เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-22 มุ่งมั่นกลายเป็นเทพ

ตอนที่ 12-22 มุ่งมั่นกลายเป็นเทพ

ตอนที่ 12-22 มุ่งมั่นกลายเป็นเทพ


หลังจากฆ่าเทพ เยลจะได้รับการช่วยเหลืออย่างนั้นหรือ?

เมื่อได้ยินคำพูดซาสเลอร์ ลินลี่ย์รู้สึกกดดัน

“เยลในตอนนี้...” เมื่อลินลี่ย์คิดเรื่องที่เยลถูกครอบงำด้วยเมล็ดวิญญาณและจะเชื่อฟังคำสั่งเทพลึกลับผู้นั้น เขารู้สึกโกรธและรู้สึกถึงอยุติธรรมในใจเขา  “ไม่ว่าเทพผู้นั้นจะเป็นใคร  ข้าจะต้องฆ่าเขาให้ได้!”

เพื่อให้เยลกลับคืนเป็นเยลคนเดิมอีกครั้ง

เพื่อให้เยลคืนสติเป็นของตัวเอง  เขาต้องทำเช่นนี้!

“ลอร์ดลินลี่ย์?  ข้าอยากถาม” ซาสเลอร์ชะงักเล็กน้อย จากนั้นถามต่อ “ลอร์ดลินลี่ย์ หลังจากท่านกับท่านเฟนฆ่าบุรุษชุดเงินทั้งสองพร้อมกันท่านได้รับอะไรจากศพของบุรุษชุดเงินทั้งสองบ้างไหม?  อย่างเช่น...แหวนมิติเก็บของ..”

“มีแหวนมิติเก็บของ” ลินลี่ย์พยักหน้าขณะมองดูซาสเลอร์ “แต่ข้าให้วอร์ตันไปแล้ว  วอร์ตันจะมอบให้ใครก็ได้ที่เขาพอใจ  มีอะไรหรือ?”

บางทีสำหรับพระราชาแห่งราชอาณาจักร  แหวนมิติเก็บของเป็นสมบัติมีค่ามาก

แต่สำหรับเซียนธรรมดาคนหนึ่ง  ของพวกนั้นเป็นวัตถุธรรมดาทั่วไป  สำหรับยอดฝีมืออย่างลินลี่ย์,เป็นเรื่องง่ายมากกับการหาแหวนมิติเก็บของได้สักวง ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจแหวนมิติเก็บของที่เขาพบจากศพของบุรุษชุดเงินมากนัก  แหวนมิติเก็บของสองวงจากบุรุษชุดเงินเฟนได้ไปวงหนึ่ง และลินลี่ย์เก็บมาวงหนึ่ง

“ลอร์ดลินลี่ย์, ดีที่สุดถ้าท่านจะตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ภายในแหวนมิติเก็บของนั้น”ซาสเลอร์พูดจริงจัง

“ก็ได้”

ลินลี่ย์ฟังคำแนะนำของซาสเลอร์และส่งคนไปเชิญวอร์ตันมาทันที

วอร์ตันรีบมาถึงสวนดอกไม้หลังปราสาท  ระหว่างทางนั้นเขารู้สึกค่อนข้างกังวลใจ “พี่ใหญ่เป็นผู้ที่ที่ให้ความสำคัญกับความรักที่เขามีต่อพี่น้องเป็นอย่างสูง  แต่ว่าเยล เขา.. พี่ใหญ่ต้องรู้สึกแย่ในตอนนี้”  วอร์ตันกำลังห่วงใยลินลี่ย์  แต่เมื่อเขาเห็นลินลี่ย์  เขาพบว่า....

ตอนนี้ลินลี่ย์ดูไม่เหมือนคนใจสลาย  เขากลับขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาจ้องเขม็งราวกับว่าเขากำลังกังวลเรื่องบางอย่าง

“พี่ใหญ่, ท่านเรียกข้าทำไม?”  วอร์ตันถามทันที

“ข้าให้แหวนมิติเก็บของกับเจ้าวงหนึ่งไปใช่ไหม?  เจ้าให้ใครอื่นไปหรือยัง?”  ลินลี่ย์ถามอย่างรีบร้อน

วอร์ตันหัวเราะและกล่าว “ยังไม่ได้ให้เลย ข้าตั้งใจจะให้นีน่าในอีกไม่กี่วันนี้ นีน่ากับข้าแต่งงานกันมานานแล้ว แต่ข้าไม่เคยให้อะไรที่มีค่าแก่นางเลย”

“งั้นให้นีน่ารีบมาเร็วๆ และให้นางผูกสัญญาด้วยเลือด เราจะดูกันว่ามีอะไรอยู่ในแหวนมิติเก็บของ”  ลินลี่ย์กล่าวเร่งรัด

วอร์ตันประหลาดใจมาก ทำไมพี่ชายเขาถึงได้เร่งรัดขนาดนี้?

ในไม่ช้านีน่าก็มาถึง หลังจากรู้สิ่งที่ลินลี่ย์ต้องการนีน่ารีบผูกสัญญาโลหิตกับแหวนมิติเก็บของในทันทีทันใด  และจากนั้นดึงของที่เก็บอยู่ภายในแหวนออกมา

มีเสื้อผ้าบางส่วน, แร่บางอย่าง,และโดยเฉพาะแก้วผลึกกลมก็ยื่นออกมา

“นั่นไง” ตาของซาสเลอร์เป็นประกายเมื่อเขาเห็นแก้วผลึก

ลินลี่ย์ วอร์ตัน และนีน่าต่างมึนงงกันหมด เท่าที่พวกเขากังวลลูกแก้วผนึกมีรัศมีแปลกประหลาด ใช่แล้วแต่ลินลี่ย์และอีกสองคนไม่คิดว่าแก้วผลึกจะมีผลอะไร  แต่ซาสเลอร์รู้ว่ามันคืออะไร ทันทีที่เขาเห็น

ซาสเลอร์เอื้อมมือไปหยิบแก้วผลึกวัสดุภายในแก้วผลึกดูเหมือนจะแตกต่างออกไปเมื่อเทียบกับวัสดุด้านนอก  เมื่อพระอาทิตย์ฉายเข้าไปในแก้วผลึกมันดูบิดเบี้ยวหักเหและจากนั้นก็แข็งตัวจากภายในใจกลางแก้วผลึก

ซาสเลอร์ควบคุมพลังจิตของเขาส่งผ่านเข้าไปในลูกแก้วผลึกตรวจสอบสภาพภายในอย่างระมัดระวัง

“ลูกแก้วผลึกนี้ได้รับการปรับแต่งแล้ว”  ซาสเลอร์พูดหลังจากชะงักและพยายามหาวิธีอธิบายสิ่งที่เขาต้องการพูด “ปัจจุบันนี้มันมีวัตถุประสงค์ในการใช้คือดูดวิญญาณโดยรอบที่ไม่มีการปกป้องในพื้นที่ราวๆสิบตารางเมตร

“รวบรวมวิญญาณ?” หัวใจของลินลี่ย์สะท้าน

ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว

เหตุการณ์ ‘เมืองมรณะ’เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะบุรุษชุดเงินเป็นผู้ฆ่าคนด้วยมือข้างหนึ่งขณะที่ถือแก้วผลึกด้วยมืออีกข้างหนึ่งแต่ละคนที่ถูกฆ่าวิญญาณพวกเขาจะถูกสูบเข้ามาไว้ในแก้วผลึก  หลังจากกวาดล้างเมืองบลูเลียนวิญญาณเกือบแสนดวงก็ถูกสูบเก็บไว้

“พวกเขารวบรวมวิญญาณไปทำอะไร?”  วอร์ตันพูดด้วยความประหลาดใจ  วอร์ตันกับนีน่ารู้สึกตกใจหนักทั้งคู่

ซาสเลอร์อธิบาย  “การรวบรวมดวงวิญญาณมากมาย..ที่สำคัญเลยเพราะพ่อมดมาจากจอมเทพมรณะกล่าวโดยทั่วไปก็คือพวกที่ฝึกในเวทพ่อมดสามารถกลายเป็นเทพได้  พวกฝึกในแนวกฎมรณะและกฎมรณะจะแฝงไว้ด้วยเรื่องการใช้ประโยชน์ของดวงวิญญาณ”

“ด้วยการสะสมดวงวิญญาณมากมายเขาจะสามารถสร้างพลังโจมตีพิเศษบางอย่างได้” ซาสเลอร์อธิบาย

“กะ..กฎพิเศษมรณะ ความจริงก็คือ...”  แม้แต่ลินลี่ย์ก็ค่อนข้างไม่สบายใจ

เขารู้จักกฎธาตุทั้งเจ็ดคือ ดิน ไฟน้ำ ลม สายฟ้า ความสว่าง ความมืด เขายังรู้จักกฎแห่งความตาย, ทำลายล้าง, ชีวิตและชะตาสี่กฎพิเศษและกฎธาตุธรรมชาติเป็นสองแนวคิดที่แตกต่างกัน  กฎพิเศษเป็นกฎซึ่งครอบคลุมไปทั้งจักรวาล

สำหรับกฎมรณะ การฝึกต้องเพ่งสมาธิที่ความตาย

“วัตถุประสงค์ที่ใหญ่ที่สุดของการใช้วิญญาณมากมายมหาศาลก็เพื่อเอามาใช้เพิ่มพูนพลังของผู้ใช้นั่นเอง” คำพูดของซาสเลอร์ไม่ทำให้หยุดทึ่งได้เลย

“เสริมพลังวิญญาณของผู้ใช้เวทหรือ?”  ลินลี่ย์ตะลึงอย่างแท้จริง

ในอดีตไดลินได้บอกเล่าลินลี่ย์ว่ามีเงื่อนไขในการเป็นเทพสองอย่าง เงื่อนไขที่สองก็คือสร้างร่างร่างแยกเทพรอบประกายศักดิ์สิทธิ์ซึ่งจะเป็นตัวแทนของผู้นั้น  วิญญาณจะถูกแบ่งครึ่งวิญญาณเป็นธาตุพื้นฐานที่สุดของสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง!  เมื่อกลายเป็นเทพ  ร่างของเทพเมื่อถูกทำลายก็สามารถสร้างขึ้นใหม่จากพลังงานทันที

แต่ถ้าวิญญาณถูกทำลาย อย่างนั้นเจ้าของวิญญาณก็จะตายแน่นอน

ขณะที่เขาฝึกและมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น  วิญญาณของผู้ฝึกฝนจะค่อยๆเพิ่มความแข็งแกร่งเช่นกัน

“กลั่นวิญญาณจำนวนมหาศาลจากนั้นดูดกลืนวิญญาณเหล่านั้นมาเสริมพลังวิญญาณของตน?”  ลินลี่ย์รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ

“ใช่แล้วเพียงแต่การกลั่นวิญญาณนั้นทำได้ยากมาก”  ซาสเลอร์ถอนหายใจ  “จำเป็นต้องมีความเข้าใจเรื่องวิญญาณอย่างถ่องแท้ แม้แต่ข้าก็ยังไม่สามารถทำเรื่องอย่างนั้นได้ ข้าคาดว่าเทพที่ฝึกฝนมาทางวิถีมรณะจึงจะมีความสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้ แต่มีแนวโน้มว่าเทพอื่นผู้ฝึกฝนในกฎที่แตกต่างออกไปก็คงพบว่ามันยากมากที่จะทำเช่นนี้ได้”

ลินลี่ย์พยักหน้ากับตัวเอง

ปรับแต่งวิญญาณคนอื่นมาเสริมพลังวิญญาณของตน  ความสามารถเช่นนี้ยิ่งใหญ่มากเหลือเกิน

ถ้าเทพเบื้องต้นธรรมดาสามารถทำเช่นนี้ได้นั่นคงน่าขันเกินไป เท่าที่ฟังดีแม้ว่าพวกเทพจะสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้ก็ยังเป็นเรื่องที่ยากมาก

“ข้าคิดว่าข้ารู้ดีแล้วว่าตอนนี้เทพตนนี้อยู่ที่ตำแหน่งใด”  ซาสเลอร์กล่าว

ตาของลินลี่ย์เป็นประกาย

ซาสเลอร์พูดอย่างสงบ “เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกันอย่างเรื่องที่เยลขอซื้อเชลยศึกมากมาย หรือบุรุษชุดเงินทำลายเมืองและรวบรวมวิญญาณ... เห็นได้ชัดเลยว่า เทพตนนี้ต้องการวิญญาณอย่างเต็มที่  สำหรับตำแหน่งเทพตนนี้ ข้าคาดว่าเขาน่าจะอยู่ในที่ซึ่งเชลยศึกเหล่านั้นถูกส่งไป”

ลินลี่ย์เห็นด้วยกับจุดนี้เช่นกัน

“เรายังคงรู้ว่าข้ออ้างของหอการค้าดอว์สันที่ให้เราไว้เหตุผลที่พวกเขาซื้อทาสมากมายเป็นเพราะพวกเขาขุดเหมืองลับขนาดใหญ่คงต้องอยู่ในแนวเขาไปทางใต้ของจักรวรรดิบาลุคของเรา  ภายในเทือกเขามีหุบเขาใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งสาขาของหอการค้าดอว์สัน  ข้าคิดว่า...บางทีเทพตนนั้นคงจะอยู่ที่นั่น” ซาสเลอร์คาดเดา

ริมฝีปากของซาสเลอร์มีรอยยิ้มชั่วร้าย  “ไม่แต่เพียงแค่นั้น  สำหรับเหตุที่เยลสามารถมาถึงได้รวดเร็ว.. ลอร์ดลินลี่ย์,ท่านฆ่าบุรุษชุดเงินนั้นเมื่อคืนก่อน แต่เยลมาถึงในวันนี้ ข้าคาดว่าเมื่อคืนนี้ เยลคงได้รับคำสั่งจากเทพตนนั้นให้มาจัดการกับท่าน

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

“เยลไม่ใช่เซียน เขาต้องขับขี่อสูรบิน ประการแรกเลยเขาต้องไปรับพิษไหมวิญญาณจากเทพตนนั้นก่อน  และจากนั้นก็ต้องรีบด่วนมายังปราสาทเลือดมังกร  เขาใช้เวลาเพียงราวๆ สิบชั่วโมง...แล้วอสูรบินจะบินได้เร็วมากแค่ไหน? ดังนั้น เทพนั้นจะต้องอยู่ในรัศมีไม่กี่พันกิโลเมตรห่างจากเรา  มิฉะนั้นไม่มีทางที่เยลจะรีบเร่งมายังปราสาทเลือดมังกรได้รวดเร็วขนาดนั้นเป็นแน่”

“มีสาขาใหญ่ของหอการค้าดอว์สันภายในรัศมีสองสามพันกิโลเมตรจากเราก็คือหุบเขานั้น”

ซาสเลอร์มั่นใจมาก

“ถูกต้อง” ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย  “วอร์ตัน ซาสเลอร์ นีน่า..พวกเจ้าทุกคนไปพักกันได้ ข้าจะไปเริ่มฝึกเดี๋ยวนี้”

“พี่ใหญ่, ท่านรีบร้อนมากขนาดนั้นหรือ?”  วอร์ตันค่อนข้างประหลาดใจ  ที่สำคัญ,ลินลี่ย์บอกพวกเขาว่าจะร่วมทานอาหารค่ำด้วยกันแล้วค่อยกลับไปฝึกต่อหลังอาหารมื้อค่ำ

“เจ้ายังนึกว่าข้ามีอารมณ์เช่นนั้นอยู่อีกหรือ?  พอเถอะ,พวกเจ้าทุกคนไปจัดการกิจการของตนได้” ลินลี่ย์หันไปมองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ “รวบรวมวิญญาณ?  เข่นฆ่าชีวิตคน?  ครอบงำเยล...” ลินลี่ย์เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันต่อเทพผู้ลึกลับและไม่เห็นตัวนี้

ลินลี่ย์ออกจากสวนดอกไม้หลังปราสาททันทีและเข้าไปในห้องฝึกลับลึกลงไปในปราสาทเลือดมังกร

ทันทีที่ลินลี่ย์ก้าวเข้ามาในห้องมิติเดเลียที่ยังนั่งอยู่ในท่าขัดสมาธิบนเตียงศิลาก็ลืมตาทันที

“ลินลี่ย์, เกิดอะไรขึ้น?” เดเลียค่อนข้างประหลาดใจ

เมื่อเห็นเดเลีย ลินลี่ย์ตัดสินใจ  เขาไม่ต้องการให้เดเลียกังวลใจ  เขาฝืนยิ้มและกล่าว “ไม่มีอะไรฝึกต่อไปเถอะ” ลินลี่ย์นั่งลงขัดสมาธิบนพื้นทันที ด้านนอกห้องมิติเป็นกระแสอวกาศหลากสีสันที่ปั่นป่วน

“เมื่อถึงระดับเทพ เทพคนแรกที่ข้าจะต้องฆ่าให้ได้ก็คือเจ้าบัดซบนั่น” หัวใจของลินลี่ย์เต็มไปด้วยแรงกระตุ้นอำมหิต

ลินลี่ย์สูดหายใจลึกสามครั้งก่อนที่เขาจะสามารถสงบลงได้ จากนั้นเขาเริ่มซึมซาบเข้ากับกฎธรรมชาติธาตุลมทดลองอย่างต่อเนื่องและใช้สัจจธรรมแห่งความเร็วที่สมบูรณ์...

ขณะที่เขาซึมซาบเข้ากับกฎธรรมชาติที่กว้างไกลไร้ขอบเขต  ภาพกระบี่ในใจทั้งสามซึ่งเป็นตัวแทนด้านเร็วด้านช้าและสัจจธรรมแห่งความเร็วทั้งหมดเริ่มฉายภาพการโจมตีในใจเขา  กระบี่ทั้งสองเปลี่ยนแปลงไปนับครั้งไม่ถ้วน และในชั่วขณะหนึ่งลินลี่ย์สามารถตั้งสมมติฐานแตกต่างกันถึงสิบล้านวิธี

พอตั้งสมมติฐานและจากนั้นใช้กระบี่ด้านเร็วและด้านช้าจากนั้นเขาค่อยๆ ได้รับความรู้แจ้งใหม่อีกครั้ง

เพียงแต่การทดลองครั้งแล้วครั้งเล่าจะทำให้เขาเข้าใจถึงเส้นทางที่ถูกต้อง

ยิ่งได้รู้แจ้งมากขึ้น ลินลี่ย์ก็รู้สึกได้ชัดว่าด้านเร็วและด้านช้าไม่ได้ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง  ทั้งสองด้านมีความเป็นธรรมดา โชคดีที่ลินลี่ย์รู้แจ้งในด้านเร็วและด้านช้าระดับต่ำจึงทำให้สัจธรรมแห่งความเร็วของเขายังมีความก้าวหน้าได้

ถ้าเขาได้เข้าถึงด้านเร็วและด้านช้าในระดับสูงก่อนหน้านี้อาจทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับเขาในการหลอมรวมสองด้านนี้เข้าด้วยกัน

เวลาไหลไปเหมือนสายน้ำไม่มีหยุดนิ่ง

ผู้วิเศษยังคงรู้ว่าพิษไหมวิญญาณที่เยลใช้ล้มเหลวในการฆ่าลินลี่ย์ นี่เป็นเหตุให้ผู้วิเศษนี้ไตร่ตรองด้วยความประหลาดใจ  พิษไหมวิญญาณมีความเป็นกรดมากและไม่เคยมีเซียนแม้แต่คนเดียวที่สามารถหลบเลี่ยงผลของมันแล้วรอดชีวิตได้

ลินลี่ย์เป็นคนแรกที่รอดจากวิชาของผู้วิเศษนี้

“ข้าว่าข้าจะปล่อยเจ้าเซียนเด็กน้อยนี้ให้รอดชีวิตอีกระยะหนึ่ง”  ผู้วิเศษไม่สนใจเรื่องเซียนอยู่แล้ว  ถ้าฝ่ายตรงข้ามเป็นเทพเขาอาจจะกังวลอยู่บ้าง

แต่ก็แค่เซียนคนหนึ่ง?

เหตุผลเดียวที่เขาต้องการฆ่าลินลี่ย์เป็นเพราะลินลี่ย์ฆ่าองครักษ์ชุดเงินของเขาทำให้เขาค่อนข้างโกรธ

“อย่างนั้นเขาก็ไม่ฆ่าเยลจริงๆ  เขาใจอ่อนจริงๆ  คนอย่างเขาอาจถูกทรยศและคงฆ่าในพิภพจองจำเกบาโดสไปนานแล้ว  โอวก็ดีเหมือนกัน เพราะเขาทำอย่างนี้ช่วยให้ข้าประหยัดพลังไม่ต้องยุ่งยากควบคุมสมาชิกหอการค้าดอว์สันคนอื่น”

เรื่องนี้หายไปจากใจของผู้วิเศษนี้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้ผู้วิเศษนี้ให้ความสนใจกับการหล่อหลอมวิญญาณที่อยู่ต่อหน้าเขา

ในพริบตาผ่านไปมากกว่าครึ่งปี

ลึกลงไปในปราสาทเลือดมังกร ห้องมิติภายในใจของลินลี่ย์ผู้ที่ยังอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิจมอยู่กับการฝึก กระบี่ทั้งสามยังคงแสดงวิธีใช้ให้เขาดูครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าและยังเป็นการแสดงสัจธรรมแห่งความเร็วที่ลึกลับ

“เอาเลย”

จิตและวิญญาณของลินลี่ย์เริ่มรู้สึกได้ชัดเจนอย่างเป็นธรรมชาติ..ว่าเขาเพิ่มก้าวข้ามพ้นเขตแดน  เขตแดนระหว่างเซียนกับเทพ

ลินลี่ย์ลืมตาและเงยหน้าขึ้น!

“ครืนนน...”

พลังงานรุนแรงสั่นสะท้านวิญญาณขยายลามคลุมตัวลินลี่ย์ไว้ภายในทันที  พื้นที่รอบตัวลินลี่ย์บิดเบี้ยวเหมือนกับจะแยกลินลี่ย์ออกจากมิติรอบๆ ทั้งตัวของลินลี่ย์ลอยขึ้นไปในอากาศ

ร่างของเขาไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาขณะที่เขาลอยขึ้นไป

“ช่างน่ากลัว...” ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาล เก่าแก่ เฉพาะแบบ  เป็นการเจาะจงมากยิ่งขึ้นพลังที่แสดงออกเหมือนกับบางอย่างคล้ายกฎธาตุธรรมชาติ หรือกฎธรรมพิเศษอยู่ต่อหน้าพลังนี้ ลินลี่ย์รู้สึกว่าเขาไม่มีอะไรมากไปกว่ามด

“นี่..น่าจะเป็นฎีกาธรรมชาติซึ่งจะตัดสินว่านักสู้จะได้กลายเป็นเทพหรือไม่”  หัวใจของลินลี่ย์สั่นสะเทือนเต็มที่

จบบทที่ ตอนที่ 12-22 มุ่งมั่นกลายเป็นเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว