เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-30 แฮรุ

ตอนที่ 12-30 แฮรุ

ตอนที่ 12-30 แฮรุ


ช่วงหลายวันนี้ผ่านไปอย่างเงียบสงบสุขสบายวันแล้ววันเล่า  ในพริบตาผ่านไปครึ่งปี

แก่นของเหลววิญญาณทองถูกลินลี่ย์ดูดซับไว้หมดสิ้น ตอนนี้แม้แต่วิญญาณรูปกระบี่ของเขาจะมีขนาดใหญ่กว่าแต่ก่อนในแง่คุณภาพก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

“มิน่าเล่าพวกเทพถึงได้ต้องการรวบรวมวิญญาณหลายดวงไปกลั่น”  ลินลี่ย์อดหัวเราะไม่ได้

แต่โชคไม่ดีแม้ว่าพ่อมดผู้วิเศษจะใช้ความพยายามอย่างพิถีพิถัน แต่ในที่สุดทั้งหมดนั้นก็ตกไปเป็นผลประโยชน์คนอื่น

หลังจากดูดซับแก่นวิญญาณหมดสิ้นแล้ว  ลินลี่ย์ออกจากห้องมิติลับต้องการเดินเล่นที่ปราสาทเลือดมังกร  ขณะที่เขาเดินไปตามทางที่เต็มไปด้วยดอกไม้ ลินลี่ย์เห็นประกายเงาดำบินผ่านเหนืออากาศจากที่ไกล

“นายท่าน” เงาดำนั้นบินมาหาลินลี่ย์  เป็นเสือดำเมฆาแฮรุ

“แฮรุ, จะออกไปไพรทมิฬอีกแล้วหรือ?”  ลินลี่ย์หัวเราะ

แฮรุผงกศีรษะ

ลินลี่ย์รู้ว่าแฮรุก็เหมือนกับมังกรระดับเซียนไม่คุ้นอยู่กับการใช้ชีวิตอยู่กับมนุษย์  ทั้งสี่จะอยู่ในปราสาทเลือดมังกรเป็นบางครั้งเวลาส่วนใหญ่พวกเขาจะบินไปไพรทมิฬ,เทือกเขาอสูรวิเศษหรือไม่ก็เทือกเขาอาทิตย์อุทัย

ที่เหล่านั้นเป็นบ้านที่แท้จริงของพวกเขา

“อืม..” ลินลี่ย์นึกขึ้นได้ทันที

“แฮรุ!เจ้าเป็นอสูรสายธาตุมืดและธาตุลมใช่ไหม?” ลินลี่ย์ถาม

“ถูกแล้วนายท่าน,มีอะไรหรือเปล่า?”  แฮรุค่อนข้างงง  ทำไมลินลี่ย์ถามเรื่องนี้กะทันหัน?

ลินลี่ย์หัวเราะและพูด “ไม่มีอะไร”  ลินลี่ย์ยังคงเดินไปข้างหน้าต่อ  แฮรุมองตามหลังลินลี่ย์อย่างงุนงง  แต่แฮรุไม่คิดอะไรมาก และเขาบินไปหาสหายทั้งสามก็คือมังกรระดับเซียนทั้งสาม

เมื่อมาถึงสนามฝึกฝนหน้าปราสาทเลือดมังกร  ลินลี่ย์เห็นวอร์ตันและอีกหลายคนกำลังฝึกฝน

“แฮรุ...สายธาตุลมจะเป็นทางเลือกที่ดีเหมือนกัน” ลินลี่ย์ไตร่ตรองถึงปัญหาว่าจะมอบประกายศักดิ์สิทธิ์ธาตุลมให้ใครมาช่วงเวลาหนึ่งแล้ว

เกทส์และคนอื่นแทบจะไม่มีความสัมพันธ์กับกฎธรรมชาติธาตุลมเลย แม้ว่าเซียนคนใดคนหนึ่งจะสามารถหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่จะดีที่สุดเมื่อหลอมรวมกับสายธาตุที่ตนมีทักษะอยู่  ตัวอย่างเช่น เดเลียหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์ธาตุลม ขณะที่บาร์เกอร์หลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์ธาตุดินและซาสเลอร์กำลังหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์สายมรณะ

และตอนนี้ลินลี่ย์หาผู้รับช่วงได้อีกหนึ่งก็คือแฮรุ

แฮรุเป็นอสูรที่มีสัมพันธ์สองสายธาตุ คือธาตุมืดและธาตุลมความจริงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับเขาควรจะได้รับประกายศักดิ์สิทธิ์นี้ไป

“พี่ลีย์” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น

ลินลี่ย์มองหา เป็นเจนน์นั่นเอง

“เจนน์” หน้าลินลี่ย์มีรอยยิ้ม เจนน์สวมชุดสีฟ้าของจอมเวทธาตุน้ำ เวลาที่ผ่านมาใบหน้าของนางไม่มีริ้วรอยแม้แต่น้อย ย้อนไปในวันเก่าก่อนเจนน์ได้ชื่อว่า ‘หญิงเหล็ก’ แห่งสำนักงานบริหารจักรวรรดิบาลุค ทุกวันนี้เจนน์ทำงานเป็นครูสอนเวทคนหนึ่งในสถาบันจอมเวท

เจนน์พากเพียรหนักมากในการฝึกเป็นจอมเวทของนาง  และนางใช้เวลาสามสิบกว่าปีฝึกปรือฝีมือนาง

ปัจจุบันนี้นางเป็นจอมเวทระดับเจ็ด  นางมีคุณสมบัติจะเป็นอาจารย์สอนเวทมากกว่า

“ฮะฮะ, เจนน์, เจ้ากลับมาแล้ว, ตั้งแต่เริ่มเป็นครูสอนเวทเจ้าก็เริ่มใช้เวลาที่นี่น้อยลงนะ” วอร์ตันและคนอื่นๆ เดินตรงมาหาเช่นกัน

ความจริง,ทุกคนในปราสาทเลือดมังกรรู้ว่าเจนน์รู้สึกยังไงต่อลินลี่ย์  เพียงแต่พวกเขาทุกคนรู้อารมณ์ความรู้สึกที่ลินลี่ย์มีต่อเจนน์เช่นกัน..พวกเขาไม่ค่อยพูด และเจนน์ก็ไม่ฝืนให้ลินลี่ย์ใช้เวลากับนางมากขึ้น  เท่าที่เจนน์รู้  ชีวิตของนางมีความสุขมากเพราะสามารถเห็นว่าคนอย่างนาง สามารถทำอะไรก็ได้ตามที่นางพอใจนางเพลิดเพลินกับชีวิตสบายๆ และเติมเต็มชีวิตของนาง

“ไม่มีอะไรที่ข้าทำได้ ในสถาบันมีโอกาสหยุดพักปีละสองครั้งเอง” เจนน์ยิ้มขณะพูด  “วอร์ตัน,อาร์โนลด์ไปไหนแล้ว?”

“อาร์โนลด์กำลังเล่นอยู่สวนดอกไม้หลังปราสาทกับพี่เลี้ยง”  วอร์ตันหัวเราะ

เจนน์มองลินลี่ย์ “พี่ลีย์, ข้าจะไปหาอาร์โนลด์ก่อน” ลินลี่ย์หัวเราะและพยักหน้า  เจนน์รักและตามใจอาร์โนลด์มาก ทุกคนในปราสาทรู้เรื่องนี้

ภายในห้องมิติ

กระแสพลังงานหลากสีสันปั่นป่วนอยู่ในมิติข้างนอกเยื่อใสรอยแตกของมิติสามารถเห็นได้ทุกที่ ลินลี่ย์และเดเลีย สองสามีภรรยาฝึกอยู่เงียบๆ ที่นี่ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์และร่างหลักของลินลี่ย์แยกกันฝึกสัจธรรมแห่งความเร็วและสัจธรรมแห่งธาตุดิน

“เฮ้อ”ลินลี่ย์หยุดฝึก

“เดเลีย” ลินลี่ย์เรียก

“มีอะไรหรือ?” เดเลียลืมตามองดูลินลี่ย์อย่างสงสัย  “เกิดอะไรขึ้นหรือ?”

“เดเลีย, ตอนนี้,เรายังมีประกายศักดิ์สิทธิ์เหลืออยู่อีกหนึ่ง ข้าเตรียมจะมอบประกายศักดิ์สิทธิ์นี้ให้กับแฮรุได้หลอมรวมเจ้าคิดว่ายังไงบ้าง?” ลินลี่ย์ต้องการถามความเห็นของเดเลียก่อน เดเลียตาเป็นประกาย  “แฮรุ?  ถ้าเป็นแฮรุ..ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เขาคืออสูรเวทของเจ้าและตลอดหลายปีมานี้  เขากับเซียนมังกรทั้งสามก็ช่วยจัดการงานกิจการของจักรวรรดิหลายอย่างในช่วงระหว่างสู้รบนี้”

เดเลียชื่นชมแฮรุมาก

แฮรุอยู่ในปราสาทเลือดมังกรอย่างเจียมตัว  แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดปัญหาขึ้น  แฮรุจะปฏิบัติหน้าที่ที่คนอื่นไม่ต้องการทำโดยไม่บ่นสักคำ

อย่างนั้นก็ลงตัว” ลินลี่ย์ตั้งใจแล้ว

หลังจากกลายเป็นเทพลินลี่ย์ไม่อยู่ภายใต้แรงกดดันมากอีกต่อไป กล่าวโดยทั่วไป เขาปล่อยให้ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์มุ่งอยู่กับการฝึกฝน ขณะที่ร่างหลักของเขาจะออกมาเดินเล่นที่ปราสาทเลือดมังกรเป็นครั้งคราว  ที่สำคัญคือ มีเรื่องมากกว่าการฝึก

ภายในห้องประชุมใหญ่ปราสาทเลือดมังกร

คนหลายสิบคนนั่งรายล้อมโต๊ะยาวสิบเมตรพวกเขาทานอาหารด้วยกัน และลินลี่ย์นั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน

“ครืนนน...”

ระลอกพลังงานเฉพาะแบบมาจากทางใต้  คนอื่นๆ ในห้องโถงใหญ่ไม่ได้สังเกตอะไร  แต่ลินลี่ย์เงยหน้าขึ้นมองไปทางทิศใต้อย่างประหลาดใจ “มีคนกลายเป็นเทพอีกคนหนึ่งแล้ว!”

ลินลี่ย์รู้สึกได้ทันทีถึงพลังธรรมชาติของกฎธรรมชาติ  เขาคุ้นเคยกับคลื่นพลังงานเช่นนั้น

แม้ว่าคลื่นพลังงานนั้นจะเดินทางไกลมากและตอนนี้ยังอ่อนมาก  แต่ลินลี่ย์ก็สามารถรู้สึกได้ชัดนั่นเป็นคลื่นพลังเฉพาะตัวพลังกฎธรรมชาติเมื่อคนผู้หนึ่งกลายเป็นเทพ

“มีคนที่อยู่ทางใต้จะกลายเป็นเทพ  ใครกัน?” ลินลี่ย์ลอบประหลาดใจ

ตอนนี้ทั้งถูลี่และเดลี่ก็อยู่ทางทิศใต้ของลินลี่ย์  นอกจากสองคนที่คุ้นเคยกันแล้ว ยังคงมีเซียนชั้นสูงต่างๆที่ปรากฏออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเมื่อไม่กี่ปีมานี้  เช่นเซียนสองคนในจักรวรรดิโรฮอลท์  ทั้งสองคนมีความสามารถจะเข้าถึงระดับเทพได้

แล้วเป็นใครกัน?

“เจ้ากินกันต่อไป ข้าจะเดินทางสักหน่อย” ลินลี่ย์ลุกขั้นยืน

วอร์ตัน เกทส์ และคนอื่นๆ มองดูลินลี่ย์อย่างสับสน  แต่พวกเขาไม่ถามสาเหตุ  ลินลี่ย์เดินออกนอกห้องโถงใหญ่จากนั้นเหาะขึ้นอากาศทันที

ในกลางอากาศตอนนี้ลินลี่ย์รู้สึกถึงระลอกพลังงานได้ชัดเจนว่ามาจากที่ใด  “ตำแหน่งมาจากทางใต้ คงไม่ใช่ถูลี่”  ลินลี่ย์ไม่แปลกใจอีกต่อไปขยายพลังจิตของเขาออกไปทันที  เมื่อเข้าถึงระดับเทพ พลังจิตนั้นต้องอธิบายด้วยคำว่า‘สำผัสเทพ’

สัมผัสเทพของลินลี่ย์ขยายออกไปทันที  ถ้าเขาไม่ได้ซึมซับแก่นดวงวิญญาณยี่สิบล้านดวงสัมผัสเทพของลินลี่ย์คงครอบคลุมพื้นที่ราวๆ พันกิโลเมตร

แต่ตอนนี้...สัมผัสเทพของลินลี่ย์สามารถครอบคลุมได้ในระยะหมื่นกิโลเมตรแต่แน่นอนนี่เป็นเพียงพิภพทวีปยูลาน ถ้าเขาอยู่พิภพอื่นที่สูงกว่าพื้นที่สัมผัสเทพของเขาจะครอบคลุมได้น้อยกว่ามาก

สัมผัสเทพของเขากระจายออกไปเหมือนกับระลอกคลื่นของน้ำและไปถึงภูเขาที่พำนักของเดลี่โดยเร็ว

“นี่เอง”ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้ถึงระลอกพลังกฎธรรมชาติจากตำแหน่งนี้  ลินลี่ย์ไม่กล้าแผ่สัมผัสเทพออกไปอีก  ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือรอ  ที่สำคัญกระบวนการได้รับประกายศักดิ์สิทธิ์และสร้างร่างแยกศักดิ์สิทธิ์เป็นช่วงเวลาที่สั้น

ขณะต่อมาระลอกกฎธรรมชาติก็หายไป

ลินลี่ย์ส่งสัมผัสเทพออกไปอีกครั้งและพบคนที่เพิ่งจะกลายเป็นเทพได้ทันที

“เป็นเดลี่จริงๆ” ใบหน้าของลินลี่ย์มีรอยยิ้ม

ขณะนั้น เดลี่อยู่ในห้องฝึกฝนใต้ดินในที่พำนักในภูเขา  มีคนจำนวนหนึ่งรวมตัวอยู่ที่นั่นรวมทั้งเพนสลีนฮิกกินสัน เรย์โนลและคนอื่น คนเหล่านี้พากันตื่นเต้นขณะมองดูเดลี่กลายเป็นเทพ  เดลี่เลือกวิธีที่สองแบ่งวิญญาณออกเป็นสองส่วน

“เดลี่, ขอแสดงความยินดีด้วย”เสียงของลินลี่ย์ดังขึ้นในใจของเดลี่

“ฮ่าฮ่า, ลินลี่ย์ ข้าช้าไปกว่าเจ้าครึ่งปี”  เดลี่พูดอย่างถ่อมตัวแต่ในใจของเขายินดียิ่งนัก เขาหยุดการเป็นสุดยอดเซียนที่มีระยะเวลายาวนานได้แล้ว  วันนี้เขาก็บรรลุได้ในที่สุด และเหมือนกับว่าเป็นการอาศัยความสามารถของตนเองด้วย

เทพทั้งสองอยู่ห่างกันเป็นพันๆ กิโลเมตรแต่พวกเขาพูดคุยกันทางจิต

“เดลี่, ทำไมท่านเลือกใช้วิธีแบ่งวิญญาณเล่า?”  ลินลี่ย์ถามด้วยความสงสัย  “ท่านฝึกกฎแห่งแสงไม่ใช่หรือ?”

“ลินลี่ย์,แม้ว่ากระบวนการแยกวิญญาณนี้จะอันตรายมากต่อวิญญาณแต่เมื่อเวลาผ่านไปวิญญาณจะแก่กล้าและฟื้นฟู แต่ตอนนี้, ข้าแยกเป็นสองร่างแล้ว อย่างน้อยเมื่อข้าต่อสู้ ถ้าหนึ่งในร่างข้าถูกทำลาย ข้าก็ยังมีอีกร่างหนึ่งโดยพื้นฐานก็หมายความว่าข้ามีชีวิตที่สอง และที่สำคัญมากกว่านั้น...แม้ว่าข้าจะฝึกฝนแต่เพียงกฎธาตุแสงในปัจจุบันนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคต ข้าจะไม่สามารถฝึกกฎธาตุอื่นได้ใช่ไหม?”

ลินลี่ย์หัวเราะเช่นกัน

ความจริง คนส่วนใหญ่ผู้กลายเป็นเทพด้วยตนเอง ถ้าพวกเขารู้ความแตกต่างระหว่างทางเลือกทั้งสอง  ก็คงเลือกทางเลือกที่สองนี้

ที่สำคัญความเสียหายสำหรับวิญญาณที่เกิดจากการแยกวิญญาณมีเพียงชั่วคราว แต่สิ่งที่ได้รับมาก็คือได้เพิ่มอีกหนึ่งชีวิต  เนื่องจากความเป็นไปได้ในการฝึกฝนในอนาคตเช่นกัน!  ที่สำคัญ หลังจากกลายเป็นเทพแล้วเขาจะมีอายุขัยไม่มีจำกัด และสามารถฝึกอีกสายธาตุหนึ่งได้

ตัวอย่างเช่น ถ้าลินลี่ย์มีเวลาพอ  เขาสามารถฝึกในทางธาตุไฟหรือแม้กระทั่งวิถีทำลายล้างก็ได้

“เดลี่, ท่านเพิ่งกลายเป็นเทพ  ข้าคิดว่าท่านมีสองสามเรื่องที่จะต้องทำข้าคงไม่รบกวนต่อไปแล้ว หลังจากจัดการเสร็จแล้ว เมื่อท่านมีเวลาว่างมาเที่ยวบ้านข้าบ้างก็ได้”  ลินลี่ย์หัวเราะ

“แน่นอน” เดลี่ตอบรับ

เดลี่เองก็รู้สึกถึงความผันแปรและเปลี่ยนแปลงในทวีปยูลานซึ่งกลายเป็นเรื่องคาดเดาไม่ได้  การร่วมกับลินลี่ย์จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองคนในเรื่องความสามารถในการป้องกันตัวเองของพวกเขา  ที่สำคัญพูดอย่างทั่วไปคนที่กลายเป็นเทพด้วยกำลังตัวเองจะมีพลังมากกว่า โดยมีขอบเขตพลังที่ดีกว่าคนที่กลายเป็นเทพโดยผ่านการหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์

การหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์เหมือนกับเป็นการอ่านหนังสือและทำความเข้าใจกฎที่อยู่ในประกายศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่การกลายเป็นเทพด้วยตนเองเหมือนกับเป็นคนเขียนหนักสือเองผู้เขียนประพันธ์หนังสือย่อมมีความเข้าใจดีมากกว่าคนผู้อ่าน  เขาเข้าใจทุกส่วนของหนังสือดี  และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ง่ายเช่นกัน

ลินลี่ย์ถอนสัมผัสเทพออกมา

ลินลี่ย์ยืนอยู่ในกลางอากาศ และเรียกอสูรเวทของเขาโดยตรง  “แฮรุ, มาที่นี่, เร็วเข้า”  ขณะนั้นเอง, แฮรุยังอยู่ในไพรทมิฬ  แต่เมื่อได้ยินคำสั่งของลินลี่ย์เขารีบบินมาทันที เพียงแต่แฮรุอยู่ห่างไปสองสามพันกิโลเมตรจากปราสาทเลือดมังกร

ลินลี่ย์รอการมาถึงของแฮรุอยู่ในสวนดอกไม้หลังปราสาท

“ควั่บ” แฮรุลงมายืนที่พื้น

“นายท่าน”แฮรุมองดูลินลี่ย์อย่างสับสน ลินลี่ย์ไม่เคยเรียกเขาอย่างเร่งด่วนมาก่อน ที่สำคัญพลังของเขาในปราสาทเลือดมังกรก็อยู่ในระดับทั่วไป  มีไม่กี่คนเท่านั้นที่อ่อนแอกว่าเขา

“แฮรุ, อยากเป็นเทพหรือเปล่า?” ลินลี่ย์ยิ้มเต็มหน้า

แฮรุทำตาโตทันที และขนในตัวลุกชัน  เขามองลินลี่ย์อย่างประหลาดใจ  “นะ..นายท่าน? ท่านว่ากระไรนะ?”  แฮรุอาศัยอยู่ในปราสาทเลือดมังกรรู้ว่าบาร์เกอร์และซาสเลอร์ทั้งคู่ได้รับประกายศักดิ์สิทธิ์

เป็นไปได้ว่า...

โชคดีอย่างเดียวกันนั้นกำลังจะตกลงที่ตัวเขาแฮรุ?

แฮรุรู้สึกชาไปทั้งตัว เขาเองรู้สึกว่าภายในปราสาทเลือดมังกร เขาไม่ใช่คนสำคัญไม่เป็นที่สังเกตเห็น

“เอ้านี่.. ประกายศักดิ์สิทธิ์” ลินลี่ย์ยิ้มกว้าง

แค่เพียงพลิกมือลินลี่ย์ดึงประกายศักดิ์สิทธิ์สีดำรัศมีสีเขียวออกมาแฮรุจ้องมองประกายศักดิ์สิทธิ์จนลืมหายใจ ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่ประกายศักดิ์สิทธิ์  โลกของอสูรเวทเป็นโลกที่แข็งแกร่งและได้รับการนับถือ

สหายที่แฮรุคบหาส่วนใหญ่ก็เป็นอสูรเวทระดับเซียนเช่นกัน

เทือกเขาอสูรวิเศษ เทือกเขาอาทิตย์อุทัย ไพรทมิฬ.. แฮรุยังพูดอสูรเวทระดับเซียนมาไม่ถึงร้อย  แต่เขาแน่ใจว่ามากกว่าห้าสิบ  อสูรเวทเหล่านี้เทิดทูนลอร์ดเบรุตและลอร์ดไดลิน  เพราะลอร์ดเบรุตและลอร์ดไดลินเป็นอสูรเวทที่ฝึกฝนมาจนถึงขั้นกลายเป็นร่างมนุษย์ได้  อสูรเวทผู้กลายเป็นเทพ!

อสูรเวทระดับเซียนเหล่านี้ทั้งหมดก็ปรารถนาจะมีวันที่พวกเขาได้เป็นเทพเช่นกัน!

อสูรเวทระดับเทพ ยืนอยู่ยอดสูงสุดของเหล่าอสูรเวททั้งปวงในโลก!

“ข้า ข้า แฮรุจะกลายเป็นเทพแล้วหรือ?” แฮรุรู้สึกมึนศีรษะ

แฮรุมักจะมีความพอใจมากอยู่แล้ว  ที่สำคัญ เสือดำเมฆาโดยทั่วไปจะมีระดับเก้า  เขาพอใจมากอยู่แล้วที่ได้กลายเป็นเซียน และต้องขอบคุณอย่างมากที่ลินลี่ย์มอบแก่นผลึกเวทระดับเซียนให้เขาทำให้เขาได้บรรลุเป็นระดับเซียน  ดังนั้น แฮรุไม่ว่าจะถูกขอร้องให้ทำอะไร  เขาไม่เคยบ่นสักคำ

“ว่าไง, เจ้าไม่ต้องการหรือ?”  ลินลี่ย์หยอกล้อ

“ข้าต้องการ!”  แฮรุรีบตอบทันที

ลินลี่ย์หัวเราะและโยนประกายศักดิ์สิทธิ์ให้ประกายศักดิ์สิทธิ์สะท้อนใต้แสงอาทิตย์ลอยเข้าหาเขา

แฮรุจ้องมองประกายศักดิ์สิทธิ์ ใจเต็มไปด้วยความคิด เขาจะคาดคิดได้ยังไงว่าอสูรเวทระดับเก้าอย่างเขาไม่เพียงแต่จะกลายเป็นเซียนได้  แต่ยังคง..ดูเหมือนเขากำลังจะกลายเป็นอสูรเวทระดับเทพที่ได้รับการเทิดทูนจากอสูรระดับเซียนตนอื่น!

“ข้า, แฮรุจะได้เป็นลอร์ดแฮรุ..กับเขาด้วยหรือนี่?” แฮรุในตอนนี้จินตนาการภาพที่สายตาที่อสูรเวทนับไม่ถ้วนมองด้วยความกริ่งเกรงและเคารพเรียกเขาเป็นลอร์ดแฮรุ  “อนาคตจะเป็นยังไง,ข้าจะเลือกเทือกเขาอาทิตย์อุทัย ข้าจะกลายเป็นราชาแห่งเทือกเขาอาทิตย์อุทัย  ข้า, แฮรุราชาแห่งเทือกเขาอาทิตย์อุทัย”

แฮรุไม่เคยมีความสุขอย่างนี้มาก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 12-30 แฮรุ

คัดลอกลิงก์แล้ว