เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15-7 การเลือก

ตอนที่ 15-7 การเลือก

ตอนที่ 15-7 การเลือก


ลินลี่ย์เดินอยู่ในท่ามกลางปราสาทที่เปลี่ยนแปลงรู้สึกกังวลเป็นห่วงมาก  “ที่บ้าแห่งนี้เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง  ไม่มีทางที่ข้าจะหาทางออกพบเลย  นอกจากนี้ยังมีศัตรูคอยโจมตีลอบทำร้ายจากภายในอีกด้วย!” ลินลี่ย์จำได้ชัดเจนเมื่อเห็นศพของอสูรก่อนนั้น

เมื่อเห็นศพลินลี่ย์เข้าใจทันทีว่าปราสาททรายโบราณนี้ไม่ใช่แค่กับดักจับคนเท่านั้น

มีการวางกำลังคนซุ่มทำร้ายอยู่ที่นี่!

ความจริง,ลินลี่ย์ควรจะเข้าใจเรื่องนี้นานแล้ว เพียงแต่เขาไม่กล้าคิดถึงมัน “ลอบทำร้าย? ลอบฆ่า? บีบีกับข้ายังดีขึ้นบ้าง  ข้ามีสมบัติมหาเทพปกป้องวิญญาณ  ขณะที่บีบีมีสมบัติที่เบรุตให้เขาเขาไม่น่าจะมีปัญหาในการเอาชีวิตรอดแต่อย่างใด แต่เดเลีย นาง.. นาง..โธ่เอ๊ย ข้าไม่ควรจะรีบเร่งอย่างนั้น  ข้าควรจะให้เดเลียถึงระดับเทพชั้นสูงขั้นแรกก่อนจะออกเดินทาง”  ลินลี่ย์รู้สึกเต็มไปด้วยความเสียใจ

“ถ้าเดเลียถูกฆ่าละก็....”

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วลินลี่ย์ยิ่งกังวลมาก

ความจริงเดเลียฝึกมาในกฎธรรมชาติธาตุลม  และเชี่ยวชาญเคล็ดความรู้ลึกลับหกอย่างและนางมีโกเลมมัจจุราชอยู่กับตัวนาง แม้ว่าความสามารถในการอยู่รอดของนางยังด้อยกว่าลินลี่ย์และบีบีนางก็ยังมีระดับความสามารถ

เพียงแต่ลินลี่ย์ยังกังวลอยู่ดี

“ศัตรูถือว่าไม่ธรรมดามากสามารถสร้างปราสาทแปลกประหลาด นอกจากนี้เดเลียยังไม่ถึงระดับสูง” ลินลี่ย์เคลื่อนที่ผ่านปราสาทด้วยความเร็วแต่ก็อย่างระมัดระวังหวังว่าจะวิ่งไปพบกับเดเลีย

แต่ทันใดนั้น..

“หือ?”

ลินลี่ย์มาถึงเส้นทางเปิดจากนั้นหางตาของเขาเห็นบางคนลอยอยู่ในกลางอากาศ

“ผู้เฒ่าเขาดำ?”  ลินลี่ย์จำเขาได้ทันที ผู้เฒ่าเขาดำก็มองเห็นลินลี่ย์ได้ชัดเจนเช่นกันขณะที่เขามอง

แต่ในขณะนั้นสายลมเบาวูบหนึ่งก่อตัวขึ้นเปลี่ยนแปลงเป็นรูปชายชราชุดเขียว  ชายชราชุดเขียวยิ้มเต็มหน้า เขาชำเลืองมองลินลี่ย์ไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย  “เทพแท้ก็ยังหนีมาถึงนี่ได้ด้วยหรือ”

สำหรับชายชราชุดเขียวเทพแท้เป็นพวกที่เขาสามารถฆ่าได้ทันที เนื่องจากสถานะและตำแหน่งที่สูงส่งของเขา  เขาไม่สนใจลินลี่ย์แม้แต่น้อย

“เจ้าคือ...?” ผู้เฒ่าเขาดำเห็นบุรุษชุดเขียวปรากฏตัวออกมาจากอากาศเบาบาง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที

ชายชราชุดเขียวมองดูชายชราเขาดำข้างหน้าเขาอย่างสงบ  “เจ้าช่างกล้าจริงๆเพราะเจ้าและน้องของเจ้าหลบหนีไปกับสมบัติมหาศาลของตระกูลบอยด์แต่...ข้าไม่คาดเลยว่าหลังจากผ่านไปนานหลายปี เจ้าทั้งสองยังจะกล้ากลับมาอีกว่าไง? พวกเจ้าต้องการกลับไปทวีปเจดโฟลทหรือ?”

ชายชราเขาดำสีหน้าเปลี่ยนและจากนั้นเขาหัวเราะถอนหายใจ “ปีนั้นพี่ใหญ่ข้าและข้าหนีออกจากทวีปเจดโฟลท  เราคิดว่าไม่มีใครปกป้องเราได้ ครั้งนี้เราเชิญอสูรมาช่วยเฝ้าระมัดระวังเป็นจำนวนมาก  แต่ข้าไม่คาดเลยว่าเจ้าจะมาด้วย!”

ผู้เฒ่าชุดเขียวแค่นเสียงเหยียดหยาม

“เจ้าต้องการได้รับสมบัติของตระกูลบอยด์หรือ?ฮ่าฮ่า....”

ผู้เฒ่าเขาดำเงยหน้าและหัวเราะลั่นทันทีจากนั้นจ้องมองชายชราชุดเขียว  “ฝันไปเถอะเพราะเราสองพี่น้องกล้าเดินทางในการเดินทางครั้งนี้ก็หมายความว่าเราเตรียมตัวของเราไว้เต็มที่แล้ว  ต่อให้เจ้าฆ่าเราสองพี่น้องเจ้าจะไม่ได้รับสมบัติตระกูลบอยด์!เจ้า..ไม่มีทางได้รับมัน!”

ชายชราชุดเขียวมีสีหน้าเครียดทันที

เขาติดตามศิษย์ของเขาอินนิโกมาจากทวีปเจดโฟลทข้ามทะเลสตาร์มิสท์สู่ทวีปเรดบุดทั้งหมดนั้นทำเพื่อให้ได้สมบัติตระกูลบอยด์

“ฮึ่ม...เมื่อข้าฆ่าเจ้า ข้าจะรู้เอง” ชายชราชุดเขียวโบกมือเรียกกระบี่ยาวเล่มหนึ่งดูเหมือนไหมสีเงิน  นี่คือกระบี่อ่อนเล่มหนึ่ง  แต่เมื่อเทียบกับกระบี่เลือดม่วงของลินลี่ย์ยังบางกว่าและสว่างกว่า

“เตรียมตัวตาย” ชายชราชุดเขียวมั่นสถานการณ์ของเขาจึงแจ้งให้ศัตรูทราบก่อนที่เขาจะฆ่า

ทันทีที่ผู้เฒ่าเขาดำเห็นปราสาทลมเขามีความเข้าใจว่าศัตรูของเขาแข็งแกร่งทรงพลังเพียงไหน

แม้ว่าเขาเองจะเป็นเทพชั้นสูงแต่เมื่อเทียบกับคนที่อยู่ข้างหน้าเขาแล้วแตกต่างกันอย่างมาก

“เจ้าต้องการฆ่าข้างั้นหรือ?ข้าจะทำให้เจ้าต้องชดใช้ราคา” ชายชราเขาดำทำใจแล้วว่าต้องตายที่นี่ เมื่อเขาตะโกนดาบหนักปรากฏอยู่ในมือของเขาทันใดนั้นอากาศรอบดาบหนักสีดำบิดเป็นเกลียวทันทีและแสงสีดำยิงออกมาไปทั่วทุกตำแหน่ง

ลินลี่ย์เมื่อเห็นเทพชั้นสูงทั้งกำลังจะสู้กันก็อดรู้สึกตกใจมิได้  “ข้าหนีดีกว่า ถ้าเข้าพัวพันในการต่อสู้นี้ข้าคงจบกัน!” ลินลี่ย์ไม่ลังเลแม้แต่น้อยวิ่งไปที่ตำแหน่งทางเดินอื่นทันที

แม้ว่าเขาจะเคลื่อนไหวได้เร็ว

“ปัง!”

การปะทะกันครั้งแรกของเทพชั้นสูงทั้งสองคนทำให้ร่างของผู้เฒ่าเขาดำกระเด็นมาทางลินลี่ย์ด้วยความเร็วสูง

“หือ?” ลินลี่ย์อดรู้สึกตะลึงไม่ได้  เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นเขามองดูร่างที่ปลิวเข้าหาเขา

แต่พอพลิกตัวชายชราเขาดำกำลังยืดตัว เมื่อครู่นี้หนึ่งในร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ของชายชราเขาดำถูกฆ่าไปแล้ว

“เจ้าต้องการฆ่าข้าหรือ?” ชายชราเขาดำตอนนี้รู้ตัวเต็มที่แล้วว่าพวกเขามีพลังต่างกันเพียงไหน หนึ่งในร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ของเขาเพิ่งถูกทำลาย  และตอนนี้เขาเหลืออยู่เพียงร่างเดียว  “ประมุขตระกูล, บ่าวไม่ได้ตั้งใจให้ท่านผิดหวังเพียงแต่ในอนาคต บ่าวคงไม่สามารถทำงานให้คุณชายได้ต่อไป”

“ปัง!”

ดาบยาวของชายชราเขาดำแฝงไปด้วยพลังทำลายโลกเปลี่ยนเป็นเงาสีดำทำให้มิติบิดเบี้ยวและทิ้งไว้แต่เงาเลือนลาง

“ฮ่าฮ่า...เจ้าก็แค่มีร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ตายไปหนึ่งร่าง ข้าอยากเห็นนักว่าเจ้ายังมีอะไรดีเหลืออีกสักเท่าไหร่” ชายชราชุดเขียวหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและจากนั้นลินลี่ย์สังเกตได้ถึงร่องรอยประกายสีเงินงดงาม  ไม่ว่าประกายสีเงินฉายผ่านไปที่ใด มิติจะเริ่มเกิดรอยแยกเล็กๆ

ลินลี่ย์ตกตะลึง

“รอยแตก? รอยแยกมิติในแดนนรกนี่น่ะหรือ?” ลินลี่ย์พบว่ายากจะเชื่อได้

“บึ้ม!”

ชายชราเขาดำเพียงแต่ป้องกันประกายแสงเงินได้สายเดียวเท่านั้น ตลอดทั้งร่างของเขาถูกรังสีแสงสีเงินตัดผ่านหลายส่วน  ร่างของเขาถูกตัดเป็นชิ้นๆ ร่วงลงจากฟ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งแหวนมิติเก็บสมบัติในมือซ้ายของเขากำลังร่วงลงมา

ขณะนั้นเอง...

“แหวนมิติเก็บสมบัติ?”  ลินลี่ย์มีความคิดหนึ่ง เขาสามารถรวมรวบแหวนมิติเก็บสมบัติเป็นของเขาเอง

“ข้าสามารถเก็บไว้ได้หรือไม่?”

แหวนมิติเก็บสมบัติของชายชราเขาดำมีสมบัติมากมายอยู่ภายใน  ลินลี่ย์แน่ใจเรื่องนี้  เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ว่าจ้างของเขาคนที่สามารถเชิญอสูรหกดาวได้ สมบัติโดยรวมของชายชราเขาดำนี้ต้องมีอยู่แน่นอน  เพียงแต่เขาจะเก็บมาได้หรือไม่?

ลินลี่ย์มองดูชายชราชุดเขียวในระยะไกลจากนั้นเขาหนีไปทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

“ข้าคงไม่มีชีวิตรอดได้ใช้มันแน่”

ลินลี่ย์หนีไปด้วยความเร็วสูงผ่านออกไปได้หลายพันเมตรอย่างรวดเร็วหายลับสายตาชายชราชุดเขียวเพียงแต่ทุกตำแหน่งภายในปราสาทนี้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของชายชราชุดเขียวนี้ เป็นธรรมดาที่เขาย่อมรู้ว่าลินลี่ย์หนีไปที่ใดกันแน่  ชายชราชุดเขียวหัวเราะเบาๆ “เทพแท้ผู้นี้ไม่ยอมให้ความโลภครอบงำการตัดสินใจ”

ถ้าลินลี่ย์ขโมยแหวนมิติเก็บสมบัติแม้ว่าชายชราชุดเขียวจะรังเกียจการฆ่าเทพแท้อย่างลินลี่ย์  แต่ชายชราชุดเขียวจะต้องจัดการเรื่องแหวนมิติเก็บของด้วยตนเอง  ถึงจุดนี้ลินลี่ย์จะไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย

“เขามีอะไรอยู่ภายใน?”  ผู้เฒ่าชุดเขียวลงมายืนที่พื้นจากนั้นเก็บแหวนเก็บของภายในของเขาขณะที่ผูกสัญญาด้วยเลือด

หน้าของชายชราชุดเขียวเปลี่ยนไปมาก“หืม?  มีเพียงสามหมื่นล้านศิลาดำเป็นไปได้ยังไง? น้อยขนาดนั้นเชียวหรือ?” ชายชราชุดเขียวไม่อยากเชื่อ “เป็นไปไม่ได้ สมบัติของตระกูลบอยด์สั่งสมมานานนับปีไม่ถ้วน  แม้แต่ส่วนเสี้ยวที่น้อยที่สุดก็ยังมากกว่านี้”

บางทีสำหรับลินลี่ย์หรือเทพชั้นสูงสามหมื่นล้านศิลาดำถือว่าเป็นสมบัติมหาศาล

แต่...

สำหรับชายชราชุดเขียวและยอดฝีมืออย่างนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าจำนวนนิดหน่อย  ถ้าเขาเทียบกับเงินสามหมื่นล้านศิลาดำนี้กับสมบัติตระกูลบอยด์ทั้งหมดนั่นแค่เท่ากับขนเส้นเดียวจากในร่างกาย ต้องเข้าใจก่อนว่า..ภายในเมืองโรงแรมแห่งเดียวก็มีมูลค่าหมื่นล้านศิลาดำแล้ว

เป็นไปได้ยังไงที่สมบัติตระกูลบอยด์จะมีมูลค่าเทียบกับโรงแรมแห่งเดียว?

“ไม่, ยังมีชายชราเขาสีขาวอีกคน”  ตาของชายชราชุดเขียวเป็นประกายเย็นชา  “สมบัติต้องอยู่ที่เขาแน่นอน”  แต่เมื่อเขารู้สึกถึงตำแหน่งของชายชราเขาสีขาวหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที “แย่แล้ว...อสูรผู้นั้นเข้ามาใกล้ชายชราเขาสีขาวแล้ว”

หน้าของแลร์มองต์เย็นชาและอำมหิตเขาควงดาบยาวและเดินผ่านปราสาทราวกับเดินเล่นในสวนดอกไม้ของตนเอง  เมื่อเขาเผชิญผนังทรายเมื่อใด  เขาจะเดินตรงผ่านเข้าไปทันทีโดยไม่สนใจผนังทรายข้างหน้าเขา

ดาบของเขาเป็นประกาย!

“ครืนนน!”

ผนังทรายเหลืองถูกทำลายโดยตรงทั้งหมด  แลร์มองต์เคลื่อนไหวเหมือนกับภาพลวงตาผ่านช่องว่างไปได้  ขณะที่ทรายผนังทรายเหลืองกลับคืนสภาพตามหลังทันที

“หืม” แลร์มองต์มองด้านข้างอย่างเย็นชา

“ควั่บ!”ดาบของเขาฟันใส่ผนังทรายที่อยู่ห่างไกลราวกับสายฟ้า  ทันใดนั้นมีเลือดฉีดพุ่งออกมาจากผนังทรายเหลืองและศพร่างหนึ่งร่วงลงมาจากผนังทราย ตาของศพนั้นเบิกโพลงด้วยความตกใจ เหมือนกับว่าเขาไม่เชื่อว่าแลร์มองต์จะสังเกตเขาออก

แลร์มองค์ไปข้างหน้าต่อ

ไม่มีใครขัดขวางข้างหน้าเขาได้

“ข้ารู้ว่าเจ้าได้ยินข้า”  แลร์มองต์พูดขณะเดิน  “เจ้าอาจจะออกมาได้เช่นกัน  เจ้าเชื่อหรือว่าข้าจะไม่สามารถทำลายมิติปราสาทของเจ้าได้?”

“โครม..”

อีกดาบหนึ่งฟันใส่อุปสรรคกีดขวางข้างหน้าเขาและร่างของแลร์มองต์เอนอีกครั้งไปปรากฏอยู่ด้านตรงข้ามของทาง

“อา. ท่านแลร์มองต์”ชายชราเขาขาวจ้องมองแลร์มองต์ยอย่างประหลาดใจและดีใจทั้งที่หน้าของเขายากจะมีรอยยิ้มให้เห็น

“ข้าช้าไปก้าวหนึ่ง” ชายชราชุดเขียวซ่อนตัวอยู่ห่างออกไปสองสามร้อยเมตรจากชายชราเขาขาวในห้อง  “คนผู้นี้ชื่อแลร์มองต์หรือ?  พลังโจมตีของเขาน่ากลัวจริงๆ นี่แค่พลังโจมตีปกติของเขาก็ยังมีพลังขนาดนั้น  ถ้าเขาระเบิดพลังออกมาจริงๆ...”

ชายชราชุดเขียวมีประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดา แน่นอนเขาสามารถบอกได้ว่าแลร์มองต์ยังมีไม้ตายโจมตีสูงสุด

กล่าวโดยทั่วไปยอดฝีมือผู้ทรงพลังมากมายอย่างพวกเขาจะใช้ความสามารถโจมตีที่ดีที่สุดได้ซึ่งต้องสิ้นเปลืองพลังจิตและพลังเทพมาก  ดังนั้นเว้นแต่ช่วงเวลาวิกฤติมาถึง ยอดฝีมือชั้นสูงระดับนี้ไม่ต้องการใช้พลังโจมตีที่สูงสุด

“เจ้าบัดซบนั่น”  ชายชราชุดเขียวตัดสินใจทันที  “ตอนนี้, ทั้งหมดที่ข้าทำได้คือหาเทพชั้นสูงให้มากขึ้นและให้พวกเขาโจมตีชายชราเขาขาว  ขณะที่ตัวข้าเองจะลงมือกับแลร์มองค์เองชั่วขณะ”

ชายชราชุดเขียวเข้าใจว่าไม่มีทางที่เทพชั้นสูงคนอื่นจะรับมือแลร์มองต์ได้

แต่การฆ่าบุรุษชราเขาขาวแค่ใช้เทพชั้นสูงสองสามคนร่วมมือกันลอบทำร้ายเขา นั่นคือสิ่งที่จำเป็นต้องทำที่สุด

……………………… . .

ขณะที่การสู้รบดำเนินไปภายในปราสาททรายจำนวนเทพชั้นสูงลดลงมากทุกที

ซาโลมอนยืนอย่างสงบในกลางอากาศ

“หวังว่านีซคงปลอดภัย”ใจของซาโลมอนยังคงห่วงใยน้องสาวของเขา

“ควั่บ!”

ทันใดนั้นจากจุดที่ใกล้กับผนังมีร่างสองร่างปรากฏพุ่งตรงเข้าหาซาโลมอนพร้อมกับปลดปล่อยพลังสะท้านมิติ

“ฮึ่ม!”ซาโลมอนพลิกมือปล่อยรังสีดำมากมาย ร่างทั้งสองส่งเสียงร้องโหยหวน หนึ่งในนั้นกระแทกร่างกับพื้นไม่มีโอกาสขยับร่างอีกเลย ขณะที่อีกร่างหนึ่งหนีหายเข้าไปในผนังทรายเหลือง

“ต้องการจะฆ่าข้าหรือ?”  ซาโลมอนหัวเราะ

การสู้รบดำเนินต่อไปและอสูรล้มตายคนแล้วคนเล่า

“นอกจากอสูรที่น่ากลัวแล้วมีเทพชั้นสูงสี่คนที่ยากจะจัดการได้” อินนิโกได้ยินรายงานจากบริวารของเขาและเริ่มขมวดคิ้ว  เขาไม่รู้ว่าสี่คนที่รับมือยากนี้มีอสูรระดับเทพชั้นสูงจะเป็นพี่น้องเอ็ดเวิร์ดและซาโลมอน!”

ระดับดาวเดียวไม่จำเป็นต้องบ่งบอกถึงพลังของอสูร

ตัวอย่างเช่นอสูรผู้ทรงพลังอาจจะยังเป็นอสูรดาวเดียวที่เพิ่งจะสอบผ่านคัดเลือกอสูร แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพลังของเขาจะอยู่ที่ระดับดาวเดียว

ซาโลมอนเป็นตัวอย่างที่ดี  มองอย่างผิวเผิน เขาเป็นเพียงอสูรสี่ดาว  แต่พลังที่แท้จริงของเขาเล่า?

อสูรทั้งหมดไม่สามารถตัดสินจากดาวเดียวของพวกเขาได้

“ไม่จำเป็นต้องจัดการกับเทพชั้นสูงเหล่านั้น  ไม่มีผลประโยชน์กำไรจากพวกเขาเลย”  อินนิโกสั่งเป้าหมายที่แท้จริงของเขาก็คือชายชราสองพี่น้อง ไม่มีความจำเป็นต้องฆ่าอสูรเทพชั้นสูงทั้งหมด“  สำหรับตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องรวมกำลังกัน   โจมตีได้ตามเท่าที่พวกเจ้าพอใจ  จัดการกับอสูรระดับเทพแท้ให้หมด”

สำหรับเทพชั้นสูงฆ่าเทพแท้ไม่จำเป็นที่พวกเขาจะต้องรวมกำลังกัน

“ได้เลย คุณชาย!”

เทพชั้นสูงหายเข้าไปในทรายเหลือง

ด้วยคำสั่งที่ได้รับนี้อสูรระดับเทพแท้ในปราสาทตกอยู่ในอันตรายทันทีรวมทั้งลินลี่ย์ บีบี เดเลียและนีซ...

เริ่มเกิดวิกฤติ!

ลินลี่ย์เดินตรงผ่านทรายเหลืองอย่างระมัดระวัง  เขามองดูเหมือนนักรบโลหะ ลินลี่ย์ใช้เกราะชีพจรป้องกันเพื่อปกป้องทุกส่วนของร่างกายเขา

“ควั่บ” เงาดาบสายหนึ่งระเบิดพลังออกมาจากด้านข้างของลินลี่ย์!

ลินลี่ย์เพียงแต่รู้สึกเหมือนกับว่าเขากลายเป็นเรือน้อยที่เผชิญคลื่นลมรุนแรงในมหาสมุทรทันที

จบบทที่ ตอนที่ 15-7 การเลือก

คัดลอกลิงก์แล้ว