เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13-28 ภูเขาฆ้องทองแดง

ตอนที่ 13-28 ภูเขาฆ้องทองแดง

ตอนที่ 13-28 ภูเขาฆ้องทองแดง


ภายในร้านอาหารในเมืองเฮส  ทุกคนตกอยู่ในอาการตะลึง

ท่านเลเกอร์ผู้ยิ่งใหญ่เมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กหนุ่มหมวกฟางดูเหมือนจะกลายเป็นทารกไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่น้อย  เขาถูกฆ่าโดยตรง  และจากที่เห็นเด็กหนุ่มหมวกฟางจะเชื่อฟังคำสั่งชายหนุ่มที่นั่งอยู่ ก็หมายความว่าพลังของบุรุษหนุ่มที่นั่งอยู่นั้นยิ่งใหญ่กว่า!

“พวกเขา?” เบลิตาเข้ามาใกล้บิดาของนางจ้องมองลินลี่ย์และบีบีอย่างประหลาดใจ

ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว

“ใต้เท้า!  ท่านเรียกหาหรือขอรับ?”  ในตอนนี้บุรุษผมหงอกอยู่ในอาการกระวนกระวาย

เขาเข้าใจว่าถ้าลินลี่ย์และบีบีต้องการฆ่าเขา  เขาคงตายแน่นอน

“พี่ใหญ่ข้าบอกให้เจ้าเข้ามาที่นี่ไงเล่า”  บีบีถลึงตาใส่เขาขณะตะคอกใส่  บุรุษผมหงอกมีร่างสั่นสะท้านเล็ก้อย  จากนั้นเดินเข้ามาที่โต๊ะทันทีและรอคำถามของลินลี่ย์ด้วยความเคารพ

“ข้าชื่อแซ็ต!”  บุรุษผมหงอกแจ้งชื่อตนเองโดยตรง

“เจ้ามาจากพิภพจองจำเกบาโดสใช่ไหม?”  ลินลี่ย์ถามอย่างสงบ ขณะที่ถามลินลี่ย์ใช้สนามพลังเทพทำให้คนธรรมดาในร้านอาหารไม่ได้ยินพวกเขาพูด

“ขอรับ, ใต้เท้า”  แซ็ตตอบอย่างเชื่อฟัง

ที่สำคัญร่างของเลเกอร์นอนนิ่งอยู่กับพื้น แซ็ตเข้าใจว่าถ้าอสูรทั้งสองที่อยู่ต่อหน้าเขาไม่พอใจ  พวกเขาสามารถฆ่าเขาได้ทุกเมื่อ  ตอนนี้ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือยอมร่วมมือให้สิ่งที่พวกเขาต้องการและทำให้พวกเขาพอใจ  มีแค่ทำเช่นนี้เท่านั้นเขาจึงจะรักษาชีวิตได้

ลินลี่ย์ตาเป็นประกายคมกล้า  เขาจ้องแซ็ต “ข้าขอถามเจ้า จ้าวภูเขาฆ้องทองแดงเป็นใคร?”

จ้าวภูเขาฆ้องทองแดง!

นี่คือคนที่ทำให้ลินลี่ย์รู้สึกกังวลและก่อนเลเกอร์ตาย เขาได้พูดว่าอาจารย์ของเขาก็คือจ้าวภูเขาฆ้องทองแดง  คนที่สามารถเป็นอาจารย์ของเซียนชั้นสุดยอดได้คงไม่ใช่คนธรรมดา  เมื่อพวกเขาฆ่าเลเกอร์ไปแล้ว  ลินลี่ย์ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าจ้าวภูเขาฆ้องทองแดงเป็นใคร

“อาจารย์?” แซ็ตประหลาดใจเล็กน้อย

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

“เราไม่รู้จักชื่อของอาจารย์  เพราะเขาอาศัยอยู่ที่ภูเขาฆ้องทองแดง  พวกเราก็เลยเรียกท่านว่าจ้าวภูเขาฆ้องทองแดง”  เมื่อพูดถึงจ้าวภูเขาฆ้องทองแดง ตาของเขาจะเป็นประกายเทิดทูน “อาจารย์คือยอดฝีมือที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เราเคยเห็น”

