- หน้าแรก
- นายน้อยจอมราชัน
- บทที่ 32 มิงค์หนูเขียว
บทที่ 32 มิงค์หนูเขียว
บทที่ 32 มิงค์หนูเขียว
ท่ามกลางป่าทึบ เซี่ยงเส้าหยุนกำลังพาลูกเสือน้อยเดินย้อนกลับไป ด้วยตั้งใจจะนำลูกเสือตัวนี้กลับไปคืนให้กับอสูรพยัคฆ์ตัวนั้น!
เขารู้ดีว่าสัตว์อสูรก็มีความรู้สึกนึกคิด ขอเพียงไม่ได้ทำร้ายลูกเสือน้อย เชื่อว่าแม่อสูรพยัคฆ์คงไม่ทำอันตรายตน
ยามนี้ ลูกเสือน้อยกระโดดโลดเต้นตามเขามาไม่ห่าง เดี๋ยวก็กระโดดขึ้นไปเล่นบนก้อนหิน เดี๋ยวก็ไปเขี่ยหญ้าเล่น ดูร่าเริงมีความสุขยิ่งนัก!
เซี่ยงเส้าหยุนคร้านจะสนใจมัน ตลอดทางเขาคอยระวังตัวอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันสัตว์อสูรซุ่มโจมตี!
สักพักใหญ่ ลูกเสือน้อยก็ส่งเสียงร้อง "เมี๊ยว" ขึ้นมา ทำให้เซี่ยงเส้าหยุนต้องหันกลับไปมอง
เห็นเพียงเจ้าตัวเล็กไม่รู้ไปขุดโสมเหลืองที่เป็นสมุนไพรแก่มาจากไหน กำลังแทะกินอย่างเอร็ดอร่อย
"เจ้าตัวเล็ก ยั้งปากไว้ก่อน!" เซี่ยงเส้าหยุนรีบร้องห้าม
แต่เจ้าตัวเล็กนั้นกัดกินรวดเร็วยิ่งนัก โสมเหลืองเกือบครึ่งต้นตกถึงท้องมันไปเรียบร้อยแล้ว
"แย่แล้ว!" เซี่ยงเส้าหยุนหน้าถอดสี คว้าเจ้าตัวเล็กมากอดไว้แนบอก เตรียมโกยแน่บหนีไปจากที่นี่!
จี๊ด!
เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูสะท้อนก้อง เงาร่างหนึ่งรวดเร็วปานสายฟ้าพุ่งออกจากมุมมืดที่ซ่อนเร้น
เงาร่างนั้นรวดเร็วเกินไป แม้เซี่ยงเส้าหยุนจะรีบอุ้มเจ้าตัวเล็กกลิ้งหลบไปด้านข้างทันที แต่หัวไหล่ก็ยังถูกข่วนเป็นแผลยาว เลือดสด ๆ ไหลซึมออกมา!
เซี่ยงเส้าหยุนกัดฟันข่มความเจ็บปวด ดีดตัวลุกขึ้น แต่ฝ่ายตรงข้ามพุ่งโจมตีเข้ามาอีกครั้ง ความเร็วนั้นยากจะจับทิศทางได้ทัน!
เซี่ยงเส้าหยุนไม่ทันได้คิดอะไร เบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง เสื้อผ้าถูกฉีกขาดอีกครั้ง
คราวนี้ เซี่ยงเส้าหยุนมองเห็นชัดแล้วว่าเป็นสัตว์อสูรชนิดใด!
มิงค์หนูเขียว! ลำตัวยาวเพียงครึ่งเมตร ขนสีเขียวตั้งชัน เขี้ยวแหลมคมโง้งออกมา หางชี้ตั้ง จ้องมองเซี่ยงเส้าหยุนตาขวาง!
ไม่สิ ต้องบอกว่ามันจ้องมองลูกเสือน้อยในมือเซี่ยงเส้าหยุนด้วยความโกรธแค้นต่างหาก!
เพราะโสมเหลืองนั่นคือสมุนไพรแก่ที่มันเฝ้าพิทักษ์ สำคัญต่อมันยิ่งนัก ไม่นึกว่าจะถูกเจ้าตัวเล็กนี่กินไปเกือบครึ่ง!
มิงค์หนูเขียวตัวนี้มีความแข็งแกร่งระดับอสูรระดับกลางขั้นสอง เทียบเท่ากับยอดฝีมือขอบเขตพลังดาราระดับสองของมนุษย์
โชคดีที่การโจมตีของมิงค์หนูเขียวไม่ใช่จุดแข็งของมัน ไม่อย่างนั้นเมื่อครู่เซี่ยงเส้าหยุนคงแย่แน่!
จุดเด่นของมันอยู่ที่ความเร็ว รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพลังดาราทั่วไปอย่าหวังว่าจะหลบการโจมตีของมันพ้น!
จี๊ด!
มิงค์หนูเขียวส่งเสียงร้องประหลาด พุ่งเข้าใส่เซี่ยงเส้าหยุนอีกครั้ง ครานี้ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกระดับ เห็นได้ชัดว่ามันตั้งใจจะสังหารทั้งเซี่ยงเส้าหยุนและลูกเสือน้อยให้สิ้นซาก!
พรสวรรค์เนตรสังเกตการณ์!
เซี่ยงเส้าหยุนรู้ตัวว่าหลบไม่พ้นอีกแล้ว ดวงตาเบิกโพลงจ้องเขม็งไปที่มิงค์หนูเขียว ปลดปล่อยพรสวรรค์เนตรสังเกตการณ์ที่สัมพันธ์กับการเข้าฌานออกมา จนมองเห็นทิศทางการพุ่งโจมตีของมิงค์หนูเขียวได้ลาง ๆ!
เพลงเตะวายุคลั่ง!
เงาขาอันรวดเร็วกวาดออกไป แฝงด้วยพลังปราณที่ปล่อยออกจากร่าง หมายจะเตะมิงค์หนูเขียวให้ระเบิดในทีเดียว!
ทว่ามิงค์หนูเขียวกลับหดตัวกลางอากาศ หลบลูกเตะของเซี่ยงเส้าหยุนได้อย่างเฉียดฉิว แล้วพุ่งผ่านไปทางด้านข้างของเขา
ฉึก!
แขนข้างหนึ่งของเซี่ยงเส้าหยุนถูกกรีดเป็นแผลเหวอะหวะ ลึกจนเห็นกระดูกขาวโพลน!
"ไสหัวไป!" เซี่ยงเส้าหยุนคำรามด้วยความโกรธ รัวเตะออกไปไม่ยั้ง บีบให้มิงค์หนูเขียวต้องถอยร่น
คราวนี้เซี่ยงเส้าหยุนใช้การรุกแทนการรับ เพลงเตะวายุคลั่งไล่เตะตามติด ทุกดอกแฝงพลังกว่าพันจิน เตะจนอากาศส่งเสียงดังพึ่บพั่บ!
แต่ทว่า มิงค์หนูเขียวรวดเร็วเกินไป ไม่ว่าเขาจะเตะอย่างไรก็ไม่โดนตัวมัน
ทันใดนั้น มิงค์หนูเขียวฉวยโอกาสอีกครั้ง พุ่งเข้าใส่ลูกเสือน้อยในมือเซี่ยงเส้าหยุน
มันตั้งใจจะจัดการเจ้าตัวเล็กที่ขโมยกินโสมเหลืองให้ตายก่อน!
เนตรสังเกตการณ์ของเซี่ยงเส้าหยุนทำงานไม่ทัน มิงค์หนูเขียวจวนจะถึงตัวลูกเสือน้อยแล้ว หมายจะขย้ำให้ตายคามือ!
โฮก!
ฉับพลันนั้น เสียงร้องของลูกเสือน้อยก็เปลี่ยนเป็นดุดันน่าเกรงขาม ราวกับราชันแห่งพงไพร แผ่อำนาจบารมีสะกดข่มทั่วทิศ!
แม้มิงค์หนูเขียวจะเป็นถึงอสูรระดับกลางขั้นสอง แต่กลับหวาดกลัวเสียงคำรามแห่งราชันนี้อย่างยิ่ง มันรีบหดตัวกลับ ไม่กล้าโจมตีลูกเสือน้อยอีก!
เซี่ยงเส้าหยุนคว้าโอกาสทองในเสี้ยววินาทีนี้ ปล่อยประกายดัชนีพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ดัชนีทะลวงปราณ!
ฉึก!
มิงค์หนูเขียวพึ่งพาแต่ความเร็ว ไม่ถนัดทั้งการโจมตีและป้องกัน ดัชนีนี้ของเซี่ยงเส้าหยุนจึงสร้างบาดแผลให้มันได้โดยตรง
พลังชีวิตของมันช่างมากเหลือ มันพลิกตัวกลางอากาศ ร้องเสียงหลงแล้วมุดหายไปในพงหญ้า
เซี่ยงเส้าหยุนไม่คิดไล่ตาม เลือดไหลออกจากบาดแผลทั่วทั้งตัว หากไม่รีบห้ามเลือด อาจส่งผลร้ายแรงต่อร่างกาย!
หลังจากพันแผลอย่างลวก ๆ เขาก็เห็นลูกเสือน้อยกำลังตะกุยดินอยู่ที่มุมหนึ่งไม่หยุด
เขารีบเดินเข้าไปดู ดวงตาเป็นประกาย จับเจ้าตัวเล็กโยนไปข้าง ๆ แล้วรีบขุดดินตรงนั้นด้วยตัวเอง ใบหน้าเผยแววดีใจ "นี่... โสมเหลืองต้นใหญ่ขนาดนี้ อายุคงเกือบสามร้อยปีแล้ว นับเป็นกึ่งสมุนไพรวิญญาณได้เลย!"
เมี๊ยว!
ลูกเสือน้อยร้องประท้วงอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้มันกลับมาเป็นแมวน้อยน่ารักอีกครั้ง ไม่เหลือเค้าความน่าเกรงขามของราชันแห่งพงไพรดั่งเมื่อครู่เลย!
"เจ้าตัวเล็ก เมื่อกี้เจ้ากินไปต้นหนึ่งแล้ว ต้นนี้เป็นของข้า ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทนที่เจ้าหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ข้า!" เซี่ยงเส้าหยุนบอกกับลูกเสือน้อย
โสมเหลืองมีสรรพคุณช่วยยืดอายุขัยให้คนธรรมดา และช่วยเพิ่มพละกำลังให้ผู้ฝึกยุทธ์ มูลค่าไม่ต่ำกว่าสองสามพันเหรียญทองแน่นอน!
เซี่ยงเส้าหยุนห่อโสมเหลืองเก็บไว้ แล้วพาลูกเสือน้อยเดินทางกลับ
เมื่อกลับมาถึงจุดเดิม อสูรพยัคฆ์ตัวนั้นหายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงกองซากเนื้อและเลือดที่ดูน่าสะอิดสะเอียนบนพื้น
เซี่ยงเส้าหยุนเคยฆ่าอสูรมาไม่น้อย แต่ยังไม่เคยลงมือฆ่าคน พอเห็นชิ้นส่วนมนุษย์พวกนี้ ก็อดคลื่นไส้ไม่ได้
"คนตาย ข้าใช่ว่าจะไม่เคยเห็น คนที่ตายเพื่อข้ามีน้อยเสียเมื่อไหร่? ทำไมข้าต้องรู้สึกแย่ด้วย! ผู้ที่จะสร้างความยิ่งใหญ่ ใครบ้างไม่โหดเหี้ยม ข้าเซี่ยงเส้าหยุนจะไปกลัวอะไร!" เซี่ยงเส้าหยุนตวาดเรียกสติ ข่มความรู้สึกขยะแขยง จ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่หลบสายตา!
จากนั้น สายตาเขาก็ไปสะดุดเข้ากับอาวุธชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่ข้าง ๆ เขารีบคว้ามันมาถือไว้ "นี่อย่างน้อยก็เป็นกระบี่ระดับสอง เก็บไว้ใช้ป้องกันตัวได้!"
ต่อมา เขากวาดสายตาไปรอบ ๆ อีกครั้ง ไม่นานก็เห็นห่อผ้าใบหนึ่งตกอยู่ไม่ไกล
เขาวิ่งไปหยิบห่อผ้านั้นมาเปิดดู ดวงตาเป็นประกายวาววับ "เจ้านี่เก็บเกี่ยวได้ไม่น้อยเลย มีสมุนไพรแก่อายุร้อยปีขึ้นไปตั้งสิบกว่าต้น น่าเสียดาย ตอนนี้เป็นของข้าหมดแล้ว!"
เขาพิจารณาดูอย่างละเอียด พบว่านอกจากสมุนไพรแล้ว ยังมีขวดหยกบรรจุยาฟื้นฟูสี่เม็ด ตั๋วเงินจำนวนหนึ่ง และคัมภีร์ทักษะยุทธ์อีกหนึ่งเล่ม!
"นี่เรียกว่าลาภลอยจากฟ้าหรือเปล่านะ?" เซี่ยงเส้าหยุนยิ้มกริ่ม ขณะกำลังจะห่อผ้ากลับคืน หูพลันแว่วเสียงความเคลื่อนไหวบางอย่าง ทำให้เขาตื่นตัวขึ้นมาทันที
ฟิ้ว!
ฉับพลันนั้น เสียงแหวกอากาศพุ่งตรงเข้ามา หมายจะเจาะกะโหลกศีรษะเด็กหนุ่มจากด้านหลัง!