เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-31 มูบายอดฝีมือชั้นเทพ

ตอนที่ 12-31 มูบายอดฝีมือชั้นเทพ

ตอนที่ 12-31 มูบายอดฝีมือชั้นเทพ


พื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของจักรวรรดิบาลุค  ภายในหุบเขาของเทือกเขาแห่งหนึ่ง

นี่คือฐานที่สำคัญของหอการค้าดอว์สัน  ในอดีตมีคนประจำการที่นี่มากมาย  แต่ตั้งแต่ลินลี่ย์สังหารพ่อมดผู้วิเศษเยลเลิกขนส่งทาสมาที่แห่งนี้ ดังนั้นจำนวนคนที่ประจำการอยู่ที่จึงลดลงเช่นกัน  ทุกวันนี้มีคนไม่กี่พันคนคอยรับหน้าที่ดูแลกิจการค้า

ตกยามราตรี

พนักงานประจำหอการค้าดอว์สันที่ทำงานที่นี่เดี๋ยวนี้มีชีวิตที่เรียบง่าย  ยามราตรีบุรุษหลายคนจะดื่มกินด้วยกันจนดึก

“ช่วงปีที่ผ่านมา ชีวิตดีขึ้นมากจริงๆ”  บุรุษร่างกำยำคนหนึ่งดื่มเหล้าพลางพูดเสีpงดัง  “สองสามปีก่อนนี้ ในหุบเขากลืนชีวิตนี้ทุกวันเหมือนกับนรก แย่จริงๆ”

“ใช่แล้ว ตอนนั้นข้าไม่กล้าออกไปไหนตอนกลางคืน  มีคนตายมากมาย ข้าไม่รู้ว่ากี่ศพแล้วที่ข้าต้องคอยจัดการ” บุรุษวัยกลางคนผมทองเป็นลอนนึกย้อนกลับไปถึงกิจการที่ผ่านมาเขาอดถอนหายใจด้วยความทึ่งไม่ได้

ในช่วงเวลานั้นต้องมีการส่งศพเกินหมื่นศพออกไปในแต่ละวัน

คนงานที่อาศัยและทำงานอยู่ที่สาขาหอการค้าดอว์สันแห่งนี้ซึ่งอยู่ภายในหุบเขารู้สึกเหมือนกับว่าสภาพจิตใจจะพังทลายได้ทุกเมื่อ

บุรุษทั้งสามคนเดินเคียงไหล่ด้วยกัน ทันใดนั้นพวกเขาตระหนักด้วยความประหลาดจว่าพวกเขาไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้  อากาศรอบตัวพวกเขาดูเหมือนแข็งทำให้พวกเขาไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย พวกเขาหวาดกลัวจัดต้องการจะเอ่ยปากพูด แต่พวกเขาไม่สามารถทำได้ ทั้งสามคนเบิ่งตาด้วยความหวาดกลัว

จากภายในความมืดมีร่างใหญ่คลุมตัวอยู่ในชุดยาวดำปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าพวกเขา

เมื่อเห็นบุรุษชุดดำลึกลับ ทั้งสามคนรู้สึกใจสั่น พวกเขาค่อนข้างเข้าใจ..ว่าเหตุผลที่พวกเขาไม่สามารถขยับและไม่อาจเอ่ยปากได้มาจากการกระทำของบุรุษชุดดำลึกลับนี้

“หุบเขาแห่งนี้หยุดการค้าทาสมานานเท่าใดแล้ว?”  เสียงทุ้มน่ากลัวของบุรุษชุดดำดังขึ้น  “พูดไป, แต่อย่าส่งเสียงดังเกินไป  ไม่มีใครได้ยินพวกเจ้านอกจากนี้ถ้าใครตะโกนเสียงดังรบกวนข้า ข้าจะฆ่ามัน”

เขากวาดสายตาเย็นชาไปทางบุรุษทั้งสาม ทั้งหน้าผากและหลังของบุรุษทั้งสามชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ  ด้วยความประหลาดใจพวกเขาพบว่าปากของพวกเขาสามารถขยับได้อีกครั้ง

“พูดไป” บุรุษชุดดำลึกลับกล่าว

“ครึ่งปีที่แล้ว” บุรุษวัยกลางคนผมทองค่อนข้างตั้งสติได้  อีกสองคนกลัวจนพูดไม่ออก

“ครึ่งปีที่แล้ว ครึ่งปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้น? มีการต่อสู้ใช่ไหม?”  บุรุษชุดดำถาม

“ขอรับ, มีการต่อสู้ครั้งใหญ่”  ชายหนุ่มร่างกำยำก็รู้สึกตัวเช่นกัน  เขารีบกล่าว “ครึ่งปีที่แล้วตอนดึกเซียนสองคนสู้กันทำให้พื้นที่ทั้งหุบเขาสั่นสะเทือนและอาคารหลายหลังได้รับความเสียหาย

“พื้นสั่นสะเทือน?”

บุรุษชุดดำลึกลับดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้  “พูดต่อไป อธิบายรายละเอียดให้ข้าฟังด้วยคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น”

บุรุษหนุ่มที่ผมสั้นนิ้วเดียวเสริม  “เราอยู่พร้อมกันหมด ตอนแรกเราไม่ทันสังเกตว่ามีการต่อสู้ เพียงแค่นั้นพื้นดินก็สั่นสะเทือน สิ่งที่ตามมาจากนั้นคืออาคารระเบิด  เรากลัวมากจนวิ่งออกมาข้างนอกจนกระทั่งพบว่าในอากาศเหนือหุบเขามียอดฝีมือสองคนกำลังสู้กัน  หนึ่งนั้นเป็นนักรบเลือดมังกร  ขณะที่อีกหนึ่งเป็นบุรุษชุดดำ โอวใช่แล้ว  เขาควงเคียวดำ เคียวนั้นใหญ่มากอย่างน้อยยาวสิบเมตร”

“ใช่แล้ว มันยาวมากและจากนั้นเราเห็นมันเปลี่ยนเป็นเคียวเก้าเล่ม” บุรุษร่างกำยำเสริม

พวกเขาไม่รู้ว่าเคียวเหล่านั้นเป็นพ่อมดผู้วิเศษใช้พลังจิตสร้างขึ้นเพราะเวลานั้นเป็นช่วงมืด แม้ว่าจะมีคบเพลิงอยู่บนพื้นก็ตาม พวกเขาไม่สามารถจำภาพเหตุการณ์ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าพวกเขาเห็นเคียวดำยักษ์ที่สร้างจากพลังจิต

“เคียว?”  บุรุษชุดดำลึกลับเงียบไปชั่วขณะ

“และผลเป็นยังไง?” บุรุษชุดดำลึกลับถามต่อ

“การสู้รบเกิดขึ้นเร็วมาก เราเพียงแต่เห็นบุรุษชุดดำกลายเป็นเหมือนเนื้อปั่นและจากนั้นนักรบเลือดมังกรก็ร่วงลงมาที่พื้น เป็นนักรบเลือดมังกรที่สู้ชนะ จากนั้นท่านประธานหอการค้าขอเราออกคำสั่งให้เรากลับเข้าบ้านและจากนั้นท่านประธานหอการค้าอยู่กับนักรบเลือดมังกรเป็นเวลานาน” บุรุษร่างกำยำพูด

บุรุษชุดดำลึกลับถามต่อทันที  “นักรบเลือดมังกรนั้นชื่อลินลี่ย์ใช่ไหม?”

“ใช่แล้ว, น่าจะเป็นลอร์ดลินลี่ย์ ลอร์ดลินลี่ย์มีสัมพันธ์ที่ดีกับท่านประธานของเรา”  บุรุษผมทองวัยกลางคนพูด

“ดีมาก” บุรุษลึกลับชุดดำพยักหน้าพอใจ “ข้าพอใจกับคำตอบของพวกเจ้ามาก”

บุรุษทั้งสามคนรู้สึกโล่งอก

“แครกกก...” เสียงเบามาก ร่างของบุรุษทั้งสามคนสลายกลายเป็นฝุ่นสามกอง

“เขาตายจริงๆ” บุรุษลึกลับชุดดำโกรธจัด “เขาตายจริงๆ และก่อนที่เขาจะกลั่นมุกวิญญาณทองเสร็จตามที่สัญญาไว้กับข้า” บุรุษชุดดำก็คือโบมอนต์,ผู้ที่พ่อมดผู้วิเศษสัญญาจะช่วยให้เขาหลอมรวมกับมุกวิญญาณทอง

“ลินลี่ย์?”

ตาของโบมอนต์เย็นชา “ข้าไม่คาดเลยว่าในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างนั้น เขาจะสามารถกลายเป็นเทพได้และเขายังสามารถรอดชีวิตได้ทั้งที่เผชิญหน้ากับสุดยอดพลังโจมตีของพ่อมดผู้วิเศษ”

โบมอนต์รู้ดี่ว่าพลังโจมตีสุดยอดของพ่อมดผู้วิเศษคือพลังสร้างความเสียหายให้ตนเองแต่ทำลายล้างคู่ต่อสู้ สำหรับยอดฝีมือที่พึ่งเขาถึงระดับเทพสามารถรับพลังโจมตีนั้นได้ทำให้โบมอนต์รู้สึกตกใจ

“แท้จริงเขามีชีวิตอยู่กับชื่อเสียงในฐานะเป็นอัจฉริยะสูงสุดของทวีปยูลาน” หัวใจของโบมอนต์เต็มไปด้วยความเกลียดชังจริงๆ  มุกวิญญาณทองสำคัญมากต่อเขา  ประโยชน์จากการดูดซับพลังมุกวิญญาณทองยิ่งใหญ่มาก  ไม่เพียงแต่วิญญาณของเขายังได้รับการเสริมพลังแต่ระดับความก้าวหน้าในการฝึกฝนในอนาคตจะเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

“ฮึ่ม..ลินลี่ย์”

โบมอนต์พึมพำชื่อของลินลี่ย์จากนั้นหัวเราะเย็นชากลายเป็นลำแสงดำหายลับไปในขอบฟ้า

วันที่ 29 ธันวาคมศักราชยูลานที่ 10040 เมื่อคืนก่อนนี้มีพายุหิมะใหญ่ ในตอนเช้าหิมะหยุดตกและทั่วทั้งปราสาทเลือดมังกรในตอนนี้เปลี่ยนเป็นโลกหิมะ ภายใต้แสงอาทิตย์หิมะที่ตกสะสมสะท้อนแสงราวกับอัญมณีแม้แต่เดเลียก็ยังหยุดฝึกชั่วคราว

ที่สำคัญเทศกาลยูลานกำลังจะมาถึง  ทุกคนจะมาพร้อมหน้ากันในอีกไม่กี่วัน

ที่ด้านนอกปราสาทเลือดมังกร

บุรุษวัยกลางคนมีผมหงอกสั้นอยู่ในชุดขาวหนาเดินฝ่าหิมะมาอยู่หน้าปราสาทเลือดมังกร  หน้าของบุรุษวัยกลางคนมีรอยยิ้มแต่ดวงตาของเขาเหมือนกับหยกดำ

“หยุดก่อน, พลเมือง” ทหารของปราสาทเลือดมังกรร้องเรียกทันที

บุรุษวัยกลางคนมองดูทหารพร้อมกับยิ้ม  “ช่วยไปรายงานทีว่า ข้ามาขอพบลินลี่ย์เจ้าปราสาทเลือดมังกร”

หน้าของทหารที่เฝ้านอกปราสาทเลือดมังกรเปลี่ยนไป  ในจักรวรรดิบาลุค ชื่อ ‘ลินลี่ย์’ไม่อาจล่วงเกินได้เหมือนชื่อของเทพเจ้า แม้ว่าคนที่มาเรียกชื่อของเขา พวกเขาก็ยังเรียกเขาด้วยความยกย่องด้วยคำว่า ‘ลอร์ดลินลี่ย์’มีน้อยคนมากที่กล้าเรียกชื่อลินลี่ย์ตรงๆ ได้

ทหารสองคนเตรียมจะตวาดด่า แต่ทันใดนั้น...

“ให้เขาเข้ามา” เสียงของลินลี่ย์ดังขึ้นในใจของทหารสองคนนี้

ทหารสองคนนี้ตกใจ ลินลี่ย์พูดกับเขาทางใจเพื่อประโยชน์ของคนผู้นี้

“เชิญเข้ามาได้”  ทหารสองคนแม้จะยังงงอยู่แต่ก็ยังยอมให้คนผู้นี้เข้ามา

ภายในสวนดอกไม้ลินลี่ย์และเดเลียนั่งอยู่ด้วยกันชมภาพหิมะและพระอาทิตย์ยามเช้า

“เดเลีย อีกเดี๋ยวจะมีอาคันตุกะสำคัญมาเยี่ยม”  ลินลี่ย์ยิ้มขณะเขามองดูเดเลีย  เดเลียค่อนข้างประหลาดใจ  “อาคันตุกะสำคัญ? ใครกัน? เจ้ารู้ได้ยังไง?”

“อาคันตุกะผู้นั้นใช้สัมผัสเทพติดต่อกับข้า”ลินลี่ย์ส่ายศีรษะพลางหัวเราะ

“เจ้ากำลังบอกว่าเขาเป็นเทพ?”  เมื่อได้ยินคำว่า ‘สำผัสเทพ’ เดเลียเข้าใจได้ทันที  ดูเหมือนนางจะตกใจมาก  “ลินลี่ย์, เป็นเทพตนใด? เทพสงครามและคนอื่นยังคงอยู่สุสานเทพเจ้าใช่ไหม?  พวกเขาจะกลับมาหลังจากนั้นอีกสามปี”

“เจ้าจะรู้เองในไม่ช้า”

ปัจจุบันนี้ลินลี่ย์อยู่ในอารมณ์ที่ดี “ข้าไม่คาดเลยว่าเขาจะขอทหารข้างนอกให้รายงานอย่างสุภาพ น่าทึ่งจริงๆ”

พูดโดยทั่วไปอย่างเดลี่และถูลี่จะใช้วิธีบินตรงมาที่ปราสาทเลือดมังกร  ถ้าเทพต้องการพบกับลินลี่ย์  พวกเขาสามารถบินเข้ามาได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องมาขอให้ทหารเฝ้าประตูช่วยส่งรายงาน

หลังจากนั้นไม่นานเทพผู้นั้นก็เดินเข้ามาในสวนดอกไม้หลังปราสาท

“สวัสดีท่านลินลี่ย์” บุรุษผมเงินวัยกลางคนพูดพร้อมกับยิ้ง “ข้าคือมูบา”

“ท่านมูบา!ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานแล้ว” ลินลี่ย์กล่าว เทพแห่งศาสนาลึกลับชื่อว่ามูบา ก่อนนั้นเมื่อเขาเพิ่งมาถึงประตูปราสาทเลือดมังกรมูบาได้ทักทายลินลี่ย์ผ่านสัมผัสเทพมาแล้ว

แม้ว่าลินลี่ย์จะประหลาดใจแต่เขาก็ยังต้อนรับบุรุษผู้นี้อย่างเป็นกันเอง

ที่สำคัญคือ คนผู้นี้มาคุยด้วยความสุภาพเป็นอย่างมาก

เมื่อได้ยินลินลี่ย์พูดเช่นนี้ มูบาเข้าเจ้าใจแล้วว่าการค้นพบศาสนานี้บางทีลินลี่ย์คงรู้แล้ว  เขาเริ่มหัวเราะเช่นกัน  “ข้าเสียใจจริงๆ ที่ไม่ได้ขออนุญาตท่านลินลี่ย์ก่อนจะเผยแพร่ลัทธิตนเองในจักรวรรดิของท่าน”

สำหรับเรื่องนี้ ลินลี่ย์ไม่แสดงอารมณ์โดยเปิดเผยไม่ว่าเขาจะหงุดหงิดหรือไม่ก็ตาม

“ท่านมูบา เชิญนั่งก่อน” ลินลี่ย์ชี้ม้านั่งหินที่อยู่ใกล้ๆ

มูบาหัวเราะอย่างอารมณ์ดีและนั่งลงหน้าของมูบาผ่องใสและมีรอยยิ้มแม้แตสายตาของเขาก็ทำให้ผู้คนคิดถึงความสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิ  น้อยคนนักที่จะคิดว่าเขาเป็นศัตรู

“ท่านมูบา, ขอถามได้ไหม,ท่านมีวัตถุประสงค์ใดถึงมาเยี่ยมเยือนข้าในวันนี้?”  ลินลี่ย์พูดขึ้นก่อน

มูบาหัวเราะ “ความจริง, เหตุผลแรกก็คือข้ามาขอโทษ ก่อนหน้านี้ข้ารู้ว่าท่านลินลี่ย์ยังเป็นเซียนคนหนึ่ง  เท่าที่ข้ารู้ท่านคงไม่สนใจเรื่องพลังงานศรัทธามากเท่าใด ตอนนั้นเมื่อข้าตั้งศาสนาของข้า ความจริงก็ไม่ส่งผลอะไรต่อท่านมาก  แต่ตอนนี้ท่านกลายเป็นเทพแล้ว  ท่านลินลี่ย์, ข้ารู้สึกค่อนข้างละอายใจ”

ลินลี่ย์และเดเลียประหลาดใจมากทั้งคู่

เขามากล่าวขอโทษ แค่นั้นเองหรือ?

เป็นไปได้หรือที่ยังมีเทพที่สุภาพและใจดี?

“ท่านมูบา, เนื่องจากท่านอธิบายกันอย่างสุภาพ  แน่นอนว่าข้าคงไม่โกรธเคือง”  ลินลี่ย์พูดและหัวเราะอย่างใจเย็น

มูบารีบกล่าวต่อ “ท่านลินลี่ย์ ไม่ต้องกังวล ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ข้าจะช่วยคลี่คลายปัญหาการเผยแพร่ลัทธิให้อย่างน้อยในจักรวรรดิบาลุคของท่าน ท่านจะไม่พบศาสนาของข้าอีก” มูบามีความจริงใจ

ลินลี่ย์ไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ

“ท่านลินลี่ย์ ข้าคิดว่าท่านเพิ่งจะเข้าถึงระดับเทพ  ยังมีเรื่องสองสามเรื่องที่ท่านยังไม่รู้  ข้าจะบอกความจริงทั่วไปท่านทราบแทนการขอขมา”  มูบาพูดอย่างจริงใจ

เนื่องจากกิริยาที่เขาทำลินลี่ย์พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะโกรธแค้นมูบาผู้นี้

เพียงแต่ในใจของเขา ลินลี่ย์ยังคงรู้สึกมึนงง...มูบาผู้นี้บางทีก็สุภาพเกินไปนิด ลินลี่ย์เพิ่งจะถึงระดับเทพ ไม่มีความจำเป็นที่มูบาจะต้องทำเช่นนั้น

“เป็นเรื่องจริงที่ข้าเพิ่งเข้าถึงระดับเทพ  ข้ายินดีจะรับฟังคำแนะนำของท่านมูบา”  ลินลี่ย์กล่าว

มูบาพยักหน้าเล็กน้อย “เมื่อเข้าถึงระดับเทพ ตอนนี้เราจะถูกนับว่าเป็นเทพกันทั้งหมด  สำหรับเรา ประกายศักดิ์สิทธิ์และวิญญาณทั้งสองของเราเป็นสิ่งสำคัญมากประกายศักดิ์สิทธิ์คือความแข็งแกร่งที่มิอาจขาดไปได้  แต่วิญญาณนั้นอ่อนแอมาก.. ข้าคาดว่าลินลี่ย์เจ้าคงรู้สึกถึงประโยชน์พลังงานศรัทธาก็ในตอนนี้แหละ”

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

ไม่นานหลังจากที่เขาเป็นเทพลินลี่ย์ก็ดูดซับพลังศรัทธาได้เล็กน้อย ตอนนั้นลินลี่ย์ไม่รู้สึกอะไรมาก  แต่หลังจากผ่านไปครึ่งปี  ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้ว่าพลังงานศรัทธาค่อยๆหลอมรวมในพลังจิตของเขาเอง ขณะเดียวกันก็สร้างชั้นพลังปกป้องวิญญาณของเขา  แต่แน่นอนว่าสำหรับลินลี่ย์ดูเหมือนชั้นพลังปกป้องนั้นยังอ่อนอยู่มาก

“พลังงานศรัทธามีประโยชน์ต่อการเติบโตของวิญญาณมาก  ขณะเดียวกันก็จะป้องกันวิญญาณไปด้วย  เมื่อพลังงานศรัทธาถึงระดับที่ทรงพลังมาก  พลังป้องกันของพลังศรัทธาอย่างเดียวก็สามารถป้องกันพลังโจมตีวิญญาณได้มากมาย”  มูบาถอนหายใจ

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

ที่สำคัญ เขาแค่ดูดซับพลังงานศรัทธามาได้เพียงครึ่งปี  แต่อย่างเทพสงครามผู้ดูดซับพลังงานศรัทธามาเป็นเวลาห้าพันปี  ก็ย่อมหนาแน่นมาก  ลึกล้ำกว่าพลังงานศรัทธาของตัวของเขาเองถ้าอย่างมหาเทพที่ดูดซับพลังงานศรัทธาจากดินแดนนับไม่ถ้วนย่อมมีการสั่งสมมาเป็นเวลาล้านๆปี

ปริมาณพลังงานศรัทธาที่พวกเขามีย่อมอยู่ในระดับที่น่าประหลาดใจ

“พลังงานศรัทธาเป็นประโยชน์ต่อพวกเรามาก  เจ้าคงเข้าใจเรื่องนี้เช่นกัน  เรื่องต่อมาคือข้าจะอธิบายความสำคัญบางอย่างเกี่ยวกับความจริงทั่วไปเรื่องสมบัติเทพ  นี่จะเป็นเรื่องสำคัญในการฝึกในอนาคตของท่าน”  มูบาไม่พยายามปิดบังอะไรแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามความรู้ทั่วไปนี้สำหรับยอดฝีมือหลายคนที่เพิ่งเป็นเทพ  ความรู้ที่พวกเขาจะได้รับมักจะมีหลังจากผิดพลาดหรือได้รับอุบัติเหตุ

จบบทที่ ตอนที่ 12-31 มูบายอดฝีมือชั้นเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว