เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14-5 เหรียญตราอสูร

ตอนที่ 14-5 เหรียญตราอสูร

ตอนที่ 14-5 เหรียญตราอสูร


ยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาซึ่งเผ่ามังกรดำอาศัยอยู่สูงเสียดฟ้ายอดเขาแหลมเหมือนดาบบนยอดเขามีปราสาทโบราณหลังหนึ่งซึ่งสร้างขึ้นจากอดาแมนเทียม ตามตำนานบอกไว้ว่าเจ้าของปราสาทดำนี้ชอบอดาแมนเทียมมาก

“วูบบบ!” ร่างชุดยาวดำผู้ถูกเรียกว่าอสูรกวาดสายตาไปที่สมาชิกเผ่ามังกรดำที่กำลังหวาดผวา  จากนั้นบินตรงเข้าไปในปราสาทดำ  ประตูเข้าสู่ปราสาทดำเปิดออก และผู้คนในปราสาทออกมาต้อนรับอสูรผู้นี้เข้าไปทันที

สมาชิกอื่นของเผ่ามังกรดำเมื่อเห็นเช่นนี้  ก็เริ่มอดจับกลุ่มคุยกันเองไม่ได้

“อสูรมาเยี่ยมเยียนหัวหน้าเผ่าจริงๆ ด้วย  เขาไม่ได้มาฆ่าหัวหน้าเผ่าใช่ไหม?”

“ร่างเดิมของเจ้าสงสัยเป็นต้องเป็นลาหกหูแน่  ต่อให้เป็นเทพ เจ้าก็ยังโง่อยู่ดี  คิดดูสิ ถ้าอสูรมาฆ่าหัวหน้าเผ่าจริงๆหัวหน้าเผ่าจะส่งคนออกมาเปิดประตูปราสาทต้อนรับอสูรเข้าไปข้างในหรือ?  ขณะที่ข้าเห็นดูเหมือนหัวหน้าคงมีเรื่องธุระสำคัญบางอย่างเป็นสาเหตุให้ต้องเชิญอสูรเข้ามา”

สมาชิกของเผ่ามังกรดำยังคงพูดคุยกันเอง

ในพื้นที่ระดับครึ่งภูเขาลินลี่ย์นั่งอยู่บนก้อนหินฟังคำสนทนาเหล่านี้ เขาอดขมวดคิ้วไม่ได้ เขาเงยหน้าขึ้นมองปราสาทดำที่ตั้งอยู่บนยอดเขา  ปราสาทดำนั้นมีมังกรดำขนาดใหญ่หลายสิบตัวขดตัวพันรอบ

“เจ้าครองปราสาทมังกรดำก็คือหัวหน้าเผ่ามังกรดำสเตอร์ตัน ผู้แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ามังกรดำ!”  ลินลี่ย์พึมพำกับตนเอง

การใช้เวลาสองเดือนในเผ่ามังกรดำ  ลินลี่ย์ได้เรียนรู้เรื่องราวสองสามเรื่อง  เผ่ามังกรดำแม้ว่าจะเป็นเพียงเผ่าเล็กไม่สำคัญจากหลายๆ เผ่าในแดนนรก  แต่ก็มีลำดับที่เข้มงวดมาก

พวกระดับต่ำสุดรวมทั้งเทียมเทพอย่างลินลี่ย์  พวกเขาไม่มีรายได้ รวมทั้งไม่มีเครื่องแบบ

ชั้นกลางรวมพวกเทพแท้ผู้รับผิดชอบดูแลมังกรดำเจอร์ราร์ด  ที่สำคัญคือทั่วทั้งเผ่ามังกรดำมีมังกรดำอยู่หลายตัว ดังนั้นมีคนเพียงจำนวนน้อยที่สามารถเลี้ยงมังกรดำได้ แม้ว่ารายได้มากกว่าครึ่งจากการเลี้ยงดูมังกรดำเหล่านี้ต้องมอบให้หัวหน้าเผ่าก็ตาม  แต่การเลี้ยงมังกรดำเจอร์ราร์ดก็ยังเป็นการสั่งสมความมั่งคั่งที่เร็วที่สุด

ชั้นบนเป็นของทหารของเผ่า

ทหารของกองทัพที่นี่เป็นเทพแท้กันหมด และยังคงได้รับการฝึกโดยเจาะจงจากหัวหน้าสเตอร์ตัน  ถ้าใครกลายเป็นสมาชิกของทหารประจำเผ่า  หัวหน้าเผ่าจะให้เงินทุกๆ หมื่นปีหรือมากกว่านั้น

ที่พักอาศัยของลินลี่ย์อยู่ที่ระดับครึ่งเขาตอนนี้มีแต่เพียงลินลี่ย์ เดเลียและบีบีอยู่เท่านั้น.

“อสูรนั่นทรงพลังมาก” บีบีถอนหายใจชมเชย

“พลังของหัวหน้าก็ไม่ต่ำทรามเหมือนกัน”  ลินลี่ย์กล่าวเหมือนกับว่ากำลังคิดบางอย่าง

เดเลียมองลินลี่ย์จากนั้นกล่าว“ลืมเรื่องเข้าดินแดนนรกได้เลย แม้แต่ในแคว้นไนท์บลาสของทวีปเรดบุด ก็มีเผ่าพันธุ์ต่างๆ นับไม่ถ้วนที่ยึดเอาภูเขาในแคว้นนี้ซึ่งมีรัศมีพื้นที่เกินกว่าพันล้านกิโลเมตร

เมื่อใดก็ตามที่เขาคิดถึงเรื่องขนาดที่น่ากลัวของแคว้นไนท์บลาส เขาได้แต่คิดว่าพลังอำนาจปัจจุบันของเผ่ามังกรดำมีมากขนาดไหน

ในแดนนรกพลังอำนาจอย่างเผ่ามังกรดำนับว่ายังอ่อนแอไม่ต่างอะไรกับมด  พวกเขามีมากจนเกินไป

“อย่างไรก็ตาม แม้ในเผ่ามังกรดำก็ยังมีเทพแท้อยู่มากมาย แม้ว่าข้าจะไม่เคยเห็นท่านลอร์ดสเตอร์ตัน ข้าคาดว่าสำหรับเขาที่สามารถเป็นหัวหน้าเผ่ามังกรดำได้ และความมั่งคั่งของเผ่าครึ่งหนึ่งต้องมอบกับเขา  เขาน่าจะเป็นเทพชั้นสูง!”

ลินลี่ย์เข้าใจทันที

ในแดนนรก..

พวกเทพไม่มีอะไรมากกว่าไปสามัญชนบางทีในกลุ่มพวกเทพสิบคนจะมีเทพแท้สักหนึ่ง ขณะที่มีเพียงหนึ่งในหมื่นจะกลายเป็นเทพชั้นสูง  แต่แม้ว่าโอกาสจะเป็นไปได้ต่ำมาก  เมื่อมีใครคิดว่าแดนนรกกว้างใหญ่ไพศาลเพียงไหน  ก็จะต้องเข้าใจว่าเทพชั้นสูงมีมากมายเช่นกัน!

“นี่คือความเป็นอยู่ในแดนนรก  สถานที่ซึ่งยอดฝีมือมีทั่วไปดาษดื่นเหมือนเมฆ!”  ลินลี่ย์ใจสั่นสะท้าน

“พี่ใหญ่”  บีบีทุ่มหมวกฟางลงและพูดตามปกติ  “ปู่ข้าบอกว่าในที่อย่างแดนนรก ผู้ที่กลายเป็นเทพโดยผ่านการหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์เป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับสถานะระดับสูง  มีแต่ผู้กลายเป็นเทพด้วยตัวเองเท่านั้นและผสานเคล็ดลึกลับได้จึงจะมีโอกาส ขอเพียงมีความปรารถนาแรงกล้า คนเราก็มีสถานะสูงส่งได้!”

