เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ช่างน่าปวดใจยิ่งนัก

บทที่ 15 ช่างน่าปวดใจยิ่งนัก

บทที่ 15 ช่างน่าปวดใจยิ่งนัก


ณ ห้องขีดจำกัดห้องแรก!

เซี่ยงเส้าหยุนเริ่มออกวิ่งภายในห้องนั้น!

แรงโน้มถ่วงพันจินกดทับดั่งขุนเขา ใช่ว่าจะวิ่งก็วิ่งได้ทันที แม้เมื่อวานเขาจะปรับตัวเข้ากับแรงโน้มถ่วงที่นี่ได้แล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะคล่องแคล่วดุจปลาได้น้ำ!

ในทางกลับกัน ทุกก้าวที่วิ่ง เขาต้องใช้แรงทั้งหมดเพื่อต้านทานแรงโน้มถ่วงพันจินนั้น ทำให้ฝีเท้าของเขาหนักอึ้งยากลำบากยิ่งนัก!

หนึ่งก้าวพันจิน!

นี่คือระดับพลังบำเพ็ญที่ต้องบรรลุขอบเขตแรกยุทธ์ระดับเก้าขั้นปลายเท่านั้นจึงจะทำได้!

ทว่ายามนี้ เซี่ยงเส้าหยุนกลับทำได้ด้วยขอบเขตแรกยุทธ์ระดับหก ช่างทำให้ผู้คนตกตะลึงพรึงเพริดจริง ๆ!

เซี่ยงเส้าหยุนโคจรเคล็ดวิชาทรราชท้าสวรรค์ พลังในกายไหลเวียน เส้นชีพจรและจุดชีพจรถูกขัดเกลาขยายออก พลังดาราทั้งเก้าผ่อนคลายและบีบรัดหมุนเวียนไม่หยุดหย่อน กระตุ้นพลังมากมายที่แฝงอยู่ในกายเนื้อ!

เซี่ยงเส้าหยุนถูกเคี่ยวกรำร่างกายด้วยโอสถชั้นสูงนานาชนิดมาแต่เล็ก พลังที่แฝงอยู่ในกายนี้นั้นมหาศาลเพียงใด!

เมื่อวานหลังจากเซี่ยงเส้าหยุนปรับตัวกับแรงโน้มถ่วงพันจินได้แล้ว กายเนื้อก็ไม่มีพลังถูกกระตุ้นออกมาอีก แต่ขณะที่วิ่งอยู่นี้ พลังเหล่านั้นกลับถูกรีดเร้นออกมาทีละน้อยประดุจบิดน้ำออกจากผ้าขนหนู

พลังเหล่านี้ดูเหมือนไม่มาก แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแรกยุทธ์แล้ว นับว่าเพียงพอจะยกระดับได้ไม่น้อยเลย!

เซี่ยงเส้าหยุนจวนเจียนจะทะลวงสู่ขอบเขตแรกยุทธ์ระดับเจ็ดอยู่รอมร่อ แต่เขายังคงบีบอัดพลังเหล่านั้นไว้ พลังเหล่านี้ไม่ได้ไหลไปสู่ดวงดาว แต่ถูกบีบเข้าไปในจุดชีพจรทั้งสามร้อยหกสิบห้าจุด

ที่เซี่ยงเส้าหยุนทำเช่นนี้ เพียงเพื่อเสริมสร้างพลังของจุดชีพจร ถึงเวลานั้นจะได้ส่องประสานกับพลังดารา ทำให้วิชาโบราณโคจรได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มพูนกำลังภายนอกที่เขาใช้ออกมาด้วย!

เพราะอย่างไรเสียตอนนี้เขาได้ฝึกฝนหมัดทะลวงปราณและเพลงเตะวายุคลั่งแล้ว จำเป็นต้องเสริมสร้างพลังของตนเองให้แข็งแกร่งที่สุด และการใช้พลังเสริมสร้างจุดชีพจรย่อมเป็นวิธีที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย!

นี่คือวิถีการบำเพ็ญเพียรที่เซี่ยงเส้าหยุนตระหนักรู้มาจากตำราโบราณเกี่ยวกับการฝึกฝนมานานแล้ว!

ครึ่งชั่วยามให้หลัง เซี่ยงเส้าหยุนปรับตัวกับแรงโน้มถ่วงที่นี่ได้ดียิ่งขึ้น ความเร็วในการวิ่งก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นแล้ว!

"หอขีดจำกัดนับว่าไม่เลว ช่วยให้ข้าเร่งความเร็วในการเพิ่มพูนฝีมือได้! แต่ยังไม่พอ ตามบันทึกในตำราโบราณบางเล่ม เคยมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งแบกหินยักษ์พันจินได้สบาย ๆ คนที่มีกายเนื้อวิปริตผิดมนุษย์เหล่านั้นไม่มีใครเทียบได้! ข้าเซี่ยงเส้าหยุนต้องยึดพวกเขาเป็นเยี่ยงอย่าง จึงจะมีความหวังเติบโตได้รวดเร็ว!"

คิดได้ดังนี้ เซี่ยงเส้าหยุนก็ระเบิดจิตวิญญาณการต่อสู้อันแรงกล้า ร่างกายวิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ พลังในกายถูกรีดเค้นออกมาทีละน้อย

ในขณะที่เซี่ยงเส้าหยุนพากเพียรฝึกฝน ภายนอกหอขีดจำกัดก็มีศิษย์ฝ่ายนอกมารวมตัวกันไม่น้อย

ศิษย์เหล่านี้ต่างเฝ้าติดตามเรื่องราวใหญ่โตบางอย่าง!

"ครึ่งชั่วยามผ่านไปสักพักแล้ว ทำไมยังไม่เห็นเซี่ยงเส้าหยุนออกมาอีก!"

"นั่นสิ ดูท่านผู้ดูแลนอนพักผ่อนสบายใจเฉิบแบบนั้น ท่านไม่คิดจะปล่อยเซี่ยงเส้าหยุนออกมาหรือไร?"

"พวกเจ้าว่า เซี่ยงเส้าหยุนจะตายอยู่ข้างในแล้วหรือเปล่า?"

"ข้อนี้เป็นไปได้ พอเข้าห้องขีดจำกัด ความเป็นความตายไม่รับประกัน!"

……

......

ชั่วพริบตาหนึ่งชั่วยามผ่านไป ศิษย์ฝ่ายนอกที่รอคอยต่างทยอยแยกย้าย เหลือเพียงส่วนน้อยที่ยังรอผลลัพธ์!

หนึ่งชั่วยามครึ่งผ่านไป ก็ไม่มีใครรออยู่ที่นี่อีกแล้ว

พวกเขาล้วนคิดว่าเซี่ยงเส้าหยุนคงไม่มีทางออกมาจากหอขีดจำกัดได้อีก!

ผ่านไปถึงสองชั่วยามเต็ม เซี่ยงเส้าหยุนจึงเดินออกมาจากห้องขีดจำกัดห้องแรก!

"เจ้าหนู เจ้าทำได้ดี ดีมาก! ดูท่าอีกไม่นานคงท้าทายห้องขีดจำกัดห้องที่สองได้แล้ว!" ผู้ดูแลชราอดเอ่ยชมเซี่ยงเส้าหยุนไม่ได้

"แน่นอน วันหน้าหอขีดจำกัดคือสถานที่ฝึกฝนส่วนตัวของข้าเซี่ยงเส้าหยุน!" เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวอย่างมั่นใจ

การฝึกฝนสองชั่วยาม ทำให้เขาได้รับประโยชน์มากมายนัก!

"เจ้าหนู อย่าได้มั่นใจจนพองตัวนัก หอขีดจำกัดใช่ว่าจะฝ่าด่านได้ง่ายดาย!" ผู้ดูแลชรากล่าว

"คนอื่นไม่ง่าย ไม่ได้แปลว่าจะยากสำหรับข้า!" เซี่ยงเส้าหยุนตอบอย่างมั่นใจ หยุดครู่หนึ่งเขาก็กล่าวต่อ "ท่านผู้ดูแล รีบให้คะแนนข้ามาเถอะ ข้ามีธุระด่วนต้องไปทำ!"

"หึ ๆ ครั้งนี้ไม่มีคะแนนให้หรอกนะ! ต้องท้าทายห้องขีดจำกัดสำเร็จถึงจะได้คะแนน เมื่อวานเจ้าถือว่าท้าทายสำเร็จอย่างสมบูรณ์แล้ว แถมยังทำได้ง่ายดาย ข้าจึงให้คะแนนสองเท่าไปแล้ว หากเจ้าอยากได้คะแนน มีแต่ต้องไปท้าทายห้องขีดจำกัดห้องที่สองให้สำเร็จเท่านั้น!" ผู้ดูแลชราอธิบายกลั้วหัวเราะ

"เอ่อ ขี้งกชะมัด รอไปเถอะ อีกไม่กี่วันคุณชายจะมาท้าทายห้องขีดจำกัดห้องที่สอง!" เซี่ยงเส้าหยุนบ่นอุบ

จากนั้น เขาก็รีบวิ่งตรงไปยังลานฝ่ายนอกอย่างรวดเร็ว

ยามนี้ ความเร็วของเขาเรียกได้ว่าว่องไวอย่างที่สุด แม้แต่ขอบเขตแรกยุทธ์ระดับเจ็ด หรือกระทั่งระดับแปดก็ยังเทียบเขาไม่ได้!

การรับมือแรงโน้มถ่วงพันจินได้ นั่นคือความสามารถของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแรกยุทธ์ระดับเก้าเชียวนะ!

กล่าวคือ ความเร็วและพละกำลังของเซี่ยงเส้าหยุนสามารถเทียบเคียงกับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแรกยุทธ์ระดับเก้าได้แล้ว!

"อูหมิงเลี่ยง ข้าออกมาแล้ว อีกเจ็ดวัน เจอกันบนเวทีประลอง!" เซี่ยงเส้าหยุนตะโกนก้องทันทีที่มาถึงลานฝ่ายนอก

เขาเดิมคิดว่าเสียงตะโกนนี้จะทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของคนนับล้าน ให้ศิษย์ทั้งหลายได้ประจักษ์ถึงความห้าวหาญไม่ธรรมดาของเขา!

ทว่ากวาดตามองไป กลับเห็นเพียงลานฝ่ายนอกที่ว่างเปล่า จะมีผู้คนอยู่ที่ไหนกัน!

เซี่ยงเส้าหยุนอดไม่ได้ที่จะตบศีรษะตนเองอย่างหงุดหงิด "บัดซบ ตอนนี้เป็นเวลาแย่งข้าว พวกมันไปโรงอาหารกันหมดแล้ว!"

จากนั้น เขารีบวิ่งไปยังโรงอาหาร แล้วตะโกนลั่นอีกครั้ง "อูหมิงเลี่ยง ข้าออกมาแล้ว อีกเจ็ดวัน เจอกันบนเวทีประลอง!"

ทว่าศิษย์จำนวนมากต่างสาละวนกับการแย่งชิงอาหาร ไม่มีใครสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย

เพราะต่อให้เป็นเรื่องใหญ่เพียงใด ก็ไม่สำคัญเท่าการเติมท้องให้ระทอกหรอกกระมัง!

สถานการณ์นี้ทำให้เซี่ยงเส้าหยุนรู้สึกปวดใจยิ่งนัก!

นึกว่าจะได้อวดบารมีสักครั้ง ไม่คาดว่ากลับไม่มีใครสนใจ!

"สหาย ท่านถึงกับออกมาจากหอขีดจำกัดได้!" เวลานั้น เสียงอุทานของเซี่ยหลิวฮุยก็ดังขึ้น

เซี่ยงเส้าหยุนเหลือบมองเจ้าคนไร้น้ำใจผู้นี้ แล้วทำท่าอวดเบ่ง "ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น คุณชายปรีชาสามารถ หอขีดจำกัดกระจอก ๆ จะทำอะไรข้าได้!"

"ร้ายกาจ ร้ายกาจ!" เซี่ยหลิวฮุยกล่าวอย่างขอไปที จากนั้นขยับเข้าไปใกล้เซี่ยงเส้าหยุนแล้วกระซิบเสียงเบา "มีผู้อาวุโสราชันอัสนีม่วงคุ้มกะลาหัว ผู้ดูแลหอขีดจำกัดย่อมไม่กล้าสร้างความลำบากให้ท่าน! วันหน้าท่านคือลูกพี่ข้า ข้าเซี่ยหลิวฮุยจะเชื่อฟังแต่ท่าน!"

เซี่ยงเส้าหยุนหน้าทะมึน เขาอยากจะกระทืบเจ้าหมอนี่สักรอบจริง ๆ พูดความจริงดันไม่เชื่อเสียได้!

"อูหมิงเลี่ยงเล่า?" เซี่ยงเส้าหยุนเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

"ท่านหาเขาทำไม? คงไม่ได้คิดจะท้าประลองกับเขาจริง ๆ หรอกนะ!" เซี่ยหลิวฮุยเหลียวมองรอบด้าน กดเสียงต่ำถาม

"ย่อมต้องเป็นเรื่องจริง เจ้าคิดว่าข้าจะล้อเล่นกับเขาหรือไร?" เซี่ยงเส้าหยุนตอบอย่างจริงจังที่สุด

"อูหมิงเลี่ยงมีพลังต่อสู้ติดสิบอันดับแรกของศิษย์ฝ่ายนอก บรรลุขอบเขตแรกยุทธ์ระดับเก้าแล้ว ได้ยินว่าถึงขั้นกลางแล้วด้วย อีกไม่นานคงก้าวสู่ขั้นปลาย ถึงตอนนั้นก็มีหวังบรรลุขอบเขตพลังดารา ได้ข่าวว่าเขาถูกผู้อาวุโสสิบสาม ลี่เสวี่ยเหมิงหมายตาไว้ หากภายในปีนี้เขาบรรลุขอบเขตพลังดารา ก็จะได้เป็นศิษย์สายตรงเชียวนะ!" เซี่ยหลิวฮุยเอ่ยเตือน หยุดครู่หนึ่งเขาก็เสริมว่า "แถมเขายังเป็นบุตรชายคนที่เจ็ดของนายอำเภออูเจิ้นคนปัจจุบันด้วย!"

"แล้วอย่างไร คุณชายยังเป็นกึ่งผู้อาวุโสเลยนะ!" เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวอย่างไม่ยี่หระ

"ก็ได้ ข้าได้ยินว่าวันนี้อูหมิงเลี่ยงออกไปข้างนอก!"

……

......

จบบทที่ บทที่ 15 ช่างน่าปวดใจยิ่งนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว