เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 แม่นางน้อยผู้หมดจดงดงาม

บทที่ 5 แม่นางน้อยผู้หมดจดงดงาม

บทที่ 5 แม่นางน้อยผู้หมดจดงดงาม


ณ ตำหนักผู้อาวุโสแห่งหนึ่งในตำหนักอู่ถัง ผู้อาวุโสท่านหนึ่งสบถเบา ๆ ด้วยความเจ็บใจอย่างที่สุดว่า "กายห้าดาราเชียวนะ! กลับถูกเจ้าเด็กจื่อฉางเหอนั่นชิงตัดหน้าไปได้ก่อน ช่างน่ารังเกียจนัก!"

ผู้อาวุโสท่านนี้คือผู้อาวุโสลำดับที่สิบสาม ลี่เสวี่ยเหมิง ผู้ซึ่งมักมีเรื่องบาดหมางกับจื่อฉางเหออยู่เสมอ ในฐานะผู้อาวุโสที่มีความอาวุโสสูง เขาเคยพ่ายแพ้แก่จื่อฉางเหอมาก่อน ภายในใจจึงเฝ้าคิดหาวิธีกดข่มจื่อฉางเหอให้ได้สักครั้ง!

ยามนี้เห็นจื่อฉางเหอรับศิษย์กายห้าดาราเข้าสำนัก ในใจย่อมไม่สบอารมณ์เป็นหมื่นแสนทวี!

ต่อให้จื่อฉางเหอบอกว่ารับศิษย์แทนอาจารย์ แต่เขาจะไปเชื่อลงได้อย่างไร!

"ในเมื่อข้ารับมาเป็นศิษย์ไม่ได้ เช่นนั้นก็ให้ข้าทำลายมันเสียเถอะ ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะได้เห็นมันผงาดขึ้นมา!" ลี่เสวี่ยเหมิงพลันเผยสีหน้าอำมหิตครุ่นคิดในใจ

ภายนอกตำบลอูเจิ้น เหล่ายอดฝีมือต่างค้นพบปรากฏการณ์ห้าดาราฉายฟ้าครามมานานแล้วเช่นกัน ภายในคฤหาสน์หรูหราที่สุดกลางตำบล บุคคลชราภาพจนฟันร่วงหมดปากผู้หนึ่งได้ปรากฏกายขึ้น

"ไปสืบมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ว่าผู้ใดเป็นคนชักนำนิมิตห้าดาราฉายฟ้าคราม!" บุคคลชราผู้นี้เปล่งเสียงแหบแห้งพร่ามัวอย่างยิ่ง

"ท่านพ่อ น่าจะเป็นทางฝั่งตำหนักอู่ถังที่เป็นคนชักนำขอรับ!" ชายวัยกลางคนค่อนไปทางสูงวัยผู้หนึ่งขานรับบุคคลชราผู้นี้

"ตำหนักอู่ถังรึ? ตาแก่พวกนั้นข้ารู้ไส้รู้พุงดี ไม่มีทางชักนำนิมิตห้าดาราฉายฟ้าครามได้หรอก เมื่อปีก่อนมีเพียงนังหนูคนเดียวที่ทำได้ แต่น่าเสียดายที่ถูกเจ้าตำหนักรับเป็นศิษย์สายตรงไปแล้ว ดูท่าคราวนี้คงเป็นศิษย์ใหม่ที่ชักนำนิมิตออกมา เจ้าเร่งไปสืบให้ข้าเดี๋ยวนี้ว่ามันอยู่ที่ตัวผู้ใดกันแน่!" บุคคลชราเผยสีหน้าโลภโมโทสันแก่ชายวัยกลางคน

"ขอรับท่านพ่อ!" ชายวัยกลางคนไม่กล้าชักช้า ขานรับคำหนึ่งแล้วรีบออกไปดำเนินการทันที!

"ฮี่ ๆ ข้าเฝ้ารอวันนี้มานานเหลือเกิน นึกไม่ถึงว่าก่อนสิ้นอายุขัยยังจะได้พบเจออัจฉริยะ รอให้ข้าจับตัวมันได้ จะต้องจับมาหลอมเป็นโอสถคืนวิญญาณสร้างกาย ไม่เพียงจะยืดอายุขัยไปได้อีกหลายสิบปี ยังสามารถก้าวข้ามขั้นสำคัญนั้นได้อีกด้วย!" บุคคลชราหัวเราะอย่างชั่วร้ายในใจ

……

......

เซี่ยงเส้าหยุนหารู้ไม่ว่านิมิตที่เขาชักนำมานั้น กลับตกอยู่ในความสนใจของสองบุคคลผู้ยิ่งใหญ่เสียแล้ว

ยามนี้เซี่ยงเส้าหยุนกำลังเร่งฝึกฝนกำลังภายนอกเฉกเช่นเดียวกับศิษย์ฝ่ายนอกคนอื่น ๆ!

เขาเดิมคิดว่าติดตามศิษย์พี่อย่างจื่อฉางเหอแล้วจะได้รับการดูแลพิเศษอันใด ไม่คาดว่าอีกฝ่ายจะมอบเพียงเคล็ดวิชานั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรให้บทหนึ่ง แล้วก็โยนเขามาไว้ที่ลานฝ่ายนอกแห่งนี้!

ตอนนั้น เซี่ยงเส้าหยุนยังย้อนถามด้วยความไม่ยินยอม "ทำไมถึงเอาข้ามาฝึกรวมกับศิษย์ฝ่ายนอกพวกนั้นเล่า อย่างไรเสียข้าก็เป็นศิษย์น้องผู้อาวุโส นับเป็นกึ่งผู้อาวุโส ฐานะต่างกับพวกเขาลิบลับ! ข้าไม่ได้รู้สึกอะไร เพียงแต่ขายหน้าแทนท่านนะ!"

คำโต้แย้งของเซี่ยงเส้าหยุนถูกจื่อฉางเหอตวาดกลับ "ด้วยขอบเขตแรกยุทธ์ของเจ้ายังกล้าพูดว่าเป็นกึ่งผู้อาวุโส รอให้เจ้าฝึกถึงขอบเขตพลังดาราเมื่อไหร่ค่อยมาหาข้า! หากภายในครึ่งปีเจ้าทำไม่ได้ เจ้าก็เป็นสวะชั้นยอดที่น่าอับอายขายขี้หน้าต่อกายห้าดารานี้แล้ว!"

เซี่ยงเส้าหยุนสู้จื่อฉางเหอไม่ได้ จึงทำได้เพียงยอมจำนนแต่โดยดี!

"ครึ่งปีรึ ข้าจะทำให้ได้ภายในสามเดือน!" เซี่ยงเส้าหยุนตั้งมั่นในใจ

ต้องยอมรับว่าแม้เซี่ยงเส้าหยุนจะหลงตัวเอง แต่ยามฝึกฝนกำลังภายนอก เขากลับขยันหมั่นเพียรยิ่งกว่าผู้ใด!

เวลานี้ เห็นเพียงเขากำลังอุ้มแท่นหินหนักสี่ร้อยจินวิ่งตะบึงอย่างบ้าคลั่ง!

ทุกขอบเขตวรยุทธ์ล้วนแบ่งเป็นเก้าระดับ เดิมทีเซี่ยงเส้าหยุนอยู่เพียงขอบเขตแรกยุทธ์ระดับสาม ก็ครอบครองพละกำลังสามร้อยจินแล้ว และเมื่อวานหลังจากเขาชักนำนิมิตห้าดาราฉายฟ้าคราม ได้รับการชำระล้างจากพลังดารา พลังฝีมือจึงทะลวงขึ้นสู่ขอบเขตแรกยุทธ์ระดับห้าโดยตรง การจะอุ้มแท่นหินห้าร้อยจินนี้จึงไม่ใช่เรื่องยาก!

ศิษย์ฝ่ายนอกจำนวนมากหารู้ไม่ว่าเซี่ยงเส้าหยุนก้าวเข้าสู่ขอบเขตแรกยุทธ์ระดับห้าแล้ว ยังคงนึกว่าเป็นขอบเขตแรกยุทธ์ระดับสาม จึงรู้สึกว่าการที่เขามีระดับเพียงสามแต่ยกแท่นหินสี่ร้อยจินได้นั้นช่างน่าตื่นตะลึงยิ่งนัก!

"สมกับเป็นผู้มีกายห้าดารา ด้วยขอบเขตแรกยุทธ์ระดับสามกลับทำเรื่องของขอบเขตแรกยุทธ์ระดับสี่ได้ ร้ายกาจจริง ๆ!" ศิษย์คนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอิจฉา

"พรสวรรค์ฟ้าลิขิตมา แม้เขาจะมีกายห้าดารา แต่อายุมากกว่าพวกเราตั้งปีสองปี ระดับพลังยังไม่สูงเท่าเราเลย นับเป็นตัวอะไรได้!" เด็กหนุ่มอีกคนกล่าว

ศิษย์ฝ่ายนอกที่นี่ส่วนใหญ่อายุระหว่างสิบสามถึงสิบห้าปี มีศิษย์ที่อายุน้อยกว่าเซี่ยงเส้าหยุนมากจริง ๆ ที่สำคัญคือเด็กเหล่านี้อย่างน้อยล้วนบรรลุขอบเขตแรกยุทธ์ระดับห้า นี่คือเกณฑ์การรับศิษย์ของตำหนักอู่ถัง!

เซี่ยงเส้าหยุนไม่เก็บคำพูดเหล่านั้นมาใส่ใจ จดจ่อสมาธิไปที่การอุ้มหินวิ่งอย่างเต็มกำลัง!

หนึ่งชั่วยามให้หลัง เขาก็ทิ้งแท่นหินสี่ร้อยจินลง แล้วเดินตรงไปยังแท่นหินสี่ร้อยห้าสิบจิน

"เขาคงไม่ได้คิดจะท้าทายน้ำหนักที่มากกกว่าเดิมหรอกนะ หรือว่าเขาจะทะลวงสู่ขอบเขตแรกยุทธ์ระดับสี่แล้ว?" มีคนร้องอุทานเบา ๆ

"เป็นไปได้ ด้วยความสามารถของผู้อาวุโสราชันอัสนีม่วง การทำให้เขาก้าวข้ามหลายระดับคงไม่ใช่เรื่องยาก!" อีกคนกล่าวสนับสนุน

เซี่ยงเส้าหยุนอุ้มแท่นหินสี่ร้อยห้าสิบจินวิ่ง จนกระทั่งเที่ยงวันจึงวางแท่นหินนั้นลง

ยามนี้เขาเหงื่อท่วมร่าง ฝ่ามือที่เดิมทีเกลี้ยงเกลากลับถลอกปอกเปิกจนเลือดซึม เขาแบสองมือออกพึมพำเยาะเย้ยตนเอง "สมกับที่เคยอยู่อย่างสุขสบายจนชิน งานใช้แรงแค่นี้ก็ทำเอาข้าเจ็บตัวเสียแล้ว!" หยุดครู่หนึ่งเขาก็แหงนหน้าถอนใจ "สิบปี ข้าหยิ่งทะนงยอมทิ้งเวลาไปสิบปี เพื่อมาไล่กวดพวกที่เรียกตนเองว่าอัจฉริยะ ข้าพูดแล้วต้องทำให้ได้! สารเลวทั้งสองจงรอไว้เถิด วันใดที่คุณชายหวนคืน วันนั้นคือวันตัดหัวสุนัขของพวกเจ้า!"

แววตาเซี่ยงเส้าหยุนเผยไอสังหารอำมหิต ผิดกับท่าทางร่าเริงยามปกติราวกับคนละคน!

ไม่ต้องบอกก็รู้ เขาคือเด็กหนุ่มที่มีปูมหลังเบื้องลึก!

"นี่ ท่านยังยืนทำอะไรตรงนี้ รีบไปโรงอาหารตักข้าวสิ! ขืนไปช้าเดี๋ยวก็หมดหรอก!" สุ้มเสียงใสกระจ่างไพเราะดังวนเวียนขึ้นที่ข้างหูเซี่ยงเส้าหยุน!

เซี่ยงเส้าหยุนได้สติ หันมองไปยังผู้พูด ดวงตาพลันเป็นประกาย ปากเผลอหลุดคำพูดออกมาอย่างลืมตัว "แม่นางน้อยช่างหมดจดงดงามนัก!"

"ทะ... ท่านไม่ใช่คนดี!" เด็กสาวผู้เดินผ่านข้างกายเซี่ยงเส้าหยุนหน้าแดงระเรื่อด่าทอเบา ๆ

จากนั้นนางก็บิดร่างอ้อนแอ้นเดินจากไปไกล!

ลู่เสี่ยวชิง หนึ่งในสิบโฉมสะคราญแห่งศิษย์ฝ่ายนอก นางเป็นที่รักใคร่ของศิษย์ฝ่ายนอกจำนวนมากด้วยรูปลักษณ์ที่งดงามอ่อนหวาน อีกทั้งพรสวรรค์ยังไม่ธรรมดา เคยชักนำพลังสี่ดาราได้ อนาคตย่อมไปได้ไกล นางนับเป็นว่าที่ศิษย์ฝ่ายในแล้ว โดยถูกผู้อาวุโสสิบเอ็ดเหออิ่งฮวาหมายตาเอาไว้

ลู่เสี่ยวชิงมิได้หลงใหลได้ปลื้มในตัวเซี่ยงเส้าหยุนจนจงใจเข้ามาตีสนิท เพียงแต่ขณะเดินผ่าน นางถูกแววตาอันดุร้ายของเซี่ยงเส้าหยุนดึงดูดความสนใจกะทันหัน จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือนเขาด้วยความหวังดี!

ไม่นึกว่าพออีกฝ่ายอ้าปากก็กล่าววาจาเกี้ยวพาราสี ทำให้ความประทับใจที่นางมีต่อเซี่ยงเส้าหยุนดิ่งวูบลงทันที!

เซี่ยงเส้าหยุนมองลู่เสี่ยวชิงที่เดินบิดสะโพกกลมกลึงจากไป พลางลูบคางหัวเราะเบา ๆ "ข้าแค่พูดความจริง มีความผิดด้วยรึ?"

"สหาย อย่ามองเลย ขืนมองอีกเจ้าจะมีความผิดจริง ๆ แล้วนะ!" อีกสุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกายเซี่ยงเส้าหยุน

นี่คือเด็กหนุ่มหน้าตาธรรมดาสามัญ แววตาฉายประกายเจ้าเล่ห์ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกกะล่อนลามก!

จบบทที่ บทที่ 5 แม่นางน้อยผู้หมดจดงดงาม

คัดลอกลิงก์แล้ว