหมื่นปีที่แล้วได้ไหม?”  ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างพูดอย่างเยือกเย็น

“แน่นอนข้าจำได้”  ประมุขมหาเทพแห่งแสงพูดอย่างใจเย็น

“ดีมาก, ลินลี่ย์นี้คือทูตของข้า  ต่อให้เจ้าต้องการกดดันเขาก็อย่าได้กระทำเกินเลยไป” ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างพูดอย่างเยือกเย็น  คำพูดเหล่านี้ทำให้กลุ่มมหาเทพทุกคนมองดูประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้าง  แม้แต่มหาเทพเรดบุดและมหาเทพบลัดริจก็ยังมีแววประหลาดใจอยู่ในดวงตา  แม้แต่พวกเขาก็ยังไม่ทราบเรื่องนี้

“ทูตมหาเทพของเขา?”  ลินลี่ย์ใจสั่นสะท้าน

“ของเจ้า?” ประมุขมหาเทพแห่งแสงมองดูประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างจากนั้นหัวเราะและพยักหน้า  “ก็ได้อย่างนั้นเรื่องนี้เป็นอันจบลงแค่นี้”

แต่ขณะนั้นเองมหาเทพมูจาส่งเสียงหัวเราะลั่น “ประมุขมหาเทพ, ท่านออกุสตา.. และทุกท่าน, ข้าเพิ่งจะสืบค้นดูอย่างรวดเร็วและพบว่าเมื่อสามสิบปีที่แล้วมีเทพแท้และเทียมเทพชายหญิงใช้ประตูเทเลพอร์ตเข้าพิภพโลกธาตุธรรมดา  เป็นเรื่องยากที่เทพแท้และเทียมเทพจะใช้ประตูเทพเลพอร์ต  ในช่วงสามสิบปีที่แล้วมีเพียงกลุ่มนี้เท่านั้น”

“พวกเขาไปพิภพโลกธาตุไหน?”  มหาเทพธาตุลมเทเรเซียพูดขึ้นบ้าง

ขณะเดียวกันมหาเทพหลายคนมองมาที่มหาเทพมูจารวมทั้งประมุขมหาเทพแห่งแสง!  ขณะที่ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้าง...ลินลี่ย์ไม่สามารถเห็นลักษณะที่แท้จริงของเขาได้ชัดเจนมองไม่รู้ว่าเขามีท่าทีอย่างไร

ใจของลินลี่ย์เริ่มสั่นสะท้าน“พิภพโลกธาตุ?”

ในที่สุดเขาก็รู้สถานที่ซึ่งโบรดีไป!  ยังมีความหวังค้นพบเพชรกระจับแดง!

“ฮ่าฮ่า, ข้าไม่สนใจเครื่องรางจอมเทพเท่าใดนัก ดังนั้นข้าบอกพวกท่านก็ได้ พิภพโลกธาตุที่สองสามีภรรยาไปถึงมีชื่อว่าพิภพโอคาลุนด์!” มหาเทพมูจาพูดชัดเจน

พวกมหาเทพเริ่มพูดคุยกันในหมู่พวกเขาทันที

“ทุกคน, ข้าจะกลับไปเดี๋ยวนี้”  เสียงชัดเจนดังขึ้น  ร่างของประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างหายไป

พอเมื่อประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างแยกจากไป  มหาเทพอื่นก็เริ่มแยกย้ายจากไปเช่นกัน

เห็นได้ชัดว่า...ข้อมูลเรื่องเพชรกระจับแดงที่ทรงค่านี้ทำให้มหาเทพตื่นเต้นกันทุกคน

“ลินลี่ย์!  เจ้าจะไปพิภพโอคาลุนด์ไหม?”  ประมุขมหาเทพแห่งแสงมองดูลินลี่ย์

“แน่นอน” ลินลี่ย์พูดจริงจัง

ประมุขมหาเทพแห่งแสงหัวเราะเย็นชาจากนั้นหายไป

ต่อมามหาเทพอื่นก็จากไปเช่นกันไม่เหลือแม้แต่คนเดียว

“ลินลี่ย์?” เบรุตหัวเราะขณะมองดูลินลี่ย์  “เจ้าจะไปพิภพโอคาลุนด์จริงๆหรือ?”

“ใช่แล้ว ข้าจะไป..และจะไปเดี๋ยวนี้เลย!”  ลินลี่ย์กล่าว

หลังจากรู้ตำแหน่งของพิภพโอคาลุนด์แล้ว  ลินลี่ย์รู้สึกมั่นใจเต็มที่!  มหาเทพไม่สามารถเข้าไปในพิภพโลกธาตุได้  อย่างนั้นเขาจะต้องกลัวใครอีกเล่า?  ต่อให้พารากอนอื่นทำตามคำสั่งมหาเทพก็ตาม  แต่ตอนนี้ลินลี่ย์หลอมรวมพลังเทพทั้งสี่ธาตุได้  พลังของเขามากกว่าในอดีตถึงสิบเท่า!

ความจริงความทนทานของร่างกายของเขาอาจใกล้เคียงกับสมบัติมหาเทพในตอนนี้

“เพชรกระจับแดงต้องเป็นของข้า”  หัวใจของลินลี่ย์ตื่นเต้นดีใจ

หลังจากลงมือจนได้เพชรกระจับแดงมาแล้ว  ลินลี่ย์ตัดสินใจว่าจะยอมสละได้ทุกอย่าง  ถ้าพวกเทพมาห้ามเขา  เขาก็จะฆ่าพวกเทพนั้น!  พารากอน,อสูรศักดิ์สิทธิ์...ต่อให้มีมหาเทพหนุนหลังก็ตาม...  ถ้าพวกเขาต้องการหยุดเขา  เขาจะไม่ปราณี!

เพื่อให้ปู่เดลินกลับมามีชีวิต...

ลินลี่ย์ตัดสินใจจมเรือทิ้งเสบียง เขายอมสละทุกอย่าง แต่จะไม่ยอมหันหลังกลับ

จบบทที่ ตอนที่ 20-32 เสี่ยงตายและเหตุแปรเปลี่ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว