เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20-6 สมบัติจอมเทพ

ตอนที่ 20-6 สมบัติจอมเทพ

ตอนที่ 20-6 สมบัติจอมเทพ


“ท่านพ่อ!”  ลินลี่ย์เดินเข้าไปในห้อง

ฮ็อกกำลังนั่งอ่านหนังสือเงยหน้าขึ้น  เมื่อเห็นลินลี่ย์เขาอดยิ้มให้มิได้  “ลินลี่ย์!  พ่อได้ยินว่าเจ้าปิดประตูฝึกฝนอยู่  อะไรกัน หรือว่าเจ้าบรรลุระดับใหม่แล้ว?”

“ถูกแล้ว” ลินลี่ย์พยักหน้าจากนั้นนั่งลงข้างๆ “ท่านพ่อ!  อีกสองวันข้าตั้งใจจะไปที่โลกธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์เพื่อเยี่ยมคารวะประมุขมหาเทพแห่งแสง  ข้าอยากดูว่ายังจะมีความหวังว่าจะหาท่านแม่เจอและช่วยให้นางได้รับอิสระ”

“หือ?” มือของฮ็อกสั่น หนังสือร่วงลงบนโต๊ะขณะที่เขาตะลึงมองลินลี่ย์  “ลินลี่ย์, ลูกจะไปดินแดนแห่งแสงหรือ?  แต่...ครั้งก่อน เจ้าบอกพ่อว่าในสงครามมหาพิภพเจ้าฆ่าสมาชิกตระกูลออกุสตาไม่ใช่หรือ? ประมุขมหาเทพแห่งแสงเป็นบรรพบุรุษของตระกูลออกุสตาไม่ใช่หรือ?ถ้าเจ้าไปจะอันตรายมาก”  ฮ็อกลนลานพูด

ฮ็อกรู้เรื่องที่ลินลี่ย์ประสบพบเจอมาในช่วงเวลาหลายปี

“ท่านพ่อไม่ต้องห่วง  ประมุขมหาเทพแห่งแสงมีลูก 182 คน  และนั่นเป็นแค่รุ่นที่สอง  ส่วนคนที่ข้าฆ่าเป็นสมาชิกรุ่นที่สาม ตระกูลออกุสตามีสมาชิกรุ่นที่สองและรุ่นที่สามรวมมากกว่าพันคน  ประมุขมหาเทพแห่งแสงไม่สนใจเรื่องนั้น”  ลินลี่ย์มั่นใจเรื่องเช่นนี้

ถ้าประมุขมหาเทพแห่งแสงถือสาเรื่องนี้รีสเจมคงไม่กล้ารวมกลุ่มโจมตีแน่

“แต่เขายังเป็นมหาเทพคนหนึ่ง  เป็นเรื่องง่ายที่เขาจะฆ่าเจ้าได้”  ฮ็อกกังวลมาก

“จริงๆ แล้วเพราะเขาเป็นมหาเทพตนหนึ่ง  เขาคงไม่ลดตัวมาฆ่าข้า”  ลินลี่ย์พูดอย่างสบายใจ  “ไม่ต้องเป็นห่วง ท่านพ่อ!  ประมุขมหาเทพแห่งแสงและข้าไม่ได้มีความแค้นเคืองต่อกัน  ถ้าเขาต้องการฆ่าข้า  เขามีวิธีการมากมายที่จะทำเช่นนั้น  แต่เขากลับไม่ได้ลงมืออะไร!”

“ก็เจ้าบอกว่าไม่มีความหวังไม่ใช่หรือ?”  ฮ็อกถาม

“ข้าบอกว่ามีโอกาสต่ำมาก”  ลินลี่ย์ฝืนหัวเราะ  “แต่ถ้าข้าไม่พยายามดูเป็นอย่างน้อยข้าก็ไม่อาจแน่ใจได้  ถ้าข้าลองดูแล้วข้าอาจจะทำได้สำเร็จ มหาเทพปรารถนาจะได้พารากอนไปเป็นทูตของพวกเขา บางทีด้วยสถานะของข้าอาจจะมีเศษเสี้ยวของโอกาสที่จะทำให้ประมุขมหาเทพแห่งแสงคืนอิสรภาพให้ท่านแม่ข้าก็ได้”

“เศษเสี้ยวของโอกาส...”  ฮ็อกพยักหน้าเล็กน้อย

ฮ็อกมองดูลินลี่ย์  จากนั้นพูดอย่างเคร่งขรึม  “ลินลี่ย์!  เจ้าไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว เจ้ามีความคิดเป็นของตนเองในเรื่องที่เจ้าจะทำ... แต่ในฐานะพ่อพ่อต้องเตือนลูกไว้ว่าถ้าเรื่องนี้จะเป็นอันตราย เจ้าไม่ต้องไปเป็นดีที่สุด!  พ่อไม่ค่อยรู้มากนักเกี่ยวกับมหาเทพกับเทพพารากอนดังนั้นยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องนั้น พ่อจะให้ลูกตัดสินใจเอง  แต่ต้องปลอดภัยไว้ก่อน เจ้ากับวอร์ตัน...ลูกทั้งสองคนสำคัญต่อพ่อพอๆ กับแม่ของเจ้า”

“เข้าใจแล้ว” เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลินลี่ย์รู้สึก..เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง  ขณะที่ฟังบิดาสั่งเขา

การตัดสินใจของลินลี่ย์ทราบไปถึงกัซลีสันในวันถัดมา

ภายในห้องโถง

“ว่าไงนะ?” กัซลีสันเพิ่งจะนั่งลงถึงพรวดพราดลุกขึ้นยืน  “ลินลี่ย์, เจ้าบอกว่าเจ้าจะไปโลกธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์เพื่อเยี่ยมคารวะประมุขมหาเทพแห่งแสง?”

“ถูกแล้ว” ลินลี่ย์หัวเราะอย่างเยือกเย็น “ข้าเพียงแค่มาบอกให้ท่านได้รู้ว่าการเดินทางครั้งนี้ของข้าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบปีและบางทีอาจมากถึงร้อยปี ทั้งหมดที่ข้าทำได้ คือไปขอร้องประมุขมหาเทพแห่งแสง”

กัซลีสันลังเลจากนั้นกล่าว  “ลินลี่ย์!  เกี่ยวกับเรื่องที่ข้ารู้จากบิดาข้าในอดีต  ประมุขมหาเทพแห่งแสงไม่ใช่คนที่น่าคบนัก ประมุขมหาเทพแห่งแสงหยิ่งยโสเป็นที่สุดและบ้าอำนาจอย่างมาก  ถ้าเจ้าไปขอร้องเขา...โอกาสประสบความสำเร็จมีต่ำมาก นอกจากนี้ข้ายังห่วงว่าถ้าเจ้าพูดผิดหูเขาคำเดียว  เขาจะฆ่าเจ้าได้”

“หยิ่งยโสและบ้าอำนาจ?”  ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว

กัซลีสันพยักหน้า  “ถูกแล้ว พิภพนับไม่ถ้วนของจักรวาลมีมหาเทพรวมเจ็ดสิบเจ็ด คนที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือประมุขมหาเทพแห่งสี่วิถี!  ขณะที่อีกเจ็ดสายธาตุ ประมุขมหาเทพแห่งแสงแข็งแกร่งที่สุด”

ลินลี่ย์เข้าใจ  ประมุขมหาเทพสี่วิถีย่อมทรงพลังแน่นอน

แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าบรรดาประมุขมหาเทพของเจ็ดกฎธาตุ ประมุขมหาเทพแห่งแสงจะแข็งแกร่งที่สุด

“ทำไมประมุขมหาเทพแห่งแสงถึงได้ทรงพลังมากกว่าประมุขมหาเทพของธาตุอื่น?”  ลินลี่ย์ถามด้วยความสงสัย

กัซลีสันเป็นบุตรของมหาเทพมังกรฟ้า  เขาจึงรู้ความลับมากมาย  เขาหัวเราะและกล่าว “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสมบัติบางอย่าง...สมบัติจอมเทพ!”

“สมบัติจอมเทพ?”  ตาของลินลี่ย์ทอประกายวูบ

เพียงแค่คำเดียวลินลี่ย์ก็เข้าใจว่ามีความหมายถึงอะไร สมบัติเทพ สมบัติมหาเทพ สมบัติจอมเทพ!  เห็นได้ชัดว่าสมบัติมีสามระดับ

“สมบัติจอมเทพเป็นจอมเทพที่สร้างขึ้นมาเอง!  เพราะมีจอมเทพอยู่เพียงสี่คือ,จอมเทพชะตา, จอมเทพทำลายล้าง, จอมเทพมรณะ, และจอมเทพชีวิต  สมบัติจอมเทพก็มีสี่อย่างเหมือนกัน มหาเทพที่ทรงพลังที่สุดในสี่วิถีก็คือประมุขมหาเทพทำลายล้าง, มรณะ,ชะตาและชีวิต  พวกเขาทุกคนล้วนมีสมบัติจอมเทพ  นี่คือเหตุผลที่พวกเขาเป็นประมุขมหาเทพที่ทรงพลังที่สุด!”

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

มิน่าเล่าประมุขจอมเทพทั้งสี่นั้นถึงได้ทรงพลังมากมาย  อย่างนั้นก็เป็นเพราะพวกเขามีสมบัติจอมเทพ

“ประมุขมหาเทพทั้งสิบเอ็ด..ห้าคนในนั้นมีสมบัติจอมเทพ  นอกจากประมุขมหาเทพที่ข้าเพิ่งพูดไปแล้วนั้นคนสุดท้ายก็คือประมุขมหาเทพแห่งแสง!  แม้ว่าประมุขมหาเทพแห่งแสงจะมีสมบัติจอมเทพแต่ก็ยังไม่เข้ากันกับเขาเท่าใดนัก ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถใช้พลังของมันได้เต็มที่ฉะนั้นเขาจึงอ่อนแอกว่าประมุขมหาเทพของสี่วิถี แต่ยังทรงพลังมากกว่าประมุขมหาเทพอีกหกกฎธรรมชาติ!”

ลินลี่ย์ลอบถอนหายใจ

พลังของสมบัติของจอมเทพต้องถือว่ามหาศาลเลยทีเดียว  มีจอมเทพอยู่เพียงสี่ตั้งแต่แรกเริ่ม  และพวกเขาเป็นตัวตนของวิถีๆ ต่างแต่แรกเริ่ม  จึงเป็นธรรมดาที่ประมุขมหาเทพแห่งแสงไม่เหมาะกับสมบัติจอมเทพ  และเป็นเหตุผลประการเดียวที่ทำให้เขาอ่อนแอกว่าประมุขมหาเทพของสี่วิถี

“สมบัติจอมเทพ... ของเหล่านี้ได้มาจากไหนกัน และห้าประมุขมหาเทพเหล่านี้ได้รับมายังไง?”  ลินลี่ย์ถาม

“ข้าไม่แน่ใจ” กัซลีสันส่ายศีรษะ “นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว แม้แต่ท่านพ่อข้าและมหาเทพอีกสามคนก็ยังไม่ทราบรายละเอียดต่างไปจากข้า  ประมุขมหาเทพแห่งแสงมีความหยิ่งยโสและถืออำนาจ  แต่เขามีพลังพอที่จะเป็นคนถืออำนาจได้  ที่สำคัญเขามีสมบัติจอมเทพ!”

“สมบัติจอมเทพ...”  ลินลี่ย์ถอนหายใจ  “เป็นไปได้ไหมว่าแม้จะผ่านมานานหลายปีแล้ว  แต่ก็ยังไม่มีสมบัติจอมเทพชิ้นที่สองขึ้นอีก?”

“ไม่, ถ้ามีสักชิ้น ประมุขมหาเทพและมหาเทพคงไม่ต่อสู้เพื่อแย่งชิงกันหรอกหรือ?  ประมุขมหาเทพแห่งแสงก็มีอยู่ชิ้นหนึ่ง แต่ประมุขมหาเทพแห่งสายธาตุอื่นอีกหกคนไม่มี  ข้าคาดคิดว่าในใจพวกเขาประมุขมหาเทพอีกหกคนนั้นคงรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องนี้  ถ้าพวกเขามีโอกาสจะได้รับสักชิ้น  พวกเขาจะยอมแพ้หรือ?”  กัซลีสันหัวเราะขณะพูด

ลินลี่ย์ก็อดหัวเราะบ้างไม่ได้  “ข้าสงสัยว่าสมบัติจอมเทพจะดูคล้ายอะไร  บางทีข้าอาจจะไม่รู้จักต่อให้ข้าเห็นก็ตาม”

“สมบัติจอมเทพ? มีแต่คนระดับมหาเทพเท่านั้นถึงจะใช้มันได้  ไม่มีประโยชน์สำหรับเราถึงจะได้รับมาก็ตาม    ความจริงการได้รับสมบัติจอมเทพมีแต่จะดึงดูดหายนะมาหาพวกเราเอง”  กัซลีสันเปลี่ยนหัวข้อสนทนา  “เรื่องสมบัติจอมเทพพอแค่นี้ก่อนเถอะ  นั่นเป็นเรื่องไกลตัว, ลินลี่ย์! เจ้าบอกว่าเจ้าต้องการไปพิภพแสงศักดิ์สิทธิ์  แต่ข้าขอเตือนว่าเจ้าไม่ควรไป  ความจริงควรจะพูดว่า อย่าไปเลย!”

ลินลี่ย์หัวเราะ  “เขาอาจจะทรงพลังก็จริงแต่เขาก็เป็นมหาเทพคนหนึ่ง เขาจะลดตัวเองมาลงมือกับข้าหรือ?”

กัซลีสันถอนหายใจเบาๆ  จากนั้นพูดผ่านสำนึกเทพทันที  “ลินลี่ย์!  ข้าจะบอกความลับเจ้าอย่างหนึ่ง”

ลินลี่ย์ตะลึง!

ทั้งสองคุยกันในห้องโถง  แต่กัซลีสันต้องใช้สำนึกเทพคุยหรือ?  หรือว่าเป็นความลับยิ่งใหญ่?

“ท่านประมุข มีความลับอะไรหรือ?”  ลินลี่ย์สงสัย

“ลินลี่ย์” สีหน้าของกัซลีสันเคร่งขรึม “ข้าสงสัยเรื่องบางอย่างมาโดยตลอดเกี่ยวกับความตายของบรรพบุรุษตระกูลเราทั้งสี่คน!”

“สงสัยบางอย่าง?”  ลินลี่ย์ไม่เข้าใจ

“ข้าสงสัยว่า... ฆาตกรจะเป็นประมุขมหาเทพแห่งแสง!”  กัซลีสันบอก

ลินลี่ย์ตกใจอย่างหนัก  กัซลีสันยังคงพูดผ่านสำนึกเทพ “แม้ว่าบรรพบุรุษทั้งสี่ของตระกูลเราจะเป็นมหาเทพน้อย  แต่ทักษะเทพธรรมของพวกท่านแข็งแกร่ง ทักษะเทพธรรมชาติทั้งสี่อย่างของพวกเขาผสานกันเป็นหนึ่งได้จริงๆ  ด้วยทักษะเทพธรรมชาติทั้งสี่รูปแบบสามารถหลอมรวมกันได้ดีส่งผลให้สร้างสุดยอดไม้ตายที่ร้ายกาจ แม้แต่มหาเทพชั้นสูงอย่างประมุขมหาเทพก็ยังต้องวิตกกังวลอย่างหนัก”

ผสานทักษะเทพธรรมชาติทั้งสี่ให้เป็นหนึ่งเดียว?

ลินลี่ย์รู้ว่าทักษะเทพธรรมชาติของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ค่อนข้างจะไม่ธรรมดา แต่ไม่มีทางเข้าใจว่าจะมีประสิทธิภาพยังไงเมื่อถูกใช้โดยบรรพบุรุษทั้งสี่  มีสิ่งเดียวที่เขารู้  ไม่ต้องสงสัยเลยว่า จะต้องทรงพลังมากกว่าเมื่อลินลี่ย์และสหายศึกของเขาใช้  ที่สำคัญลินลี่ย์และสหายศึกคนอื่นเป็นแค่ผู้มีสายเลือดอสูรศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น  พวกเขาไม่ใช่อสูรศักดิ์สิทธิ์โดยตรง

“ท่านบอกว่า...ท่านสงสัยว่าฆาตกรคือประมุขมหาเทพแห่งแสงหรือ?  ทำไมถึงเป็นเขาไปได้?”  ลินลี่ย์ถาม

“ก่อนอื่นเลยมีน้อยคนมากที่สามารถฆ่าบรรพบุรุษทั้งสี่ได้!  ประมุขมหาเทพของสี่วิถี..ประมุขมหาเทพวิถีชะตาก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการทางโลก ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างมีข้อตกลงที่ดีกับบรรพบุรุษของเรา ประมุขมหาเทพวิถีมรณะ..ตราบเท่าที่ไม่มีใครล่วงเกินนางนางจะไม่ทำอะไรพวกเขา ประมุขมหาเทพวิถีชีวิตต้องบอกว่ามีเมตตากรุณาและยากที่จะฆ่าคนได้อย่าว่าแต่มหาเทพด้วยกัน นอกจากนี้บรรพบุรุษของเราทั้งสี่คนไม่มีความขัดแย้งหรือล่วงเกินประมุขมหาเทพแห่งชีวิต  ดังนั้นคนเดียวที่เหลือก็คือประมุขมหาเทพแห่งแสง”  กัซลีสันคุยทางใจ

ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว

“ประมุขมหาเทพแห่งแสงมีสมบัติจอมเทพ เขามีพลังพอต่อต้านการผนึกพลังการใช้ทักษะเทพธรรมชาติของบรรพบุรุษทั้งสี่” ตาของกัซลีสันแฝงไปด้วยแววโกรธแค้นและเกลียดชัง  แม้ว่าจะมีประมุขมหาเทพสิบเอ็ดคนเนื่องจากอีกหกคนไม่มีสมบัติจอมเทพ จึงไม่มีทางที่พวกเขาจะฆ่าบรรพบุรุษทั้งสี่ได้เมื่อพวกเขาผนึกกำลังต่อสู้

“เขาขัดแย้งกับสี่บรรพบุรุษของเราหรือ?”  ลินลี่ย์ถามในใจ

“ไม่ใช่ความขัดแย้งที่สำคัญอะไร แต่..ตอนนั้นตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์เราแพร่กระจายอยู่ในพิภพจักรวาลเราทรงพลังอย่างมาก และมีคนมากมายที่เชื่อว่าตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ของเราเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในพิภพจักรวาล แต่ตระกูลออกุสตา..ก็มีหลายคนที่เชื่อว่าพวกเขาเป็นตระกูลอันดับหนึ่ง  ถ้าจะมีความขัดแย้งสักอย่าง..ข้าคิดว่าก็คงเป็นเรื่องของเกียรติยศชื่อเสียง”  กัซลีสันไม่พบเจอเหตุอื่น

ที่สำคัญบรรพบุรุษทั้งสี่ไม่ได้กระทำการเกินเลยจนล่วงเกินประมุขมหาเทพแห่งแสง

“สู้กันเพื่อชิงตำแหน่งตระกูลอันดับหนึ่ง?  นั่นไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น”  ลินลี่ย์ไม่อาจเชื่อได้  “การต่อสู้เพื่อชื่อเสียงของตระกูลอันดับหนึ่งประมุขมหาเทพแห่งแสงถึงกับต้องฆ่าบรรพบุรุษของเราเพราะเรื่องแค่นั้นหรือ?  ดูไม่สมเหตุผลเสียเลย”

“ข้า..ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจเต็มที่  แต่พูดตามเหตุผลพื้นฐานมีทางเป็นไปได้ว่าจะเป็นเขา” กัซลีสันก็รู้สึกอย่างชัดเจนว่าเหตุผลของเขาไม่ค่อยน่าเชื่อถือ  “ลินลี่ย์ ถ้าเขาเป็นคนฆ่าบรรพบุรุษจริงๆ อย่างนั้นเขาก็มีความรู้สึกที่เป็นอันตรายต่อตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์  เขาไม่ฆ่าเราเพราะเขาไม่ให้ความสนใจเรา แต่ตอนนี้พอเจ้าเป็นเทพพารากอนไปแล้ว..ข้าเกรงว่าเขาจะ..”

“ท่านประมุข!  เขาอาจจะเป็นฆาตกรก็ได้  แต่เขาอาจจะไม่ใช่ก็ได้”  ลินลี่ย์ตอบ “นอกจากนี้ท่านบอกว่า ประมุขมหาเทพคงไม่สามารถฆ่าบรรพบุรุษทั้งสี่ได้เมื่อพวกเขาผนึกกำลังกันสู้  แต่จะเป็นยังไงถ้าพวกเขาถูกฆ่าทีละคน?  ถ้าบางคนตั้งใจจะฆ่าพวกเขาจริงๆ เป็นไปได้ว่าพวกเขาคงไม่ให้บรรพบุรุษทั้งสี่มีโอกาสผนึกกำลังกันแน่”

กัซลีสันสะดุ้ง  เขาส่งสำนึกเทพต่อ  “บรรพบุรุษทั้งสี่ใกล้ชิดสนิทกันมากพวกท่านยากจะแยกจากกันได้”

“ยากจะแยกจากกันได้หรือ นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกท่านจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา”  ลินลี่ย์ตอบ “ไม่ต้องห่วง ท่านประมุข แม้ว่าประมุขมหาเทพแห่งแสงจะเป็นฆาตกรก็ตามแต่เขาจะลงมือกับข้าที่เป็นเทพธรรมดาหรือ? แม้ว่าเขาจะกังวลก็ตาม แต่เขาคงไม่กังวลห่วงข้าที่เป็นเทพพารากอน ที่สำคัญเทพพารากอนยังเป็นแค่ระดับเทพ”

“กัซลีสันได้ยินเช่นนั้นได้แต่ฝืนหัวเราะ ”ลินลี่ย์!  ดูเหมือนว่าเจ้าตัดสินใจจะไปแน่นอนสินะ”

“ถูกแล้ว ถ้าข้าไม่เดินทาง ข้าคงไม่วางใจได้” ลินลี่ย์พยักหน้า

ที่สำคัญที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับมารดาของเขา!

ทั้งเขาและวอร์ตันต้องการจะพบกับมารดาผู้ให้กำเนิดพวกเขา!  ขณะที่บิดาของเขา  เขามักจะคิดมารดาของเขาอยู่เสมอ

“ถ้าเจ้าต้องการจะไป อย่างน้อยเจ้าควรบอกให้ลอร์ดเบรุตทราบก่อน  ลอร์ดเบรุตสนิทกับมหาเทพบลัดริจและเขารู้เรื่องราวหลายอย่าง คงเป็นเรื่องดีสำหรับเจ้าหากจะถามเงื่อนไขจากเขา”  กัซลีสันไม่ต้องการให้ลินลี่ย์ไป แต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถโน้มน้าวใจลินลี่ย์ได้  ทั้งหมดที่เขาทำได้คือฝากความหวังไว้กับเบรุต

ลินลี่ย์เมื่อได้ยินเช่นนี้ต้องยอมรับว่านี่เป็นความคิดที่ดี

“ถ้าอย่างนั้นท่านประมุข! โปรดช่วยข้าด้วยข้ารู้ว่าตระกูลเราน่าจะมีวิธีการสื่อสารกับลอร์ดเบรุตใช่ไหม?”  ลินลี่ย์หัวเราะ

“ได้สิ ในอดีตที่ผ่านมาร่างแยกของข้าอยู่ที่นั่น  อย่างไรก็ตามตอนนี้ช่วงเวลาวิกฤติผ่านไปแล้ว ร่างแยกของข้ากลับมาแล้วแต่เรายังมีหน่วยข่าวกรองประจำอยู่ที่นั่น” กัซลีสันพยักหน้า “ข้าจะช่วยจัดการให้ ข้าคิดว่าอีกไม่นานท่านเบรุตคงตอบกลับมา”

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย  เขาไม่อาจให้เบรุตเข้าใจผิดได้

“อย่างนั้นตอนนี้ข้าขอกลับไปก่อน”  ลินลี่ย์หัวเราะ  เขาตั้งใจจะจากไปตอนเช้า

“ท่านประมุข” ขณะนั้นเองทหารจากข้างนอกวิ่งผ่านประตูเข้ามา

ลินลี่ย์และกัซลีสันหันไปมอง  ทหารแสดงความเคารพจากนั้นรายงาน  “ท่านประมุข, ผู้อาวุโสลินลี่ย์  มีคนมาเพื่อขอพบผู้อาวุโสลินลี่ย์”  กัซลีสันขมวดคิ้ว  “อาคันตุกะธรรมดาก็ให้เขาไปซะ”  มีหลายคนที่ต้องการพบกับลินลี่ย์

ลินลี่ย์ไม่พบกับยอดฝีมือระดับผู้บัญชาการ  แต่กัซลีสันจะรับหน้าไว้

อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่อ่อนแอเกินไปพวกเขาปฏิเสธไม่ให้คนภายนอกเข้าภูเขา

“แต่ท่านประมุข คนผู้นี้บอกว่าเขาเป็นสหายเก่าของผู้อาวุโสลินลี่ย์  เขาชื่อโอลิเวอร์!”  ทหารนั้นรีบบอก

“โอลิเวอร์?” ลินลี่ย์ค่อนข้างประหลาดใจ  “มาเถอะ ข้าจะไปกับเจ้า”

จบบทที่ ตอนที่ 20-6 สมบัติจอมเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว