- หน้าแรก
- นายน้อยจอมราชัน
- บทที่ 11 ตาต่ำมองคนผิด
บทที่ 11 ตาต่ำมองคนผิด
บทที่ 11 ตาต่ำมองคนผิด
เหลาอาหารของตำหนักอู่ถังตั้งอยู่ระหว่างลานฝ่ายในและลานฝ่ายนอก เป็นเหลาอาหารเพียงแห่งเดียวในตำหนักอู่ถัง!
เหลาอาหารแห่งนี้กินพื้นที่ไม่น้อย กว้างขวางถึงสามสี่พันตารางเมตร มีทั้งหมดห้าชั้น แต่ละชั้นรองรับลูกค้าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง!
ชั้นหนึ่งถึงสามรองรับศิษย์ฝ่ายนอก ศิษย์ฝ่ายใน และผู้ดูแลทั่วไป ส่วนชั้นสี่ขึ้นไปมีไว้สำหรับศิษย์สายตรง ผู้ดูแลระดับสูง และเหล่าผู้อาวุโส!
จากจุดนี้จะเห็นได้ว่า ฐานะของศิษย์สายตรงนั้นสูงส่งเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการ!
หลังจากเอาชนะพวกโก่วไจ๋แล้ว เซี่ยงเส้าหยุนก็วิ่งมายังเหลาอาหารแห่งนี้
เซี่ยงเส้าหยุนมาถึงหน้าเคาน์เตอร์ก็ตะโกนลั่น "เถ่าแก่ เอามารวดเร็วที่สุด เหล้าหนึ่งไห เนื้อสามจิน ข้าวสี่ชาม กับแกล้มห้าอย่าง! คุณชายจะหิวตายอยู่แล้ว!"
เถ้าแก่ร้านหัวเราะร่า "ได้เลย รอสักครู่ เดี๋ยวมาเสิร์ฟทันที!"
เซี่ยงเส้าหยุนหาที่นั่งว่างในเหลาอาหารอันกว้างขวางแล้วนั่งลง
ยามนี้ยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็น คนในเหลาอาหารจึงมีไม่มาก บริกรจึงยกอาหารและเหล้ามาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว!
"คุณชาย เชิญตามสบาย!" บริกรวางอาหารลงพร้อมกล่าวอย่างนอบน้อม
เซี่ยงเส้าหยุนไม่มีเวลาสนใจบริกร รีบตะกละตะกลามกินทันที
ราวกับเปรตมาเกิด ความเร็วในการสวาปามนั้นช่างน่าตกใจยิ่งนัก!
เพียงชั่วครู่ ข้าวสี่ชาม กับแกล้มหลายอย่าง และเนื้อสามจินก็อันตรธานลงท้องไปจนหมดสิ้น
จากนั้น เขายกไหเหล้ากรอกใส่ปากโดยตรง ความรู้สึกซาบซ่าที่ไม่เคยพานพบมาก่อนทำให้เขารู้สึกสบายตัวและผ่อนคลาย!
"สะใจ สะใจจริงโว้ย!" เซี่ยงเส้าหยุนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา
ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกหิวโหยขนาดนี้ แม้แต่ช่วงไม่กี่เดือนที่ต้องระหกระเหินหนีมายังตำบลชายขอบแห่งนี้ก็ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน!
ยามนี้ เซี่ยงเส้าหยุนหวนนึกถึงชีวิตอันสุขสบายในอดีต อาหารเลิศรสและสุราชั้นดีในตอนนั้นล้วนเหนือกว่าที่นี่สิบเท่า แต่เขากลับกินทิ้งกินขว้าง ยกให้พวกบ่าวไพร่ไปจนหมด วันเวลาเหล่านั้นช่างฟุ่มเฟือยสิ้นดี!
บัดนี้วันเวลาเหล่านั้นผ่านไปไม่หวนคืน แต่มันทำให้เขาเข้าใจซึ้งถึงคุณค่าของอาหารสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำ!
ใครเลยจะรู้ อาหารในจาน ทุกเม็ดล้วนยากลำบาก!
"นับจากนี้ไป ข้าเซี่ยงเส้าหยุนต้องเห็นคุณค่าของทุกสิ่งตรงหน้า จะปล่อยให้หลุดมือไปอีกไม่ได้!" เซี่ยงเส้าหยุนครุ่นคิดในใจ
ผ่านพ้นวันนี้ไป เซี่ยงเส้าหยุนเข้าใจสัจธรรมชีวิตไปไม่น้อย ถือว่าได้รับบทเรียนอันล้ำค่า!
"ไอ้หนูคนนั้นเป็นใครกัน เปรตมาเกิดชัด ๆ! กินได้เร็วขนาดนั้น!" ที่โต๊ะไม่ไกลนัก มีคนเห็นความเร็วในการกินของเซี่ยงเส้าหยุนแล้วอดทักขึ้นไม่ได้
"เจ้าเด็กนี่หน้าตาไม่คุ้น หรือจะเป็นศิษย์ฝ่ายนอกที่หิวโซมากินแล้วชักดาบ!" คนร่วมโต๊ะตอบกลับ
"ฮ่าฮ่า เป็นไปได้ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยจะตาย! ถ้าเป็นงั้นจริง เจ้าเด็กนี่ซวยแน่!" คนแรกหัวเราะ
"นั่นสินะ กล้าชักดาบที่นี่ ต้องโดนจับล้างจานหนึ่งเดือน อย่าเห็นว่าเดือนเดียวไม่นาน แต่มันทำให้เสียเวลาฝึกฝนไปไม่น้อย ต้องถูกศิษย์คนอื่นทิ้งห่างจนไม่เห็นฝุ่นแน่!" อีกคนเสริม
ดูจากการแต่งกาย พวกเขาน่าจะเป็นศิษย์ฝ่ายใน วาจาจึงไม่ได้ปิดบังอำพราง แฝงแววเยาะเย้ยอยู่ไม่น้อย!
เมื่อวาน แม้ชื่อเสียงเซี่ยงเส้าหยุนจะโด่งดังไปทั่วตำหนักอู่ถัง แต่ใช่ว่าทุกคนจะรู้จักเขา
เพราะศิษย์ฝ่ายในจำนวนมากออกไปทำภารกิจข้างนอก หรือเก็บตัวฝึกวิชา จึงยังไม่ได้ยินเรื่องราวที่เขาชักนำนิมิตห้าดาราฉายฟ้าคราม!
มิฉะนั้น พวกเขาคงไม่ดูแคลนเซี่ยงเส้าหยุนเช่นนี้
เซี่ยงเส้าหยุนได้ยินชัดเจนทุกคำ แต่หาได้เก็บมาใส่ใจ รีบกระดกเหล้าจนหมด แล้วเรียกบริกรมาคิดเงิน!
"คุณชาย ค่าอาหารทั้งหมดสิบคะแนน โปรดแสดงป้ายหยกเพื่อชำระเงินขอรับ" บริกรกล่าวอย่างสุภาพ ทว่าแววตาสงสัยและดูแคลนที่ฉายวาบขึ้นมานั้นชัดเจนนัก
บริกรผู้นี้ก็รู้สึกว่าเจ้าเด็กนี่ช่างเหมือนศิษย์ฝ่ายนอกที่ชอบมาชักดาบไม่มีผิด!
สีหน้าของบริกรนั้นเซี่ยงเส้าหยุนย่อมมองออก เขาฟาดป้ายหยกกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรง!
ปัง!
"เอาไป!" เซี่ยงเส้าหยุนเผยท่าทีหยิ่งทะนง
ผู้ฝึกยุทธ์ต้องมีกระดูกสันหลังที่หยิ่งทะนง และความหยิ่งทะนงนั้นจะยอมให้ใครมาหักหาญมิได้!
นี่คือคำสอนที่บิดาของเขาเคยพร่ำสอน!
บริกรนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าเซี่ยงเส้าหยุนจะควักป้ายหยกออกมาได้ เขาหยิบป้ายหยกขึ้นมาดู พลันอุทานด้วยความตกใจ "นี่... นี่มันป้ายหยกที่หอขีดจำกัดออกให้นี่นา!"
"ทำไม? มีปัญหาอะไรหรือ?" เซี่ยงเส้าหยุนย้อนถาม
"ไม่... ไม่มีปัญหาขอรับ! ท่านมีป้ายหยกหอขีดจำกัด สามารถรับส่วนลดในเหลาอาหารสี่ส่วน! เมื่อครู่ค่าอาหารสิบคะแนน ตอนนี้จ่ายเพียงหกคะแนนเท่านั้นขอรับ!" ท่าทีของบริกรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที แสดงความนอบน้อมอย่างเห็นได้ชัด
ศิษย์ที่สามารถทำลายขีดจำกัดได้ อนาคตย่อมรุ่งโรจน์ไกล ไม่ใช่คนที่บริกรอย่างเขาจะล่วงเกินได้!
"มีเรื่องดี ๆ แบบนี้ด้วยรึ เข้าท่า!" เซี่ยงเส้าหยุนยิ้มบาง ๆ
บริกรนำป้ายหยกไปจัดการคิดเงินให้เซี่ยงเส้าหยุนเสร็จแล้ว ก็ส่งคืนให้อย่างนอบน้อม "เชิญนายน้อยเก็บรักษาให้ดีขอรับ!"
เปลี่ยนสรรพนามจากคุณชาย (ลูกค้าทั่วไป) เป็นนายน้อย รวดเร็วทันใจจริง ๆ!
เซี่ยงเส้าหยุนหัวเราะหึ ๆ "วันหน้าอย่าได้ตาต่ำมองคนผิด พึงรู้ไว้ว่าสามสิบปีธาราไหลบูรพา สามสิบปีไหลประจิม ใครจะรู้อนาคต จริงไหม?"
"ขอรับ ขอรับ!" บริกรรับคำรัวเร็ว
วาจานี้ของเซี่ยงเส้าหยุนลอยไปเข้าหูศิษย์ฝ่ายในที่อยู่ไม่ไกล ทำให้พวกเขารู้สึกระคายหูยิ่งนัก ราวกับพูดเหน็บแนมพวกเขาก็มิปาน!
ศิษย์ฝ่ายในคนแรกที่เยาะเย้ยลุกขึ้นยืน ชี้หน้าเซี่ยงเส้าหยุนตวาดลั่น "แค่เด็กขอบเขตแรกยุทธ์ระดับหก กล้าปากดี ข้าว่าเจ้าคงไม่จำเป็นต้องเป็นศิษย์ฝ่ายในแล้วกระมัง!"
เซี่ยงเส้าหยุนหันกลับไปมองศิษย์ฝ่ายในผู้นั้น "เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงจะมาตัดสินอนาคตข้าได้?"
"ก็เพราะข้าคือวางหยาง!" ศิษย์ฝ่ายในผู้นั้นตอบกลับอย่างจองหองถึงขีดสุด
วางหยาง ตัวตนระดับท็อปห้าสิบของศิษย์ฝ่ายใน!
เพียงเท่านี้ ก็มีความสามารถเพียงพอที่จะตัดหนทางของศิษย์ฝ่ายนอกส่วนใหญ่ได้แล้ว!
ต้องรู้ว่าศิษย์ฝ่ายในกับศิษย์ฝ่ายนอกนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว ศิษย์ฝ่ายในทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือที่รวบรวมพลังดาราได้แล้ว บรรลุถึงขั้นกลั่นพลังเป็นปราณ ปล่อยปราณดาราออกจากร่างกาย พลังต่อสู้ย่อมแข็งแกร่งอย่างแน่นอน!
ศิษย์ฝ่ายในคนหนึ่งคิดจะเล่นงานศิษย์ฝ่ายนอกย่อมง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ ยิ่งเป็นศิษย์ฝ่ายในที่มีอันดับติดโผด้วยแล้ว!
เวลานี้ประจวบเหมาะกับช่วงอาหารเย็น ศิษย์ต่างทยอยเข้ามาทานอาหารในเหลา พอดีได้ยินวางหยางหาเรื่องศิษย์ฝ่ายนอก จึงพากันหันมองมาทางนี้
"วางหยาง?" เซี่ยงเส้าหยุนชะงักไปเล็กน้อย
"หึ รู้จักกลัวแล้วล่ะสิ ถ้ารู้ความก็รีบคลานมาขอขมาข้า แล้วโอนคะแนนทั้งหมดของเจ้ามาให้ข้า ไม่อย่างนั้น..." วางหยางเผยสีหน้าลำพองใจ
ทว่าวาจายังไม่ทันจบ เซี่ยงเส้าหยุนก็แคะหูพลางกล่าวเนิบนาบ "ไม่เคยได้ยิน!"
กิริยาและน้ำเสียงของเซี่ยงเส้าหยุนเต็มไปด้วยความยั่วยวนกวนประสาท ยิ่งทำให้วางหยางรู้สึกอัปยศอดสูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
เขา วางหยาง ผู้ยิ่งใหญ่ในหมู่ศิษย์ฝ่ายในห้าสิบอันดับแรก กลับถูกศิษย์ฝ่ายนอกคนหนึ่งหยามเกียรติเช่นนี้ มันไม่ต่างอะไรกับการถูกตบหน้าฉาดใหญ่!