- หน้าแรก
- เรียกพ่อว่าพี่ชาย
- บทที่ 23 คู่จิ้นเหลียนซี
บทที่ 23 คู่จิ้นเหลียนซี
บทที่ 23 คู่จิ้นเหลียนซี
บทที่ 23 คู่จิ้นเหลียนซี
คำพูดทีเล่นทีจริงของเฉียวเว่ยตงดันจี้ใจดำเข้าอย่างจัง ทำเอาหลินจื่อซีที่แอบมีชนักติดหลังอยู่แล้วขวัญหนีดีฝ่อ นอกจากต้องคอยชำเลืองมองสีหน้าป๋าเลี้ยงแล้ว ยังต้องพยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุดเพื่อไม่ให้พิรุธออก ช่างเป็นการทดสอบฝีมือการแสดงของเขาที่มักจะดูดีเฉพาะในสายตาแฟนคลับเสียจริงๆ
โชคดีที่พ่อของเขาไม่ได้เก็บคำพูดของเพื่อนสนิทมาใส่ใจ เขาหันมามองหลินจื่อซีแล้วหัวเราะ "ลูกนอกสมรสอะไรกัน? ฉันจะไปมีลูกชายโตขนาดนี้ได้ที่ไหน?!"
"ฉันก็แค่พูดไปเรื่อย..." เฉียวเว่ยตงเดินตามกู้เจ๋อเฉิงไปพลางมองไปทางหลินจื่อซี ไม่รู้ทำไมจู่ๆ เขาถึงเปลี่ยนคำพูด "ถ้าไม่เดาว่าเป็นลูกนาย งั้นฉันคงต้องเดาว่าเขาเป็นหนี้รักเก่าของพ่อนาย..."
"ยิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะกันใหญ่แล้ว!" กู้เจ๋อเฉิงชกไหล่เฉียวเว่ยตงเบาๆ ขัดจังหวะการเพ้อเจ้อ "ดูจากที่พ่อแม่ฉันตัวติดกันขนาดนั้นตอนสมัยหนุ่มสาว เป็นหนี้ฉันยังจะมีความเป็นไปได้มากกว่าอีก"
"ล้อเล่นน่า ล้อเล่น" เฉียวเว่ยตงยิ้ม แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยไปเป็นเรื่องเพื่อนฝูงคนอื่นๆ
หลินจื่อซีถอนหายใจโล่งอก แต่ในใจกลับยิ้มขื่น จะว่าไปเขากับแม่ก็เป็นหนี้พ่อจริงๆ นั่นแหละ หนี้ที่ชาตินี้คงไม่มีวันใช้คืนได้หมด
หลินจื่อซีเดินตามกู้เจ๋อเฉิงกับเฉียวเว่ยตงออกมาจากช่องทางพิเศษของสนามบินอย่างเงียบๆ จากระยะไกล เขาเห็นผู้ช่วยจางกับคนที่ทางเอสเต้ส่งมารอรับอยู่แล้ว
"คนที่มารับผมอยู่ตรงนั้น ผมขอตัวก่อนนะครับ ขอให้คุณเดินทางในเมือง B โดยสวัสดิภาพนะครับ" เขาสวมหมวกแก๊ป ดึงปีกหมวกลงต่ำ บอกลาพ่อ แล้วรีบเดินไปหาผู้ช่วยจาง
กู้เจ๋อเฉิงละสายตากลับมา แต่ก็ต้องแปลกใจที่เห็นเฉียวเว่ยตงยังคงจ้องมองไปทางหลินจื่อซีตาไม่กระพริบ
กู้เจ๋อเฉิงหันกลับไปมองแผ่นหลังของหลินจื่อซีที่เดินห่างออกไปอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่พบความผิดปกติอะไร "เป็นอะไรไป? เด็กนั่นมีอะไรแปลกๆ เหรอ?"
สีหน้าจริงจังของเฉียวเว่ยตงหายวับไปทันที แทนที่ด้วยรอยยิ้มใจดีและเป็นกันเองตามปกติ "เขา... ไม่มีอะไรหรอก แค่โรคอาชีพกำเริบน่ะ"
เพื่อนสมัยเด็กของเขาทำงานในแวดวงความมั่นคงมาเกือบยี่สิบปี มองใครก็เห็นเป็นผู้ต้องสงสัยไปหมด กู้เจ๋อเฉิงชินเสียแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม ตอนที่เห็นเฉียวเว่ยตงมองหลินจื่อซีด้วยสายตาจับผิดเมื่อครู่ เขากลับรู้สึกไม่สบายใจแปลกๆ เหมือนอาณาเขตส่วนตัวถูกรุกล้ำ
เขาจึงพูดขึ้นคล้ายจะอธิบายหรือรับรองให้หลินจื่อซีกลายๆ "ฉันให้เขามาสวมรอยเป็นเจ๋ออี้ แน่นอนว่าต้องให้คนเช็คประวัติมาก่อนแล้ว"
เฉียวเว่ยตงพยักหน้า ไม่ได้สนใจดาราหนุ่มที่เพิ่งเจอหน้ากันแค่ครั้งเดียวอีก เขาชวนกู้เจ๋อเฉิงคุยเรื่องงานเลี้ยงต้อนรับคืนนี้แทน
แม้กู้เจ๋อเฉิงจะย้ายไปอยู่เมือง S กับคุณย่าซ่งแล้ว แต่เขาโตที่เมือง B เพื่อนฝูงสมัยเด็กส่วนใหญ่ก็อยู่ที่นี่
แทบทุกครั้งที่เขามาเมือง B จะต้องมีคนฉวยโอกาสจัดงานรวมรุ่นเสมอ
ในงานเลี้ยงเหล่านี้ มีทั้งมิตรภาพวัยเด็กและความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ที่เน้นผลประโยชน์ เพราะในรุ่นเดียวกัน ตอนนี้กู้เจ๋อเฉิงรวยที่สุด และเฉียวเว่ยตงมีอำนาจมากที่สุด ความสัมพันธ์ของพวกเขาย่อมต้องรักษาไว้ไม่ให้ห่างเหิน กู้เจ๋อเฉิงรู้เรื่องนี้ดี แต่ไม่ว่าจะด้วยมิตรภาพหรือผลประโยชน์ ตราบใดที่ตารางงานไม่แน่นเกินไป เขาก็มักจะไปร่วมงานเสมอ
กว่างานเลี้ยงต้อนรับจะเลิก กู้เจ๋อเฉิงกลับถึงโรงแรมก็เกือบห้าทุ่มแล้ว
ท่านประธานกู้คอแข็ง อย่างน้อยก็แข็งพอจะมอมเหล้าหลินจื่อซีให้หมอบกระแตได้สบายๆ แต่บางครั้งดื่มแล้วเขาก็มักจะนอนไม่หลับ
อย่างคืนนี้ กู้เจ๋อเฉิงทบทวนลิสต์งานที่ต้องทำในเมือง B รอบนี้ไปสามรอบแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด เขาเลิกพลิกตัวไปมา ลุกขึ้นแต่งตัว แล้วไปนั่งเปิดแล็ปท็อปที่โต๊ะทำงาน
เดิมทีตั้งใจจะเช็คอีเมลงาน แต่ดันไปเห็นหน้าต่างแจ้งเตือนข่าวเด้งขึ้นมาที่มุมขวาล่างของหน้าจอ พาดหัวข่าวเกี่ยวกับอดีตอันน่าสงสารของดาราคนหนึ่งที่เพิ่งถูกแฉ
คุณพ่อกู้ไม่ได้สนใจดาราคนนั้น แต่ข่าวนี้ทำให้เขานึกถึงคำว่า คู่จิ้นเหลียนซี ที่มีคนพูดถึงเมื่อตอนกลางวัน
อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ หรืออาจเพราะความเบื่อหน่ายจากอาการนอนไม่หลับ กู้เจ๋อเฉิงเปิดหน้าเว็บค้นหา พิมพ์คำว่า "คู่จิ้นเหลียนซี" ลงในช่องค้นหา แล้วกดตกลงราวกับถูกผีสิง
แต่เมื่อเจอกับผลการค้นหานับแสนรายการ คุณพ่อกู้ถึงเพิ่งตระหนักเป็นครั้งแรกว่า ช่องว่างระหว่างวัยของเขากับวัยรุ่นสมัยนี้มันช่างกว้างใหญ่ไพศาลเหลือเกิน
"เอยู" แปลว่าอะไร?
