เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13-26 บ้านเกิด

ตอนที่ 13-26 บ้านเกิด

ตอนที่ 13-26 บ้านเกิด


“ครืนน...” ฝุ่นปลิวกระเด็นออกมาจากร่างของบีบีด้วยเหมือนกัน ทั้งฝุ่นทั้งสิ่งสกปรกถูกควบคุมได้ด้วยพลังที่มองไม่เห็นจากนั้นถูกบีบอัดเข้าไปในหิน

บีบีกดปีกหมวกฟางของเขามองดูลินลี่ย์อย่างตื่นเต้น  “พี่ใหญ่!ตอนนั้นท่านพูดถึงเรื่องเคล็ดลึกลับของดนตรี และเกี่ยวกับเคล็ดลึกลับของคลื่นเสียงและวิธีผสานเข้าด้วยกันเป็นสัจธรรมแห่งเสียงใช่ไหม? แล้วนี่คืออะไร?”  บีบีสับสนมาก

ลินลี่ย์ยิ้มเล็กน้อย

แม้ว่าเขาจะฝึกมาเพียงสองปีแต่การมองเห็นทางจิตและความสามารถในการหยั่งรู้ของลินลี่ย์ก็ไวกว่าตอนก่อนที่เขาจะเป็นเทพหลายร้อยเท่า  ระหว่างช่วงเวลานี้ เขามีวิญญาณสองดวงที่ปรับตัวและส่งเสริมกันและกันต่อเนื่อง การฝึกเพียงสองปีที่เขาทำนั้นเทียบได้กับการฝึกถึงสองร้อยหรือสามร้อยปีในช่วงก่อนเป็นเทพ

เกี่ยวกับเคล็ดความรู้ลึกลับแห่งดนตรีและคลื่นเสียง  ลินลี่ย์บรรลุถึงระดับหนึ่งแล้ว

แต่แน่นอนว่าเขายังห่างไกลจากระดับเชี่ยวชาญที่แท้จริงอยู่มาก

“บีบี, เมื่อเสียงถูกสร้างขึ้น,ก็แค่สร้างขึ้นมาจากคลื่นเสียงจริงๆ” ลินลี่ย์อธิบาย “เนื่องจากเสียงคือสิ่งที่เกิดจากคลื่น จึงมีการสั่นสะเทือนเป็นของตนเอง  ทุกวินาทีมันสั่นสะเทือนหลายครั้งกำหนดให้หูได้ยินมัน”

นี่คือความรู้บางอย่างซึ่งลินลี่ย์ได้มาจากความเข้าใจเกี่ยวกับเสียงขณะที่กลับไปปราสาทเลือดมังกร

บีบีพยักหน้า

“แต่เสียงที่เราไม่สามารถได้ยินก็สร้างผลกระทบที่น่าสนใจ ”ลินลี่ย์ควบคุมแก่นธาตุลมจากนั้นเริ่มปั่น  แก่นธาตุต่างๆเริ่มปะทะกันเองเกิดเป็นคลื่นเสียง ทันใดนั้นเสียงเริ่มดังออกมา

เสียงไพเราะเหมือนกับเสียงรำพันของคนรักทำให้ผู้คนหลงใหลขาดสติ

บีบีเริ่มรู้สึกถึงผลของมันอย่างเลือนรางเช่นกัน

“นี่คือเคล็ดความลึกลับของดนตรี!”  ลินลี่ย์หัวเราะ “ข้าแค่ควบคุมแก่นธาตุเพื่อกระตุ้นให้ทำงาน  ถ้าข้าใช้พลังเทพไปด้วยพลังจะมากขึ้นแม้แต่เทพจะต้องได้รับผลไปด้วย ตัวอย่างเช่น ‘ลำนำแห่งสายลม’ของข้าจะปล่อยเสียงที่ไพเราะล่อลวงวิญญาณของศัตรู ทำให้พวกเขาสูญเสียการป้องกันไปชั่วคราว และข้ามีโอกาสฆ่าพวกเขา”

บีบีพยักหน้าหงึกๆ  “ว้าววว, ทรงพลังมาก,อย่างนั้นเคล็ดความลึกลับแห่งคลื่นเสียงเล่า?”

“ข้าแค่บอกได้ว่าคลื่นเสียง ก็เป็นคลื่นเป็นความสั่นสะเทือนอยู่ในธรรมชาติ ถ้าพวกมันสั่นสะเทือนเป็นจำนวนครั้งที่แน่นอนภายในช่วงแต่ละวินาที  เราจะได้ยินมัน แต่..เมื่อการสั่นสะเทือนเกินไปกว่าระดับนั้น  ก็จะแตกต่างออกไป”  ลินลี่ย์ถอนหายใจ  “ในอดีต ข้าไม่เข้าใจเรื่องนี้  แต่เมื่อเห็นคลื่นเสียงที่ถูกสร้างโดยหุบเขา  ข้าจึงได้เข้าใจ”

“เหรอ?” บีบีค่อนข้างประหลาดใจ

“ดูนะ” พลังจิตที่ทรงพลังของลินลี่ย์ควบคุมแก่นธาตุลมในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง

คลื่นเสียงพิเศษปรากฏขึ้นมากกว่าครั้งหนึ่ง  ครั้งนี้ถูกส่งตรงไปที่ผนังภูเขารอบด้าน  ทันใดนั้น...ผนังของภูเขาในหุบเขาดูเหมือนจะเริ่มสั่นสะเทือนเหมือนสัตว์มีชีวิตด้วยเสียงสั่นสะเทือนนั้น หินเริ่มแตกและร่วงลงมาจากผนัง

“เอ๋?” บีบีประหลาดใจมาก

ลินลี่ย์เสริมพลังจิตเข้าไปอีกและคลื่นสั่นสะเทือนของแก่นธาตุลมเพิ่มความรุนแรงขึ้นทันที

“ปัง!” “ปัง!”  ทั่วทั้งหุบเขาเริ่มสั่นสะเทือนเสียงหินกระแทกกันดังชัดเจนจากนั้นตามมาด้วยเสียงระเบิดบึ้มหินนับไม่ถ้วนในแต่ละด้านของหุบเขาระเบิดออกกลายเป็นก้อนกรวดนับไม่ถ้วน

“ว้าว” ตาของบีบีเบิกกว้าง

เดิมทีเพราะลักษณะโครงสร้างที่พิเศษของหุบเขานี้เมื่อสายลมพัดผ่านจึงสร้างคลื่นเสียงเช่นนั้นได้

แต่ตอนนี้ด้วยการแสดงพลังของลินลี่ย์  โครงสร้างของหุบเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก มันไม่สามารถสร้างคลื่นเสียงเช่นนั้นได้อีกต่อไปทันใดนั้นเสียงลมโหยหวนสามารถฟังได้ยินชัด และซัดใส่หินนับไม่ถ้วนกระเด็นกระจายไปทุกที่อากาศเต็มไปด้วยฝุ่นทันที ในเวลาต่อมาอากาศจึงกลับเข้าสู่สภาพปกติ

เพียงแต่หุบเขานี้ในตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงลมโหยหวน

“เทือกเขามรณะจะไม่มีทางเป็นเทือกเขามรณะเหมือนเดิมได้อีกแล้ว”  ลินลี่ย์ถอนหายใจสะท้อนใจ

“พี่ใหญ่, พลังโจมตีแบบนี้ ทรงพลังมาก”  บีบีถอนหายใจทึ่ง

ลินลี่ย์หัวเราะอย่างสงบ  “เป็นเรื่องค่อนข้างธรรมดา ข้าเพียงแต่ได้รับทักษะเพียงเล็กน้อยจากเคล็ดความลึกลับแห่งคลื่นเสียง  ตอนนี้เมื่อว่าถึงในสิ่งที่ข้าเรียน  เคล็ดความลึกลับแห่งคลื่นเสียงก็ยังแค่โจมตีในส่วนธาตุหยาบ ขณะที่เคล็ดความลึกลับแห่งดนตรีสามารถส่งผลถึงวิญญาณ  อย่างไรก็ตามถ้าศัตรูไม่เข้าใจ  อย่างนั้นต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับเทพก็อาจจะต้องประสบปัญหาเจ็บตัวกันบ้าง”

คลื่นเสียง,สำเนียงเพลง นี่คือสองด้านของเสียงที่แตกต่างกัน

อย่างหนึ่งใช้โจมตีกาย  อีกอย่างหนึ่งส่งผลถึงวิญญาณ

“ข้าไม่แน่ใจถึงพลังที่แท้จริง  ที่สำคัญข้าได้รับทักษะมาเพียงเล็กน้อย”  ลินลี่ย์คงยิ้มเต็มหน้า

นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขารักการฝึก

ลินลี่ย์รู้สึกเหมือนกับว่าความรู้แจ้งแต่ละอย่างก็คือความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับจักรวาลสำหรับเขาเมื่อได้รับการรู้แจ้งและการทำสมาธิ แสดงให้เห็นวันหนึ่งโดยไม่ต้องมีการเคลื่อนไหวเลยเขาจะสามารถทำให้ฟ้าถล่มได้  เพียงแต่ ใครก็รู้กว่าจะถึงวันนั้นต้องใช้เวลานานเท่าใด

“บีบี,เคล็ดความลึกลับอะไรที่เจ้าได้รู้แจ้งในการกลายเป็นเทพ?”  ลินลี่ย์ถามด้วยสงสัย

บีบีเม้มปาก  เขาถอนหายใจกล่าว“ก็ไม่ถึงกับทรงพลังเท่าท่านหรอก พี่ใหญ่ ก็แค่เอาไว้รักษาชีวิต ก็คล้ายๆกับราชันย์มือสังหารซีซาร์ถ้าข้าสู้กับใครข้ายังต้องอาศัยความสามารถตามธรรมชาติของข้า”

ลินลี่ย์ค่อนข้างเข้าใจ

ทันใดนั้น...

“ครืนนน!”  โลกสั่นสะเทือนเบาๆ  คลื่นสั่นสะเทือนนี้ส่งผ่านเข้ามาในทวีปยูลาน  และตาของเทพนับไม่ถ้วนหันไปทางทิศตะวันตก  บีบีกับลินลี่ย์จ้องไปทางทิศเหนือเป็นธรรมดา

“มีคนกลายเป็นเทพงั้นหรือ?”  บีบีกล่าวอย่างประหลาดใจ

การชะลอลงมาของกฎธรรมชาติคือข้อพิสูจน์ว่ามีบางคนกลายเป็นเทพด้วยความสามารถของตัวเอง  ที่สำคัญการผสานกับประกายศักดิ์สิทธิ์ไม่ทำให้กฎธรรมชาติชะลอลงมา

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเลย  เหมือนกับว่าช่วงสองสามปีมานี้มีบางคนในทิศตะวันตกกลายเป็นเทพด้วยกำลังของตนเอง”  ลินลี่ย์จ้องมองด้านล่างด้วยความสับสนและขยายสัมผัสเทพออกไป “น่าจะอยู่ในพื้นที่สหภาพศักดิ์สิทธิ์  เกิดอะไรขึ้นนี่? ในช่วงไม่กี่ปีมานี้มีสองคนที่กลายเป็นเทพด้วยตนเอง?”

การกลายเป็นเทพด้วยความสามารถของตนเองนั้นยากมาก

เพราะเป็นเรื่องยากนี่เองจึงมีค่ามาก ช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีคนหนึ่งที่กลายเป็นเทพด้วยตนเองทำให้ลินลี่ย์คนอื่นถอนหายใจด้วยความทึ่ง แต่ตอนนี้ยังมีอีกคนหนึ่งกลายเป็นเทพได้เอง  เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเรื่องประจวบเหมาะเกินไป

“พี่ใหญ่, เราไปดูกันเถอะ”  บีบีรีบกล่าว

“สหภาพศักดิ์สิทธิ์น่ะหรือ?”  ลินลี่ย์ตกใจเล็กน้อย  เนื่องจากเขาคิดบางอย่างได้  “อาจจะดีก็ได้ ได้เวลากลับไปดูกัน ข้าไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดข้ามานานแล้ว”

ลินลี่ย์และบีบีบินเคียงคู่กันเป็นแนวเส้นยาวตรงไปทางตะวันตก

การชะลอลงมาของกฎธรรมชาติเมื่อมีคนกลายเป็นเทพเป็นเรื่องดึงดูดความสนใจของซาดิสต์เป็นธรรมดา  ขณะที่เขาขยายสัมผัสเทพออกไปค้นหาลินลี่ย์ด้วย“เอ่.. ลินลี่ย์นี้ตื่นขึ้นแล้ว โอว.. เขากำลังบินไปที่แห่งหนึ่ง?”

ลินลี่ย์กับบีบีกำลังบินด้วยความเร็วสูง ในเวลาต่อมาหลังจากซาดิสต์ค้นหาอีกครั้งก็พบลินลี่ย์กับบีบี  พวกเขาไปถึงจุดหมายปลายทางของพวกเขาแล้ว”

“พวกเขาไปสหภาพศักดิ์สิทธิ์จริงๆ..แอนราส!”  ซาดิสต์ส่งสัมผัสเทพออกไปหาแอนราสที่ยังรอโอกาสอยู่ในทุ่งราบใหญ่ตะวันออก

แอนราสนั่งสมาธิเงียบอยู่ในหุบเขาร่างของเขาเต็มไปด้วยฝุ่น แค่เห็นวูบแรก ใครอาจคิดว่าเป็นรูปปั้นมนุษย์ก็ได้

สำหรับเขาการรอเพียงสองปีไม่มีอะไรแม้แต่น้อย เมื่อได้ยินจากสัมผัสเทพของซาดิสต์เรียกหาเขา  แอนราสลืมตาทันทีและฝุ่นบนร่างของเขาหายไปเหมือนไม่มีอะไร คำสั่งของซาดิสต์มาถึง  “แอนราส! ลินลี่ย์กับหนูกินเทพไปที่สหภาพศักดิ์สิทธิ์ จงไปที่นั่นเดี๋ยวนี้”

“ขอรับ, ลอร์ดซาดิสต์”  แอนราสกล่าวด้วยความเคารพ

และจากนั้นเสียงบึ้ม ดังขึ้น ทั่วทั้งหุบเขามีไฟกระจายพุ่งขึ้นท้องฟ้า  ร่างของแอนราสรายล้อมไปด้วยเพลิงและเหมือนกับเทพอัคคีเขาพุ่งตัดผ่านท้องฟ้าอย่างรวดเร็วบินตรงไปทิศตะวันตกและหายลับไปในขอบฟ้า

เมืองน้อยอู่ซันบ้านเกิดของลินลี่ย์

“เมืองอู่ซัน...”ลินลี่ย์ยืนอยู่ใจกลางเมืองอู่ซันจ้องมองพื้นที่โดยรอบ  เขาอดทอดถอนใจไม่ได้

ภูเขาอู่ซันอยู่ถัดจากเมืองน้อยอู่ซันเปลี่นไปไม่มากนักเมื่อเทียบกับตอนที่เขายังเด็ก  แต่เมืองอู่ซันเปลี่ยนไปมากมาย  เมืองอู่ซันส่วนใหญ่กลายเป็นรกร้าง  นี่ไม่ใช่ที่ให้คนอาศัยอีกต่อไปมันคือรังที่อาศัยของอสูรเวท ตัวอย่างเช่นหอบรรพบุรุษของตระกูลลินลี่ย์กลายเป็นรังของหมาป่าวายุ

“เพื่อนวัยเด็กและลุงๆ ป้าๆ ในอดีตเหล่านั้น...”ใจของลินลี่ย์หวนกลับไปตอนงานเทศกาลที่ยุ่งเหยิงของเมืองอู่ซัน ทุกๆ เช้าตรู่เด็กๆในเมืองอู่ซันจะยืนเข้าแถวในสนามพื้นที่ว่างใกล้เมืองอู่ซันแล้วเริ่มฝึกฝน  ขณะที่ผู้ใหญ่จะเริ่มทำงานกัน

แต่ตอนนี้....

จะไม่มีภาพแบบนี้เกิดขึ้นอีก  ผู้คนส่วนใหญ่ตายไปแล้ว

“เมืองน้อยอู่ซันไม่มีอะไรมากไปกว่าประวัติศาสตร์”  ลินลี่ย์ถอนหายใจ  หลังจากเหตุการณ์วันล้างโลก อดีตอาณาจักรเฟนไลล่มสลายหมดกลายเป็นพื้นที่ของอสูรเวท

ลินลี่ย์ขมวดคิ้วและควบคุมสัมผัสเทพในร่างปลดปล่อยพลังเทพที่ทรงพลังออกไปทันที

แม้ว่าลินลี่ย์จะใช้ร่างเดิมของเขา แต่ประกายศักดิ์สิทธิ์ของเขายังอยู่ในทะเลจิตวิญญาณของเขา ลินลี่ย์สามารถกระตุ้นประกายศักดิ์สิทธิ์ภายในร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ พลังศักดิ์สิทธิ์ที่รุนแรงกวาดไปทั่วเมืองอู่ซันเหมือนกับคลื่นทะเล

ทันใดนั้นอสูรเวทที่อาศัยอยู่ในภายเมืองอู่ซันหลายร้อยทั้งหมดคุกเข่าลงตัวสั่นสะท้าน

“พวกเจ้า..ไสหัวไปให้หมด” สัมผัสเทพของลินลี่ย์ดังขึ้นในใจของอสูรเวทแต่ละตัว

ไม่มีอสูรเวทแม้แต่ตัวเดียวที่กล้าต่อต้าน อสูรเวทหลายร้อยส่งเสียงครางและรีบออกไปจากเมืองอู่ซันที่อันตรายที่สุดนี้ไปอย่างสุดฝีเท้า

“บีบี, ไปเยี่ยมบ้านบรรพบุรุษข้ากันเถอะ”  ลินลี่ย์กล่าว

“นี่เป็นบ้านเกิดข้าด้วย”  บีบีกล่าว

ในอดีตบีบีเองก็เกิดที่นั่นและได้พบกับลินลี่ย์ในบ้านบรรพบุรุษหลังจากนั้นมา ทั้งสอง หนึ่งมนุษย์หนึ่งอสูรเวทกลายเป็นคู่หูผูกพันชีวิตร่วมกัน ลินลี่ย์กับบีบีก้าวเข้าไปข้างในที่มีฝุ่นปกคลุม บ้านบรรพบุรุษดูผุพัง

เมืองเฮส

เดลินโคเวิร์ทตายที่นี่ หลายปีมาแล้ว อย่างไรก็ตามเมืองนี้ไม่ถูกอสูรเวทพิชิตตรงกันข้ามเมืองเฮสในบัดนี้พัฒนามากขึ้นและอึกทึกยิ่งกว่าที่เป็นมาในอดีต

ภายในร้านอาหารที่ค่อนข้างดูดีในเมืองเฮส  ลินลี่ย์และบีบีพบมุมเงียบเล็กๆ พวกเขานั่งหันหน้าเข้าหากันสั่งเหล้าและอาหารบางอย่าง

“รสชาติไม่เลย” บีบีชม

ลินลี่ย์หัวเราะและพยักหน้า  “นั่นคือเหตุผลที่พวกเขามีลูกค้ามากมายที่นี่”  มีคนสองสามคนอยู่ในร้านอาหารนี้แล้ว

“หือ?”ลินลี่ย์หันหน้าไปมองที่ประตูอย่างประหลาดใจทันที เด็กสาวผมยาวสีม่วงกำลังเดินเข้ามา หน้าของเด็กสาวมีรอยกระเล็กน้อย แต่นั่นกลับทำให้นางดูน่ารักขึ้น

“เบลิตา”

“เบลิตา, เจ้ากลับมาแล้ว  บิดาของเจ้ากำลังดื่มกับเรา  แต่เขาเอาแต่จ้องอยู่ที่ประตูหลายครั้งครา”

ขณะที่เด็กสาวเดินเข้ามาในร้านอาหาร  มีเสียงทักทายดังขึ้น  เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวผู้งดงามมีสหายอยู่ด้วยสองสามคน

“เด็กสาวคนนี้เป็นใคร?”  มีบุรุษอีกสองคนนั่งอยู่ด้านหลังลินลี่ย์  หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหนุ่มถามขึ้นด้วยความสงสัย บุรุษที่อยู่ข้างหน้าเขาหัวเราะ “นี่คือลูกสาวของเถ้าแก่ร้านอาหาร พูดให้ถูกยิ่งกว่าก็คือร้านอาหารนี้ถูกสร้างขึ้นมาตามที่แม่นางเบลิตาออกแบบ”

“โอว?” บุรุษหนุ่มค่อนข้างประหลาดใจ

“ตระกูลของเบลิตาเดิมที่เป็นตระกูลขุนนางแต่ต่อมาล้มละลาย บิดาของเบลิตาก็คือเจ้านายจมูกโตที่อยู่ตรงนั้น  เขาค่อนข้างมั่นในหน้าตาแม้ว่าตระกูลของเขาจะล่มสลาย แต่เขายังต้องการใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์สวยๆ  เขาจัดการให้คนรับใช้ทำความสะอาดที่ดินทุกส่วนคฤหาสน์ประจำตระกูลของเบลิตาใหญ่โตมาก สำหรับที่อยู่อาศัยที่ใหญ่โตอย่างนั้นก็มีค่าใช้จ่ายก็มหาศาลบิดาของเบลิตาเอาแต่ใช้เงินแต่ไม่ทำอะไร เป็นธรรมดาเงินย่อมหมดไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็เป็นเบลิตาที่ตั้งใจพัฒนาพื้นที่ส่วนหน้าบ้านเป็นร้านอาหาร  บ้านของเบลิตาใหญ่โตอยู่แล้วเบลิตาจึงจัดการดูแลที่ทั้งหมด

“นอกจากนี้, เบลิตาเป็นจอมเวทที่ทรงพลัง  คาดว่านางคงเป็นจอมเวทระดับห้าแล้ว”

เมื่อได้ยินคำอธิบายนี้ลินลี่ย์เหลือบมองเด็กสาวผมม่วงด้วยความรู้สึกค่อนข้างประหลาดใจ

“พี่ใหญ่! เบลิตาผู้นี้น่าประทับใจมากนะ”

ลินลี่ย์ยังคงรู้สึกว่าการออกแบบและการตกแต่งร้านอาหารทำได้ไม่เลวเลย  ทั้งภายนอกและภายในร้านดูยอดเยี่ยมซึ่งเป็นเหตุผลให้ลินลี่ย์และบีบีเลือกร้านนี้ เขาไม่คาดเลยว่าการออกแบบทั้งหมดจะทำโดยเด็กสาว  และจากที่ดู แม้ว่าเด็กสาวอายุยังน้อย  แต่นางสามารถจัดการตระกูลได้ทั้งหมด

“ท่านพ่อ, ข้ารู้สึกไม่สบาย  ข้าจะกลับไปพักสักหน่อย”  เบลิตาพูดกับบิดาของนางที่กำลังนั่งดื่มเหล้า

“ถ้าเจ้าไม่สบายอย่างนั้นก็รีบกลับไปพักเสียบ้าง” บุรุษวัยกลางคนจมูกโตรีบกล่าว

เบลิตาหลังจากพูดเสร็จก็เดินเข้าไปในประตูหลังทางเข้าบ้านพักของครอบครัว

“หืม?” ขณะนั้นเองลินลี่ย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย

จบบทที่ ตอนที่ 13-26 บ้านเกิด

คัดลอกลิงก์แล้ว