- หน้าแรก
- นายน้อยจอมราชัน
- บทที่ 2 ข้าจะให้ท่านอาจารย์ได้ประจักษ์แก่สายตา
บทที่ 2 ข้าจะให้ท่านอาจารย์ได้ประจักษ์แก่สายตา
บทที่ 2 ข้าจะให้ท่านอาจารย์ได้ประจักษ์แก่สายตา
"ฮ่าฮ่า เจ้าอยากกราบข้าเป็นอาจารย์? เช่นนั้นรู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร!" จื่อฉางเหอหัวเราะลั่น เส้นผมสีม่วงปลิวไสว
หมาป่าสีครามที่เขาขี่อยู่ก็คำรามก้อง ราวกับจะขานรับวาจาของจื่อฉางเหอ!
"ข้าทราบว่าท่านคือผู้อาวุโสสิบเก้าแห่งตำหนักวู่ถังผู้ปรีชาสามารถ วรยุทธ์ไร้เทียมทาน และทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง!" เซี่ยงเส้าหยุนรีบประจบสอพลอทันที
ผู้อาวุโสสิบเก้า ดูเหมือนจะเป็นคำที่ยามสองคนเมื่อครู่ใช้เรียกขาน!
"แล้วอย่างไรเล่า? เจ้าคิดว่าข้าจะรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำที่มีพลังเพียงขอบเขตแรกยุทธ์ระดับสามเป็นศิษย์รึ?" จื่อฉางเหอเริ่มนึกสนใจในตัวเด็กหนุ่มปากหวานผู้นี้ขึ้นมาบ้างแล้ว
"หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำทั่วไป ย่อมไม่อยู่ในสายตาท่าน แต่ข้าเซี่ยงเส้าหยุนหาใช่คนธรรมดา ยามที่ข้าถือกำเนิด เมฆม่วงปกคลุมทั่วฟ้า แสงมงคลสาดส่อง หมื่นอสูรคำรามก้อง ร้อยบุปผาบานสะพรั่ง..." เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวด้วยความหลงตัวเองอย่างที่สุด
วาจายังไม่ทันจบ จื่อฉางเหอก็หน้าทะมึนทึงพูดขัดขึ้นว่า "พอได้แล้ว เลิกโอ้อวดเสียที หากเป็นจริงดังเจ้าว่า เจ้าคงไม่ได้มีฝีมือแค่ขอบเขตแรกยุทธ์หรอก!"
เซี่ยงเส้าหยุนถอนหายใจเบา ๆ พลางกล่าว "ยุคสมัยนี้พูดความจริงกลับไม่มีใครเชื่อเสียได้!"
"ว่ามาเถอะ ก้อนนี้เจ้าได้มาจากที่ใด?" จื่อฉางเหอเปลี่ยนเรื่องสนทนา
"นี่คือข้า... ข้าเก็บได้จากริมแม่น้ำ!" เซี่ยงเส้าหยุนลังเลเล็กน้อยก่อนตอบ
"ผลึกวิญญาณที่ไหนจะเก็บได้ง่ายดายปานนั้น!" จื่อฉางเหอทำหน้าขรึม เขาไม่เชื่อวาจาเหลวไหลของเซี่ยงเส้าหยุนแม้แต่น้อย
เซี่ยงเส้าหยุนแบมืออย่างท้อแท้ "ท่านไม่เชื่อก็ตามใจ" เขาหยุดครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ "ข้าเห็นท่านไม่มีใจจะรับข้าเป็นศิษย์ เช่นนั้นคืนผลึกวิญญาณให้ข้าเถิด!"
ยามทั้งสองเห็นเด็กหนุ่มกล้าทวงผลึกวิญญาณคืนจากผู้อาวุโสสิบเก้าแห่งตำหนักวู่ถังผู้ยิ่งใหญ่ ก็อดคิดในใจไม่ได้ "เจ้าเด็กนี่ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ของที่ถึงมือผู้อาวุโสสิบเก้าแล้วยังกล้าทวงคืนอีกหรือ!"
พวกเขาย่อมรู้วีรกรรมอันเลื่องลือในตำหนักวู่ถังของผู้อาวุโสท่านนี้ดี นี่คือจื่อฉางเหอเจ้าของฉายา "ราชันอัสนีม่วง" เชียวนะ!
จื่อฉางเหอเองก็เผยสีหน้าประหลาดใจ "เมื่อครู่เจ้ามิใช่บอกว่าจะมอบให้ข้าด้วยความเคารพหรอกรึ?"
"เงื่อนไขคือท่านต้องรับข้าเป็นศิษย์!" เซี่ยงเส้าหยุนสบตาจื่อฉางเหออย่างไม่ลดละ
สีหน้าของจื่อฉางเหอเย็นชาลงเล็กน้อย กลิ่นอายแห่งอำนาจบารมีแผ่ซ่านออกมาโดยไม่ต้องเกรี้ยวกราด
เขาเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตปราณแกร่งคุ้มกายขั้นปลาย คนทั่วไปย่อมไม่อาจต้านทานรังสีบีบคั้นนี้ได้!
ทว่าเซี่ยงเส้าหยุนยังคงจ้องตอบอย่างสงบนิ่ง ราวกับไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลยแม้แต่น้อย!
"ต่อให้ท่านไม่รับข้าเป็นศิษย์ แค่ให้โอกาสข้าได้เข้าสู่ตำหนักวู่ถังก็พอ!" เซี่ยงเส้าหยุนยื่นข้อเสนอ
"หึ ๆ น่าสนใจ! ได้ ข้าจะสงเคราะห์ให้!" จื่อฉางเหอหัวเราะยาว
เขาพบว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ามีความน่าสนใจไม่น้อย จะยอมละเมิดกฎสักครั้งก็ไม่เสียหาย ถือว่าแลกกับผลึกวิญญาณระดับสูงที่หาได้ยากก้อนนี้!
"ขอบพระคุณท่านอาจารย์!" เซี่ยงเส้าหยุนถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางกล่าวด้วยความยินดี
"ช้าก่อน ข้ายังไม่ใช่อาจารย์เจ้า รอให้เจ้าผ่านการทดสอบของตำหนักวู่ถังเสียก่อนเถอะ! หากไม่ผ่านการทดสอบ ก็อย่าโทษที่ข้าจะโยนเจ้าออกไป!" จื่อฉางเหอพูดดักคอไว้ก่อน
"เรื่องนี้ท่านวางใจได้เลย!" เซี่ยงเส้าหยุนตบหน้าอกรับคำอย่างมั่นใจ ก่อนจะพึมพำว่า "ภายหลังอย่ามาแย่งตัวข้าไปเป็นศิษย์สายตรงของท่านก็แล้วกัน!"
เซี่ยงเส้าหยุนนึกว่าพูดเสียงเบาแล้ว แต่กลับถูกจื่อฉางเหอได้ยินอย่างชัดเจน จื่อฉางเหอตวาดอย่างไม่พอใจ "เจ้าเด็กหลงตัวเอง ข้าจื่อฉางเหอจะคอยดูว่าเจ้ามีพรสวรรค์วิเศษวิโสอันใด!"
กล่าวจบ จื่อฉางเหอก็ส่งสัญญาณ หมาป่าสีครามจึงออกวิ่ง จากนั้นเขาใช้มือข้างหนึ่งหิ้วปีกเซี่ยงเส้าหยุนราวกับลูกไก่ แล้วพุ่งทะยานผ่านประตูใหญ่ตำหนักวู่ถังเข้าไป
"เฮ้ ๆ ท่านทำแบบนี้ได้ยังไง อย่างน้อยก็ให้ข้านั่งบนสัตว์ขี่เข้าไปสิ!" เซี่ยงเส้าหยุนร้องประท้วง
"เจ้าหนู ข้าผู้ยิ่งใหญ่ใช่ตัวที่เจ้าจะมานั่งได้รึ!" หมาป่าสีครามเอ่ยวาจาภาษามนุษย์อย่างดูแคลน
"คุณพระช่วย เป็นถึงอสูรชั้นสูงที่พูดภาษามนุษย์ได้!" เซี่ยงเส้าหยุนร้องเสียงหลง หยุดครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ "แต่ทว่า ของพรรค์อย่างเจ้าข้าก็ใช่จะไม่เคยนั่ง แม้แต่ราชาอสูรข้าก็ขี่มาแล้ว!"
"โฮก ข้าอยากจะจับเจ้ากินให้รู้แล้วรู้รอด!" หมาป่าชราคำรามลั่นอย่างเดือดดาล
มันเป็นถึงผู้แกร่งกล้าขั้นอสูรชั้นสูงระดับปลาย กลับถูกเรียกว่าของพรรค์นั้น ที่น่าโมโหที่สุดคือเจ้าเด็กนี่ยังคุยโวว่าเคยขี่ราชาอสูร ช่างอภัยให้ไม่ได้!
ยามนี้ จื่อฉางเหอปรายตามองเซี่ยงเส้าหยุน แววตาไหววูบด้วยความซับซ้อน "หรือเจ้าเด็กนี่จะมีภูมิหลังจริง ๆ?"
ตำหนักวู่ถังมีอาณาเขตกว้างขวางประหนึ่งหมู่บ้านกลางเมือง มีลานกว้างใหญ่สำหรับศิษย์ฝ่ายนอกใช้ฝึกยุทธ์ ถัดไปเป็นแนวต้นไม้เก่าแก่ที่ปลูกเรียงรายจนกลายเป็นป่าขนาดย่อม ซึ่งมีเสียงสัตว์คำรามดังออกมาเป็นระยะ ภายในป่ายังมีวิหารโบราณตั้งตระหง่าน แฝงด้วยไอสิริมงคลลอยล่อง แสดงถึงความยิ่งใหญ่อลังการ!
จื่อฉางเหอหิ้วเซี่ยงเส้าหยุนมาถึงหน้าศิลาจารึกบนลานว่างแห่งหนึ่ง แล้วเหวี่ยงเซี่ยงเส้าหยุนลงไป
ปัง!
"โอ๊ย นี่ท่านกะจะฆ่าแกงข้ารึไง!" เซี่ยงเส้าหยุนร้องโหยหวน
เสียงร้องราวกับหมูถูกเชือดนี้ดึงดูดความสนใจของเหล่าศิษย์ฝ่ายนอกที่กำลังฝึกฝนอยู่โดยรอบ ทุกคนต่างหันมองมาทางนี้เป็นตาเดียว
"เอ๊ะ นั่นใช่ผู้อาวุโสราชันอัสนีม่วงหรือไม่? ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริง ท่านคือต้นแบบของข้าเลยนะ!"
"ผู้อาวุโสสิบเก้าจริง ๆ ด้วย! สัตว์ขี่ของท่านคืออสูรชั้นสูงหมาป่าสีคราม นับเป็นสัตว์อสูรที่ร้ายกาจนัก!"
"ผู้อาวุโสราชันอัสนีม่วงใช้ทวนสายฟ้าม่วงสะเทือนเลื่อนลั่น สังหารเหล่าอสูรในหุบเขาร้อยอสูรจนขวัญผวา ไม่กล้าบุกรุกเมืองอูเจิ้นของเราง่าย ๆ! ข้าหวังว่าสักวันจะเก่งกาจได้ดั่งท่าน!"
"เดี๋ยวนะ เสียงเมื่อครู่มาจากเด็กหนุ่มที่ราชันอัสนีม่วงพามาหรือ? เขาเป็นใครกัน?"
"พวกเขาอยู่ที่ศิลาทดสอบ หรือว่าจะทดสอบฝีมือ? หรือเขาจะเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสสิบเก้า?"
……
......
ศิษย์ฝ่ายนอกจำนวนมากต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
"นี่คือศิลาทดสอบ ใช้ทดสอบความอ่อนด้อยหรือเข้มแข็งของพลังฝีมือ และยังวัดพรสวรรค์ของคนได้เช่นกัน เจ้าจัดการเอาเองเถอะ!" จื่อฉางเหอกอดอกก้มมองเซี่ยงเส้าหยุนพลางกล่าว
เขาอยากจะเห็นนักว่าเจ้าเด็กขี้โม้คนนี้จะมีพรสวรรค์สะท้านฟ้าจริงหรือไม่!
"ได้เลย ข้าจะทำให้ท่านอาจารย์ได้ประจักษ์แก่สายตา!" เซี่ยงเส้าหยุนลุกขึ้นจากพื้นแล้วตอบรับอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
จากนั้น เขาก็หลับตาลง ปรับลมหายใจรวมสมาธิให้แน่วแน่!
เขายืนนิ่งไม่ไหวติง ประหนึ่งยอดฝีมือไร้เทียมทานกำลังรวบรวมพลังเพื่อใช้ออกด้วยกระบวนท่าไม้ตาย!
เหล่าศิษย์ต่างกลั้นหายใจ จ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าตาไม่กระพริบ ต่างใคร่รู้ว่าศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสราชันอัสนีม่วงจะร้ายกาจเพียงใด!
เนิ่นนานผ่านไป เซี่ยงเส้าหยุนลืมตาโพลง ปล่อยหมัดกระแทกใส่ศิลาทดสอบ
ปัง!
ศิลาทดสอบกระเพื่อมไหวปรากฏสีเทาจาง ๆ พร้อมกับรอยขีดสามรอยที่เผยออกมาให้ทุกคนเห็นอย่างเลือนราง
คราวนี้ทุกคนถึงกับอึ้งกิมกี่!
"ข้า... ข้าตาฝาดไปใช่ไหม เขา... เขาอยู่แค่ขอบเขตแรกยุทธ์ระดับสามเองรึ?"
"ไม่จริงน่า ข้าก็เห็นแค่สามขีด แถมยังเป็นสีเทา นี่มันขอบเขตแรกยุทธ์ระดับสามชัด ๆ!"
"เขา... เขาเป็นศิษย์ของราชันอัสนีม่วงจริงหรือ? ข้าใช้มือเดียวยังขยี้เขาได้เลย!"
"ยุติธรรมแล้วหรือนี่? ของพรรค์นี้กลับได้เป็นศิษย์ผู้อาวุโสสิบเก้า ต้องไม่ใช่เรื่องจริงแน่!"
"เขา... หรือเขาจะเป็นลูกนอกสมรสของผู้อาวุโสสิบเก้า?"
……
......