เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17-14 ท้าประลอง

ตอนที่ 17-14 ท้าประลอง

ตอนที่ 17-14 ท้าประลอง


ขณะที่ลินลี่ย์กระเด็นออกมากระแทกระเบียงทางเดินข้างนอกมีรอยโลหิตปรากฏที่ริมฝีปากของเขา

เขารีบลุกจากพื้นทันทีและหนีออกไปที่โถงใหญ่ราวกับประกายไฟ  ลินลี่ย์หัวเราะในใจอย่างเยือกเย็น“เอ็มมานูเอลคิดว่าเขาจะสามารถฆ่าข้าได้หรือ? อย่างไรก็ตาม เว้นแต่เป็นเรื่องจำเป็น ไม่มีทางที่ข้าจะเปิดเผยพลังของข้าเร็วนัก”  ขณะที่ลินลี่ย์รู้สึกตัว เขาตะโกนทันที“ผู้อาวุโสการ์วีย์ ช่วยข้าด้วย!”

เสียงประตูระเบิดและเสียงตะโกนของลินลี่ย์..แม้แต่เทพชั้นสูงผู้มีพลังน้อยยังได้ยิน  และพวกเขาจะไม่ได้ยินได้ยังไง?

“ควั่บ!”  “ควั่บ!”

มีหลายคนปรากฏตัวจากที่ไกลบินเข้ามาด้วยความเร็วสูง โดยมีการ์วีย์บุรุษหนุ่มรูปงามเป็นคนนำ

“อย่าคิดหลบหนีเด็ดขาด!”  เสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้นและร่างของเอ็มมานูเอลกระพริบวาบไล่ตามลินลี่ย์ไปอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนู

ลินลี่ย์เมื่อเห็นการ์วีย์และเจ้าหน้าที่ชุดดำก็บินไปหลบอยู่ข้างหลังพวกเขาทันที  ถึงตอนนี้เขากล่าว  “ผู้อาวุโสการ์วีย์! ผู้อาวุโสเอ็มมานูเอลต้องการฆ่าข้า!”  เมื่อการ์วีย์ได้ยินเช่นนี้ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาแสดงอาการโกรธทันที

“เอ็มมานูเอล!  เจ้ากำลังทำอะไร!”  การ์วีย์ตวาด

เอ็มมานูเอลชะงัก ถลึงตามองลินลี่ย์ด้วยความโกรธ จากนั้นมองการ์วีย์  “การ์วีย์!  หลีกไปซะ”

“ลินลี่ย์เป็นคนของเผ่าเราทำไมท่านต้องการฆ่าเขา?” การ์วีย์โกรธเช่นกัน “อย่างนั้นเหตุผลที่เจ้าต้องการคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวก็เพื่อที่ว่าจะฆ่าเขาได้ง่ายๆ สินะ”

“ไม่, ไม่ใช่อย่างนั้น”

เอ็มมานูเอลรีบกล่าว เอ็มมานูเอลเห็นการ์วีย์ปรากฏตัวก็รู้ว่าสถานการณ์เช่นนี้ทวีความซับซ้อน นี่เป็นเรื่องที่เขากริ่งเกรงที่สุด แต่เขาประหลาดใจเช่นกัน “แรงฟาดฝ่ามือนั้นไม่สามารถฆ่าลินลี่ย์ได้ สมบัติมหาเทพทรงพลังและใช้ประโยชน์ในการปกป้องชีวิตได้จริงๆ”

ลินลี่ย์มีเลือดหยดออกจากริมฝีปากของเขา หน้าของเขาซีดขาว

เอ็มมานูเอลเชื่อว่าเหตุผลที่เขาไม่สามารถฆ่าลินลี่ย์ด้วยพลังโจมตีครั้งเดียวเป็นเพราะแหวนมังกรขนด

เขายังไม่รู้.....

ว่าเลือดที่ซึมออกมาจากมุมปากและหน้าที่ซีดขาวของลินลี่ย์เป็นส่วนหนึ่งของการเสแสร้ง

“ฝ่ามือเรียบง่ายอย่างนั้นด้วยพลังป้องกันของข้าไม่มีทางทำอันตรายได้แม้แต่น้อย”  ลินลี่ย์เย้ยหยันอยู่ในใจ  “อย่างไรก็ตามตอนนี้ซ่อนพลังของเราไว้เป็นดีที่สุด”  หลังจากมาถึงตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์เขาตัดสินใจใช้ชีวิตเงียบๆ อยู่กับครอบครัวและสหายสักระยะหนึ่ง  หลังจากเป็นเทพชั้นสูงแล้ว เขาจึงค่อยออกรบ

นอกจากนี้ หลังจากเป็นเทพชั้นสูงเขาอาจจะใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งกว่า

เขายังไม่สามารถเปิดเผยพลังของเขาในตอนนี้ได้  เมื่อเขาเปิดเผยไป วันคืนที่สงบสุขของเขาจะจบลง

“ลินลี่ย์, บอกข้ามา นี่มันเรื่องอะไร?”  การ์วีย์มองดูลินลี่ย์

“ผู้อาวุโสการ์วีย์ ข้าไม่ได้ล่วงเกินผู้อาวุโสเอ็มมานูเอลแม้แต่น้อย แต่เขากลับต้องการฆ่าข้าโดยไม่มีเหตุผลแม้แต่น้อย”  ลินลี่ย์กล่าว เรื่องแหวนมังกรขนดไม่อาจเปิดเผยได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ลินลี่ย์เปลี่ยนลักษณะของแหวนมังกรขนดไปแล้ว

แม้แต่สมบัติเทพก็สามารถเปลี่ยนลักษณะภายนอกได้ ดังนั้นสมบัติมหาเทพก็ทำได้เป็นเรื่องธรรมดา

ลินลี่ย์เสียใจที่ไม่เปลี่ยนลักษณะของแหวนมังกรขนดเมื่อในอดีต  ที่สำคัญไม่มีใครเคยพบมันมาก่อนดังนั้นเขาจึงประมาทไม่ทันได้ระมัดระวัง ประการที่สองเนื่องจากพลังของเขาเพิ่มขึ้นมาก ดังนั้นจึงมีความมั่นใจในตนเองเกินไป แต่ใครจะคิดกันเล่าว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น?”

“เอ็มมานูเอล?” การ์วีย์มองดูเขา

“การ์วีย์!  เจ้าจะเชื่อข้าหรือจะเชื่อเขา?” ความโกรธของเอ็มมานูเอลเพิ่มขึ้นและหน้าของเขาบิดเบี้ยวน่าเกลียดเหลือทน  “ลินลี่ย์ผู้นี้บังอาจล่วงเกินข้า  วันนี้ข้าจะต้องฆ่าเขาให้ได้แน่นอน  การ์วีย์!  หลีกทาง”

เจ้าหน้าที่ชุดดำที่ระเบียงทางเดินพากันประหลาดใจ  เอ็มมานูเอลผู้นี้ควบคุมตนเองไม่ได้

“เอ็มมานูเอล!”  การ์วีย์ตวาดเย็นชา  “เราอยู่ในเทือกเขาสกายไรท์! กฎของเผ่าก็คือเราจะฆ่ากันเองตามอำเภอใจไม่ได้ รู้ตัวไหมว่าเจ้าทำอะไรอยู่!”

“ผู้อาวุโสเอ็มมานูเอล  ข้าก็อยากรู้จริงๆทำไมท่านถึงต้องการฆ่าข้า” ลินลี่ย์มองเอ็มมานูเอลขณะกล่าว

“ใช่แล้ว ทำไมเจ้าถึงต้องการฆ่าเขา?”  การ์วีย์มองดูเขาเช่นกัน

เอ็มมานูเอลถลึงตามองลินลี่ย์  ตาของเขาแทบมีไฟลุก  เขาโกรธโกรธที่ลินลี่ย์ไม่รู้ว่าอะไรดีชั่วสำหรับตนเอง “ข้าอุตส่าห์ยอมเสนอพลังมหาเทพหยดหนึ่งแลก  แต่เขาก็ยังไม่ยอมรับเขาบังคับให้ข้าลงมือ” เอ็มมานูเอลตัดสินใจทันที

“ผู้อาวุโสเอ็มมานูเอล ทำไมท่านถึงโกรธนักหนาด้วย?  ดูเหมือนว่าท่านไม่ใช่คนเจ้าโทสะเลย” ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น “ถ้าดึงดันกันไปแบบนี้ เราก็แค่สู้กันให้จบ ถ้าปลาไม่ตาย ก็แหขาดกันไปข้างหนึ่ง!”

จิตใจของเอ็มมานูเอลตึงเครียด

ตอนนี้มีอะไรที่เขาจะต้องกลัวด้วย?

ไม่ใช่การแทรกแซงของการ์วีย์  เขากลัวว่าลินลี่ย์จะเปิดเผยความจริงที่ว่าเขามีแหวนมังกรฟ้าต่อสาธารณชนเมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดเผย... แม้ว่าทางเผ่าจะไม่ริบไว้ก็ตาม  แต่ไม่มีทางที่แหวนจะตกมาถึงมือของเอ็มมานูเอล

“ก็ได้ ลินลี่ย์” เอ็มมานูเอลแค่นเสียง “เจ้าร้ายกาจนักไม่ใช่หรือ?”

“ข้าน่ะหรือ ร้าย? นั่นไม่เกินไปหน่อยหรือ?”  ลินลี่ย์ตอบ

การ์วีย์ที่อยู่ใกล้ๆและเจ้าหน้าที่ชุดดำต่างสับสนไปหมด พวกเขาไม่รู้ว่าลินลี่ย์กับเอ็มมานูเอลกำลังพูดเรื่องอะไร

“ผู้อาวุโสเอ็มมานูเอล ข้าในฐานะผู้เยาว์อยากจะพูดสักสองสามคำ” ลินลี่ย์จ้องมองเอ็มมานูเอล พร้อมกับยิ้มที่มุมปาก  “คนเราบางครั้งอย่าโลภเป็นดีที่สุด  ความโลภจะทำให้ท่านตายได้ สิ่งที่เป็นของท่านก็จะเป็นของท่านอะไรไม่เป็นของท่าน ท่านไม่มีทางได้เป็นเจ้าของ”

เอ็มมานูเอลเริ่มหัวเราะด้วยความโกรธ

“เด็กน้อย, ข้าก็จะขอย้อนวาจาของเจ้า”  เอ็มมานูเอลพูดด้วยความโมโห  “อย่าโลภเกินไปความโลภจะทำให้ชีวิตของเจ้าดับสูญ!”

“เหรอ?ชีวิตข้าดับสูญ?” ลินลี่ย์เริ่มหัวเราะ  “ท่านผู้อาวุโสที่น่านับถือท่านเป็นผู้มีพลังระดับอสูรเจ็ดดาวคนหนึ่ง ขณะที่ข้าเป็นเพียงเทพแท้  ข้ายอมรับว่าพลังของข้าด้อยกว่าของท่านและไม่ใช่เรื่องยากที่ท่านจะเอาชีวิตข้า แต่ท่านไม่รู้สึกว่าน่ารังเกียจเกินไปหรือ?”

“พวกเจ้าทั้งสองคนพูดเรื่องอะไรกัน!”  การ์วีย์พูดด้วยความโมโห

“เอ็มมานูเอล”  การ์วีย์กล่าว “ถ้าลินลี่ย์กระทำการไม่เคารพต่อเจ้าจริงๆ  เจ้าไปฟ้องร้องกับสภาอาวุโสได้ ทางสภาฯจะตัดสินลงโทษลินลี่ย์แน่นอน”

เอ็มมานูเอลสูดหายใจลึก จากนั้นพูดช้าๆ  “ลินลี่ย์, เจ้าล่วงเกินข้าจนไม่อาจอภัยให้ได้ข้า..ขอท้าประลองเป็นตายกับเจ้า!”

“ประลองเป็นตาย?”

การ์วีย์และเจ้าหน้าที่ชุดดำที่ระเบียงทางเดินตะลึงกันหมด  การ์วีย์เพ่งมองเอ็มมานูเอลด้วยความประหลาดใจจากนั้นส่งสำนึกเทพคุย  “เอ็มมานูเอล,เจ้าทำอะไรลงไป?  เขาเป็นแค่เทพแท้  ถ้าเจ้าต้องการฆ่าเขาจริงๆ  ก็แค่รายงานให้สภาอาวุโสทราบทำไมต้องท้าประลองเป็นตาย?”

แต่การ์วีย์จะรู้ได้ยังไงว่าเอ็มมานูเอลต้องการฆ่าลินลี่ย์เป็นการส่วนตัวและชิงเอาแหวนมังกรฟ้าของเขา?

เจ้าหน้าที่ชุดดำทุกคนมองลินลี่ย์ด้วยแววตาเห็นใจ

“ขอถามได้ไหม ประลองเป็นตายคืออะไร?”  ลินลี่ย์ส่งเสียงขึ้น

ทันใดนั้นผู้อาวุโสการ์วีย์และเจ้าหน้าที่อื่นต่างประหลาดใจกันทุกคน ลินลี่ย์ไม่รู้แม้กระทั่งว่าประลองเป็นตายคืออะไร?

การ์วีย์ลอบถอนหายใจ รู้สึกเศร้าต่อลินลี่ย์  ในที่สุดเขาอธิบาย “ลินลี่ย์,ในเผ่าตระกูลเรามีคนมากมาย เมื่อหลายคนอยู่ร่วมกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีการขัดแย้งเลย  เมื่อความขัดแย้งทวีคูณขึ้นจนถึงระดับที่ไม่มีใครยอมกันนอกจากตายกันไปข้างหนึ่งความขัดแย้งเช่นนี้จะไม่มีทางประนีประนอมกันได้ แม้ว่าเผ่าเราจะมีกฎไม่อนุญาตให้คนในเผ่าฆ่ากันเอง  แต่เมื่อความเกลียดชังเพิ่มพูนมากขึ้น บางครั้งการวางเฉยเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์”

“เมื่อถึงตอนนี้ เหลืออยู่เพียงเงื่อนไขเดียว ประลองเป็นตาย!”

การ์วีย์พูดจริงจัง “การประลองเป็นตายเป็นการประลองที่โหดเหี้ยมอำมหิตทั้งสองฝ่ายจะต่อสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง แต่แน่นอนว่าถ้าผู้ชนะไว้ชีวิตผู้แพ้ นั่นก็ได้รับอนุญาตเช่นกัน อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปในการประลองเป็นตายนั้นทั้งสองฝ่ายจะไม่ยุติจนกว่าจะมีอีกฝ่ายหนึ่งตาย”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ตอนนี้ลินลี่ย์จึงค่อยเข้าใจ

เขารู้สึกโกรธอย่างช่วยไม่ได้  “เอ็มมานูเอลผู้นี้ไม่ต้องการปล่อยเรา ไม่ว่าด้วยเงื่อนไขใดๆก็ตาม”

“เป็นไปได้ไหมว่าข้าจะรับคำท้านี้?”  ลินลี่ย์ถาม

“เจ้าสามารถปฏิเสธได้” การ์วีย์กล่าว  “อย่างไรก็ตามแม้ว่าเจ้าจะปฏิเสธ เขาก็สามารถยื่นคำร้องต่อสภาอาวุโสได้  เมื่อสภาอาวุโสยอมรับ แม้ว่าเจ้าจะปฏิเสธ..เจ้าก็ต้องร่วมประลองเป็นตายอยู่ดี”

“ฮ่าฮ่า...” ลินลี่ย์เริ่มหัวเราะ  “สภาอาวุโสน่ะหรือ?”

เอ็มมานูเอลเองเป็นสมาชิกสภาอาวุโสอยู่แล้ว  ถ้าเอ็มมานูเอลยื่นคำร้องขอท้าประลองเป็นตายมีหรือจะไม่ผ่าน?

“ลินลี่ย์! ถ้าเจ้าเสียใจก็ยังไม่สายเกินไป” เอ็มมานูเอลหัวเราะเย็นชา “เงื่อนไขของข้าไม่เปลี่ยน ข้าไว้ชีวิตเจ้าได้” ข้อเสนอของเอ็มมานูเอลใช้หยดพลังมหาเทพหนึ่งหยดแลกเปลี่ยนแหวนมังกรขนด

ลินลี่ย์มองดูเขา ยิ่งมองนัยน์ตาของเขาก็ยิ่งเย็นชา

“ยังไม่สายเกินไปที่ข้าจะปฏิเสธน่ะหรือ?”  ลินลี่ย์มีรอยยิ้มหยันบนใบหน้า

“ใช่แล้ว” เอ็มมานูเอลพยักหน้า

“เอ็มมานูเอล ข้าจะบอกท่านอย่างนี้” ลินลี่ย์แค่นเสียง “ข้าขอปฏิเสธคำท้าประลองเป็นตายของท่าน!”

“เจ้าปฏิเสธไปก็ไร้ประโยชน์”  เอ็มมานูเอลกล่าว

ลินลี่ย์แค่นเสียง “ข้าปฏิเสธตอนนี้เท่านั้น ส่วนสภาอาวุโสจะยอมรับคำขอของท่านหรือไม่  ข้าไม่รบกวนเกี่ยวข้อง  ข้าจะบอกท่านเรื่องหนึ่งเหมือนกัน ....เอ็มมานูเอล ถ้าท่านเสียใจตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไป  ในอนาคตต่อให้ท่านเสียใจ ตอนนั้นก็คงสายเกินไป”

หลังจากพูดเสร็จลินลี่ย์หันหน้ากลับและเดินจากไป หน้าของเขาเย็นชาราวกับเคลือบด้วยน้ำแข็ง

ลินลี่ย์มีแรงกระตุ้นอยากฆ่าแล้วในตอนนี้

“เดิมทีข้าต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขจนกว่าจะกลายเป็นเทพชั้นสูง  เอ็มมานูเอล!เจ้าบังคับข้าเองนะ!” ลินลี่ย์ไม่ลังเลอีกต่อไป ถ้าเขาต้องเข้าร่วมประลองเป็นตาย เขาคงจะฆ่าเอ็มมานูเอลแน่!

เมื่อเห็นลินลี่ย์หันหลังจากไป เอ็มมานูเอลหัวเราะเย็นชา

“ปฏิเสธหรือ?  เจ้ายังจะปฏิเสธได้หรือ?”  เอ็มมานูเอลหัวเราะ  “เมื่อถึงเวลาต่อให้เจ้าเสียใจก็ไม่สำคัญแล้ว” เอ็มมานูเอลส่ายศีรษะแล้วจากไปโดยไม่สนใจการ์วีย์

การ์วีย์ถอนหายใจ

“น่าเสียดายอัจฉริยะผู้นี้ เขากำลังจะตาย” การ์วีย์ไม่คิดว่าลินลี่ย์จะมีโอกาสรอดชีวิต  เอ็มมานูเอลเป็นสมาชิกรุ่นที่สี่ของตระกูล  บิดาของเขาเป็นสมาชิกรุ่นที่สามขณะที่ย่าของเขาเป็นสมาชิกรุ่นที่สอง

ทั่วทั้งเผ่ามังกรฟ้า มีสมาชิกรุ่นสองเพียงสองคนเป็นพี่ชายและน้องสาว คนแรกเป็นประมุขเผ่ามังกรฟ้า เป็นบุตรชายของมหามังกรฟ้าบรรพบุรุษของเผ่า  ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นน้องสาวของประมุขเผ่า

สถานะของเอ็มมานูเอลในเผ่าถึงจะไม่สูงล้ำมาก  แต่อิทธิพลของเขาก็ยังมีอยู่

สำหรับการ์วีย์เล่า? เขามาจากคนรุ่นหลังเป็นหมื่นๆรุ่น  แม้ว่าเขาจะเป็นอสูรเจ็ดดาวแต่อิทธิพลของเขายังด้อยกว่าเป็นธรรมดา

ตกดึกคืนนั้น พระจันทร์สีม่วงลอยเด่นอยู่ในท้องฟ้า

ลินลี่ย์บินไปตามเส้นทางมังกร  เขาจำทางกลับบ้านได้ชัดเจน

“แหวนมังกรขนดนี้” ลินลี่ย์ก้มหน้ามองดู ในใจของเขาอดนึกถึงภาพในอดีตสมัยที่ยังเยาว์วัยมิได้

เพราะแหวนมังกรขนดนี้ เขาจึงได้พบกับปู่เดลิน

เพราะปู่เดลินช่วยเขาจึงกลายเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งทรงพลัง

เป็นเวลาหลายปี เพราะแหวนมังกรขนดเขาสามารถชดเชยความแตกต่างในพลังวิญญาณของเขาเมื่อเทียบกับเทพชั้นสูง  เพราะแหวนมังกรขนด  เขาจึงกล้าสู้กับอสูรเจ็ดดาวได้  โดยไม่รู้ตัว...

ตลอดชีวิตของเขาผูกพันอยู่กับแหวนมังกรขนด

“ทุกคนอย่าฝันไปเลยว่าจะชิงแหวนมังกรขนดไปจากข้าได้”ลินลี่ย์พูดเบาๆ

“ถ้าข้าถูกบังคับให้เข้าประลองเป็นตาย”ดวงตาลินลี่ย์เย็นชากระจ่างชัดทันที “ข้าจะฆ่าเอ็มมานูเอลนั้นแน่นอน ตอนนี้เขาเป็นเพียงคนเดียวที่รู้เรื่องแหวนมังกรขนดนี้  เขาคงไม่โง่พอเผยแพร่ข่าวนี้  ถ้าข้าฆ่าเขา ก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้”

ในวันนั้นเอ็มมานูเอลกลับมาทันทีและตามหาผู้อาวุโสสามคนเพื่อให้ช่วยจัดการประลองเป็นตาย

ตามปกติการประลองจะได้รับความยินยอมจากผู้อาวุโสสามคน

“เอ็มมานูเอล,ทำไมเจ้าเรียกเราทั้งสามคนมาอย่างเร่งด่วนอย่างนี้?”  บุรุษสองคนสตรีหนึ่งคนทั้งสามอยู่ในชุดเกราะฟ้าลายทองและชุดคลุมยาวที่มีอักษรรูนวิเศษ

สามผู้อาวุโส

“มีเทพแท้คนหนึ่งบังอาจล่วงเกินข้า  เขาไม่ให้ความเคารพข้าแม้แต่น้อย”  เอ็มมานูเอลพูดด้วยความโมโห“ข้าจะต้องฆ่าเขาให้ได้ ข้าขออนุญาตประลองเป็นตาย ท่านทั้งสามคนช่วยอนุมัติคำขอให้ข้าด้วย” ขณะที่เขาพูด เขายื่นเอกสารแผ่นหนึ่ง

ผู้อาวุโสทั้งสามชำเลืองมองเอกสาร จากนั้นมองหน้ากันเอง

นี่ล้อกันเล่นใช่ไหม?

ผู้อาวุโสคนหนึ่งจะเข้าร่วมประลองเป็นตายเพื่อฆ่าเทพแท้?

สตรีผมทองหัวเราะ “เอ็มมานูเอล ในฐานะคนที่รับตำแหน่งผู้อาวุโส เป็นไปได้ยังไงที่เจ้าต้องไปโต้เถียงกับเทพแท้?”

“ข้าจะต้องฆ่าเขาให้ได้” เอ็มมานูเอลกล่าว

ชายชราผมขาวที่เป็นผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งหัวเราะ  “เอ็มมานูเอล!  ถ้าเจ้าต้องการฆ่าเขาจริงๆก็แค่บอกเหตุผลที่เขาล่วงเกินเจ้า เราจะส่งคนไปคร่ากุมเขา ตามกฎของเผ่าเราสามารถประหารเขาได้ด้วยข้อหาล่วงเกินผู้อาวุโสทำไมต้องประลองเป็นตายด้วย?  เจ้าเป็นผู้อาวุโสที่น่านับถือกำลังจะประลองเป็นตายกับเทพแท้  นี่มันน่าขันเกินไปหรือเปล่า?”

“พวกท่านทั้งสามคนแค่ถือว่าข้า..เอ็มมานูเอลขอร้องให้พวกท่านช่วยข้าได้ไหม?”  เอ็มมานูเอลกล่าว

ทั้งสามคนมองหน้ากันเอง

“ก็ได้ เราเห็นด้วย” ผู้อาวุโสทั้งสามคนดึงปากกาขนนกออกมาและลงลายมือชื่อไว้บนเอกสาร

เอ็มมานูเอลเมื่อเห็นเช่นนี้ก็หัวเราะลั่น  ในใจของเขา เขาพูดกับตนเอง “ลินลี่ย์!  ตอนนี้สายเกินไปสำหรับเจ้าต่อให้เจ้าเสียใจก็ตาม”

จบบทที่ ตอนที่ 17-14 ท้าประลอง

คัดลอกลิงก์แล้ว