เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-20 โละทิ้ง

ตอนที่ 12-20 โละทิ้ง

ตอนที่ 12-20 โละทิ้ง


รอยย่นบนใบหน้ากระดูกยิ่งดูมีรอยย่นเพิ่มขึ้น

“เฟนแห่งวิทยาลัยเทพสงคราม, และลินลี่ย์?”  ดวงตาเรืองแสงเขียวของชายชราผอมกระพริบ  เห็นได้ชัดว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่าง

เขาพาบุรุษชุดเงินทั้งเก้ามาจากพิภพจองจำเกบาโดส  พวกเขาทุกคนมีพลังระดับสุดยอดเซียน  ถ้าไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือของลินลี่ย์  เฟนคงต้องใช้เวลาและความสามารถเพิ่มขึ้นกว่าจะฆ่าพวกมันได้สักคน

วิญญาณของยอดฝีมือยิ่งทรงพลังมาก ก็ยิ่งยากจะครอบครอง

ลอร์ดเบรุตทำลายยอดฝีมือชุดเงินไปคนหนึ่ง  ก็ได้เขาไม่กล้าโมโหระบายลงกับลอร์ดเบรุต  แต่ลินลี่ย์กับเฟนฆ่าบริวารสำคัญของเขาไปถึงสองตนตอนนี้เขาอารมณ์เสีย

“ฮึ่ม, ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าข้ายังยุ่งกับงานสำคัญข้าจะออกไปเองและใช้พลังจิตควบคุมเจ้าเด็กทั้งสองไว้สักพันปีหรือหมื่นปี!” เสียงแหบแห้งของชายชราที่ผอมเหมือนกระดูกดังขึ้นพร้อมกับประกายตาเย็นชา  “ดูจากสถานการณ์แล้ว....”

“เยล,มาหาข้าเร็วเข้า” เสียงของชายชราร่างกระดูกดังขึ้นในใจของเยล

“ขอรับ, ท่านผู้วิเศษ” เยลไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อย

ตอนนี้เยลอยู่ที่หนึ่งในสาขาของหอการค้าดอว์สันตั้งอยู่ในหุบเขาขนาดใหญ่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจักรวรรดิบาลุค  จุดตำแหน่งนี้ติดกับสามจักรวรรดิใหญ่คือจักรวรรดิยูลาน, จักรวรรดิโอเบรียนและจักรวรรดิบาลุค ดังนั้นทาสซึ่งถูกส่งมาจากสามจักรวรรดิทั้งหมดจะถูกส่งมายังหุบเขานี้ได้อย่างรวดเร็ว

เพื่อท่านผู้วิเศษ...

เขาอาศัยอยู่ในพื้นที่ลับใต้ดินลึกลงไปในใจกลางหุบเขา

หลังจากนั้นไม่นาน เยลเดินทางมาถึงห้องสลัวใต้ดิน

“ท่านผู้วิเศษ” เยลคุกเข่าข้างหนึ่งแสดงความเคารพ อยู่ต่อหน้าผู้วิเศษ เยลเต็มไปด้วยความซื่อสัตย์ไม่มีการขัดขืน

ผู้วิเศษพยักหน้าอย่างใจเย็น  แค่เพียงพลิกมือเขามีขวดแก้วใสขนาดหัวแม่มือเต็มไปด้วยของเหลวเล็กจำนวนหนึ่ง มันลอยเข้าหาเยล  เขารับไว้ด้วยความเคารพ

“เยล ผสมน้ำยานี้เข้ากับขวดเหล้าและจากนั้นเอาขวดเหล้านี้ไปพบลินลี่ย์ ให้ลินลี่ย์ดื่มมันซะ  จำไว้...ไม่ว่าเจ้าจะต้องทุ่มเทยังไงก็ตามเจ้าต้องให้เขาดื่มมันลงไป”  ผู้วิเศษสั่งอย่างใจเย็น

“ขอรับ, ผู้วิเศษ” เสียงของเยลไม่มีแววลังเลแม้แต่น้อย

ผู้วิเศษที่อยู่ในความมืดพยักหน้าอย่างใจเย็น  “พอเถอะ ตอนนี้เจ้าไปได้”

เมื่อเห็นเยลจากไป ผู้วิเศษลอบถอนหายใจ  “หลังจากดื่มพิษไหมวิญญาณแล้วลินลี่ย์จะต้องตายแน่นอน

น่าเสียดายสหายและสมาชิกครอบครัวของลินลี่ย์จะไม่ยอมไว้ชีวิตเยลผู้กระทำผิดแน่ๆ  เยลจะตายเหมือนกัน ดูเหมือนข้าต้องหาคนอื่นในหอการค้าดอว์สันมาควบคุมต่อไป

ในยามราตรีมืดมิดเยลขับขี่เหยี่ยวพายุฟ้าบินออกไปด้วยความเร็วสูงมุ่งตรงสู่ปราสาทเลือดมังกร ด้านหลังเขาเป็นองครักษ์สองคนขับขี่อสูรเวทตามหลัง  องครักษ์ทั้งสองนี้กำลังงงงวยทั้งคู่

“ทำไมท่านประธานต้องรีบร้อนออกไปในเวลาดึกดื่นอย่างนี้”

“ใครจะรู้กันเล่า? ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ท่านประธานดูเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง  เขาไม่มีอารมณ์ขันอีกต่อไปและกลายเป็นคนเงียบขรึม”

องครักษ์ทั้งสองคนพูดกันเบาๆ อยู่ด้านหลังเขา ขณะที่เยลเองจ้องมองในทิศตะวันออกเฉียงเหนือด้วยสีหน้าเยือกเย็นไร้อารมณ์

บ่ายวันถัดมา

กลุ่มของเยลมาถึงปราสาทเลือดมังกรได้ในที่สุด  และอสูรบินลงจอดข้างล่าง

“เรามาถึงกันแล้ว” เยลกวาดสายตาไปทางปราสาทเลือดมังกร ไม่มีความรู้สึกอะไรในสายตาของเขา

ภายในปราสาทเลือดมังกร

วันนี้ในปราสาทเลือดมังกร เกทส์ วอร์ตันซาสเลอร์และยอดฝีมืออื่นรู้สึกไม่สบายใจและขุ่นเคือง  เมื่อลินลี่ย์กลับมาเขาได้บอกรายละเอียดกับทุกคนเกี่ยวกับเหตุการณ์ ‘เมืองมรณะ’ และวิธีที่ตัวการร้ายที่อยู่เบื้องหลังลงมือ  ซึ่งก็คือบุรุษชุดเงินทั้งสองนั้น

แต่เบื้องหลังบุรุษชุดเงินก็คือเทพที่ควบคุมพวกเขาอยู่!

ยอดฝีมือระดับเทพ!

คำง่ายๆ ที่เหมือนกับภูเขากดทับหัวใจของเกทส์ซาสเลอร์และคนอื่นๆ พวกเขารู้สึกว่ามีแรงกดดันมหาศาลกันทุกคน

หลังจากอาหารเช้าลินลี่ย์ วอร์ตัน เกทส์ ซาสเลอร์และคนอื่นทุกคนนั่งในอุทยานดอกไม้หลังปราสาทพูดคุยกันถึงสถานการณ์

“ไม่ต้องกังวลจนเกินไป ที่สำคัญแฮรี่บอกไว้แล้วว่าเทพผู้นั้นไม่มีเวลาลงมายุ่งกับเรื่องอื่นด้วยตัวเอง”  ลินลี่ย์เห็นว่าคนอื่นดูเหมือนจะค่อนข้างกังวลดังนั้นเขาอดหัวเราะไม่ได้และพยายามให้กำลังใจพวกเขา  “ช่วงเวลาที่เทพนั้นกำลังยุ่ง  ข้าอาจบรรลุระดับเทพด้วยตัวเองไปแล้วก็ได้

“พี่ใหญ่” วอร์ตันพูดอย่างไม่สบายใจ “ที่สำคัญทั้งหมด เป็นไปได้ไหมว่าเทพผู้นั้นจะหยุดลงมือกับท่าน?  นอกจากนี้ เรื่องสำคัญยิ่งกว่าก็คือ..แม้ว่าท่านจะถึงระดับเทพแล้วก็ตาม พี่ใหญ่, ท่านจะจัดการกับเทพนั้นได้จริงๆ หรือ?”

วอร์ตันกังวลมาก

ลินลี่ย์, แม้หลังจากกลายเป็นเทพแล้วก็ยังเป็นแค่เพียงเทพชั้นต้น

ศัตรู?

ใครจะรู้กันว่าศัตรูจะเป็นเทพชั้นต้นหรือเทพระดับกลาง?  ถ้าคู่ต่อสู้เป็นเทพ อย่างนั้นลินลี่ย์จะไม่มีโอกาสเปลี่ยนสถานการณ์ได้  แม้ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นเทพชั้นต้น...แต่ยังมีความแตกต่างกันมากระหว่างเทพชั้นต้นเช่นกัน  เป็นไปได้ไหมว่าเทพระดับต้นหมาดๆกับเทพระดับต้นชั้นสูงจะถูกมองว่าเท่าเทียมกัน?

ที่สำคัญระดับของลินลี่ย์แม้แต่เซียนระดับสูงอื่นก็ยังถูกเขาฆ่าตายได้ง่ายๆ

เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับเทพชั้นต้นระดับสูง

เทพชั้นต้นสามารถฆ่าเทพชั้นต้นมือใหม่ได้เพียงโจมตีครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น

“ขอให้เชื่อข้าเถอะ” ลินลี่ย์ เมื่อความกังวลในสีหน้าของวอร์ตัน เขารู้สึกตื้นตันเขาเข้าใจว่าวอร์ตันน้องของเขาคิดอะไร

ซาสเลอร์เสริมขึ้นเช่นกัน “วอร์ตัน ไม่ต้องกังวลมากเกินไป อีกสี่ปีกว่าเทพสงครามและเทพอื่นจะกลับมาทั้งหมดเช่นกัน  เมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์จะแตกต่างออกไปอีกครั้ง  นอกจากนี้พี่ชายเจ้าเคยปล่อยให้เจ้าต้องตกที่นั่งลำบากเมื่อไหร่กัน?  เจ้าจำเป็นต้องเชื่อใจลอร์ดลินลี่ย์”

วอร์ตันพยักหน้า

เขามองดูพี่ชายของเขา ลินลี่ย์ฆ่ากษัตริย์เฟนไลกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในจักรวรรดิโอเบรียนโดยต่อสู้เสมอกับเฮนด์เซนและตอนนี้แค่อาศัยกำลังความสามารถของตัวเองเขากำลังจะกลายเป็นเทพ

“พี่ใหญ่, ข้าเชื่อท่าน” วอร์ตันคาดว่าจะเห็นลินลี่ย์สามารถเอาชนะศัตรูของเขาได้

ความจริงลินลี่ย์มั่นใจมากกว่าวอร์ตันเสียอีก

ที่สำคัญที่สุดถ้าเทพผู้ลึกลับต้องรอถึงสี่ปีกว่าจะออกมาได้ ตอนนั้น... ไดลินและเทพอื่นๆก็คงกลับมาเช่นกัน เขาได้มอบประกายศักดิ์สิทธิ์เป็นของขวัญให้ไดลิน  ไดลินเป็นหนี้เขารอตอบแทนให้ครั้งใหญ่ลินลี่ย์เชื่อว่าไดลินคงจะไม่ยอมมองดูอยู่เฉยๆ แน่นอน

แต่แน่นอนว่านั่นเป็นแค่การพึ่งพาความแข็งแกร่งภายนอกเท่านั้น

ผู้สนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลินลี่ย์ก็คือ...กระบี่เลือดม่วงและแหวนมังกรขนด!

สมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่มีระดับพลังที่แตกต่าง

ตัวอย่างเช่น เมื่อพวกเขาไปที่สุสานเทพเจ้าชั้นหกพวกเขาได้เผชิญหน้ากับอสูรจ้าวอัคคีมีใช้ขวานศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่พวกเซียนจะใช้พลังความสามารถพิเศษสู้กับอาวุธศักดิ์สิทธิ์นั้นเต็มที่แล้วก็ตาม  ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์นั้นยังเป็นสมบัติที่มีระดับต่ำ

สมบัติเทพยิ่งใช้ยาก ก็ยิ่งต้องการความแข็งแรงมากและทรงพลังมากจริงๆ

สำหรับกระบี่เลือดม่วงของเขาจนกระทั่งถึงตอนนี้ ลินลี่ย์ยังคงแค่อาศัยความแข็งและความคมกล้าใช้สังหารคู่ต่อสู้ ลินลี่ย์ยังไม่สามารถใช้ความสามารถพิเศษของกระบี่ได้.. ตัวอย่างเช่น.. ลินลี่ย์ไม่สามารถใช้กระบี่เลือดม่วงเพื่อเปลี่ยนขนาดของมันได้ตามต้องการ

สมบัติวิเศษสามารถเปลี่ยนขนาดได้  นี่เป็นความสามารถขั้นพื้นฐาน

แต่ลินลี่ย์ไม่มีความสามารถพอทำคุณสมบัติตรงนี้ให้สำเร็จ เห็นได้ชัดว่ากระบี่เลือดม่วงไม่ใช่อาวุธเทพธรรมดา ความจริงเมื่อพลังวิญญาณของลินลี่ย์มีปฏิสัมพันธ์กับรัศมีพลังที่น่ากลัวและเห็นภาพที่น่ากลัวภายในกระบี่เลือดม่วง  เขารู้ว่ามันมีศักยภาพไม่ธรรมดาเพียงไหน

กระบี่เลือดม่วงคือสิ่งสนับสนุนที่ทรงพลัง  นอกจากนี้เขายังมีแหวนมังกรขนด!

จนถึงตอนนี้ ลินลี่ย์ยังคงกังวลเกี่ยวกับแหวนมังกรขนด แต่ลินลี่ย์มั่นใจว่าเขายังไม่รู้สึกอะไรเกี่ยวกับแหวนที่ระดับพลังปัจจุบันของเขา    ก็หมายความว่าพลังของแหวนมังกรขนดมีแนวโน้มว่าจะไม่อ่อนแอไปกว่ากระบี่เลือดม่วง  และบางทีอาจมีพลังมากกว่า

“เมื่อข้ากลายเป็นเทพ, ข้าจะสามารถควบคุมและใช้สมบัติเทพนี้ได้ทันทีแน่”  ลินลี่ย์กระตือรือร้นมาก

เขาต้องการรู้พลังที่แท้จริงของกระบี่เลือดม่วงและของแหวนมังกรขนด!

“ท่านลอร์ด,ประธานเยลแห่งหอการค้าดอว์สันมาขอพบ” องครักษ์ประจำปราสาทเลือดมังกรวิ่งเข้ามาที่สวนหลังปราสาทและรายงานลินลี่ย์ด้วยความเคารพ  แม้จะแค่เหลือบมองลินลี่ย์ เขาก็ยังเต็มไปด้วยท่าทางเทิดทูนบูชา

“เยล?” ตาของลินลี่ย์เป็นประกาย

“รีบเชิญเขาเข้ามา” ลินลี่ย์รู้สึกมีความสุขทันที สำหรับลินลี่ย์ สหายทั้งสามที่เขาคบหาตั้งแต่อายุยังเยาว์วัยมีสถานะในหัวใจของเขาเท่ากับวอร์ตันน้องชายแท้ๆของเขา

“เยล?” วอร์ตันขมวดคิ้ว จากนั้นพูดกับลินลี่ย์ “พี่ใหญ่, ข้าลืมบอกท่านไป ห้าปีที่แล้วหลังสงครามใหญ่เริ่มขึ้น เยลมาหาเราและขอให้เรามอบสิทธิ์ซื้อเชลยสงครามทั้งหมด  ตอนนั้น แม้ว่าซีน่าจะไม่ค่อยยินดีก็ตาม  แต่ในที่สุดเขาก็ยังตอบตกลง”

“โอว?”แม้ว่าลินลี่ย์จะไม่เข้าใจเรื่องการปกครองประเทศเท่าใดนัก แต่เขาเข้าใจว่าการซื้อเชลยสงครามนั้นหมายถึงอะไร  นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนผู้หนึ่งสามารถทำได้แค่เพียงเพราะพวกเขามีเงิน

“นั้นยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป ข้าจะคุยกับพี่ใหญ่เยลสักสองสามคำเรื่องนี้”  ลินลี่ย์ไม่คิดอะไรมากแค่พูดตามปกติ

เมื่อได้ยินคำพูดของลินลี่ย์  วอร์ตันไม่พูดอะไรต่อไป  ถึงตอนนี้พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้า ลินลี่ย์ไปที่ประตูสวนดอกไม้หลังปราสาททันทีเพื่อทักทายคนผู้นั้น  และนั่นก็คือเยล.. หน้าของเขายิ้มเต็มที่ขณะเดินเข้ามา  ทันทีที่เขาเห็นลินลี่ย์ตาของเขาเป็นประกาย  “น้องสาม,  ช่วงนี้ยากจะพบเห็นเจ้าจริงๆ”

“ข้ามัวยุ่งอยู่กับงานสำคัญ  มาเถอะมานั่งสนทนากันเถอะ”  ลินลี่ย์ทักทายอย่างเป็นกันเอง

ลินลี่ย์พูดกับวอร์ตันและซาสเลอร์ที่อยู่ใกล้ๆ  “วอร์ตัน, พวกเจ้าไปพักก่อน,พี่ใหญ่เยลกับข้าไม่ได้พบกันมานาน เราจะพูดคุยกันนานหน่อย โอว จริงสิ คืนนี้ต้องจัดงานเลี้ยงรับรองด้วย  เยลจะมาร่วมรับประทานอาหารที่นี่คืนนี้”

ลินลี่ย์เดิมทีตั้งใจจะกลับไปขังตัวฝึกฝนหลังเสร็จอาหารค่ำ

“ได้เลย, พี่ใหญ่” วอร์ตันพยักหน้า จากนั้นออกไปพร้อมกับเกทส์และคนอื่น ซาสเลอร์ขมวดคิ้วขณะที่เขาจ้องมองเยลสองครั้ง  แต่เขาไม่พูดอะไรขณะเดินออกมา

สาวใช้ประจำปราสาทรีบนำเหล้าและแก้วเหล้าออกมาสองชุด

“พี่ใหญ่เยล,ทำไมท่านถึงต้องการซื้อเชลยสงครามทั้งหมดเล่า?” ลินลี่ย์ถามขึ้นอย่างสงสัย ลินลี่ย์ไม่ได้ตั้งใจจะขัดแย้งกับเขา  เขาก็แค่สงสัยเล็กน้อย

เยลจงใจทำให้บรรยากาศลึกลับ  “นั่นเป็นความลับทางธุรกิจ”

“โธ่เอ๊ย..นี่เจ้ายังกล้าพูดความลับทางธุรกิจกับข้าหรือนี่?”  ลินลี่ย์เริ่มหัวเราะและไม่พูดถึงหัวข้อนี้อีกต่อไป

“เจ้ามาถึงนี่ค่อนข้างจะบังเอิญมากเลยนะ  ถ้าเจ้ามาช้าไปสักวันข้าคงไม่มีเวลาสังสรรค์กับเจ้าแล้ว” ลินลี่ย์รู้สึกตื้นตัน ที่สำคัญเขาเพิ่งออกมาเมื่อวานนี้และตั้งใจจะขังตัวฝึกฝนต่อหลังจากอาหารค่ำวันนี้ มีเวลาว่างเพียงน้อยนิด แต่เยลก็ฉวยโอกาสนั้นไว้ได้

ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญมาก

“ข้ามีธุรกิจบางอย่างต้องทำ บังเอิญต้องผ่านมาทางนี้  เมื่อข้าเห็นปราสาทเลือดมังกรข้าเลยตั้งใจแวะมาหาเจ้า  แค่ลองเสี่ยงโชคดูไม่คาดเลยว่าจะได้พบเจ้าจริงๆ” เยลหัวเราะเช่นกัน

“เฮ้, นี่มันเหล้าอะไร?” จู่ๆ เยลขมวดคิ้วขณะมองแก้วเหล้า

ลินลี่ย์มองขวดเหล้าและส่ายหน้าหัวเราะ  “ข้าจะไปรู้ได้ยังไง?ความรู้เรื่องเหล้าของข้าไม่ลึกซึ้งเท่าเจ้า แต่ข้าคิดว่าเหล้าที่ผู้รับใช้ของปราสาทเลือดมังกรเตรียมไว้ก็คงไม่เลวนักหรอก”

เยลเริ่มหัวเราะทันที “ข้ารู้ เจ้า เจ้าเป็นอัจฉริยะ ใช้เวลาฝึกฝนเป็นส่วนใหญ่  เจ้าไม่ยอมเสียเวลากับเรื่องเหล้า  อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเหล้านี้จะไม่เลวแต่ก็ไม่ถือว่าเลิศเช่นกัน จริงสิ ในแหวนมิติของ ข้ามีเหล้าดีอยู่ขวดหนึ่ง น้องสามมาเถอะ เรามาลองลิ้มรสด้วยกัน”

ขณะที่เขาพูดเยลพลิกมือก็ดึงเหล้าขวดเล็กออกมาจากแหวนมิติเก็บของ

“ขวดเล็กจริงๆ?” ลินลี่ย์ประหลาดใจ

“นี่คือสุราที่กลั่นอย่างดีโดยหอการค้าดอว์สันของเราเองเหล้าหนึ่งหยดนี้มีค่ามากกว่าทองเป็นพันเท่า มาถอะ มาลองชิมดู”  เยลลินลี่ย์ใส่แก้วให้ลินลี่ย์ทันทีและจากนั้นรินให้ตัวเอง

เยลชูแก้วจากนั้นขมวดคิ้ว พูดอย่างไม่พอใจ “น้องสามเจ้าจะรออะไร? เจ้าไม่เห็นแก่หน้าข้าบ้างหรือไง?”

“ฮ่าฮ่า, เยล จะได้ยังไงเล่าข้าน้องสามจะบังอาจไม่เห็นแก่หน้าของพี่ใหญ่เยลได้ยังไง?”  ลินลี่ย์หัวเราะชูแก้วเหล้าขึ้น“มา..ดื่ม”  ขณะที่เขาพูดลินลี่ย์ดื่มเหล้าทั้งหมดรวดเดียวโดยไม่ลังเล แต่เมื่อเขาดื่มเขาก็ตระหนักได้ว่าเยลยังไม่ดื่ม

“พี่ใหญ่เยล, ทำไมเจ้าไม่ดื่มเล่า?”  ลินลี่ย์หัวเราะขณะคะยั้นคะยอ  “เจ้าทำเกินไปแล้วนะ”

เยลไม่ตอบ เขาแค่วางแก้วเหล้ากลับไปบนโต๊ะ รอยยิ้มหายไปและเขามองลินลี่ย์ด้วยสายตาสงบและเย็นชา

จบบทที่ ตอนที่ 12-20 โละทิ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว