เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20-5 ปฏิเสธ

ตอนที่ 20-5 ปฏิเสธ

ตอนที่ 20-5 ปฏิเสธ


คำพูดของกัซลีสันนับว่าถูกต้อง  ความจริงทั่วทั้งเผ่าตระกูลล้วนดีใจกันทั้งนั้น

ไม่ใช่แค่สมาชิกระดับสูงของเผ่าตระกูลเท่านั้น  แม้แต่สมาชิกทั่วไปจำนวนมากที่อยู่ในเทือกเขาสกายไรท์ก็พากันรวมตัวกันหลายๆ ที่ดื่มคุยและสนุกสนานรื่นเริง  เพราะตระกูลได้สร้างสุดยอดฝีมือเช่นนั้นได้เป็นเรื่องที่ทำให้ชาวเผ่าตระกูลรู้สึกภาคภูมิใจ!

เมื่อสมัยที่บรรพบุรุษทั้งสี่ยังมีชีวิตอยู่  และตระกูลอยู่ในสภาพเจริญรุ่งเรือง

หลังจากที่พวกเขาตายไป  ตระกูลตกต่ำจนถึงขั้นถูกแปดตระกูลใหญ่มาดูถูกดูหมิ่นจนถึงภูเขาสกายไรท์  นี่คือความอัปยศ!  นี่ทำให้สมาชิกของเผ่าที่ผ่านประสบการณ์ยุครุ่งเรืองรู้สึกผิดหวังอยู่ในใจพวกเขา

การโดดเด่นขึ้นมาอย่างฉับพลันของลินลี่ย์ทำให้ชาวเผ่าตระกูลเหล่านี้รู้สึกหยิ่งภูมิใจมากขึ้น

เป็นการฉลองที่สุดเหวี่ยง  แม้แต่ทหารลาดตระเวนก็ยังดื่มเหล้าฉลองไปด้วย มีเทพพารากอนอยู่ในเผ่าตระกูล  ทหารลาดตระเวนไม่ต้องกังวลใจ จะไม่มีใครกล้ามาสร้างความลำบากให้กับตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์

พอถึงยามดึก พระจันทร์สีม่วงลอยเด่นอยู่ในท้องฟ้า

เทือกเขาสกายไรท์ ภายในภูเขาที่ปกครองโดยเผ่ามังกรฟ้า มีที่ดินผืนใหญ่ทอดตัวยาวและมีสิ่งก่อสร้างที่นี่  ในแง่ของขนาด ยังมีขนาดใหญ่กว่าที่พำนักของประมุขเผ่า  ดูเหมือนว่าดูเรียบง่ายเมื่อมองจากระยะไกล  แต่ถ้าใครดูให้ดีๆ เขาจะมองเห็นว่าแม้แต่กำแพงก็ปกคลุมไปด้วยภาพแกะสลัก  จากสายตาของลินลี่ย์ เขาสามารถบอกได้ทันทีว่างานแกะสลักเหล่านี้อย่างน้อยก็เป็นฝีมือของประติมากรระดับปรมาจารย์

และในยามนี้...

ด้านหน้าคฤหาสน์มีคนยืนอยู่สองคน คือลินลี่ย์กับกัซลีสัน

ลินลี่ย์อดมองดูกัซลีสันที่อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้  เขารำพึงกับตนเอง  “ท่านประมุขเตรียมการหลายอย่างไว้ให้ข้ามากมายนัก”

“ท่านประมุข,  จะให้ข้าพำนักอยู่ที่นี่หรือ?”  ลินลี่ย์ถาม

“ลินลี่ย์”  กัซลีสันหัวเราะ  “ตอนนี้เจ้าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์แล้ว!  เมื่อคนภายนอกพูดคุยถึงตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์  คนแรกที่พวกเขาคิดถึงก็คือเจ้า  ที่พำนักของเจ้าจะต้องสมกับสถานะของเจ้า  นอกจากนี้สถานที่นี้กว้างใหญ่มากพอ และเจ้าก็มีครอบครัวและสหายมาก นั่นถึงจะพอ”

ลินลี่ย์อดพยักหน้าไม่ได้

ขนาดของคฤหาสน์นี้พอๆ กับปราสาทเลือดมังกรของทวีปยูลาน  ต่อให้มีพันคนก็จุได้เพียงพอ อย่าว่าแต่ร้อยกว่าคน

“งั้นข้าขอรับไว้”  ลินลี่ย์ค่อนข้างตรงไปตรงมา

กัซลีสันหัวเราะและพยักหน้า  “พรุ่งนี้เจ้า เจ้าสามารถย้ายครอบครัวและสหายของพวกเจ้ามาที่นี่ได้เลย”  วอร์ตันและคนอื่นตอนนี้พำนักอยู่ในหุบเขาใหญ่แล้ว  ฮ็อกไปเยี่ยมคารวะบรรพบุรุษตระกูลบาลุค สำหรับฮ็อกกับวอร์ตัน การได้พบกับบรรพบุรุษของตระกูลเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

“ข้าไม่รีบ”  ลินลี่ย์กล่าว  “สมาชิกครอบครัวของข้าต้องการจะใช้เวลากับบรรพบุรุษสาขายูลาน”

“ก็สมควรแล้ว”  กัซลีสันหัวเราะและพยักหน้า  “ลินลี่ย์..ดูนี่”  ขณะที่พูดกัซลีสันดึงขวดหยกน้อยมาถือไว้ในมือของเขา

ขวดหยกนี้มีปากขวดเล็ก  โดยทั่วไปใช้เก็บของที่สำคัญอย่างเช่นมุกวิญญาณทองที่กลั่นแล้ว หรือยาเม็ดอื่น

“นี่คือ...?”  ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว  “พลังมหาเทพ?”

“ใช่แล้ว พลังมหาเทพธาตุดิน”  กัซลีสันหัวเราะ  “ลินลี่ย์!  ข้ารู้ว่าเจ้าฝึกมาทางกฎธาตุดินเป็นหลัก  ดังนั้นคงจะดีกว่า ที่จะให้เจ้าได้ใช้พลังมหาเทพธาตุดิน  นั่นคือเหตุผลที่เราเตรียมสิ่งนี้ให้เจ้า!  เจ้าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของตระกูลเรา เป็นธรรมดาที่เจ้าสมควรใช้พลังมหาเทพที่เหมาะสมที่สุด”

แม้ว่าขวดหยกน้อยบรรจุพลังมหาเทพยังมีปริมาณที่ห่างไกลเมื่อเทียบกับที่รีสเจมให้ลินลี่ย์มาทั้งกระติก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีอย่างน้อยเป็นพันหยดอยู่ในนี้

“ท่านประมุข”  ลินลี่ย์ไม่รับ แต่กลับส่ายศีรษะ  “ขวดหยกนี้บรรจุพลังมหาเทพไว้มากเกินไปแล้ว ตั้งแต่บรรพบุรุษทั้งสี่ของเราตายไป ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ของเราก็สูญเสียแหล่งพลังมหาเทพ แต่ละหยดที่ใช้ไปนั้นจะหมดสิ้นไปตลอดกาล ดีที่สุดคือท่านเก็บเอาไว้ให้ผู้อาวุโสอื่นได้ใช้เถอะ”

ลินลี่ย์รู้ว่าเนื่องจากพลังของเขาเอง แม้ว่าเขาจะใช้พลังมหาเทพวิถีทำลายล้าง ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวพวกพารากอนทั้งหลาย และในร่างมังกรแปลงก็ยังได้เปรียบเล็กน้อย

“ฮ่าฮ่า...”

กัซลีสันหัวเราะ  “ลินลี่ย์, เจ้ากังวลมากเกินไปแล้ว  ในอดีตตระกูลของเราต้องประหยัดพลังมหาเทพไว้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราถูกกดดันจากแปดตระกูลใหญ่อย่างหนัก  เราจึงใช้พลังมหาเทพหมดไปอย่างรวดเร็วมาก  การสู้แต่ละครั้งเป็นการสูญเสียหยดพลังมหาเทพ  และโดยทั่วไป เราจะมีส่วนร่วมในการสู้รบหลายสิบครั้งก่อนจึงจะสามารถฆ่าผู้อาวุโสฝ่ายศัตรูได้  เพราะพลังมหาเทพถูกนำมาใช้เร็วเกินไป ทางตระกูลจึงไม่กล้าส่งมอบให้พลังมหาเทพอย่างง่ายๆ  ที่สำคัญเวลานั้นเราไม่รู้ว่าอนาคตตระกูลจะเป็นเช่นไร ดังนั้นเราจึงต้องประหยัดมากขึ้น”

“แต่ตอนนี้ ลินลี่ย์ เจ้าเป็นเทพพารากอนแล้ว  ใครจะกล้ามาล่วงเกินตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์?”  เสียงหัวเราะของกัซลีสันมีความสุขมาก

ลินลี่ย์ได้ยินเช่นนี้ก็ผ่อนปรนตามกัซลีสัน

ความจริงด้วยพลังระดับเขาแล้ว มีน้อยคนนักที่จะตาบอดเข้ามายั่วยุตระกูลของเขา  คงมีไม่หลายสถานการณ์นักที่ตระกูลต้องถึงกับใช้พลังมหาเทพมากมาย

“รับไปเถอะลินลี่ย์”  กัซลีสันย้ำ

ลินลี่ย์ลังเลเล็กน้อย

“งั้นเอาอย่างนี้!”  ลินลี่ย์พลิกมือควบคุมพลังเทพธาตุดินของเขาดึงแก่นธาตุดินที่อยู่ใกล้มารวมกันและสร้างเป็นขวดบรรจุเล็กๆ ในมือของเขา  ลินลี่ย์ชี้นิ้วข้างหนึ่ง และทันใดนั้นสายน้ำสีดำปรากฏในฝ่ามือของลินลี่ย์ไหลเข้าไปในขวดสีดำ

น้ำสีดำนี้ก็คือพลังมหาเทพวิถีทำลายล้าง

ความจริงลินลี่ย์มีพลังมหาเทพวิถีทำลายล้างอยู่เป็นปริมาณมาก

ขณะต่อมา ขวดเต็มไปด้วยพลังมหาเทพ  ขวดนี้จุได้ขนาดหนึ่งในสิบของปริมาณพลังมหาเทพที่เก็บไว้ในกระติก

“เจ้า..หมายความว่ายังไง?” กัซลีสันจ้องมอง

“ท่านประมุข เราแลกเปลี่ยนขวดพลังมหาเทพวิถีทำลายล้างของข้ากับขวดหยดพลังมหาเทพสายธาตุดินของท่าน”  ลินลี่ย์หัวเราะและยื่นขวดเล็กสีดำ

ถ้าตระกูลมีพลังมหาเทพมากมาย ลินลี่ย์คงจะยอมรับไว้  แต่ตระกูลไม่ได้มีมากมายขนาดนั้น  เป็นไปได้ว่าขวดพลังมหาเทพนั้นแทบจะเป็นของส่วนใหญ่ที่ตระกูลมีอยู่

“ลินลี่ย์”  กัซลีสันรีบกล่าว  “นี่..ไม่สามารถรับไว้ได้  เจ้า..”

“รับไว้เถอะ ไม่อย่างนั้นข้าก็รับของท่านไว้ไม่ได้เหมือนกัน”  ลินลี่ย์ส่ายศีรษะ

กัซลีสันได้แต่หัวเราะอย่างจนใจและพยักหน้า  “ก็ได้”  เขารับขวดพลังมหาเทพวิถีทำลายล้างไว้  ขณะที่ลินลี่ย์รับพลังมหาเทพสายธาตุดิน  เท่าที่ลินลี่ย์กังวล เขามีพลังมหาเทพวิถีทำลายล้างอยู่มาก  แต่ด้วยพลังของเขา มีกรณีน้อยมากที่เขาต้องใช้มัน  การแลกเปลี่ยนหยดพลังมหาเทพสายธาตุดินจะเป็นประโยชน์กับเขา

เวลาผ่านไป พริบตาเดียวผ่านไปสิบปีนับแต่ลินลี่ย์กลับมาที่ตระกูล

ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้ถึงทัศนคติของชาวเผ่าตระกูล รวมทั้งประมุขเผ่าได้เปลี่ยนไป  ลินลี่ย์เข้าใจว่า..หลังจากกลายเป็นเทพพารากอนแล้ว  เขากลายเป็นผู้นำจิตวิญญาณของทั้งตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว  สถานะของเขาตอนนี้คล้ายกับเทพสงครามในจักรวรรดิโอเบรียน หรือมหาพรตในจักรวรรดิยูลาน

คฤหาสน์ที่ลินลี่ย์พำนักอาศัยอยู่กลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าตระกูล

ภายในสนามหญ้ากว้างขวางของคฤหาสน์ มีคนกลุ่มใหญ่รวมตัวกันอยู่  ลินลี่ย์  เรย์โนลด์ เยลและจอร์จนั่งล้อมวงดื่มเหล้าและพูดคุยกันเรื่องต่างๆ  แต่แน่นอนว่าเป็นร่างแยกธาตุน้ำของลินลี่ย์ที่มาสังสรรพูดคุยกับพวกเขา  ส่วนร่างแยกอื่นรวมทั้งร่างหลักกำลังฝึกฝนกันทั้งหมด

ยังคงเป็นร่างหลักของลินลี่ย์ที่ฝึกฝนได้เร็วที่สุด

“ผู้อาวุโสลินลี่ย์”  ทหารเฝ้าประตูวิ่งเข้ามาคำนับ

“หืม?”  ลินลี่ย์มองดูเขา

“ผู้อาวุโสลินลี่ย์  ประมุขเผ่าส่งข้อความาบอกว่าเจ้าแคว้นจากทวีปเจดโฟลทต้องการจะพบกับท่านผู้อาวุโส”  ทหารประจำตระกูลคำนับขณะที่พูด

ลินลี่ย์หัวเราะและพยักหน้าอย่างเยือกเย็น  จากนั้นกวาดสำนึกเทพไปทั่วภูเขาสกายไรท์ นี่รวมทั้งกัซลีสันและเจ้าแคว้นผู้นั้นไว้ด้วย  “ท่านประมุข  ช่วยบอกท่านเจ้าแคว้นไปว่าตอนนี้ข้ากำลังฝึก ยังไม่สามารถไปต้อนรับอาคันตุกะคนใดได้  เว้นแต่มีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น โปรดช่วยข้ารับหน้าพวกเขาด้วย”

กัซลีสันสะดุ้ง

ความจริงเขาไม่รู้สึกถึงสำนึกเทพของลินลี่ย์แม้แต่น้อย  เขาได้แต่ถอนหายใจ  “เทพพารากอนมีพลังเหลือเชื่อจริงๆ  แค่พลังจิตของพวกเขาก็สูงล้ำข้าไปมาก”  กัซลีสันเข้าใจอารมณ์ของลินลี่ย์เช่นกัน  ลินลี่ย์ไม่ต้องการถูกรบกวนจากการพบปะสังสรรค์แบบนี้  ซึ่งนั่นเป็นวัตถุประสงค์ของคนที่พยายามผูกมิตรกับเขา

“ก็ได้,  ข้าจะช่วยเจ้าจัดการกับพวกเขา”  กัซลีสันตอบ  “อย่างนั้นในอนาคต เว้นแต่มีเรื่องสำคัญ เจ้าจะไม่พบกับคนเหล่านี้ใช่ไหม?”

“ถูกแล้ว”  ลินลี่ย์ตอบทางใจ  “นอกจากคนที่ข้าคุ้นเคย อย่างเช่นรีสเจม ถ้าข้าไม่คุ้นเคยกับพวกเขาและไม่เคยติดต่อกับพวกเขา นอกจากจะเป็นเรื่องสำคัญ ข้าคงไม่พบกับใครอื่น”

การตัดสินใจของลินลี่ย์ฉลาดมาก  เพราะหลังจากการมาถึงของเจ้าแคว้นจากทวีปเจดโฟลทนี้  ทุกๆ สองสามเดือนหรือทุกสองสามปี ก็จะมีคนมาเยี่ยม บางคนก็ต้องการผูกมิตรกับลินลี่ย์  ขณะที่คนอื่นๆ ต้องการขอให้ลินลี่ย์ช่วยพวกเขาด้วยเรื่องบางอย่าง ทั้งยังมีคนอื่นต้องการให้ลินลี่ย์เป็นอาจารย์พวกเขาก็มี

ในช่วงเวลาสั้นๆ มีหลายคนที่มารบกวนเขา

โชคดีที่ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์หยุดพวกเขาไว้ ทำให้พวกเขาไม่ได้พบลินลี่ย์

ความจริงเป็นเรื่องปกติที่คนมากคนจะมาพบลินลี่ย์  ที่สำคัญ เทพพารากอนไม่ค่อยเปิดเผยที่อยู่ของพวกเขา เป็นเรื่องยากที่ใครๆ จะไปหาเทพพารากอนได้ถูก

ภายคฤหาสน์

“ลุง!”  ไอน่ามองดูลินลี่ย์ด้วยความประหลาดใจ  “เมื่อครู่ก่อน คนที่ต้องการมาพบท่านใช้วิธีส่งจดหมายนี้ให้ท่าน และความจริงจดหมายนี้ระบุถึงความอยุติธรรมที่กระทำต่อเขา  และเขาเป็นคนน่าสงสารมากจริงๆ ท่านลุง  ทำไมท่านไม่เมตตาช่วยเหลือเขา?”

ลินลี่ย์อดหัวเราะขณะชำเลืองมองไอน่ามิได้

“นาน่า”  บีบีจ้องมองลูกสาวของตนเอง  “ใครจะไปรู้ว่าคนมีบุญคุณความแค้นมากมายอยู่ในแดนนรกมากขนาดไหน?  เจ้าต้องการให้ลุงเจ้าไปช่วยใครสักคน  แต่กับคนอื่นๆ เล่า?  ในแดนนรก มีผู้คนถูกเข่นฆ่าทุกขณะทุกวัน  เจ้าคิดว่าทุกคนตายอย่างสมควรไหม? พวกเขาก็ตายอย่างไม่เป็นธรรมเช่นกัน  เจ้าต้องการให้ลุงเจ้าไปตามกำจัดศัตรูของเขาทั่วแดนนรก และชำระความแค้นให้กับทุกคนที่ตายหรือ?”

ไอน่าตะลึง

ไอน่ากับเวดอาศัยอยู่ภายใต้การปกป้องคุ้มครองของลินลี่ย์และบีบี  ดังนั้นพวกเขาแทบจะไม่เคยได้รับความทุกข์ยากลำบาก  พวกเขาไม่เหมือนลินลี่ย์ที่ผ่านความเป็นความตายมาได้จนถึงระดับปัจจุบัน  พวกเขารู้แต่เพียงเรื่องราวของโลกแบบง่ายๆ

“ถ้าข้าต้องช่วยคนที่ไม่ใช่ครอบครัว ไม่ใช่สหาย  อย่างนั้นก็ต้องมีร่างแยกเป็นล้านล้าน”  ลินลี่ย์หัวเราะ

ไอน่าแค่นเสียงและย่นจมูกอย่างน่ารัก

“ลืมเรื่องของคนอื่นๆ ไปเถอะ ยังมีเรื่องส่วนตัวหลายเรื่องที่ข้ายังจัดการได้ไม่ดีนักเช่นกัน”  ลินลี่ย์ส่ายศีรษะและถอนหายใจ

“เอ๊ะ?”  ไอน่ามองดูลินลี่ย์ด้วยความสงสัย

ลินลี่ย์หัวเราะเบาๆ ไม่พูดถึงรายละเอียด

แม้วาหลายวันมานี้ลินลี่ย์จะมีความสงบและมีความสุข  แต่เขาสังเกตอาการของฮ็อกบิดาของเขาจะเหม่อมองพื้นที่อย่างว่างเปล่าเมื่อเขาอยู่คนเดียว  ลินลี่ย์เข้าใจว่าบิดาของเขาคิดถึงมารดา  ลินลี่ย์มักจะคิดด้วยตนเองว่า..สักวัน เขาควรไปเยี่ยมพิภพแสงศักดิ์สิทธิ์ขอให้ประมุขมหาเทพแห่งแสงให้คืนอิสรภาพแก่มารดาของเขา

เวลาผ่านไป และในพริบตา ผ่านไปอีกร้อยปี

มีคนมากมายมารวมกันในคฤหาสน์ของลินลี่ย์

“จู่ๆ น้องสามปิดขังตัวเองอยู่ข้างในสองสามวันที่แล้ว  ร่างแยกทั้งหมดของเขากำลังฝึกฝน  เขาพูดว่าเขาจะถึงระดับสำคัญ  แต่ชั่วเวลาการรู้แจ้งควรจะเกิดได้เร็ว  ทำไมเขาจึงยังไม่ออกมา?”  เรย์โนลด์อดชำเลืองมองทางเดินไม่ได้ จอร์จแค่หัวเราะอย่างเยือกเย็น  “จะต้องรีบทำไม?  ตอนนี้เจ้ามีชีวิตอมตะแล้ว”

เรย์โนลด์ได้ยินคำนี้อดหัวเราะไม่ได้

ความจริงเทพผู้ที่เวลาทำอะไรไม่ได้ จะสิบปีหรือร้อยปีก็ไม่มีอะไรต่างกัน

“เอ, น้องสามกำลังออกมาหรือ?”  เยลกล่าว

เรย์โนลด์และคนอื่นทุกคนหันไปมอง  แม้แต่บางคนที่กำลังคุยกัน บางก็หยอกหัวเราะกันในสนาม  บางคนที่อยู่ไกลออกไปสังเกตว่าร่างหนึ่งเดินออกมาตามทางเดิน  ผมยาวสีน้ำตาลของเขาสยายไม่ได้มัดไว้  เป็นลินลี่ย์  ลินลี่ย์อารมณ์ดีในวันนี้  “ข้าฝึกมาร้อยปี  ในที่สุดข้าก็หลอมรวมเคล็ดลึกลับทั้งสองนี้ได้”

เป็นเรื่องยากเหลือเกินกับการหลอมรวมเคล็ดลึกลับต่างสายธาตุกัน

หลังจากที่วิญญาณกลายสภาพ  วิญญาณของเขามีพลังเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล  และเขายังต้องใช้เวลาหลายปีก่อนจะบรรลุได้จริงๆ

“และนี่เป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้น  ต่อไปข้าจะหลอมรวมพลังสามชนิด  และเวลาอีกมากมายที่ข้าต้องใช้ไป ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น  เป้าหมายของข้าก็คือสี่เคล็ด”  ลินลี่ย์กระตือรือร้นมากเช่นกัน  ถ้าเขาสามารถหลอมรวมเคล็ดความรู้ลึกลับจากกฎต่างๆ   จะกลายเป็นผู้ทรงพลังได้ขนาดไหน?  มีแนวโน้มว่าเขาจะสามารถฆ่าได้กระทั่งพารากอน

“พี่ใหญ่”  บีบีวิ่งเข้าไปหา

“ท่านพ่อข้าล่ะ?”  ลินลี่ย์กล่าว

“ลุงอยู่ในห้อง  วันนี่ข้ายังไม่เห็นเขาเลย”  บีบีพูด

“ได้ ข้าจะไปหาพ่อ”  ลินลี่ย์มองดูคนอื่น จากนั้นเคลื่อนไปที่พักอยู่บิดาเขา  “หลังจากเขาฝึกเสร็จแล้ว  ความคิดแรกของลินลี่ย์คือได้เวลาไปพิภพแสงศักดิ์สิทธิ์ ”ไม่ว่าข้าจะประสบความสำเร็จได้ หรือไม่อย่างน้อยข้าจะไปพบกับหัวหน้ามหาเทพแห่งแสงเพื่อลองขอเขาดู”

จบบทที่ ตอนที่ 20-5 ปฏิเสธ

คัดลอกลิงก์แล้ว