“เหรอ?” ตาของลินลี่ย์หรี่แคบ

แซ็ตยังคงพูดต่อไป  “แม้ว่าจะเป็นเวลาเพียงยี่สิบปีหลังจากที่เราหนีออกมาจากเกบาโดสกลับมายังทวีปยูลาน ในช่วงเวลานี้มีสุดยอดเซียนสองคนที่อาจารย์ให้คำแนะนำและสามารถก้าวหน้าบรรลุความเป็นเทพด้วยตัวพวกเขาเอง”  ตาของแซ็ตเต็มไปด้วยความเคารพ “คนที่สามารถช่วยให้เราก้าวผ่านสภาพคอขวดไปได้.. เราจะไม่เคารพสักการะยอดฝีมืออย่างเขาได้ยังไง?”

“อะไรนะ?”

ไม่ว่าลินลี่ย์จะมีสีหน้าสงบเพียงไหนแต่เขาก็อดเปลี่ยนสีหน้าไม่ได้

แม้แต่บีบีที่อยู่ใกล้ก็ยังไม่อยากเชื่อ“เจ้าบอกว่าคนสองคนที่กลายเป็นเทพเมื่อเร็วๆ นี้ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ของเจ้า?”

อาการคอขวดของการฝึกฝนเป็นสภาพที่ยากจะบรรลุผ่านไปได้

แม้ว่าคนที่ทรงพลังอย่างลอร์ดเบรุตรู้ว่าเดลี่และคนอื่นๆติดอยู่ในสภาพคอขวด ได้แต่บอกพวกเขาให้เชื่อมั่นในตัวเอง  เขาไม่พูดอะไรอื่น...คนที่สามารถแนะนำเซียนชั้นสูงถึงวิธีบรรลุผ่านคอขวดย่อมเป็นยอดฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญในกฎธรรมชาติ

“จ้าวภูเขาฆ้องทองแดงเป็นยอดฝีมือระดับใด?”  ลินลี่ย์ถามทันที

“ข้าไม่รู้” แซ็ตส่ายศีรษะ  “อย่างไรก็ตามอาจารย์มีพี่ชายอยู่สองคนน่าจะเป็นระดับเทพแท้”

ลินลี่ย์กับบีบีมองหน้ากันเอง

พี่ชายของเขาเป็นเทพแท้?อย่างนั้นจ้าวภูเขาฆ้องทองแดงอย่างน้อยก็ต้องเป็นเทพแท้เช่นกัน

“ข้าก่อเรื่องเสียแล้ว”  บีบีคอตกขณะมองลินลี่ย์

เขาฆ่าลูกศิษย์ของยอดฝีมือที่ทรงพลัง  ไม่สำคัญว่าบีบีจะวู่วามขนาดไหน  แต่เขาเข้าใจถึงระดับปัญหาที่เขาสร้างขึ้น

ลินลี่ย์หัวเราะปลอบโยน  “บีบี, ดูเหมือนการเดินทางของเราจะต้องสั้นลงเสียแล้ว”  หลังจากล่วงเกินศัตรูที่มีอำนาจอย่างนั้นพวกเขามีแต่ต้องรีบกลับปราสาทเลือดมังกร

“ก็ได้” บีบีพยักหน้า

“ใต้เท้า, ไม่จำเป็นต้องกังวลไปเลย”  เมื่อได้ยินคำพูดของลินลี่ย์กับบีบี  แซ็ตเข้าใจว่าบีบีคิดอะไร  เขารีบกล่าว “ใต้เท้าไม่จำเป็นต้องกังวลเกินไป ท่านฆ่าเลเกอร์ แต่จะไม่มีใครตามสร้างความยุ่งยากให้กับท่าน”

ลินลี่ย์และบีบีค่อนข้างตกใจ

“โอว?” ลินลี่ย์มองดูเขารอคำอธิบาย

บีบียังคงกล่าว  “แซ็ต เป็นไปได้หรือว่าอาจารย์ของเจ้าจะไม่เห็นแก่หน้าศิษย์ของเขา?”

แซ็ตรีบกล่าว  “ใต้เท้า! ผู้ยิ่งใหญ่ของภูเขาฆ้องทองแดงมีฐานะระดับใดแล้ว?  เลเกอร์กับข้าเป็นเพียงเซียนชั้นสูง  เราจะกลายเป็นศิษย์ของเขาได้ยังไง?”

“แต่เจ้าเรียกเขาเป็นอาจารย์?”  บีบีงง

แซ็ตหัวเราะเยาะตัวเอง  “ใต้เท้า, แม้ว่าเราจะเรียกจ้าวภูเขาฆ้องทองแดงว่าอาจารย์  แต่นั่นคือวิธีที่เรากำหนดสถานะเรียกเขาเท่านั้นจ้าวภูเขาฆ้องทองแดงไม่เคยยอมรับเราเป็นศิษย์”

ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว  “อธิบายรายละเอียดซิ”

แซ็ตอธิบาย  “ใต้เท้า!  เราทุกคนหนีมาจากพิภพจองจำ  และจากนั้นเรามาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เพียงแต่หลังจากนั้นเราได้ยินว่ามีสุดยอดฝีมืออาศัยอยู่ที่ภูเขาฆ้องทองแดงท่านสามารถให้คำแนะนำให้กับพวกฝึกฝนที่มาขอคำแนะนำจากเขา  มียอดฝีมือหลายคนให้ความเคารพต่อจ้าวภูเขาฆ้องทองแดง เลเกอร์และข้าทั้งสองก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย เพราะเราได้รับการสั่งสอนจากท่านเจ้าภูเขาฆ้องทองแดง  เราจึงนับถือท่านเหมือนครูบาอาจารย์  เพียงแต่ท่านเจ้าภูเขาฆ้องทองแดงไม่เคยยอมรับว่าเราเป็นลูกศิษย์”

“ถ้าเราได้คนอย่างเขาเป็นอาจารย์  ในพิภพจองจำ เราคงไม่อยู่ในสภาพแย่อย่างนั้น”

ลินลี่ย์กับบีบีเข้าใจทันที

“เจ้านี่ช่างหน้าหนาจริงๆ”  บีบีแค่นเสียง

แซ็ตหัวเราะอย่างขัดเขิน

“จ้าวภูเขาฆ้องทองแดงนี้เป็นคนที่น่าอัศจรรย์จริงๆ”  ลินลี่ย์ถอนหายใจชมเชย  ยอดฝีมืออย่างนี้คงจะให้คำสอนสั่งกับคนที่มาขอคำแนะนำได้  อย่างน้อยที่สุดเขาไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว  ไม่ใช่คนถือตัวเองเป็นใหญ่”

“เจ้าเพิ่งบอกว่าสองคนที่กลายเป็นเทพด้วยตัวเองเมื่อเร็วๆนี้ต้องขอบคุณคำแนะจำของจ้าวภูเขาฆ้องทองแดงใช่ไหม?” ลินลี่ย์ยังคงรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ

“ถูกแล้ว” แซ็ตถอนหายใจ “นี่เป็นเรื่องแน่นอน ข้ารู้จักคนหนึ่งในนั้น”

“เป็นไปได้ยังไงที่เราจะไม่สนใจไปเยี่ยมเยียนคนที่น่าทึ่งอย่างนี้?  บีบี, เจ้าคิดว่ายังไง?”  ลินลี่ย์มองบีบีซึ่งพยักหน้าเห็นด้วย  ขณะเดียวกันเขาหันไปมองแซ็ต  “นี่, แล้วจ้าวภูเขาฆ้องทองแดงอยู่ที่ไหน?”

“ภูเขาฆ้องทองแดงอยู่ในภูมิภาคใต้ของสหภาพศักดิ์สิทธิ์  เป็นพื้นที่ซึ่งมีอสูรเวทมากมายครอบครอง  อาจารย์อยู่ภายในภูเขาใหญ่ที่นั่น  ใต้เท้า, ถ้าท่านต้องการข้าจะนำทางท่านไปที่นั่น ไม่ใช่แค่เซียนชั้นสูงเท่านั้นที่ไปขอคำแนะนำของอาจารย์  ยังมีพวกระดับเทพเหมือนกัน”

ลินลี่ย์รู้สึกยิ่งทึ่งในใจ

จ้าวภูเขาฆ้องทองแดงต้องเป็นคนที่ไม่ธรรมดาแน่นอน  ตอนนี้ลินลี่ย์ต้องการพบกับเขามาก

“เพียงแต่ถ้าใต้เท้าไป  ใต้เท้าก็ต้องทำใจสักเล็กน้อย  อาจารย์จะให้คำแนะนำถ้าเขารู้สึกว่าอยากจะทำ”  แซ็ตอธิบาย “ในการเดินทางไปภูเขาฆ้องทองแดงของเรา เราอาจต้องรอกันนาน ถ้าโชคดีพอก็จะได้พบอาจารย์”

“ถ้าเราได้พบเขา เราก็จะพบ  ถ้าเราไม่สามารถพบได้   อย่างนั้นก็แค่ไปเที่ยวกัน”  ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น

“ไปเถอะ ไปกันเดี๋ยวนี้เลย” บีบีค่อนข้างใจร้อน

แซ็ตพูดอย่างอ่อนโยน  “ข้ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้นำทางใต้เท้าทั้งสอง”  ทันใดนั้นแซ็ตนำทางออกไปจากร้านอาหารทันที  ขณะที่ลินลี่ย์และบีบีเดินตาม  ลินลี่ย์ปล่อยสนามพลังเทพซึ่งป้องกันไม่ให้คนอื่นในร้านอาหารได้ยินคำสนทนาของพวกเขา

“พวกท่านทั้งสอง...”  เบลิตารีบไล่ตาม ต้องการแสดงออก  แต่นางถูกสนามพลังของลินลี่ย์กันเอาไว้

“ควั่บ!”

เงาทั้งสามวูบหายไปในอากาศและพุ่งหายลับฟ้าไปในขอบฟ้าทิศใต้

“ยอดฝีมือทั้งสามนี้เป็นใครกัน? แม้แต่สุดยอดเซียนอย่างท่านเลเกอร์ยังถูกสังหารในครั้งเดียว”  ตอนนี้ผู้คนในร้านอาหารเริ่มจะกล้าพูด  ขณะเดียวกันหลายคนแหงนหน้ามองท้องฟ้าพยายามอย่างว่างเปล่าที่จะได้เห็นลินลี่ย์และคนอื่นๆ”

“เด็กหนุ่มคนนั้นแข็งแกร่งทรงพลังมาก เขาสามารถใช้นิ้วทั้งสองคีบรับพลังโจมตีจากดาบได้”

“ข้าคิดว่าบุรุษหนุ่มคนนั้นยังแข็งแกร่งมากกว่า..”

ทุกคนในร้านอาหารเริ่มพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น ขณะที่เบลิตาจ้องมองขอบฟ้ามองดูจุดที่กลุ่มของลินลี่ย์หายลับตาไปเบลิตาทำอะไรไม่ได้นอกจากจดจำความเมตตาครั้งนี้ไว้ในใจนาง

ภูเขาฆ้องทองแดงอยู่ไม่ไกลจากบ้านเกิดเมืองอู่ซันของลินลี่ย์  ทั้งยังนับได้ว่าอยู่ในอาณาเขตของพวกอสูรเวท

เพียงแต่พอมียอดฝีมือปรากฏอยู่ในพื้นที่นี้พวกอสูรเวทจึงไม่กล้าเข้ามาใกล้

“นี่คือภูเขาฆ้องทองแดง!”  ในกลางอากาศแซ็ตยืนอยู่พร้อมกับชุดยาวที่โบกสะบัด  แซ็ตชี้ไปที่ภูเขา

ข้างๆเขาคือลินลี่ย์กับบีบี

“ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีคนมากเลยนะ?”  ลินลี่ย์ค่อนข้างประหลาดใจ  ว่ากันตามเหตุผลแล้วสิ่งที่เขาเข้าใจก็คือ ถ้ายอดฝีมือมีหลายคนมาเยี่ยมเยียนจ้าวภูเขาฆ้องทองแดง  ที่นี่คงจะมีคนอยู่หลายคน  อย่างไรก็ตาม ลินลี่ย์จ้องมองคฤหาสน์ข้างล่าง ก็เห็นคนไม่มากเหมือนกัน

แซ็ตอธิบาย  “พี่ชายทั้งสองของอาจารย์จะเป็นคนแจ้งบอกเราหลังจากได้รับคำแนะนำจากอาจารย์  เราไม่อาจมารบกวนอาจารย์ได้อีกเป็นเวลาสิบปี”

“โอว” ลินลี่ย์เข้าใจ

ที่สำคัญมียอดฝีมือมากมายในทวีปยูลาน มีไม่มากนักที่รู้ถึงความคงอยู่ของจ้าวภูเขาฆ้องทองแดง เนื่องจากพวกเขาไม่มารบกวนเขาอีกเป็นเวลาสิบปีหลังจากได้รับคำแนะนำแล้ว  จึงไม่น่าแปลกใจซึ่งที่นี่มีคนไม่มาก

“ลงไปกันเถอะ” ลินลี่ย์บินลงไปเป็นคนแรก

ที่พักของจ้าวภูเขาฆ้องทองแดงเป็นคฤหาสน์ที่เงียบสงบ  ลินลี่ย์และคนอื่นๆ เมื่อมาถึงหน้าคฤหาสน์อดถอนหายใจอย่างทึ่งมิได้

“ที่พักแห่งนี้....” ลินลี่ย์รู้สึกได้ว่าที่พักนี้มีแก่นพลังธาตุที่ทรงพลังเล็ดลอดออกมา

แซ็ตมีท่าทีเทิดทูนบูชาอยู่ในสายตาเช่นกัน  “ที่อยู่แห่งนี้ถูกสร้างจากแก่นธาตุ  สร้างเข้าไปในช่อง  ถ้าท่านมองดูผนัง ท่านจะไม่เห็นรอยแตกแยกหรือรอยต่อแม้แต่รอยเดียว  สามารถควบคุมแก่นธาตุดินได้ง่ายๆแล้วสร้างเป็นคฤหาสน์แบบนั้นนับว่าเหลือเชื่อจริงๆ”

“เจ้าไม่เข้าใจ”  หน้าของลินลี่ย์เคร่งขรึมมาก

“โอว?” แซ็ตจ้องมองลินลี่ย์ด้วยความประหลาดใจ

ลินลี่ย์จ้องมองที่พักที่อยู่ข้างหน้าเขาอย่างเคร่งขรึม  แซ็ตเป็นเพียงสุดยอดเซียนและเขาไม่ได้ฝึกมาทางกฎธาตุดิน เป็นธรรมดาที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่าที่พักซึ่งสร้างจากแก่นธาตุดินนั้นน่าอัศจรรย์เพียงไหน  อย่างไรก็ตามลินลี่ย์เข้าใจ

“นี่คือเกราะผู้พิทักษ์ดินศักดิ์สิทธิ์ หรือเวทระดับเวทต้องห้ามซึ่งใช้แก่นธาตุดินเพื่อสร้างผู้พิทักษ์โลกมีขีดจำกัดว่าการสร้างขึ้นมาได้นั้นจะคงอยู่ได้นานเท่าใด”  ลินลี่ย์ยากจะเชื่อได้จริงๆ

เขาเชื่อว่าตั้งแต่มีบางคนสร้างคฤหาสน์นี้  เป็นไปไม่ได้ที่จะต้องลำบากแก้ปัญหานี้ทุกชั่วโมง

“นอกจากนี้สีของวัสดุของแก่นธาตุดินที่สร้าง...”  ลินลี่ย์จ้องมองวัสดุสีดำเก่าแก่ของที่อยู่  “มันคือสีของอดาแมนเทียม!” ลินลี่ย์รู้ว่าเมื่อเข้าถึงระดับเทพเมื่อผู้ใช้สามารถใช้เกราะผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์นั่นจะมีความแข็งระดับอดาแมนเทียม

เกราะผู้พิทักษ์ดินศักดิ์สิทธิ์ระดับอดาแมนเทียมไม่อาจคงอยู่ได้นาน

แต่คนผู้นี้เอามาใช้สร้างคฤหาสน์ทั้งหลัง?

“มีคนมาอีกแล้วหรือ?”  ประตูคฤหาสน์เปิดออกและบุรุษร่างกายกำยำศีรษะโล้นจ้องมองมา

แซ็ตรีบคำนับด้วยความเคารพทันที  “คารวะท่านเบอร์เกส”

“เจ้าอีกแล้ว?” บุรุษศีรษะโล้นขมวดคิ้ว  “โอว,ใช่แล้ว ครั้งสุดท้ายเมื่อสิบปีที่แล้ว” หลังพูดจบ บุรุษหัวโล้นมองดูลินลี่ย์กับบีบีดวงตาของเขามีแววสงสัยขณะประเมินลินลี่ย์กับบีบีอยู่ขณะหนึ่ง

ลินลี่ย์และบีบีคำนับอย่างนอบน้อมทั้งคู่เช่นกัน

“น้องสามของข้าเชิญให้พวกเจ้าทั้งสองเข้ามา  สำหรับเจ้าไปหาที่พักก่อน” บุรุษศีรษะโล้นกล่าว

“ขอแสดงความยินดีกับท่านทั้งสองด้วย”  แซ็ตไม่โกรธแม้แต่น้อย  กลับแสดงความยินดีกับลินลี่ย์และบีบีแทน

ไม่ใช่ว่าคนที่มายืนจ้างภูเขาฆ้องทองแดงจะได้รับการยอมรับ  แซ็ตคำนับจากนั้นออกไปเองทันที

“ท่านเบอร์เกส?”  ลินลี่ย์กล่าว

“ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ  แต่น้องสามของข้าต้องการพบกับเจ้าทั้งสอง  โชคของเจ้ายอดเยี่ยมจริงๆ”  บุรุษศีรษะโล้นเม้มริมฝีปากขณะนำลินลี่ย์กับบีบีเข้าไปในคฤหาสน์  “ฟังนะ เมื่อเจ้าพบกับน้องสามของข้า  เจ้าต้องแสดงความนับถือให้มากขึ้นอีกนิด”

ลินลี่ย์กับบีบีมองหน้ากันเองจากนั้นหัวเราะมองดูรอบๆ ตัว

คฤหาสน์นี้สร้างขึ้นจากแก่นธาตุดินทำให้มีความรู้สึกที่สะดวกสบาย นอกจากนี้ภายในลานภายในคฤหาสน์นี้มีบุรุษวัยกลางคนสองคนดูเหมือนจะนั่งสนทนากันหัวเราะกัน

“ข้าสงสัยจริงๆว่าคนไหนคือจ้าวภูเขาฆ้องทองแดง?” ลินลี่ย์มองดูคนทั้งสอง

จบบทที่ ตอนที่ 13-28 ภูเขาฆ้องทองแดง

คัดลอกลิงก์แล้ว