- หน้าแรก
- ระบบลอร์ดที่เเข็งเเกร่งที่สุด
- ตอนที่ 297 - ชดเชยปีใหม่ครับ
ตอนที่ 297 - ชดเชยปีใหม่ครับ
ตอนที่ 297 - ชดเชยปีใหม่ครับ
นครใต้พิภพแห่งจักรวรรดิโอดินกัส... เป็นผลงานชิ้นเอกที่ทำให้อลันต้องตกตะลึง
อารยธรรมโบราณแห่งนี้ผสมผสานศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุชั้นสูงเข้ากับเวทมนตร์ได้อย่างลงตัว
ระบบป้องกันและโจมตีของเมืองมีอานุภาพเทียบเท่าระดับศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว
มิน่าล่ะ... ดยุคเชเกอร์ถึงทำอะไรที่นี่ไม่ได้
ถ้าเชคมาเจอที่นี่ในยามสงบ เขาคงค่อยๆ แก้ไขปริศนาและยึดครองมันได้ไม่ยาก
แต่น่าเสียดายที่โชคชะตาไม่เข้าข้างเขา เชคช่วยอลัน 'ล้างผลาญ' พลังงานป้องกันของเมืองไปจนเกือบหมด
แล้วอลันก็เข้ามา 'ชุบมือเปิบ' ยึดครองต่อได้อย่างง่ายดาย
สำหรับอลัน... สถานที่แห่งนี้คือขุมทรัพย์ทางปัญญา มันไม่ใช่แค่ป้อมปราการหรือหลุมหลบภัย
แต่คือคลังเทคโนโลยีโบราณที่ประเมินค่าไม่ได้
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องส่งคนมาศึกษาระบบนิเวศและเทคโนโลยีของที่นี่อย่างละเอียดในอนาคต
แต่ตอนนี้... ภารกิจเร่งด่วนคือการพาผู้รอดชีวิตออกไป
...
อลันใช้เวลาเกือบครึ่งวันกว่าจะทำความเข้าใจระบบพื้นฐานในห้องควบคุม
เมื่อเขาอุ้มแอนนี่เดินออกมาพร้อมกับครูว์ ก็พบว่ามีฝูงชนมารออยู่หน้าประตูกันเนืองแน่น
จากการประเมินด้วยสายตา น่าจะมีผู้รอดชีวิตประมาณ 3-4 พันคน
นี่น่าจะเป็นประชากรกลุ่มสุดท้ายของจักรวรรดิโอดินกัสที่หลงเหลืออยู่
"ครูว์ ช่วยเช็กจำนวนคนหน่อย ถ้าพร้อมแล้วเราจะได้ออกเดินทางกัน" อลันสั่งการ
ขณะที่รอกระบวนการ ชาวเมืองต่างซุบซิบและชี้ชวนกันมองอลันด้วยความสนใจ
"ดูผู้ชายคนนั้นสิ... เขาดูสะอาดสะอ้านและสง่างามกว่าท่านวอล์คเกอร์อีกนะ"
"เสื้อผ้าเขาหรูหรามาก ต้องเป็นขุนนางใหญ่โตแน่ๆ"
"ได้ยินเขาพูดไหม? เขาบอกว่าข้างบนมีอาหารกินจนอิ่มด้วยนะ!"
"จริงเหรอ? มีแม่น้ำใสๆ มีท้องฟ้าสีครามด้วยงั้นสิ?"
เสียงพูดคุยเซ็งแซ่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ไม่นานนักครูว์ก็เดินกลับมารายงาน
"เรียบร้อยครับท่านอลัน คนส่วนใหญ่มากันครบแล้ว แต่อาจมีบางส่วนที่หลบซ่อนอยู่ตามซอกตึกซึ่งหายากมาก"
"ไม่เป็นไร เอาเท่านี้ก่อน" อลันพยักหน้า
"เดี๋ยวพอข้าขึ้นไปแล้ว ข้าจะส่งทีมค้นหาลงมาเก็บตกคนที่เหลือเอง"
...
ขบวนอพยพเคลื่อนที่ผ่านอุโมงค์มืดมิด จนกระทั่งมาถึงบันไดหินใต้ประตูวิหารทองสัมฤทธิ์
เมื่อประตูยักษ์ถูกเปิดออก แสงสว่างจากโลกภายนอกก็สาดส่องเข้ามา
แม้จะเป็นเวลาเย็นมากแล้ว แสงแดดเริ่มอ่อนลงจนเกือบมืดสลัวในสายตาคนบนดิน
แต่สำหรับชาวเมืองที่อยู่ใต้ดินมาทั้งชีวิต แสงนี้มันเจิดจ้าบาดตาราวกับดวงอาทิตย์เที่ยงวัน
"แสง! นั่นมันแสงสว่าง!"
"สวยเหลือเกิน... แต่มันแสบตาจัง!"
หลายคนยกมือขึ้นป้องตา น้ำตาไหลพรากเพราะปรับสายตาไม่ทัน
อลันเห็นดังนั้นจึงไม่เร่งรีบ เขาใช้เวทมนตร์รักษาดวงตาหมู่ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองให้ทุกคน
รอจนพวกเขากระพริบตาถี่ๆ และเริ่มชินกับแสงแล้ว จึงพาเดินออกจากวิหาร
ทันทีที่ก้าวพ้นประตู... สายลมเย็นสดชื่นที่เจือด้วยกลิ่นไอดินและหิมะก็พัดปะทะใบหน้า
"นี่คือ... อากาศบนพื้นดินงั้นหรือ?" ใครคนหนึ่งพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื้นตัน
ภาพเบื้องหน้าของพวกเขา คือโลกที่กว้างใหญ่ไพศาล แม้ป่าอารุกบางส่วนจะถูกทำลายจากการต่อสู้จนดูเสียหายไปบ้าง
แต่สำหรับคนที่เห็นแต่เพดานถ้ำมืดๆ มาตลอดชีวิต ทิวทัศน์ของท้องฟ้าที่กว้างไร้ขอบเขต
ปุยเมฆสีขาวที่ลอยล่อง และต้นไม้สีเขียวขจีไกลสุดสายตา... มันคือภาพวาดที่งดงามที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเห็น
"ว้าว! สวยจังเลย!" แอนนี่ตาเป็นประกาย ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น
เด็กๆ เริ่มวิ่งเล่นและส่งเสียงเชียร์ ผู้ใหญ่บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงร้องไห้ด้วยความปิติ
แต่แล้ว... ความเงียบงันก็เข้าครอบงำฝูงชนอย่างกะทันหัน
"กรรรรรร!"
เงาทะมึนขนาดมหึมาร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า แรงกดดันมหาศาลกดทับจนทุกคนตัวแข็งทื่อ
มังกรสีน้ำเงินยักษ์... ซาฟี่ ร่อนลงจอดเบื้องหน้า
เกล็ดสีไพลินของมันส่องประกายวาววับ ไอเวทมนตร์หมุนวนรอบตัว ดวงตาขนาดใหญ่จ้องมองมาที่ฝูงชนอย่างสงสัย
"สัตว์ประหลาด!"
"มังกร! นั่นมันมังกร!"
"พระเจ้าช่วย! พวกเราจะถูกกินแล้ว!"
"หนีเร็ว! มันน่ากลัวมาก!"
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที หน้าที่เปื้อนยิ้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
"ซาฟี... อย่าแกล้งพวกเขาแบบนั้นสิ" อลันดุเบาๆ
เขาเดินออกไปยืนขวางหน้าระหว่างมังกรกับชาวเมือง พร้อมกับยกมือขึ้นเพื่อให้ซาฟีลดหัวลงมาให้เขาลูบเล่นอย่างเชื่องเชื่อ
"ไม่ต้องกลัวทุกคน!" อลันตะโกนก้อง
"ข้าลืมแนะนำเพื่อนของข้าไป...นี่คือ 'ซาฟี' มังกรคู่ใจของข้า... และข้าคือ อลัน ดยุคแห่งราชรัฐนี้และเป็นอัศวินมังกร!"
ภาพของชายหนุ่มที่ยืนลูบหัวสัตว์ร้ายในตำนานอย่างสนิทสนม
ทำให้ความหวาดกลัวเปลี่ยนเป็นความศรัทธาและความยำเกรง
"อัศวินมังกร!?"
"โอ้พระเจ้า... ท่านเป็นอัศวินมังกรจริงๆ ด้วย!"
อลันหันไปพูดกับครูว์ที่ยืนตัวแข็งทื่อ
"ครูว์... ป่าแห่งนี้คือถิ่นของสัตว์อสูร สมัยก่อนที่เจ้าพยายามหนีออกมา เจ้าเจอกับสัตว์อสูรเจ้าถิ่น ซึ่งด้วยพลังของเจ้าในตอนนั้น การเอาชนะพวกมันเป็นเรื่องยาก...
แต่วอล์คเกอร์ฉวยโอกาสนั้นโกหกพวกเจ้าว่าโลกทั้งใบเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย"
"ข้าเข้าใจแล้ว..." ครูว์พยักหน้าช้าๆ ความโกรธแค้นที่มีต่อวอล์คเกอร์ปะทุขึ้นอีกครั้ง
"ไอ้คนลวงโลกนั่น... มันขังพวกเราไว้ในความมืดมาตลอด!"
"ช่างมันเถอะ อดีตผ่านไปแล้ว... ตอนนี้ตามข้ามา"
อลันนำขบวนผู้อพยพเดินลัดเลาะผ่านป่า จนกระทั่งมาถึงแนวป้องกันชายป่า
ที่นั่น... กองทัพนับแสนนายรอคอยการกลับมาของราชา
"ท่านดยุคกลับมาแล้ว!"
"ทำความเคารพ!"
"ยินดีต้อนรับท่านดยุค!"
เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ทหารม้า อัศวินทองคำ
และกองทัพพันธมิตรนับแสนนายพร้อมใจกันคุกเข่าลงทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง
ภาพความยิ่งใหญ่นี้กระแทกใจชาวเมืองใต้ดินเข้าอย่างจัง จนพวกเขาแทบลืมหายใจ
ครูว์มองภาพกองทัพมหึมาที่สยบแทบเท้าชายหนุ่มตรงหน้า...
เขาเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่า ชายที่เขาเดินคุยด้วยมาตลอดทาง ยิ่งใหญ่เกรียงไกรขนาดไหน
"ท่าน... อลัน?" ครูว์ถามเสียงสั่น ไม่กล้าเรียกชื่อห้วนๆ อีกต่อไป
"คนพวกนี้... คือคนของท่านทั้งหมดเลยหรือ?"
อลันหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน เขาไม่ถือตัวแม้แต่น้อย
"ใช่แล้วครูว์ ข้าบอกแล้วไงว่านี่คืออาณาจักรของข้า..."
เขากระชับอ้อมกอดแอนนี่แน่นขึ้น แล้วชี้มือออกไปเบื้องหน้า
"มาเถอะ... วันนี้ข้าจะพาพวกเจ้าไปดูโลกที่แท้จริง!"