เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17-2 มุ่งสู่แคว้นอินดิโก

ตอนที่ 17-2 มุ่งสู่แคว้นอินดิโก

ตอนที่ 17-2 มุ่งสู่แคว้นอินดิโก


จากการเดินทางตั้งแต่ทวีปยูลานไปแดนนรกบีบีมักจะอยู่กับลินลี่ย์เสมอ ลินลี่ย์รู้ดีว่าเป็นการยากเพียงไหนกว่าบีบีจะฝึกได้ พูดตามเหตุผลคงเป็นไปไม่ได้ที่บีบีจะเชี่ยวชาญเคล็ดทั้งสี่เคล็ด

อย่างไรก็ตามบีบีทำได้สำเร็จ

นี่เป็นความจริง!  ทุกคนเห็นเรื่องนี้กับตาตนเอง

“บีบี!เจ้าฝึกได้อย่างไร?” ไดลินรู้สึกเหลือเชื่อเช่นกัน

“เจ้าฝึกได้รวดเร็วได้ยังไง?”  โอลิเวอร์ไม่ว่าโดยปกติจะสงบเยือกเย็นเพียงไหนก็ยังอดตะลึงไม่ได้  พวกเขาทุกคนจ้องมองบีบี เห็นได้ชัดว่าทุกคนต้องการรู้เหตุผลที่บีบีสามารถฝึกได้อย่างรวดเร็ว  เพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้เรียนรู้จากวิธีนี้

บีบีเพียงแต่หัวเราะอย่างพอใจ

“ข้าบอกพวกเจ้าแล้ว แต่พวกเจ้าไม่ยอมเชื่อ”  บีบีพูดเสียงหนักแน่น

“ตอนนี้เราเชื่อเจ้าแล้ว  แต่เจ้าทำแบบนี้ได้ยังไง?”  ทารอสถามขึ้นเช่นกัน แม้แต่อัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์ที่สุดก็ยังต้องผ่านกระบวนการฝึกฝน  ลินลี่ย์ใช้โอกาสฝึกฝนทุกขณะและพรสวรรค์ของเขาแสดงออกมาอย่างเต็มที่ในทวีปยูลาน  ทุกคนมองเห็นเขาก้าวหน้าไปทีละขั้นทีละขั้น

แต่บีบีเล่า?ไม่มีใครกล้าเชื่อว่าความเร็วในการฝึกของเขาจะไล่ทันลินลี่ย์ได้

“ข้าคือบีบี!”  บีบีจ้องมองดูคนรอบด้าน เขาพูดหนักแน่น  “พวกเจ้าไม่ยอมเชื่อข้า  ทั้งหมดที่ข้าบอกได้ก็คือ... ต้องเป็นปู่เบรุตจัดการให้ข้า  ข้าจะไม่พูดอะไรอื่น”

“ลอร์ดเบรุต?” ทารอสและไดลินมึนงง

การฝึกฝนเป็นเรื่องส่วนตัว  ไม่ว่าเบรุตจะทรงพลังขนาดไหนก็ตามแต่เขาไม่ได้อยู่ข้างๆ บีบี แล้วเขาจะช่วยบีบีได้อย่างไร?

“ดูสีหน้าท่าทางแบบนั้นของพวกท่านสิ ... ฮึ่ม..ข้าจะไม่บอกพวกท่าน  พวกท่านลองคิดเองช้าๆข้าจะบอกแต่พี่ใหญ่เท่านั้น” บีบีหันไปมองลินลี่ย์ จากนั้นหัวเราะและพูดผ่านพลังวิญญาณ “พี่ใหญ่,ท่านก็ประหลาดใจด้วยหรือ?”

“ข้าประหลาดใจจริงๆ”  ลินลี่ย์ไม่สามารถเข้าใจได้เช่นกันว่าบีบีฝึกได้อย่างรวดเร็วได้ยังไงกัน

บีบียิ้มลี้ลับจากนั้นพูดผ่านสำนึกเทพ “พี่ใหญ่,ท่านยังคงจำวิธีที่ปู่เบรุตบอกว่าจะช่วยให้ข้าฝึกฝนได้เร็วขึ้นไหม? เขาบอกว่าข้าใช้เวลาอย่างช้ายี่สิบปีจึงจะเชี่ยวชาญแก่นธาตุมืดและบรรลุระดับเทพแท้และจากนั้นถ้าเป็นท่าน เป็นไปได้ว่าแค่ปีเดียวก็คงเพียงพอ”

ลินลี่ย์จำคำพูดนี้ได้ทันที

เบรุตได้พูดอย่างนั้นจริงๆ

ตอนนั้นลินลี่ย์ยังไม่มาแดนนรกและเขาไม่เข้าใจชัดเจนว่าเบรุตทรงพลังขนาดไหน อย่างไรก็ตามหลังจากมาถึงแดนนรก ในที่สุดลินลี่ย์ก็ตระหนักได้ว่าเบรุตทรงพลังเพียงไหน  เบรุตสร้างอาวุธประกายเทพให้บีบี จากนั้นบรรจุพลังไว้ในมุก

พลังของการโจมตีนั้นสามารถทำลายอาวุธเทพของเอลควินอสูรเจ็ดดาวได้!

“ถ้าเป็นลอร์ดเบรุตเองมีแนวโน้มว่าเขาคงจะฆ่าอสูรเจ็ดดาวได้อย่างง่ายดาย” ลินลี่ย์ยังจำที่โมซี่เจ้าปราสาทเฮนด์ซีย์ได้พูดไว้ว่ามีคนน้อยคนนักในแดนนรกที่สร้างสมบัติเทพประเภทปกป้องวิญญาณ

“แต่ลอร์ดเบรุตทำสมบัติเทพประเภทปกป้องวิญญาณให้บีบีชิ้นหนึ่ง”

ลินลี่ย์ไตร่ตรองด้วยตนเอง “อาวุธประกายเทพเป็นของล้ำค่าในแดนนรกเช่นกัน  ของเหล่านั้นมีราคามาก  แม้ว่าเขาขายอาวุธประกายเทพออกไปลอร์ดเบรุตคงนับได้ว่าเป็นคนมั่งคั่งที่น่าอัศจรรย์ นอกจากนี้เขายังเป็นทูตของมหาเทพ!”

แม้ว่าจะอยู่ในแดนนรกมานานแล้วก็ตามแต่ลินลี่ย์ยังไม่เคยได้ยินว่าใครอื่นเป็นทูตของมหาเทพ!

ได้รับเลือกจากมหาเทพ..โดยปกติจะเลือกมาจากเทพชั้นสูงที่สุด

“ลอร์ดเบรุตดล่าวว่าใช้เงินไปมากเพื่อให้ได้รับของมีค่าอย่างอื่น...นั่นเป็นสมบัติอะไร?” ลินลี่ย์เข้าใจว่าแม้ว่ามีศิลาดำเป็นล้านๆ  สำหรับเบรุตแล้วเท่ากับไม่มีอะไรเลย

อาวุธประกายเทพชิ้นหนึ่งโดยตัวมันเองก็มีคุณค่ามากมายนัก!

สมบัติแบบไหนกันที่สามารถพูดได้ว่าทำให้เบรุตต้องทุ่มเทราคามหาศาล

เขาไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน  แต่ตอนนี้ลินลี่ย์เมื่อคิดดูก็ยิ่งสงสัย

“บีบี, มันเป็นสมบัติแบบไหนกัน?  ที่ทำให้แม้แต่ปู่เบรุตของเจ้าถึงกับพูดว่าต้องใช้ราคามหาศาลจึงจะช่วยให้เจ้าฝึกฝนได้อย่างรวดเร็ว...”  ลินลี่ย์รีบถามผ่านการเชื่อมวิญญาณ

บีบีหัวเราะ  “พี่ใหญ่ สมบัตินั่นก็คือ....แถบชิ้นวิญญาณ!”

“แถบชิ้นวิญญาณ?”  ลินลี่ย์ไม่เข้าใจ

“ใช่แล้ว ปู่เบรุตรู้ว่าข้าไม่ค่อยชอบการฝึกฝนช้าๆดังนั้นเขาเลยเกิดความคิดเช่นนี้ ปู่เบรุตไปแดนนรกและใช้ทรัพย์สินมากมายเพื่อเชิญคนสำคัญให้ช่วยรวบรวมวิญญาณของเซียนชั้นสูงนับไม่ถ้วนและลอกออกมาเป็นแถบๆเขาลอกเศษวิญญาณที่บรรจุกฎเคล็ดความรู้ลึกลับในวิญญาณของพวกเซียนเหล่านั้น”

ลินลี่ย์ตะลึง

ลอกแถบออกมาจากวิญญาณ?

เมื่อลินลี่ย์อยู่ในทวีปยูลาน  เขาเคยเห็นพ่อมดผู้วิเศษซาสเลอร์ ขัดเกลาวิญญาณเพียงแต่แค่ลบตำแหน่งของความทรงจำของวิญญาณออกไป ไม่มีใครรู้สึกได้ถึงการรู้แจ้งภายในวิญญาณของผู้คนได้ชัด

“ปู่เบรุตบอกว่าการลอกแถบวิญญาณออกมาเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก! นอกจากนี้วิญญาณของพวกเทพจะหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์  ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะลอกเอาเศษแถบวิญญาณออกมาจากพวกเขา  จึงได้แต่เลือกทำอย่างนี้กับพวกเซียน!”  บีบียังคงคุยผ่านสำนึกเทพ “สำหรับการลอกแถบวิญญาณที่มีความรู้แจ้งในเคล็ดลึกลับเป็นเรื่องที่มีน้อยคนนักในแดนนรกจะสามารถทำได้  ปู่เบรุตบอกว่าเขาเองก็ไม่สามารถทำได้เหมือนกัน  ดังนั้นเขาจึงต้องจ่ายทรัพย์ออกไปมากมายเพื่อเชิญผู้เชี่ยวชาญมาช่วย”

ลินลี่ย์ลอบประหลาดใจ

ในสถานที่อย่างเช่นปราสาทดำและปราสาทเรดบุดลินลี่ย์ไม่เคยได้ยินเรื่องแถบวิญญาณสามารถทำการซื้อขายได้  สิ่งเหล่านี้ไม่มีค่า เป็นไปได้ว่ามีแต่คนสำคัญอย่างเบรุตเท่านั้นจึงจะสามารถได้รับมา

“เมื่อข้ากลายเป็นผู้ใหญ่  ข้ากลายเป็นเทียมเทพตามธรรมชาติและได้รับความรู้แจ้งเคล็ดความรู้ร่างเงาร่างวิญญาณ ปู่ขอให้สหายบางคนช่วยหาแถบวิญญาณสี่ชิ้นซึ่งบรรจุเคล็ดลึกลับธาตุมืดสี่ในหกเคล็ดให้กับข้า”

บีบีถอนหายใจ “ปู่เบรุตบอกว่าเซียนชั้นสูงเพียงแต่ได้รับการรู้แจ้งเคล็ดลึกลับในระดับธรรมดาอย่างเช่น ‘แก่นธาตุมืด’  มีน้อยมากที่จะรู้แจ้งเคล็ด ‘กลืนกิน’ หรือเคล็ด ‘ปีศาจ’”

“สหายของปู่นอกจากถูกบังคับให้ต้องใช้ความสามารถมากมายและลอกแถบวิญญาณออกมาอย่างระมัดระวังแล้วการลอกแถบวิญญาณที่ยากที่สุดก็คือแถบที่มีเคล็ดความรู้ลึกลับ  ในที่สุด เขาจัดหามาได้สี่แถบซึ่งเอามาให้ข้าหลอมรวมเข้าไป” บีบีพูดทางใจ

ลินลี่ย์ตะลึงไปหมด

วิญญาณเป็นสิ่งที่ไม่เหมือนอะไรและแม้แต่พลังโจมตีวิญญาณก็ยากจะพัฒนา

สำหรับการลอกแถบวิญญาณซึ่งบรรจุดความรู้แจ้งเคล็ดลึกลับของกฎธรรมชาติ...ทุกคนคงคิดได้ว่าแค่คิดก็เป็นเรื่องยากแล้ว

“มาถึงระดับนี้ได้จะต้องเชี่ยวชาญเรื่องวิญญาณมากมายขนาดไหน?” ลินลี่ย์รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อทั้งนั้น

เบรุตเองสามารถสร้างสมบัติเทพปกป้องวิญญาณได้  ก็หมายความว่าเบรุตก็มีความสำเร็จทางวิญญาณระดับสูง ทว่าแม้แต่เบรุตก็ยังไม่สามารถทำการลอกวิญญาณได้จึงต้องจับจ่ายทรัพย์สินมหาศาลเชิญผู้อื่นมาทำแทนให้เขา

ใครก็คงคิดได้ว่าการลอกแถบวิญญาณนั้นเป็นเรื่องยากเย็นขนาดไหน

“สหายของลอร์ดเบรุตยอดเยี่ยมจริงๆ”ลินลี่ย์ถอนหายใจ

ไม่มีทางที่ใครๆจะสามารถลอกแถบวิญญาณออกมาจากพวกเทพได้ ดังนั้นจึงต้องทำกับพวกเซียนชั้นสูงแทน

“ใครจะรู้ว่าเซียนชั้นสูงต้องถูกฆ่าไปเท่าใดเพื่อเอาแถบวิญญาณนี้”  ลินลี่ย์ถอนหายใจ  แต่เขายังคงเข้าใจว่าในแดนนรกนับถือกันที่พลังอำนาจ ในแดนนรกมีหลายเผ่าที่เลี้ยงอสูรเวทระดับเซียน  จากนั้นชำแหละพวกมันส่งไปขายในภัตตาคาร

ในแดนนรกเซียนถูกปฏิบัติเหมือนกับที่มนุษย์ทำกับกระต่ายป่าในแดนโลกธาตุ  พวกเขาถูกฆ่าได้อย่างง่ายดาย

“อนิจจา เซียนชั้นสูงก็คือคนที่ได้รับการรู้แจ้งในเคล็ดลึกลับและติดอยู่ที่ระดับคอขวดห่างจากผลสำเร็จเพียงก้าวหรือสองก้าวเท่านั้น”บีบีถอนหายใจ “ดังนั้นเกี่ยวกับเคล็ดลึกลับทั้งสี่นี้ข้าได้รับการรู้แจ้งผ่านระดับคอขวดทั้งหมด เพราะการบรรลุผ่านคอขวดได้ คิดดูสิข้าก็ต้องอาศัยความสามารถตนเองอยู่ดี!”

“ในทวีปยูลานข้าใช้เวลาเพียงยี่สิบปีจึงบรรลุเคล็ดแก่นธาตุมืดได้”

“ในแดนนรก ใช้เวลาเจ็ดร้อยปีข้าจึงได้รับการรู้แจ้งเป็นครั้งคราวและพยายามจะบรรลุเคล็ดกลืนกินและเคล็ดปีศาจให้ได้ ในตอนนี้ข้าสำเร็จไปสี่เคล็ดแล้ว ขณะที่ข้ายังติดคอขวดอยู่กับเคล็ดที่ห้า สำหรับเคล็ดที่หก ข้ายังมืดมนไร้ความคิดอยู่”

ลินลี่ย์เข้าใจทั้งหมดทันที

บีบีเป็นอสูรชั้นเทพทันทีที่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เขาก็เชี่ยวชาญเคล็ดอย่างหนึ่งและกลายเป็นเทียมเทพนั่นก็คือเคล็ดร่างเงาร่างมายา

หลังจากนั้นลอร์ดเบรุตรู้ว่าบีบีไม่ค่อยขยันอดทนแต่เขาไม่ต้องการให้บีบีเป็นเทพชั้นสูงด้วยการหลอมรวมกับประกายเทพ ดังนั้นเขาใช้จ่ายทรัพย์สินไปมหาศาลเพื่อลอกเอาแถบวิญญาณสี่แถบเหล่านั้นมาให้บีบีหลอมรวมและนั่นเป็นสภาวะคอขวดของเคล็ดความรู้ทั้งสี่

ทันทีที่เขาได้รับการรู้แจ้งหนึ่งในกฎธรรมชาติเหล่านั้นเขาก็กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญได้เลย

เขาไม่จำเป็นต้องฝึกแม้แต่น้อย

“มิน่าเล่า มิน่าเล่า” ลินลี่ย์ถอนหายใจสองครั้ง

บางครั้งคนเราก็โกรธแทบตายเมื่อมองดูผู้อื่น  ลินลี่ย์ใช้เวลาทุกวันทุกคืนกับการฝึกฝน  แต่บีบีใช้เวลาเล่นสนุกซุกซนอยู่ตลอดเวลาพอด้วยเหตุผลบางประการเขาได้รับการรู้แจ้งอย่างฉับพลันเขาจะกลายเป็นยอดฝีมือผู้เชี่ยวชาญ นี่เป็นเรื่องที่ง่ายมาก

อย่างไรก็ตามในใจลินลี่ย์เขายังคงมีความสุขยินดีกับบีบี

“ลอร์ดเบรุตใส่ใจบีบีอย่างมากมายแท้จริง”  ลินลี่ย์ถอนหายใจ

เบรุตมีสถานะสูงส่งขณะที่บีบีเป็นหนูกินเทพตัวที่สองในวงศ์ตระกูลของเขา เบรุตย่อมให้ความสำคัญต่อบีบีเหมือนสมบัติล้ำค่าเป็นธรรมดาทั้งรักและตามใจบีบีอย่างเหลือเชื่อเพื่อประโยชน์บีบีแล้ว เขายินดีเหน็ดเหนื่อยกับการวิ่งเต้นไปแดนนรกขอความช่วยเหลือจากสหาย

จากจุดตรงนี้ลินลี่ย์สามารถบอกได้ว่าเครือข่ายการรู้จักของลอร์ดเบรุตนั้นกว้างขวางมาก

“ลอกแถบวิญญาณ..นั่นเป็นงานยากและจะต้องระมัดระวัง สำหรับคนที่ทรงพลังคงยินดีจะทำเช่นนี้เพื่อลอร์ดเบรุต...”  ลินลี่ย์เข้าใจแล้วว่าเบรุตมีอิทธิพลเพียงไหน

อสูรโลหะยังคงเร่งความเร็วตรงไปยังแคว้นอินดิโก สำหรับความลับเกี่ยวกับเหตุผลที่บีบีฝึกได้อย่างรวดเร็ว ในที่สุดบีบีเพียงบอกแค่ลินลี่ย์กับเดเลียคนอื่นไม่รู้ เห็นได้ชัดว่าในใจบีบีถือว่าลินลี่ย์กับเดเลียที่เป็นคนสนิทใกล้ชิดเขา

หลังจากพวกเขามาถึงทวีปบลัดริจอสูรโลหะบินต่อเนื่องอีกเป็นเวลาสามปี

“พี่ใหญ่, ดูนั่นภูเขาดาบศิลา!” บีบีชี้ไปที่ทิศตะวันออกผ่านหน้าต่างใส

ลินลี่ย์มองดูอย่างระมัดระวังห่างออกไปทางทิศตะวันออก มีภูเขาสูงใหญ่ลูกหนึ่ง ยอดเขาตระหง่านสูงเสียดฟ้าส่วนด้านบนยอดเขามองดูเหมือนดาบหนัก และที่ยอดภูเขาเหมือนดาบนี้ มีเมฆลอยม้วนตัวอยู่โดยรอบ

“ภูเขาดาบศิลา ในที่สุดเรามาถึงแคว้นอินดิโกแล้ว!”  เดเลียพูดอย่างตื่นเต้น

ภูเขาดาบศิลาเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญในแผนที่แคว้นอินดิโก

ลินลี่ย์รู้สึกว่าเลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกาย  “ในที่สุดก็มาถึงที่นี่จนได้  ในที่สุดเราก็มาถึง!  แคว้นอินดิโก!”

สถานที่ซึ่งความฝันของเขาจิตวิญญาณของเขาโหยหามาตลอด

เมื่อตอนอยู่ในทวีปยูลาน  ลินลี่ย์ได้รู้เรื่องแคว้นอินดิโก  เขารู้ว่าบรรพบุรุษของเขาผู้อาวุโสตระกูลบาลุคล้วนเดินทางมายังแคว้นอินดิโก ดังนั้นลินลีย์จึงเดินทางมายังแดนนรกแห่งนี้

จากทวีปเรดบุดจนกระทั่งมาถึงที่นี่เขาต้องเผชิญกับความยากลำบากนับไม่ถ้วน การสู้รบที่ปราสาททราย แนวภูเขาไฟ บุกฝ่าผ่านเทือกเขาอะเมทิสต์ พบกับอันตรายที่น่าตกตะลึง..และตอนนี้ในที่สุดหลังจากผ่านทะเลสตาร์มิสท์มาได้ พวกเขามาถึงทวีปบลัดริจ มาถึงแคว้นอินดิโก!

“แคว้นอินดิโก!”

ลินลี่ย์สูดหายใจลึกตอนนี้ เขาไม่สามารถเก็บความดีใจที่จะได้พบกับบรรพบุรุษของตระกูลบาลุคของเขา

“พี่ใหญ่, เราไม่รู้ว่าตำแหน่งของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ใดกันแน่”  บีบีกล่าว

“ง่ายมาก” ลินลี่ย์ยิ้ม“เราไปเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุดกันก่อน เมืองแฟนไซ ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์น่าจะมีชื่อเสียงมากในแคว้นอินดิโก จะหาที่ซึ่งตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่ก็น่าจะง่ายมาก”

อสูรโลหะมุ่งตรงสู่เมืองแฟนไซ เมืองแฟนไซเป็นเมืองแรกที่กลุ่มของลินลี่ย์แวะไปเยือนเมื่อมาถึงแคว้นอินดิโก

หลังจากบินเป็นเวลาหลายวัน

ลินลี่ย์และทุกคนต่างกินดื่มและสนทนาทั่วไปอยู่ในห้องนั่งเล่นของอสูรโลหะ  ขณะที่พวกเขาใกล้จะไปถึงตระกูลของบรรพบุรุษ  ลินลี่ย์มีความสุขมาก  ในช่วงสุดท้ายของการเดินทางนี้ลินลี่ย์ไม่ได้ฝึกมาช่วงหนึ่งแล้ว

“บึ้ม!”ทันใดนั้นเสียงสั่นสะเทือนที่ทรงพลังดังมาจากท้องฟ้าจนถึงอสูรโลหะของลินลี่ย์

อสูรโลหะสั่นสะเทือนทั้งลำ

“เป็นคลื่นระเบิดที่ทรงพลังจริงๆ”

“เฮ้, เกิดอะไรขึ้น?”  ลินลี่ย์และคนอื่นๆ ยืนมองผ่านหน้าต่างใส

อสูรโลหะบินอย่างรวดเร็วและในไม่ช้ากลุ่มของลินลี่ย์มองเห็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องตื่นตะลึง

ในท้องฟ้าห่างไกลออกไปมีเทพชั้นสูงเกือบร้อยคนกำลังหนีอย่างแตกตื่น ตอนนี้พวกเขากำลังถูกไล่ล่าสังหารโดยบุรุษชุดขาวสามคน!

“ฮ่าฮ่า พวกเจ้าไม่มีทางหนีไปได้!”  บุรุษชุดขาวหัวเราะลั่น

บุรุษชุดขาวทั้งสามคนมีผมยาวสีทองคิ้วทองและมีใบหน้าหล่อสง่างามกว่าที่ลินลี่ย์เคยเห็น บุรุษชุดขาวทั้งสามคนพุ่งวาบด้วยความเร็วสูง  และเทพชั้นสูงอีกด้านหนึ่งร่วงลงจากท้องฟ้า

เทพชั้นสูงเหล่านั้นต่างก็หวาดกลัว!

“หนี!”  เสียงตะโกนเร่งร้อนดังขึ้นผู้โชคดีรอดชีวิตไม่กี่สิบคนต่างแยกย้ายหนีไปในทุกทิศทันที

“พวกเจ้าไม่มีทางทำได้!”  เสียงเยือกเย็นดังขึ้น

หนึ่งในบุรุษชุดขาวผมสีทองโบกสะบัดในกลางอากาศกางปีกสีทองขนาดสิบเมตรจากด้านหลังทันทีปีกสีทองขนาดใหญ่นี้เปล่งแสงสีทองแพรวพราว พลังงานศักดิ์สิทธิ์แผ่กระจายไปทุกทิศ

มนุษย์ปีกทองผู้นี้ตลอดทั้งร่างคลุมไปด้วยรัศมีแสงสีทองศักดิ์สิทธิ์และงดงาม

“ข้าขอตัดสินพวกเจ้า....ตายซะ”

บุรุษชุดขาวพูดอย่างอ่อนโยน

ระลอกแสงสีทองแผ่ขยายไปทุกทิศและเทพชั้นสูงหลายสิบที่กำลังหนีไป ไม่ว่าพวกเขาจะหนีได้เร็วเพียงใดก็ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าระลอกแสงนี้

ในทันใดนั้นเทพชั้นสูงเหล่านั้นที่หนีไปทุกทิศทางก็ร่วงลงจากท้องฟ้ามีแต่เพียงผู้นำของเทพชั้นสูงร้อยคนนั้นยังคงอยู่ และเขาจ้องมองบุรุษชุดขาวทั้งสามคนข้างหน้าเขาอย่างหวาดกลัวและโกรธแค้น

“แข็งแกร่งมาก” ลินลี่ย์ ทารอส และคนอื่นๆ ตะลึงกันหมด

“เขาฝึกมาทางวิถีแห่งชะตา”  ทารอสพูดเสียงเบา  “ตัดสินจากพลังของเขา บุรุษชุดขาวผู้นั้นถ้าไม่ใช่อสูรเจ็ดดาว อย่างน้อยก็ต้องเป็นอสูรเจ็ดดาว”

“วิถีแห่งชะตา?”

ในแดนนรกลินลี่ย์ไม่ค่อยได้พบกับยอดฝีมือที่ฝึกมาทางวิถีแห่งชะตาเพราะส่วนใหญ่จะอยู่ในแดนเทพหนึ่งในสี่พิภพชั้นสูงกันหมด  ส่วนน้อยที่ได้พบเจอก็ไม่ค่อยแข็งแกร่งทรงพลัง

“เทพชั้นสูงฝึกในสายวิถีแห่งชะตา”  ลินลี่ย์ลอบตกใจ

มีเสียงตะโกนจากในอากาศ

“ทำไมกัน, เราไม่เคยรุกรานตระกูลโบลีนของเจ้า ทำไมเจ้าต้องไล่ฆ่าพวกเราทุกคนอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตด้วย?”  ผู้นำกลุ่มที่รอดชีวิตอดตะโกนด้วยความแค้นมิได้

บุรุษชุดขาวทั้งสามคนเปล่งแสงสีทองระเรื่อ

“ทำไมน่ะหรือ?เจ้าจัดการให้กับตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่หรือ?”  หนึ่งในบุรุษชุดขาวหัวเราะเย็นชา

“ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์?”  หัวหน้าที่รอดชีวิตตะลึง

“ทุกคนที่รับใช้ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์จะต้องตาย!”  บุรุษชุดขาวที่มีปีกกล่าวจากนั้นเขายกมือขวาชี้และยิงแสงสีทองออกไป

ผู้นำที่รอดชีวิตไม่สามารถหลบได้ทันแสงสีทองยิงทะลุเข้าไปในร่างของเขา และเขาร่วงลงจากท้องฟ้า

บุรุษชุดขาวปีกทองชำเลืองมองอสูรโลหะของลินลี่ย์แต่ไกลจากนั้นแค่เสียงเย็นชา  “ไปกันเถอะ” บุรุษชุดขาวทั้งสามกลายเป็นประกายแสงหายลับไปในขอบฟ้า

“ทุกคนที่รับใช้ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์จะต้องตายหรือ?”  ภายในอสูรโลหะ ลินลี่ย์พึมพำกับตนเองเขารู้สึกพูดไม่ออก

จบบทที่ ตอนที่ 17-2 มุ่งสู่แคว้นอินดิโก

คัดลอกลิงก์แล้ว