- หน้าแรก
- นายน้อยจอมราชัน
- บทที่ 4 แย่งชิงศิษย์
บทที่ 4 แย่งชิงศิษย์
บทที่ 4 แย่งชิงศิษย์
ร่างกายมนุษย์คือขุมทรัพย์ ชะตาลิขิตไว้เก้าดวงดาว!
หนึ่งดาราอ่อนจาง สองดาราสว่างใส สามดาราไม่ธรรมดา สี่ดาราทะยานเมฆา ห้าดาราฉายฟ้าคราม หกดารามณีล้นหอ เจ็ดดาราเคียงคู่ดาวเหนือ แปดดาราเซียนข้ามสมุทร เก้าดาราสะเทือนนภา!
ทุกครั้งที่ปลุกดวงดาวแห่งชะตาได้หนึ่งดวง ย่อมหมายถึงระดับความแข็งแกร่งของพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ของคนผู้นั้น!
ปุถุชนทั่วไปเก้าดาราซ่อนเร้นมองไม่เห็น ผู้ที่ปรากฏหนึ่งดารานั้นอ่อนแอที่สุด พอจะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ ผู้ที่ปรากฏสองดาราดุจดั่งมุกงามขจัดคราบไคลย่อมโดดเด่นยิ่งกว่า ผู้มีสามดาราจึงจะประสบความสำเร็จไม่ธรรมดา สร้างชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูล ผู้มีสี่ดาราหากฝึกฝนจนสำเร็จ ย่อมก้าวเข้าสู่กลีบเมฆท่องไปทั่วหล้า ส่วนระดับห้าดารานั้นจัดเป็นผู้มีชะตาฟ้าเจิดจรัส เพียงพอที่จะฉายแสงทั่วฟ้าคราม เป็นเกียรติเป็นศรีแก่ดินแดน...
สำหรับระดับหกดาราขึ้นไปนั้นโดยพื้นฐานถือเป็นกายดาราระดับสูงยิ่ง ในตำบลชายขอบอย่างอูเจิ้นนับเป็นเรื่องยากจะพบเห็นในรอบพันปี!
เซี่ยงเส้าหยุนถึงกับชักนำพลังห้าดาราลงมาได้ พิสูจน์แล้วว่าเขาคือกายห้าดารา ในภายภาคหน้าย่อมสามารถฉายแสงทั่วฟ้าคราม สร้างชื่อเสียงเกรียงไกรได้อย่างไม่ต้องสงสัย!
ในสถานที่เช่นอูเจิ้น กายเนื้อระดับเซี่ยงเส้าหยุนเรียกได้ว่ายากจะพบพานในรอบร้อยปี!
ภายในตำหนักอู่ถังมีเพียงผู้เดียวที่สามารถเทียบเคียงได้ และคนผู้นั้นคือสาวงามอันดับหนึ่งแห่งตำหนักอู่ถัง กงฉินอิน ผู้ครอบครองฉายาเกาทัณฑ์เทพอันดับหนึ่ง!
คราวนี้สายตาของเหล่าศิษย์ฝ่ายนอกจำนวนมากที่มองมายังเซี่ยงเส้าหยุนจึงเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา!
ส่วนบรรดาผู้อาวุโสเหล่านั้น ต่างเผยแววตากระหายอยากอย่างที่สุด อัจฉริยะระดับนี้จำเป็นต้องรับมาเป็นศิษย์สายตรงให้จงได้!
"เจ้าหนู เจ้าชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร ยินดีจะกราบข้าเลี่ยฮั่วเป็นอาจารย์หรือไม่ ข้ามีเคล็ดวิชาเพลิงผลาญสวรรค์หนึ่งม้วน สามารถทำให้เจ้ามีพลังเผาฟ้าต้มทะเลได้!" ชายชราผมสีเพลิงกล่าวอย่างตื่นเต้น
นี่คือผู้อาวุโสลำดับที่เจ็ด เลี่ยฮั่ว ผู้มีอาวุโสสูงส่งอย่างยิ่งในตำหนักอู่ถัง!
"เจ้าหนู เคล็ดวิชาเพลิงผลาญสวรรค์ของเขาเป็นแค่เศษคัมภีร์ ข้ามีเคล็ดวิชาวารีฝ่าคลื่นฉบับสมบูรณ์ สามารถทำให้เจ้าฝ่าลมโต้คลื่นได้โดยไร้ความเกรงกลัว!" ชายชราผู้นี้คือ เจียงหลิงจื่อ ผู้อาวุโสลำดับที่หก
"ของพวกนั้นใช้ไม่ได้หรอก ข้ามีคัมภีร์กายเพชรคงกระพัน สามารถทำให้เจ้าฝึกจนฟันแทงไม่เข้า น้ำไฟไม่ระคายผิว!" ชายชราผมทองเคราทองผู้นี้คือผู้อาวุโสลำดับที่ห้า จินเย่
"ตัวข้ามีเคล็ดวิชาไร้เงาฉบับสมบูรณ์ สามารถทำให้เจ้าไปมาไร้เงาไร้ร่องรอย ภายใต้สำนักข้ายังมีศิษย์หญิงหน้าตางดงามอีกสองคน เจ้าตามข้ามาไม่ขาดทุนแน่นอน!" หญิงงามวัยกลางคนผู้หนึ่งกล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย
นางคือผู้อาวุโสลำดับที่สิบเอ็ด เหออิ่งฮวา ผู้คนขนานนามว่า เงาบุปผาวายุ!
ทันใดนั้น ผู้อาวุโสหลายท่านแห่งตำหนักอู่ถังต่างยื่นไมตรีจิตแย่งชิงตัวเซี่ยงเส้าหยุน ส่วนสถานะผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแรกยุทธ์ระดับสามของเขากลับถูกมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง!
ต่อให้ตอนนี้เขาเป็นเพียงปุถุชนไร้ระดับ คนตรงหน้าเหล่านี้ย่อมต้องแย่งชิงตัวเขากันจ้าละหวั่น!
เหล่าศิษย์ฝ่ายนอกต่างตาแดงก่ำด้วยความอิจฉา!
พวกเขาอยากให้โอกาสเช่นนี้ตกมาถึงหัวตนเองใจแทบขาด!
น่าเสียดายที่ชะตาของพวกเขาต่ำต้อยเกินไป ไม่มีพรสวรรค์ดีเลิศเช่นคนอื่น!
"อะแฮ่ม..." เซี่ยงเส้าหยุนกระแอมเบา ๆ ขณะกำลังจะเอ่ยปาก จื่อเตี้ยนโหวได้เข้ามายืนขวางหน้าเขาไว้พร้อมประสานมือคารวะ "ต้องขออภัยทุกท่านด้วย เส้าหยุนผู้นี้กราบเข้าสำนักของข้าจื่อเตี้ยนโหวเรียบร้อยแล้ว เมื่อครู่ข้าเพียงพาเขามาทดสอบพรสวรรค์เท่านั้น ไม่คิดว่าจะทำให้ทุกท่านแตกตื่น ต้องขออภัยจริง ๆ!"
"อะไรนะ เขาเข้าสำนักเจ้าแล้วรึ!" ผู้อาวุโสเจ็ดเลี่ยฮั่วอุทานด้วยความไม่ยินยอม ก่อนจะกล่าวต่อว่า "ฉางเหอเอ๋ย เจ้ายังหนุ่มยังแน่น อนาคตยังอีกยาวไกล ไม่เหมาะจะมาแบ่งสมาธิสั่งสอนศิษย์ตอนนี้ ข้าว่าเอาอย่างนี้ดีไหม ข้าจะใช้บัวเพลิงกรรมแลกกับศิษย์คนนี้ของเจ้า เป็นอย่างไร?"
"เลี่ยฮั่ว เจ้าช่างไม่อายบ้างเลย! คิดจะใช้สมุนไพรวิญญาณระดับต่ำต้นเดียวมาแลกกับกายห้าดารา ช่างกล้าพูดออกมาได้!" เจียงหลิงจื่อกล่าวอย่างดูแคลน จากนั้นหันมายิ้มให้จื่อฉางเหอ "ฉางเหอ ข้ารู้ว่าเจ้าฝึกพลังดาราสายฟ้า ข้าบังเอิญได้สมุนไพรวิญญาณระดับกลาง เถาวัลย์สายฟ้าม่วงมา เชื่อว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อเจ้า เจ้าดูว่าพอจะให้เจ้าหนูคนนี้มาติดตามฝึกวิชากับข้าได้หรือไม่?"
จื่อฉางเหอรีบตอบกลับ "ไม่เป็นไรขอรับ เจ้าเด็กนี่ทำพิธีกราบอาจารย์แล้ว ไม่ดีที่จะส่งต่อให้พวกท่าน!"
เผชิญหน้ากับเหล่าผู้อาวุโสเหล่านี้ จื่อฉางเหอได้รับแรงกดดันมหาศาล แต่เพื่อกายห้าดาราคนหนึ่ง ต่อให้ต้องล่วงเกินพวกเขาก็นับว่าคุ้มค่า!
เซี่ยงเส้าหยุนที่อยู่ด้านหลังจื่อฉางเหอพึมพำในใจ "ข้าบอกแต่แรกแล้วว่าท่านจะต้องแย่งชิงข้าเป็นศิษย์แน่ ๆ แต่ดันไม่เชื่อ ฮี่ ๆ ทีนี้รู้ซึ้งถึงพรสวรรค์ของข้าหรือยัง!"
บรรดาผู้อาวุโสได้ฟังวาจาของจื่อฉางเหอก็อดผิดหวังไม่ได้ พวกเขารู้ดีว่าหากจะแย่งชิงศิษย์ต่อคงไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว!
เวลานั้น ชิงซิ่วเหอกระแอมเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้น "ฉางเหอ เจ้าเด็กคนนี้ชักนำพลังห้าดารา ทั้งยังทำศิลาทดสอบแตกกระจาย ไม่แน่ว่าศักยภาพอาจยิ่งใหญ่กว่านั้น ต้นกล้าชั้นดีเช่นนี้หากอยู่ข้างกายเจ้าอาจจะเป็นการฝังกลบพรสวรรค์ ให้เขามาอยู่ข้างกายข้าดีกว่ากระมัง!"
สิ้นวาจาของชิงซิ่วเหอ เหล่าศิษย์ฝ่ายนอกถึงกับหูอื้ออึงในทันที!
"ระ... รองเจ้าตำหนักถึงกับจะรับเขาเป็นศิษย์ นี่... นี่โลกนี้ยังมีความยุติธรรมอยู่ไหม?"
"ดาราแห่งชะตาฟ้า ชะตาฟ้าลิขิตไว้แล้ว! เขาเป็นถึงกายห้าดารา ต่อให้ไปถึงเมืองหวินหยา ย่อมมียอดฝีมือระดับสูงรับเป็นศิษย์!"
"ถูกแล้ว หากท่านเจ้าตำหนักอยู่ที่นี่เกรงว่าจะต้องมาร่วมแย่งชิงคนด้วยแน่ น่าเสียดายที่ท่านไปทำธุระในเมือง ไม่รู้จะกลับมาเมื่อใด!"
"เขาถูกลิขิตมาให้เป็นอัจฉริยะ พวกเราก้มหน้าก้มตาพยายามต่อไปเถอะ บางทีสักวันเราอาจประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่บ้าง!"
……
......
ในใจเหล่าศิษย์ฝ่ายนอกช่างขมขื่นเหลือเกิน!
พวกเขาสู้ตายถวายชีวิตเพื่อพยายามจะเป็นศิษย์ฝ่ายใน แต่อีกฝ่ายเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแรกยุทธ์ระดับสามกลับถูกผู้อาวุโสไปจนถึงรองเจ้าตำหนักเอ่ยปากแย่งชิง นี่แหละหนอโชคชะตา!
จื่อฉางเหอกล่าวอย่างไม่ค่อยยินยอมนัก "ท่านรองเจ้าตำหนัก ข้า... ข้าเพียงรับศิษย์แทนอาจารย์ ความจริงเขานับเป็นศิษย์น้องของข้า ในภายหน้าเขาจะต้องกราบไหว้อาจารย์ของข้า!"
เมื่อจื่อฉางเหอกล่าวเช่นนี้ สีหน้าชิงซิ่วเหอเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ "ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็แล้วไปเถอะ จากนี้ไปเขาก็นับเป็นศิษย์ตำหนักอู่ถังของเรา ทรัพยากรบางอย่างให้เขาเบิกใช้ได้ตามสมควร! แยกย้ายกันได้!"
เหล่าผู้อาวุโสมองเซี่ยงเส้าหยุนด้วยความอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะทยอยแยกย้ายกันไป
บรรดาศิษย์ฝ่ายนอกก็ทยอยเดินจากไปเช่นกัน
เพียงแต่นับจากวันนี้ไป พวกเขาล้วนจดจำเซี่ยงเส้าหยุนผู้ชักนำพลังห้าดาราคนนี้ไว้ในความทรงจำอย่างแม่นยำ!
อัจฉริยะเยี่ยงนี้ภายหน้าย่อมไม่ธรรมดา ต่อให้พวกเขาผูกมิตรไม่ได้ ก็ห้ามล่วงเกินเด็ดขาด!
เมื่อฝูงชนสลายตัว จื่อฉางเหอจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก!
"ฮี่ ๆ ข้าบอกแต่แรกแล้วว่าท่านจะต้องแย่งตัวข้าเป็นศิษย์ ทีนี้รู้ถึงความดีงามของข้าหรือยัง!" เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวด้วยท่าทีได้ใจ
ไม่คาดว่าพูดยังไม่ทันขาดคำ จื่อฉางเหอก็ตบศีรษะเขาฉาดหนึ่งพร้อมกล่าวเสียงเข้ม "มีอะไรน่าขำ จากวันนี้ไปจงเรียกข้าว่าอาจารย์ โอ๊ะ ไม่สิ เรียกข้าว่าศิษย์พี่ เป็นแค่ขอบเขตแรกยุทธ์ระดับสามมีอะไรน่าภูมิใจ ต่อไปติดตามข้าฝึกวิชา หากทำไม่ได้ตามที่ข้ากำหนด เจ้าเจอดีแน่!"
"เวรเอ้ย มีศิษย์พี่ดุขนาดนี้ด้วยรึ?" เซี่ยงเส้าหยุนบ่นอย่างไม่พอใจ
"หึ อย่าคิดว่าเป็นกายห้าดาราแล้วจะวางก้ามไม่เห็นหัวใคร พึงรู้ไว้ว่าอัจฉริยะมักจะตายก่อนวัยอันควรได้ง่ายที่สุด หากเจ้าไม่ฟังคำข้า ภายหน้าเกิดเรื่องขึ้นมาอย่าโทษข้าก็แล้วกัน!" จื่อฉางเหอแค่นเสียงเย็นชา
"ก็ได้ ๆ นับจากนี้ข้าจะตั้งใจฝึกฝนเพื่อเป็นอันดับหนึ่งแห่งตำหนักอู่ถังให้ได้!" เซี่ยงเส้าหยุนสลัดท่าทีกะล่อนทิ้งไป กล่าววาจาอย่างจริงจังที่สุด