"เอบีโอ" คืออะไร?
"ผีและซึนเดระ" หมายความว่าไง?
"มีเนื้อ" แปลว่าหลินจื่อซีกับไอ้ชิวอะไรนั่นอ้วนขึ้นเหรอ...?
ด้วยความสงสัยมากมาย กู้เจ๋อเฉิงเลื่อนลงมาจนเจอหัวข้อหนึ่งท้ายหน้าแรกที่เขา (คิดว่า) พอจะเข้าใจความหมาย "คู่จิ้นเหลียนซี ขอให้เธอรักษาคนตรงหน้าให้ดี: ฉากขับรถสะเทือนอารมณ์"
และแล้ว คุณพ่อกู้ที่คิดว่าจะได้ดูรวมฉากขับรถเท่ๆ ของจริง กลับต้องมานั่งดูวิดีโอเรื่องราวความรักสุดรันทดระหว่างตำรวจหนุ่มกับนักฆ่ามาเฟีย
คนทำวิดีโอนี้ต้องเป็นมือโปรระดับเทพในวงการแฟนคลับแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อ พล็อตเรื่อง เพลงประกอบ การย้อมสี มุมกล้อง หรือเทคนิคแต่งภาพ ทุกอย่างล้วนไร้ที่ติ... แม้แต่ฉากบนเตียงที่ตัดต่อมาจากคลิปคนละแหล่ง ก็ยังทำออกมาได้เนียนตา ชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิง
กู้เจ๋อเฉิงไม่รู้หรอกว่าวิดีโอนี้เป็นคัมภีร์เรียกแขกเข้าด้อมของแฟนคลับคู่จิ้น และคนทำคลิปก็ได้รับฉายา "นักขับมือหนึ่งแห่งวงการ" เพราะเอ็มวีตัวนี้ แต่สิ่งที่เขาเห็นเต็มสองตาคือหน้าท้องขาวเนียนแบนราบของหลินจื่อซีภายใต้เสื้อเชิ้ตที่เลิกขึ้น ลูกกระเดือกที่ขยับไหวจากการกลืนน้ำลาย ริมฝีปากที่ถูกขบเม้มเพื่อกลั้นเสียง และขนตายาวที่สั่นระริกยามหลับตาพริ้ม...
"ปัง!" วิดีโอยังเล่นไม่จบ แล็ปท็อปบนโต๊ะก็ถูกกู้เจ๋อเฉิงที่ลุกพรวดขึ้นมาปิดกระแทกลงอย่างแรง
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและเหลือเชื่อ ไม่ใช่เพราะคิดว่าดาราหนุ่มที่เขารู้จักจะไปถ่ายคลิปแบบนี้จริงๆ เขาแค่... เขาแค่...
เขาพบว่านอกจากสติจะตื่นเต็มตาแล้ว ส่วนนั้นที่อยู่ต่ำกว่าหน้าท้องลงไปก็ตื่นตัวชูชันขึ้นมาอย่างน่าไม่อาย
"เด็กสมัยนี้มันคิดบ้าอะไรกันอยู่เนี่ย?!" ท่านประธานกู้ที่โดนพิษวิดีโอฉากวาบหวิวเข้าไปเต็มเปา พูดลอดไรฟันอย่างหัวเสีย