ลินลี่ย์เห็นด้วยกับความคิดนี้ในใจ

“ลินลี่ย์, ข้าจะไม่ถ่วงเจ้าให้ช้าลงหรอกนะ”  เดเลียที่อยู่ใกล้ๆ พูดขึ้นทันที

ลินลี่ย์หันไปมองเดเลีย เขาเข้าใจความคิดของเดเลียดี เดเลียเป็นสตรีที่มีความปรารถนาแรงกล้า ลินลี่ย์อดหัวเราะไม่ได้ขณะโอบกอดเดเลีย “เดเลีย, เจ้าน่ะหรือ? ที่ถ่วงข้าให้ช้า? เจ้าคิดดูสิ ในกลุ่มของเราที่นี่มีแต่ข้าที่เป็นเพียงเทียมเทพ เป็นข้าที่ถ่วงเจ้าให้ช้าลง”

เดเลียรู้สึกอบอุ่นในหัวใจนางจะไม่รู้ได้ยังไงว่าในความเป็นจริงลินลี่ย์ครอบครองสมบัติมหาเทพสำหรับปกป้องวิญญาณ หนึ่งในหมู่พวกเขาสามคนใครเล่าเป็นตัวแปรมากที่สุด? เมื่อเขาทุ่มเทจริงๆ ถ้าลินลี่ย์เผชิญกับศัตรูที่เชี่ยวชาญในเรื่องการโจมตีวิญญาณที่สุดเขาก็สามารถตอบโต้ได้อย่างสมบูรณ์!

“ถึงเวลากลางวันแล้วพวกท่าน  เปิดห้อง!  อ๊าค!!!  ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”  เมื่อเห็นอย่างนี้ บีบีร้องออกมาขณะปิดตา

“เจ้าเด็กร้ายกาจ”เดเลียอดหัวเราะขณะดุเขาไม่ได้

เวลานี้ ชายชราผมหงอกบัฟเฟ็ตบินมาหาแต่ไกล  เมื่อเห็นลินลี่ย์กับพวกพ้องอีกสองคนเขาหัวเราะลั่น  “ลินลี่ย์  เจ้าอยู่ในเผ่าของเรามาได้ระยะหนึ่งแล้วรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?”

“ไม่เลว” ลินลี่ย์ลุกขึ้นยืนและยิ้มทันที  “อย่างน้อย, เราก็ไม่พบกับอันตรายแต่อย่างใด”

บัฟเฟ็ตพูดพร้อมกับถอนหายใจ  “ใช่แล้ว ถ้าพวกเจ้าอยู่ข้างนอก พวกเจ้าจะได้เรียนรู้ว่า...มีกลุ่มโจรอยู่มากมายที่ลอบปล้นฆ่าผู้เดินทางในแดนนรก  กล่าวโดยทั่วไปก็คือเทพแท้และเทียมเทพก็ยังไม่กล้าเดินทางในแดนนรกตามลำพังเลย”

“แม้แต่เทพแท้ก็ยังไม่กล้าเหรอ?”  บีบีจ้องหน้า

บัฟเฟ็ตเดินเข้ามาใกล้โต๊ะหินและนั่งลงจากนั้นพยักหน้า  “ใช่แล้ว,ไม่แม้แต่เทพแท้ กลุ่มโจรของแดนนรกโดยทั่วไปจัดตั้งกันจากพวกเทียมเทพและเทพแท้เจ้าคิดหรือว่าทั้งกลุ่มโจรที่เป็นเทพแท้และเทียมเทพจะไม่สามารถจัดการกับเจ้าได้  เทพแท้โดยลำพัง?  พวกเขาได้เปรียบที่จำนวน!”

“อย่างนั้นทำไมเทพชั้นสูงถึงไม่ทำตัวเหมือนโจร?”  บีบีพูดต่อ

“ฮ่าฮ่า” บัฟเฟ็ตหัวเราะ “เทพชั้นสูง, แม้แต่ในแดนนรก นับได้ว่าเป็นชนชั้นสูงทำไมพวกเขาต้องเข้ามาร่วมทำเรื่องที่อันตรายอย่างการเป็นโจร?  ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนอาวุธเทพชั้นสูงการปรับแต่งอัญมณีศักดิ์สิทธิ์หรือเข้าร่วมกับสำนักตระกูลใหญ่และกลายเป็นผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งพวกเขาก็สามารถมีชีวิตอย่างอิสรเสรีได้อย่างง่ายๆ”

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

ก็เหมือนกับที่ทวีปยูลาน ยอดฝีมือที่แท้จริงอย่างเช่น ยอดฝีมือระดับเก้าก็มีความหยิ่งผยอง  อย่างไรก็ตามในทวีปยูลานยังมีกลุ่มโจรที่มีชื่อเสียงซึ่งมียอดฝีมือสองสามคนอยู่ในกลุ่มพวกเขา

“แต่แน่นอนในแดนในนรกมีกลุ่มพวกโจรที่แข็งแกร่งมากอยู่สองสามกลุ่ม เพียงแต่กลุ่มโจรอย่างนี้จึงจะมีเทพชั้นสูงอยู่ด้วย  อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกเขาจะมีเทพชั้นสูง แต่โดยทั่วไปพวกเขาจะไม่ลงมือกับเทพชั้นสูงอื่น  ที่สำคัญพวกเขาจะรู้ได้ยังไงว่าเทพชั้นสูงคนอื่นๆ ทรงพลังมากขนาดไหน? มีช่องว่างห่างกันมากระหว่างเทพชั้นสูงเช่นกัน”  บัฟเฟ็ตถอนหายใจ

ลินลี่ย์เห็นด้วยเต็มที่

ตัวอย่างเช่นซาดิสต์ที่ถูกบลูไฟร์ฆ่าตายในท่าเดียว

แอดกินส์เมื่อเผชิญหน้ากับเบรุต ร่างเทพชั้นสูงทั้งสองของเขาถูกทำลายโดยการหวดสองทีเท่านั้น

“ในแดนนรกของเราแม้ว่าจะมีโจรอยู่มากมายที่คอยซุ่มโจมตีผู้คน แต่ก็มีพลังอำนาจสามอย่างที่พวกเขาไม่กล้าตอแย  อันดับแรกคือกองทัพเรดบุด!”  ในน้ำเสียงที่อบอุ่นเป็นกันเองบัฟเฟ็ตยังพูดสาธยายความรู้ทั่วไปให้กลุ่มลินลี่ย์ขณะที่ลินลี่ย์กับอีกสองคนตั้งใจฟังอย่างระมัดระวัง

ที่สำคัญคือ กลุ่มของลินลี่ย์ตั้งใจจะมุ่งหน้าไปทวีปบลัดริจ

เพียงแต่ตอนนี้พวกเขายังอ่อนแอเกินไป  พวกเขาต้องอดทนไปก่อนในตอนนี้

“กองทัพเรดบุด เข้าใจแล้ว” ลินลี่ย์กับอีกสองคนพยักหน้าเข้าใจ นั่นเป็นกองทัพที่อยู่ภายใต้การควบคุมของมหาเทพเป็นกองทัพที่ทรงพลังที่สุดใครจะกล้าตอแยพวกเขา?

“อำนาจที่สองก็คือกองทัพประจำแคว้น!”  บัฟเฟ็ตถอนหายใจ

“กองทัพประจำแคว้น?”ลินลี่ย์และอีกสองคนงง

“กองทัพประจำแคว้นคืออะไร ท่านผู้เฒ่า?”  บีบีถามอย่างไม่เข้าใจ

บัฟเฟ็ตกล่าว “ทั่วทั้งแดนนรกมีทั้งหมด 108 แคว้นดินแดน และทวีปเรดบุตของเราก็มีเกือบ 20 แคว้น ทุกๆ แคว้นจะมีกองทัพเป็นของตนเอง! ตัวอย่างเช่นแคว้นไนท์บลาสของเราปกติจะมีกองทัพไนท์บลาส  กองทัพเหล่านี้รู้จักกันดีว่าคือ ‘กองทัพประจำแคว้น’ ภายในแคว้นต่างๆ เองทุกคนต่างก็มีความยินดีถ้าทหารไม่ก่อความยุ่งยากให้พวกเขา  ใครกันเล่าจะกล้ารุกรานกองทัพ?  เมื่อกองทัพเพ่งเล็งเจ้า  แต่ให้เจ้าเป็นเทพชั้นสูง  เจ้าก็เท่ากับพบความยุ่งยาก”

ตอนนี้ลินลี่ย์เข้าใจ

“กองทัพรีบุดและกองทัพประจำแคว้น  ข้าสามารถเข้าใจทั้งสองได้  พวกเขาก็คือกองทัพยักษ์ทั้งสอง อย่างนั้นอำนาจที่สามที่ท่านบอกว่าพวกโจรไม่ยินดีจะตอแยด้วย คืออะไร?”ลินลี่ย์ถาม

ตาของบัฟเฟ็ตเป็นประกายคาดหวัง “พวกอสูร!”

“อสูร!?”

ลินลี่ย์ เดเลียและบีบีใจสั่นสะท้าน  ขณะเดียวกันพวกเขาเพิ่มความสงสัย

“ท่านบัฟเฟ็ต, อสูรคืออะไร?” เดเลียถาม

ลินลี่ย์ก็สงสัยมากเช่นกัน พวกเขาเพิ่งมองเห็นบุรุษชุดดำบินเข้าไปในปราสาทอดาแมนเทียม คนในเผ่ามังกรดำเมื่อเห็นบุรุษนั้นต่างร้องเรียกบุรุษนั้นว่า ‘อสูร’

“อสูรเป็นรูปแบบของคำเรียกนำหน้าชื่อ”บัฟเฟ็ตพูดพลางถอนหายใจ “พวกเขาเป็นนักรบผู้กล้าหาญของแดนนรก กลุ่มนักรบที่ไม่กลัวอันตราย!  ใครที่สามารถกลายเป็นอสูรได้ต่อให้เที่ยวไปทั่วแดนนรกจะไม่ค่อยเผชิญกับกลุ่มโจรที่ยอมลงมือกับพวกเขา

ใจของลินลี่ย์ปั่นป่วน เขาคิดถึงตนเอง “เขากำลังจะไปทวีปบลัดริจ การเดินทางที่นั่นเป็นระยะทางที่ไกลมาก  ถ้าข้ากลายเป็นอสูรจากนั้นข้าก็แค่เผชิญหน้ากับความยากลำบากในหนทางไม่กี่อย่าง

บีบีกับเดเลียมีความคิดอย่างเดียวกัน

“คำนำหน้าว่าอสูรมันเป็นยังไงกันแน่ ผู้เฒ่า? แล้วจะกลายเป็นอสูรได้ยังไง?” บีบีถาม

บัฟเฟ็ตกล่าว “จะกลายเป็นอสูรนั้นไม่ยากเกินไป  เจ้าสามารถไปที่เมืองไหนก็ได้อย่างเมืองที่ใกล้ที่สุดของเราก็คือเมืองรอยัลวิง ที่เมืองรอยัลวิง ถ้าเจ้าใช้เงินสักหมื่นศิลาดำเจ้าก็สามารถขอเข้ารับภารกิจได้ ถ้าเจ้าผ่านภารกิจทดสอบ เจ้าจะกลายเป็นอสูร!  เอ่อ.. นี่หมายถึง เจ้าจะกลายเป็นอสูรหนึ่งดาว”

“หมื่นศิลาดำแค่เพื่อร่วมภารกิจทดสอบ?” บีบีอดถลึงตาไม่ได้

ลินลี่ย์รู้สึกว่านี่จะฟุ่มเฟือยเกินไป

หมื่นศิลาดำมิใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ

“ท่านเพิ่งบอกว่าอสูรหนึ่งดาว?”

บัฟเฟ็ตพยักหน้า “อสูรมีการจัดระดับกันไว้จากตั้งแต่หนึ่งดาวจนถึงระดับที่น่ากลัวคืออสูรเจ็ดดาว  นี่ขึ้นอยู่กับระดับภารกิจที่พวกเขาสามารถรับทำได้ พวกที่สามารถรับภารกิจเจ็ดดาวได้จะรู้จักกันในนามว่าอสูรเจ็ดดาว!”

“อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องทั่วไปที่มีความเป็นไปได้ว่าสำหรับพวกเทพจะยอมรับทดสอบภารกิจง่ายๆ!”  บัฟเฟ็ตพูดพลางถอนหายใจ  “และนั่นเป็นความเป็นไปได้ประการเดียว!”

“งานที่พวกเหล่าอสูรเข้าร่วมทำจะอันตราย  พวกเขาล้วนแต่กล้าหาญ  แม้แต่พวกโจรก็ไม่กล้าเผชิญกับพวกเขา  สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ...เจ้าไม่สามารถบอกได้ว่าระดับดาวของอสูรได้จากแค่การเห็น  จากโดยผิวเผิน ใครไม่สามารถบอกความแตกต่างได้ระหว่างอสูรหนึ่งดาวและอสูรเจ็ดดาว”  บัฟเฟ็ตกล่าว

“จากผิวเผิน? หมายความว่ายังไง?”

บัฟเฟ็ตยิ้มขณะที่เขาชี้ไปที่ปราสาทดำบนยอดเขา“เจ้าสังเกตเห็นหรือไม่?อสูรนั้นที่เพิ่งมาถึงจะมีเหรียญตราอสูรติดอยู่ที่ชุดตรงหน้าอก! เหรียญตราเหล่านี้จะได้รับหลังจากคนผู้หนึ่งผ่านภารกิจทดสอบ  อสูรแต่ละคนจะมีสัญลักษณ์อสูรแบบเดียวกัน!”

“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอสูรดาวเดียวหรืออสูรเจ็ดดาว  จากที่เห็นโดยผิวเผิน เจ้าจะดูเหมือนกัน มีแต่ใช้วิธีการพิเศษบางอย่างจึงจะสามารถตัดสินระดับดาวของอสูรได้ได้

บีบีขมวดคิ้ว  “เหรอ?  อสูรนั่นทรงพลังขนาดไหน?”

“ข้าไม่แน่ใจเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม แม้แต่อสูรที่อ่อนแอที่สุดก็เป็นระดับเทพแท้  กล่าวโดยทั่วไปอสูรที่เหนือกว่าระดับธรรมดาทั่วไปจะเป็นระดับเทพชั้นสูงกันหมด!”  บัฟเฟ็ตกล่าว  “ดังนั้นพวกโจรจึงไม่กล้าล่วงเกินพวกอสูร  ที่สำคัญอสูรหลายคนเป็นเทพชั้นสูง!  ถ้าเจ้าเผชิญกับอสูรหกดาวหรืออสูรเจ็ดดาวที่น่ากลัว ไม่ว่ากลุ่มโจรของเจ้าจะทรงพลังเพียงไหน ก็มีแต่จบสิ้น”

ลินลี่ย์ตกใจ

อสูรส่วนใหญ่เป็นเทพระดับสูง?  ที่อ่อนแอที่สุดเป็นเทพ?ดูเหมือนว่าคุณภาพของอสูรก็ไม่ต่ำไปกว่ากองทัพเรดบุดแม้แต่น้อย

บีบีนัยน์ตาเป็นประกาย “ท่านบอกว่ามากกว่าครึ่งของอสูรเป็นเทพชั้นสูง  อสูรเจ็ดดาวเหล่านั้นจะทรงพลังมากมายขนาดไหน?”

“อสูรเจ็ดดาวคือเหล่าบรรดายอดฝีมือที่ทรงพลังที่สุดของแดนนรก!” ตาของบัฟเฟ็ตมีแววเลื่อมใสในตัวพวกเขา “เทพชั้นสูงธรรมดาไม่สามารถสู้ตอบโต้กับพวกนั้นได้เลยแม้แต่น้อย  เมื่อเจ้าถึงระดับอสูรเจ็ดดาว  เจ้าจะมีชื่อเฉพาะตัวเองตัวอย่างเช่นในทวีปเรดบุดเรา เท่าที่ข้ารู้ เราก็มีเช่น อสูรจันทร์เงิน และอสูรเลือดม่วงสุดยอดฝีมือผู้มีชื่อเสียงเกริกไกรทั่วทั้งแดนนรก”

จบบทที่ ตอนที่ 14-5 เหรียญตราอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว