เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17-3 เผ่ามังกรฟ้า

ตอนที่ 17-3 เผ่ามังกรฟ้า

ตอนที่ 17-3 เผ่ามังกรฟ้า


ตามที่ลินลี่ย์ได้เรียนรู้ระหว่างทาง  และเรื่องที่เขาได้ยินมาจากเบรุตเช่นกัน  จากสิ่งที่ลินลี่ย์เห็นตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ทรงพลังมาก ที่เกาะมิลัวร์หลังจากได้เห็นบันทึกการต่อสู้มากมาย เขาบอกเจ้าปราสาทโมซี่ว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปแคว้นอินดิโกและโมซี่ได้พูดคุยเกี่ยวกับตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์

จากสิ่งที่โมซี่บอกดูเหมือนว่าตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์อยู่ในช่วงเวลาตกต่ำอย่างหนัก

แต่ถึงแม้เป็นเช่นนั้นก็ยังแทบเทียบเท่าได้กับตระกูลแบ็คชอว์

“ตระกูลแบ็คชอว์ควบคุมที่เกาะมิลัวร์ไว้ได้อย่างสิ้นเชิง  ไม่มีใครกล้ารุกรานพวกเขา! แม้ว่าจะผ่านกาลเวลามานานนับปีไม่ถ้วน ชื่อเสียงของเกาะมิลัวร์ยังคงแผ่ขยายกว้างไกล  เรื่องที่คนรับใช้ตระกูลแบ็คชอว์จะถูกฆ่า! ไม่มีมีทางที่เรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้นที่เกาะมิลัวร์ ”

ลินลี่ย์ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ

แคว้นอินดิโกสามารถบอกได้ว่าเป็นฐานใหญ่สำหรับตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในเขตแดนของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่เรืองอำนาจได้อย่างไร?

ทุกคนที่ตรองเรื่องนี้สักครู่จะเข้าใจ

ถ้าตระกูลที่ทรงพลังอย่างแท้จริงเผชิญเรื่องอย่างนี้  พวกเขาจะกำจัดตระกูลโบลีนทั้งตระกูลแน่การฆ่าพวกเขาก็เหมือนเป็นการส่งสัญญาณเตือนอีกฝ่ายให้กลัว

“สถานการณ์ไม่สมเหตุผลเสียเลย” ลินลี่ย์หรี่ตา  ความสุขที่เขามีเมื่อตอนมาถึงเขตแดนของตระกูลของเขาเหือดหายไปทันที  และลินลี่ย์เริ่มกังวล ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์คงไม่ใช่เป็นอย่างที่เขาคิด

ในอสูรโลหะทารอส บีบี เดเลียและคนอื่นตกตะลึงกับสิ่งที่พวกเขาเห็น

ทารอสพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“ลินลี่ย์!ดูเหมือนว่าตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้มีพลังอำนาจมากนักในแคว้นอินดิโก”  เมื่อลินลี่ย์เชิญทารอสและคนอื่นไปที่แคว้นอินดิโกเขามักพูดว่าภายในแคว้นอินดิโกด้วยพลังและอิทธิพลของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์  พวกเขาคงไม่พบเจออันตรายอีกต่อไป

แต่ตอนนี้ดูเหมือน

“ข้าไม่เข้าใจเหมือนกัน”หน้าของลินลี่ย์เคร่งขรึม

ที่สำคัญเขาไม่เคยไปเยือนตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์มาก่อน ทั้งหมดที่เขารู้ เขาได้รับข้อมูลมาจากแหล่งข้างนอกทั้งนั้น

“ข้าขอโทษ!ดูเหมือนข้าจะเป็นเหตุให้ทุกคนต้องเข้าสู่สถานการณ์อันตรายอีกแล้ว”ลินลี่ย์อดไม่ได้ที่จะต้องพูดกับโอลิเวอร์ ทารอสและคนอื่นเมื่อเขาเชิญพวกเขามาพร้อมกับเขา เขาต้องการให้ทุกคนที่มาจากทวีปยูลานได้อยู่ด้วยกันและนั่นจะไม่มีอันตรายมากนัก

เท่าที่เขารู้ไม่ควรมีอันตรายในถิ่นใหญ่ของตระกูลของเขา

แต่ดูเหมือนว่าเขาเข้าใจผิด!

ไดลินหัวเราะ  “ลินลี่ย์ อย่ากังวลไปเลย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นชีวิตของข้า นับได้ว่าเป็นของเจ้า มีอะไรที่ข้าต้องกลัวเล่า?”

“ไปกันเถอะ ต่อให้มีคนต้องการฆ่าเราก่อนอื่นพวกเขาต้องมีพลังพอจะทำเช่นนั้นได้เสียก่อน!”ทารอสกล่าว

ลินลี่ย์พยักหน้า ถ้าตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์สามารถเทียบได้กับตระกูลแบ็คชอว์ในฐานะกองกำลังที่ทรงพลัง ก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะถูกทำลายได้ง่ายๆ  เหมือนคำที่กล่าวไว้ว่าอูฐแม้กำลังจะอดตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า

คำพูดของโมซี่แสดงให้เห็นว่าตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่อ่อนแอลงก็ยังเทียบได้กับตระกูลแบ็คชอว์

แต่ก่อนที่จะตกต่ำนั้นเล่า?

ตระกูลที่แต่เดิมทรงพลังอย่างไม่มีใดเปรียบจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงได้ยังไง?

“เราไปเมืองแฟนไซกันก่อน”

เมืองแฟนไซเป็นเมืองที่อยู่ในภาคตะวันออกของแคว้นอินดิโกและเป็นเมืองแรกที่กลุ่มของลินลี่ย์แวะเข้าไปเมื่อเดินทางมาถึงแคว้นอินดิโก  เมืองแฟนไซเหมือนกับเมืองอื่นทุกเมืองในแดนนรกมีความคึกคักมาก!

ถนนเต็มไปด้วยผู้คนทุกแห่งหน

“พี่ใหญ่เราจะไปหาตำแหน่งที่อยู่ของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ได้จากที่ไหน?”บีบีถามอย่างมึนงง

เทพสงครามโอเบรียนหัวเราะ  “ก็สถานที่ทำงาน อย่างเช่นปราสาทอสูรเราก็แค่ไปถามคนที่นั่นมีคนที่นี่ซึ่งอยู่ในแคว้นอินโกน่าจะรู้เรื่องตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ดี”

ถามหาที่ปราสาทอสูรนับเป็นความคิดที่ดีเช่นกัน

“ไม่ต้องรีบ เราไปที่ปราสาทบลัดริจกันก่อน!”  ลินลี่ย์กล่าว

ทวีปเรดบุดมีปราสาทเรดบุด  ขณะที่ทวีปบลัดริจก็มีปราสาทบลัดริจเช่นกัน  ทั้งสองมีความเหมือนกัน  ทั้งสองปราสาทเป็นแหล่งซื้อและขายของคุณภาพดี

“ทำไมเราต้องไปปราสาทบลัดริจด้วยเล่า?”  ไดลินถาม

“บีบี, เจ้ายังจำเมื่อคราวที่เราไปหาซื้อหนังสือที่ปราสาทเรดบุดได้ไหม?”  ลินลี่ย์หันไปมองบีบี เขาพยักหน้า  “ข้าจำได้ ตอนนั้นเราไปซื้อหนังสือภูมิศาสตร์แดนนรก”

“ใช่แล้วครั้งสุดท้ายเราเพียงแต่ต้องการตรวจสอบภูมิศาสตร์ของแดนนรก ซึ่งเป็นเหตุผลให้เราซื้อหนังสือข้อมูลเกี่ยวกับแคว้นทั้ง 108 นั้นสั้นมาก อย่างไรก็ตามคราวนั้นเราก็ได้พบหนังสือสองสามเล่มบอกเล่ารายละเอียดแต่ละแคว้น”

มีหนังสือที่หนาห้าหรือหกเซ็นติเมตรบอกเล่าข้อมูลแต่ละแคว้น

หนังสือที่มีรายละเอียดเลหล่านั้นระบุถึงแคว้นหนึ่งและเป็นธรรมดาที่จะบอกและชี้ให้เห็นถึงพื้นที่บางแห่งในแคว้นนั้นและแบ่งรายละเอียดข้อมูลของตระกูลที่ทรงพลังส่วนใหญ่ มีแนวโน้มว่าแม้แต่สุดยอดฝีมือก็อาจถูกกล่าวถึงในนั้นด้วย

ตาของเดเลียเป็นประกายและนางพยักหน้าเห็นด้วย “ซื้อเล่มที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับแคว้นอินดิโก ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์มีชื่อเสียงมากในแคว้นอินดิโกคงจะต้องมีอธิบายรายละเอียดและตำแหน่งที่ตั้งไว้อย่างชัดเจนเหมือนกัน”

ลินลี่ย์หัวเราะและพยักหน้า

ถ้าพวกเขาถามคนอื่นคนอื่นอาจจะชี้ไปที่เฉพาะเจาะจงซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้ว่าตั้งอยู่ในตำแหน่งใด

ที่สำคัญพวกเขาไม่เคยมีแผนที่แคว้นอินดิโกอย่างละเอียด พวกเขารู้แต่เพียงเส้นทางสภาพภูมิประเทศของสถานที่ เมื่อซื้อหนังสือที่อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับแคว้นอินดิโก  พวกเขาจะเข้าใจข้อมูลทางภูมิศาสตร์ในแคว้นอินดิโกได้

“ซื้อหนังสือ? ข้าไม่เคยซื้อหนังสือในแดนนรกมาก่อน” ทารอสหัวเราะ

“ปกติท่านอยู่แต่ในเกาะมิลัวร์  จะต้องมาซื้อหนังสือทำไม?  ท่านจะซื้อต่อเมื่อมีความต้องการใช้”  ลินลี่ย์พูดจบก็เดินไปที่ปราสาทบลัดริจ

ปราสาทสามแห่งในทุกเมืองมีผู้คนคึกคักพร้อมกับผู้คนหลั่งไหล กลุ่มของลินลี่ย์มาถึงปราสาทบลัดริจ ที่ประตูปราสาทบลัดริจมีทหารจากทวีปบลัดริจยืนรักษาการณ์

“หึหึ ขอบอกเลยว่าเครื่องแบบของกองทัพบลัดริจดูเท่ดีจริงๆยังดีกว่ากองกองทัพเรดบุดและกองทัพสตาร์มิสท์มาก” บีบีพูดเบาๆ ขณะมองดูทหารจากกองทัพบลัดริจที่ประตู

ลินลี่ย์ชำเลืองมองดูพวกเขา  “กลิ่นอายน่ากลัวที่เปล่งออกมายังหนักหน่วงกว่ากองทัพเรดบุดและกองทัพสตาร์มิสท์เสียอีก”

“ไปกันเถอะ”ขณะที่พูดลินลี่ย์นำกลุ่มเข้าไปในปราสาทบลัดริจชั้นแรก รูปแบบการจัดการของปราสาทบลัดริจคล้ายกับปราสาทเรดบุดมาก  กลุ่มของลินลี่ย์หาห้องร้านค้าซึ่งเชี่ยวชาญในการขายหนังสือมากมาย

ในห้องมีคนเพียงสามคนหนึ่งในนั้นเป็นพนักงาน

“พวกท่านต้องการซื้ออะไร?”เมื่อเห็นกลุ่มของลินลี่ย์เดินเข้ามา และทั้งหมดทุกคนเป็นเทพชั้นสูงพนักงานร้านค้าเดินออกมาต้อนรับทันที

“หนังสือเล่มไหนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับที่ตั้งของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์?”บีบีพูดขึ้นเป็นคนแรก

แต่ลินลี่ย์พูดขึ้น“ที่นี่น่าจะมีหนังสืออธิบายรายละเอียดของแคว้นอินดิโกทั้งหมดใช่ไหม?  ข้าต้องการหนังสือนั้น”

“เรามีหนังสือนั้น” พนักงานหญิงดึงหนังสือปกสีดำทึบหนาประมาณสองนิ้วจากนั้นเดินมาส่งให้ลินลี่ย์“เล่มนี้น่าจะเป็นหนังสือที่มีข้อมูลแนะนำแคว้นอินดิโกได้สมบูรณ์ที่สุด”

ลินลี่ย์รับและเริ่มพลิกดูทันที

ในสารบัญหนังสือเล่มนี้ถูกแบ่งเป็นภูมิประเทศพื้นที่อันตราย ตระกูลที่มีชื่อเสียง และอื่นๆ เป็นต้นจากตารางสารบัญลินลี่ย์พบตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ถูกจัดไว้ในด้านบน

“หน้า 158!”ลินลี่ย์อดตื่นเต้นไม่ได้

สิ่งแรกที่ลินลี่ย์สังเกตเห็นก็คือ....

ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์เป็นคำเรียกทั่วไปเกี่ยวสี่เผ่าตระกูลอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังอำนาจ

ซึ่งได้แก่

เผ่ามังกรฟ้า- ตระกูลเรดดิง!

เผ่าหงส์เพลิง- ตระกูลนีโม!

เผ่าพยัคฆ์ขาว– ตระกูลไลอัส!

เผ่าเต่าดำ–ตระกูลโบเวน!

ตระกูลอสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่นำโดยเผ่ามังกรฟ้าสี่ตระกูลที่ยิ่งใหญ่รวมกันเป็นหนึ่งและแผ่ขยายอำนาจไปทั่วสี่พิภพศักดิ์สิทธิ์....

ขณะที่อ่านรายละเอียดข้อมูลตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์  ลินลี่ย์เริ่มเหงื่อกาฬชุ่ม  ประวัติศาสตร์ของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ทำให้ลินลี่ย์ประหลาดใจ งั้นเดิมทีตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่แดนนรก!

“โลกธาตุน้ำศักดิ์สิทธิ์ โลกธาตุดินศักดิ์สิทธิ์โลกธาตุไฟศักดิ์สิทธิ์ โลกธาตุลมศักดิ์สิทธิ์, และสี่พิภพระดับสูงดินแดนเทพ,แดนยมโลก, แดนนรก, แดนชีวิต...ทั้งหมดนั้นมีสาขาของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์!”

ลินลี่ย์ตกตะลึงไปหมด

เกี่ยวกับคำอธิบายในหนังสือตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์นับได้ว่าเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ทรงพลังน่าเกรงขามไปทั่วทั้งพิภพชั้นสูงและเจ็ดโลกธาตุศักดิ์สิทธิ์ด้วยเช่นกันพวกเขาอยู่กระจายทั่วทุกที่ แต่แน่นอนในแคว้นอินดิโก แดนนรกเป็นที่ทำการใหญ่ของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์

“พวกเขาทรงอำนาจมากนักหรือ?”  ลินลี่ย์พบว่ายากจะเชื่อได้

“พี่ใหญ่, ขอข้าดูบ้าง”บีบีเมื่อเห็นสีหน้าของลินลี่ย์อดดึงหนังสือมาจากลินลี่ย์ไม่ได้และเริ่มอ่านอย่างระมัดระวัง ขณะที่เขาอ่านตาของบีบีเริ่มขยายโต “โอว..พี่ใหญ่ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ไม่เบาเลยจริงๆ”

เดเลียโน้มตัวมาดูบ้าง

“พวกเขาดูน่ากลัวมากจริงๆ” เดเลียก็ตะลึงเช่นกัน

“ตอนนี้เราออกไปกันเถอะ คราวนี้ข้ารู้แล้วว่าตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ที่ไหน”  ลินลี่ย์อดยิ้มไม่ได้  ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์เป็นที่หยั่งรากฐานและปักหลักของตระกูลบาลุคเขาเองอาจนับได้แต่เพียงว่าเป็นหนึ่งในหลายสาขาตระกูล

เป็นธรรมดาที่ลินลี่ย์จะดีใจเมื่อรู้ว่าตระกูลหลักนั้นทรงพลังอำนาจมากเพียงไหน

“เดี๋ยวก่อน” ลินลี่ย์ขมวดคิ้วทันที

ถ้าตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ทรงอำนาจมากจริงๆ  อย่างนั้นทำไมเมื่อตอนที่เขามา  เขาเห็นสมาชิกของตระกูลโบลีนที่มีปีกสีทองถึงได้หยิ่งผยองนัก?

“ท่านกำลังมองหาที่ตั้งของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหม?”  จู่ๆ มีเสียงดังขึ้น

กลุ่มของลินลี่ย์หันไปมอง  คนที่พูดคือพนักงานหญิง

พนักงานหญิงหัวเราะและกล่าว“ถ้าท่านต้องการไปตามข้อมูลในหนังสือเพื่อมองหาตระกูลเหล่านั้นไม่มีทางที่พวกท่านจะหาตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์พบ”

“เอ๋?” ลินลี่ย์ตะลึง

“ทำไมถึงไม่ได้เล่า?  หนังสือปลอมหรือ?” บีบีถามทันที

พนักงานหญิงส่ายศีรษะ“ไม่, คำอธิบายในหนังสือนั้นเป็นความจริง”

“ถ้าข้อมูลในหนังสือเป็นความจริง แล้วทำไมเราจะหาพวกเขาไม่ได้?”  บีบีกล่าว

พนักงานหญิงหัวเราะ “หนังสือเล่มนี้หมุนเวียนขายทั่วไปในทุกเมืองของแดนนรก  เพราะแดนนรกกว้างใหญ่ไพศาลมาก  แค่ส่งของไปที่อื่นก็อาจใช้เวลาถึงพันปี”

ลินลี่ย์พยักหน้าการส่งหนังสือไปทั่วแดนนรก อาจต้องใช้เวลาเป็นพันปีจริงๆ

“เพราะการส่งสินค้าอย่างเดียวก็ใช้เวลามากเสียแล้วข้อมูลภูมิศาสตร์ในหนังสือจะได้รับการประเมินและปรับปรุงใหม่ทุกๆ ล้านปี  หนังสือนี้มีอายุหลายพันปีแล้วและอธิบายถึงสถานการณ์ ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์เมื่อหลายแสนปีมาแล้ว”พนักงานหญิงกล่าว

แดนนรกกว้างใหญ่ไพศาล  ล้านปีในประวัติศาสตร์แดนนรกโบราณ ไม่ถือว่ามาก

“เจ้ากำลังจะบอกว่า...?”  ลินลี่ย์เริ่มเข้าใจ

“ใช่แล้ว” พนักงานหญิงหัวเราะ  “ถ้าท่านถามคนอื่น พวกเขาอาจจะไม่รู้  แต่เนื่องจากข้าอาศัยอยู่ในแคว้นอินดิโกเสมอมา  ข้าคุ้นเคยกับตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์มากตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์เมื่อหมื่นปีที่แล้วตกอยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่  สาขาที่อยู่กระจายตามแดนโลกธาตุศักดิ์สิทธิ์และพิภพชั้นสูงต่างกลับมารวมตัวในแคว้นอินดิโกของแดนนรก”

ตอนนี้ลินลี่ย์เข้าใจแล้ว

ลอร์ดเบรุตไม่ได้หลอกลวงเขา ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ในปัจจุบันอยู่ในแคว้นอินดิโกจริงๆ

เดเลียถามด้วยความสงสัย  “เพราะเหตุไรตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ถึงได้เรียกรวมตระกูลสาขามารวมตัวอยู่ที่แคว้นอินดิโก?”  เดเลียไม่เข้าใจ

“ข้าไม่แน่ใจ” พนักงานหญิงพูดพลางหัวเราะ “ปีนั้นมียอดฝีมือจำนวนมากของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์กลับมา  แต่เมื่อพวกเขากลับมาพวกเขาสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแคว้นอินดิโกเพราะเมื่อพวกเขากลับมาก็มีการสู้รบตามมานับครั้งไม่ถ้วน”

“สู้รบนับครั้งไม่ถ้วน?”  ลินลี่ย์ตะลึง

“ถูกแล้ว” พนักงานหญิงพยักหน้า จากนั้นหัวเราะ “แต่แน่นอน ข้าเป็นแค่คนนอกและรู้อย่างจำกัดทั้งหมดที่ข้ารู้ตอนนี้ก็คือมีการสู้รบกันดุเดือดมาก หลังจากนั้นตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่กระจายตัวอยู่ทั่วแคว้นอินดิโกก็มารวมตัวอยู่ในพื้นที่เดียวกัน”

“พื้นที่เดียวกัน?”  ลินลี่ย์ยังคงจำได้ถึงสิ่งที่เขาอ่านในหนังสือ

หนังสืออธิบายไว้ว่าในตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์สี่ตระกูลแต่ละตระกูลจะอยู่แยกกัน

“ใช่แล้วตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้อยู่ใกล้ชิดกันมาก  ที่อยู่อาศัยของพวกเขารู้จักกันในนามว่าภูเขาสกายไรท์!” พนักงานบอก

เมื่อได้ยินเช่นนี้ลินลี่ย์นึกย้อนกลับไปเมื่อเขาอ่านหนังสือแนะนำภูมิศาสตร์ทั่วไปของแดนนรกทันทีและข้อมูลที่พูดถึงภูเขาสกายไรท์ ภูเขาสกายไรท์เป็นพื้นที่มีชื่อเสียงมากในแคว้นอินดิโก

ความจริงนี่เป็นเทือกเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของแคว้นอินดิโก

จบบทที่ ตอนที่ 17-3 เผ่ามังกรฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว