เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 297 - ชดเชยปีใหม่ครับ

ตอนที่ 297 - ชดเชยปีใหม่ครับ

ตอนที่ 297 - ชดเชยปีใหม่ครับ


นครใต้พิภพแห่งจักรวรรดิโอดินกัส... เป็นผลงานชิ้นเอกที่ทำให้อลันต้องตกตะลึง

อารยธรรมโบราณแห่งนี้ผสมผสานศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุชั้นสูงเข้ากับเวทมนตร์ได้อย่างลงตัว

ระบบป้องกันและโจมตีของเมืองมีอานุภาพเทียบเท่าระดับศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว

มิน่าล่ะ... ดยุคเชเกอร์ถึงทำอะไรที่นี่ไม่ได้

ถ้าเชคมาเจอที่นี่ในยามสงบ เขาคงค่อยๆ แก้ไขปริศนาและยึดครองมันได้ไม่ยาก

แต่น่าเสียดายที่โชคชะตาไม่เข้าข้างเขา เชคช่วยอลัน 'ล้างผลาญ' พลังงานป้องกันของเมืองไปจนเกือบหมด

แล้วอลันก็เข้ามา 'ชุบมือเปิบ' ยึดครองต่อได้อย่างง่ายดาย

สำหรับอลัน... สถานที่แห่งนี้คือขุมทรัพย์ทางปัญญา มันไม่ใช่แค่ป้อมปราการหรือหลุมหลบภัย

แต่คือคลังเทคโนโลยีโบราณที่ประเมินค่าไม่ได้

เขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องส่งคนมาศึกษาระบบนิเวศและเทคโนโลยีของที่นี่อย่างละเอียดในอนาคต

แต่ตอนนี้... ภารกิจเร่งด่วนคือการพาผู้รอดชีวิตออกไป

...

อลันใช้เวลาเกือบครึ่งวันกว่าจะทำความเข้าใจระบบพื้นฐานในห้องควบคุม

เมื่อเขาอุ้มแอนนี่เดินออกมาพร้อมกับครูว์ ก็พบว่ามีฝูงชนมารออยู่หน้าประตูกันเนืองแน่น

จากการประเมินด้วยสายตา น่าจะมีผู้รอดชีวิตประมาณ 3-4 พันคน

นี่น่าจะเป็นประชากรกลุ่มสุดท้ายของจักรวรรดิโอดินกัสที่หลงเหลืออยู่

"ครูว์ ช่วยเช็กจำนวนคนหน่อย ถ้าพร้อมแล้วเราจะได้ออกเดินทางกัน" อลันสั่งการ

ขณะที่รอกระบวนการ ชาวเมืองต่างซุบซิบและชี้ชวนกันมองอลันด้วยความสนใจ

"ดูผู้ชายคนนั้นสิ... เขาดูสะอาดสะอ้านและสง่างามกว่าท่านวอล์คเกอร์อีกนะ"

"เสื้อผ้าเขาหรูหรามาก ต้องเป็นขุนนางใหญ่โตแน่ๆ"

"ได้ยินเขาพูดไหม? เขาบอกว่าข้างบนมีอาหารกินจนอิ่มด้วยนะ!"

"จริงเหรอ? มีแม่น้ำใสๆ มีท้องฟ้าสีครามด้วยงั้นสิ?"

เสียงพูดคุยเซ็งแซ่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

ไม่นานนักครูว์ก็เดินกลับมารายงาน

"เรียบร้อยครับท่านอลัน คนส่วนใหญ่มากันครบแล้ว แต่อาจมีบางส่วนที่หลบซ่อนอยู่ตามซอกตึกซึ่งหายากมาก"

"ไม่เป็นไร เอาเท่านี้ก่อน" อลันพยักหน้า

"เดี๋ยวพอข้าขึ้นไปแล้ว ข้าจะส่งทีมค้นหาลงมาเก็บตกคนที่เหลือเอง"

...

ขบวนอพยพเคลื่อนที่ผ่านอุโมงค์มืดมิด จนกระทั่งมาถึงบันไดหินใต้ประตูวิหารทองสัมฤทธิ์

เมื่อประตูยักษ์ถูกเปิดออก แสงสว่างจากโลกภายนอกก็สาดส่องเข้ามา

แม้จะเป็นเวลาเย็นมากแล้ว แสงแดดเริ่มอ่อนลงจนเกือบมืดสลัวในสายตาคนบนดิน

แต่สำหรับชาวเมืองที่อยู่ใต้ดินมาทั้งชีวิต แสงนี้มันเจิดจ้าบาดตาราวกับดวงอาทิตย์เที่ยงวัน

"แสง! นั่นมันแสงสว่าง!"

"สวยเหลือเกิน... แต่มันแสบตาจัง!"

หลายคนยกมือขึ้นป้องตา น้ำตาไหลพรากเพราะปรับสายตาไม่ทัน

อลันเห็นดังนั้นจึงไม่เร่งรีบ เขาใช้เวทมนตร์รักษาดวงตาหมู่ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองให้ทุกคน

รอจนพวกเขากระพริบตาถี่ๆ และเริ่มชินกับแสงแล้ว จึงพาเดินออกจากวิหาร

ทันทีที่ก้าวพ้นประตู... สายลมเย็นสดชื่นที่เจือด้วยกลิ่นไอดินและหิมะก็พัดปะทะใบหน้า

"นี่คือ... อากาศบนพื้นดินงั้นหรือ?" ใครคนหนึ่งพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื้นตัน

ภาพเบื้องหน้าของพวกเขา คือโลกที่กว้างใหญ่ไพศาล แม้ป่าอารุกบางส่วนจะถูกทำลายจากการต่อสู้จนดูเสียหายไปบ้าง

แต่สำหรับคนที่เห็นแต่เพดานถ้ำมืดๆ มาตลอดชีวิต ทิวทัศน์ของท้องฟ้าที่กว้างไร้ขอบเขต

ปุยเมฆสีขาวที่ลอยล่อง และต้นไม้สีเขียวขจีไกลสุดสายตา... มันคือภาพวาดที่งดงามที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเห็น

"ว้าว! สวยจังเลย!" แอนนี่ตาเป็นประกาย ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น

เด็กๆ เริ่มวิ่งเล่นและส่งเสียงเชียร์ ผู้ใหญ่บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงร้องไห้ด้วยความปิติ

แต่แล้ว... ความเงียบงันก็เข้าครอบงำฝูงชนอย่างกะทันหัน

"กรรรรรร!"

เงาทะมึนขนาดมหึมาร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า แรงกดดันมหาศาลกดทับจนทุกคนตัวแข็งทื่อ

มังกรสีน้ำเงินยักษ์... ซาฟี่ ร่อนลงจอดเบื้องหน้า

เกล็ดสีไพลินของมันส่องประกายวาววับ ไอเวทมนตร์หมุนวนรอบตัว ดวงตาขนาดใหญ่จ้องมองมาที่ฝูงชนอย่างสงสัย

"สัตว์ประหลาด!"

"มังกร! นั่นมันมังกร!"

"พระเจ้าช่วย! พวกเราจะถูกกินแล้ว!"

"หนีเร็ว! มันน่ากลัวมาก!"

ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที หน้าที่เปื้อนยิ้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว

"ซาฟี... อย่าแกล้งพวกเขาแบบนั้นสิ" อลันดุเบาๆ

เขาเดินออกไปยืนขวางหน้าระหว่างมังกรกับชาวเมือง พร้อมกับยกมือขึ้นเพื่อให้ซาฟีลดหัวลงมาให้เขาลูบเล่นอย่างเชื่องเชื่อ

"ไม่ต้องกลัวทุกคน!" อลันตะโกนก้อง

"ข้าลืมแนะนำเพื่อนของข้าไป...นี่คือ 'ซาฟี' มังกรคู่ใจของข้า... และข้าคือ อลัน ดยุคแห่งราชรัฐนี้และเป็นอัศวินมังกร!"

ภาพของชายหนุ่มที่ยืนลูบหัวสัตว์ร้ายในตำนานอย่างสนิทสนม

ทำให้ความหวาดกลัวเปลี่ยนเป็นความศรัทธาและความยำเกรง

"อัศวินมังกร!?"

"โอ้พระเจ้า... ท่านเป็นอัศวินมังกรจริงๆ ด้วย!"

อลันหันไปพูดกับครูว์ที่ยืนตัวแข็งทื่อ

"ครูว์... ป่าแห่งนี้คือถิ่นของสัตว์อสูร สมัยก่อนที่เจ้าพยายามหนีออกมา เจ้าเจอกับสัตว์อสูรเจ้าถิ่น ซึ่งด้วยพลังของเจ้าในตอนนั้น การเอาชนะพวกมันเป็นเรื่องยาก...

แต่วอล์คเกอร์ฉวยโอกาสนั้นโกหกพวกเจ้าว่าโลกทั้งใบเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย"

"ข้าเข้าใจแล้ว..." ครูว์พยักหน้าช้าๆ ความโกรธแค้นที่มีต่อวอล์คเกอร์ปะทุขึ้นอีกครั้ง

"ไอ้คนลวงโลกนั่น... มันขังพวกเราไว้ในความมืดมาตลอด!"

"ช่างมันเถอะ อดีตผ่านไปแล้ว... ตอนนี้ตามข้ามา"

อลันนำขบวนผู้อพยพเดินลัดเลาะผ่านป่า จนกระทั่งมาถึงแนวป้องกันชายป่า

ที่นั่น... กองทัพนับแสนนายรอคอยการกลับมาของราชา

"ท่านดยุคกลับมาแล้ว!"

"ทำความเคารพ!"

"ยินดีต้อนรับท่านดยุค!"

เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ทหารม้า อัศวินทองคำ

และกองทัพพันธมิตรนับแสนนายพร้อมใจกันคุกเข่าลงทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง

ภาพความยิ่งใหญ่นี้กระแทกใจชาวเมืองใต้ดินเข้าอย่างจัง จนพวกเขาแทบลืมหายใจ

ครูว์มองภาพกองทัพมหึมาที่สยบแทบเท้าชายหนุ่มตรงหน้า...

เขาเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่า ชายที่เขาเดินคุยด้วยมาตลอดทาง ยิ่งใหญ่เกรียงไกรขนาดไหน

"ท่าน... อลัน?" ครูว์ถามเสียงสั่น ไม่กล้าเรียกชื่อห้วนๆ อีกต่อไป

"คนพวกนี้... คือคนของท่านทั้งหมดเลยหรือ?"

อลันหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน เขาไม่ถือตัวแม้แต่น้อย

"ใช่แล้วครูว์ ข้าบอกแล้วไงว่านี่คืออาณาจักรของข้า..."

เขากระชับอ้อมกอดแอนนี่แน่นขึ้น แล้วชี้มือออกไปเบื้องหน้า

"มาเถอะ... วันนี้ข้าจะพาพวกเจ้าไปดูโลกที่แท้จริง!"

จบบทที่ ตอนที่ 297 - ชดเชยปีใหม่ครับ

คัดลอกลิงก์แล้ว