เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-12 ตัวแปรใหม่

ตอนที่ 12-12 ตัวแปรใหม่

ตอนที่ 12-12 ตัวแปรใหม่


ฝากความไว้วางใจกับเขา?

ลินลี่ย์มองดูซีซาร์ด้วยความสับสน  “ท่านซีซาร์, เชิญบอก!”

ที่สำคัญคือ ซีซาร์เป็นคนสำคัญผู้ก่อตั้งองค์การดาบโค้งหนึ่งในสี่สมาคมนักฆ่าใหญ่ของทวีปยูลาน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ เขามีองค์การดาบโค้งเป็นลูกมือ ซีซาร์จะขอให้เขาฆ่าก็หมายความว่างานนี้ไม่ง่ายแน่นอน

“ลินลี่ย์!   เมื่อไม่นานมานี้โอเบรียนกับแคทเธอรีนสหายจอมละโมบทั้งสองบอกว่าพวกเขาต้องการจะยึดครองโลกทั้งหมดใช่ไหม?”  ซีซาร์กล่าว

“ถูกแล้ว,เป็นเช่นนั้น”  ลินลี่ย์พยักหน้า

ซีซาร์พยักหน้าเช่นกัน “ไม่ว่าโลกจะถูกแบ่งเป็นสามส่วนในระหว่างพวกเจ้ายังไง ข้าไม่ห่วง  แต่เจ้าน่าจะรู้ว่าโรซารี่กับข้ามี..ความสัมพันธ์..ที่พิเศษ” ซีซาร์หัวเราะ  “ข้าเข้าใจอารมณ์ของโรซารี่ดีเช่นกัน  นางยังรักษาตำหนักเจ้าแม่หิมะน้ำแข็งไว้ตลอดเวลาเป็นเพราะนางใส่ใจตำหนักเจ้าแม่หิมะน้ำแข็ง”

ลินลี่ย์พยักหน้า

โรซารี่ฝึกฝนมานานหลายพันปี  แต่นางก็ยังรั้งอยู่ที่ตำหนักนั่น จากตรงนี้สามารถบอกได้ว่านางให้คุณค่าต่อตำหนักเจ้าแม่หิมะน้ำแข็งมากเพียงไหน

ยอดฝีมือกี่คนของศาสนจักรเจิดจรัสหรือลัทธิเงาที่ยังฝึกฝนมาเป็นพันๆปียังคงรั้งอยู่ในศาสนจักรของพวกเขาสักกี่คน? ที่สำคัญคือเป้าหมายของยอดฝีมือเหล่านี้ผู้ฝึกฝนมาเป็นพันๆปีก็เพื่อจะกลายเป็นเทพได้!  ถ้าพวกเขาเองอยู่ในเส้นทางกลายเป็นเทพ ทำไมพวกเขาจึงต้องการได้รับการบูชาในฐานะเทพเจ้าด้วย?

พวกเทพจำเป็นต้องได้ศรัทธาจากผู้คน

อย่างไรก็ตามโรซารี่ไม่ได้อยู่ที่ตำหนักเจ้าแม่หิมะน้ำแข็งมาตลอดเนื่องจากศรัทธานางในเจ้าแม่หิมะน้ำแข็ง แต่เป็นเพราะนางผูกพันกับตำหนักเจ้าแม่หิมะน้ำแข็ง

“วันนี้,โอเบรียนบอกว่าเขาต้องการได้สิบแปดแคว้นอิสระเหนือผนวกเข้ากับจักรวรรดิโอเบรียน”  ซีซาร์ส่ายศีรษะอย่างจนใจ  “ความจริงไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยถ้าเขาจะยึดดินแดนเหล่านั้น เพียงแต่เจ้าควรจะเข้าใจนะว่าจักรวรรดิโอเบรียนมีระเบียบกฎหมายที่ให้เทิดทูนบูชาเฉพาะเทพสงครามเท่านั้นศาสนาอื่นล้วนต้องห้าม”

ลินลี่ย์พยักหน้า

แม้แต่ศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาก็ทำได้แต่เพียงจัดตั้งเครือข่ายข่าวกรองภายในจักรวรรดิโอเบรียนเท่านั้นพวกเขาไม่กล้ากระทำการอย่างเปิดเผยในวงกว้าง

“ทันทีที่สิบแปดแคว้นเหนือถูกปราบปรามเนื่องจากกฎเหล็กของเทพสงครามโอเบรียน เขาจะไม่อนุญาตให้ตำหนักเจ้าแม่หิมะน้ำแข็งคงอยู่ต่อไป”  ซีซาร์ขมวดคิ้ว “ข้ากลัวว่าโรซารี่จะด่วนใจร้อนและต่อสู้กับจักรวรรดิโอเบรียน”

ตอนนี้ลินลี่ย์เข้าใจเหตุผลที่ซีซาร์กังวล

“ท่านซีซาร์ ทำไมท่านถึงได้กังวลเรื่องอะไรอย่างนี้มากนักเล่า?  ตราบใดที่ท่านยังมีชีวิตข้าคิดว่าเทพสงครามจะไม่กระทำการเกินเลย” ลินลี่ย์หัวเราะ

ซีซาร์พยักหน้า “ก็ถูก, ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิต ก็คงเป็นอย่างนั้นแต่จะเป็นยังไง..ถ้าข้าตายในการเดินทางไปสุสานเทพเจ้า?  เทพสงครามจะยังปฏิบัติต่อตำหนักเจ้าแม่หิมะน้ำแข็งอย่างสุภาพอีกไหม?”  ร่องรอยไม่พอใจปรากฏให้เห็นบนใบหน้าของซีซาร์

“นี่...”

ลินลี่ย์เงียบไปชั่วครู่ “ท่านซีซาร์, ทำไมท่านถึงมีความมั่นใจในตัวเองน้อยนักเล่า?”

“ไม่ใช่อย่างนั้น” ซีซาร์ส่ายศีรษะ  “ลินลี่ย์!  เจ้ายังไม่เข้าใจ  แม้ว่าเราทั้งสี่คนจะเป็นเทพชั้นต้นแต่ก็ยังมีความแตกต่างกันในระหว่างเทพชั้นต้นเองอยู่มาก  ตัวอย่างเช่น พวกเซียนใหม่ เป็นไปได้ยังไงจะเอาไปเทียบกับเจ้าในเรื่องพลัง?”

เซียนระดับต้น?

แม้แต่ปีศาจดาบอเวจีเป็นล้านยังไม่สามารถต้านทานลินลี่ย์ที่ฆ่าสังหารพวกเขาได้ตามอำเภอใจ  ความแตกต่างระหว่างพวกเขามากมายราวฟ้ากับดิน

“แม้ว่าเราทั้งหมดจะเป็นเทพชั้นต้น  แต่พลังของข้าต่ำที่สุดในสี่คน  ตัวอย่างเช่น, ไดลินเขาเป็นเทพชั้นต้นที่อยู่ในระดับสูงแล้ว และคาดกันว่าอีกไม่นานก็จะบรรลุระดับกลายเป็นเทพชั้นกลางได้”  ซีซาร์ส่ายศีรษะขณะกล่าว

ที่สำคัญ ซีซาร์เป็นเพียงระดับเทพหน้าใหม่

คนอื่นเล่า? เทพสงครามโอเบรียนเป็นเทพมาห้าพันปีแล้วและมหาพรตกลายเป็นเทพเมื่อหมื่นปีที่แล้ว ส่วนไดลินเล่า? เขากลายเป็นเทพมาหมื่นปีแล้วเช่นกัน

“คนที่มีโอกาสตายมาที่สุดในสุสานเทพเจ้าความจริงก็คือข้าเอง”  ซีซาร์กล่าว

“งั้น. ท่านซีซาร์!  ทำไมท่านต้องไปสุสานเทพเจ้าด้วยเล่า?”  ลินลี่ย์ถาม

“เหตุผลข้อแรกคือข้าถูกบังคับให้ไป ประการที่สองคือ..” ซีซาร์ตาเป็นประกาย  “ชีวิตที่เกียจคร้านมายาวนานมันน่าเบื่อเหมือนกัน ข้าอยากมีประสบการณ์ตื่นเต้นดิ้นรนเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายสักครั้งในชีวิต  ในอดีตเมื่อข้ายังอยู่กับอาร์มันด์เราเดินเฉียดขอบเหวความเป็นความตายมาแล้ว นอกจากนี้ข้ายังมีอาชีพเป็นมือสังหารนั่นเป็นชีวิตที่ตื่นเต้นอย่างแท้จริง ข้าคิดถึงเรื่องนี้มาก”

ซีซาร์ยังคงมีหัวใจของนักรบอยู่

ลินลี่ย์เข้าใจ

นักรบอย่างซีซาร์ไม่สามารถเอาแต่หลับใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบตลอดไปได้  สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือสู้รบการมีเรื่องให้ตื่นเต้น การบรรลุสิ่งใหม่ๆ และการเสี่ยงชีวิตในระดับที่สูงๆ ขึ้นไป

“ลินลี่ย์ เจ้ายินดีจะช่วยเรื่องของโรซารี่ไหม?”  ซีซาร์ถามโดยตรง

“แน่นอนว่าข้ายินดี ท่านซีซาร์ข้าจะไม่ยินดีได้ยังไงเล่า?” ลินลี่ย์พูดพลางยิ้ม

“เจ้าเด็กร้ายกาจ” ซีซาร์ก็ยิ้มเช่นกัน

ภายในเวลาราวๆ สิบปี ลินลี่ย์จะกลายเป็นทพ  และที่สำคัญยิ่งกว่า..ลินลี่ย์มีความสัมพันธ์พิเศษกับบีบีและเบรุต นี่คือเหตุผลที่ซีซาร์มาขอให้ลินลี่ย์ช่วย ตราบใดที่ลินลี่ย์ยินดีช่วยแก้ไข ต่อให้เทพสงครามกลับมาจากสุสานเทพเจ้าก็ตาม  เขาก็คงไม่ต่อต้านโรซารี่

“ลินลี่ย์, โอเบรียน, แคทเธอรีน!”

ทันใดนั้นเสียงชราภาพดังขึ้นในใจของลินลี่ย์  แต่ใช่แค่เพียงลินลี่ย์เท่านั้น, แต่เทพสงครามที่อยู่ภูเขาเทพสงครามและมหาพรตที่จักรวรรดิยูลานทั้งสองได้ยินเสียงพร้อมกัน

ลินลี่ย์สีหน้าเปลี่ยน

ลอร์ดเบรุต!

“ข้ารู้ว่าพวกเจ้าวางแผนจะก่อสงครามในทวีป ข้าไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับทวีปยูลานส่วนที่เหลือ  แต่มีสองเรื่องที่พวกเจ้าต้องจำไว้  เรื่องแรกคือพวกเขาต้องไม่รบกวนความสงบของไพรทมิฬ เรื่องที่สองคือกองทัพของพวกเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสิบแปดแคว้นเหนือและพวกเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เข่นฆ่าสิบแปดแคว้นแดนเหนือ เข้าใจไหม?”

“ขอรับ, ลอร์ดเบรุต”

เทพสงคราม, มหาพรต, และลินลี่ย์ตอบรับในใจพร้อมกัน

ใครจะกล้าขัดขืนคำสั่งของลอร์ดเบรุตกันเล่า?

ลอร์ดเบรุตถอนสำนึกศักดิ์สิทธิ์จากใจพวกเขาทันที

“น่ากลัวจริง สำนึกศักดิ์สิทธิ์ของเขาสามารถครอบคลุมทวีปยูลานได้ทั้งหมด”  ลินลี่ย์ถอนหายใจชื่นชม  “พลังของลอร์ดเบรุตยิ่งใหญ่มากจริงๆ เหนือกว่าพวกเทพสงครามห่างไกล”

“เกิดอะไรขึ้น,ลินลี่ย์?” ซีซาร์พอเห็นว่าลินลี่ย์เหมือนสูญเสียความคิด จึงอดสงสัยไม่ได้

ลินลี่ย์มองซีซาร์ จากนั้นเข้าใจ ตอนนั้นลอร์ดเบรุตเพียงแต่พูดด้วยสำนึกศักดิ์สิทธิ์ของเขาออกคำสั่งลินลี่ย์เทพสงครามและมหาพรต ยอดฝีมืออื่นไม่รู้เรื่องนี้

“ท่านซีซาร์ท่านยังห่วงเรื่องของโรซารี่อยู่ไม่ใช่หรือ?” ลินลี่ย์หัวเราะ

ซีซาร์พยักหน้ามองดูลินลี่ย์ด้วยความสงสัย

“ไม่ต้องห่วงอีกต่อไปแล้ว” ลินลี่ย์กล่าว

ซีซาร์ค่อนข้างงง “เกิดอะไรขึ้น?”

“เมื่อครู่นี้ลอร์ดเบรุตสั่งทางใจกับตัวข้า,เทพสงครามและมหาพรตแล้วว่า สิบแปดแคว้นแดนเหนือจะถูกจำกัดไว้  ไม่มีกองทัพใดได้รับอนุญาตให้รุกรานไม่อนุญาตให้ทำสงครามเข่นฆ่าที่นั่น”  ลินลี่ย์หัวเราะให้ซีซาร์  “ท่านซีซาร์, ตอนนี้ท่านน่าจะสบายใจได้แล้ว”

ซีซาร์ถอนหายใจยาว จากนั้นค่อยยิ้มออก

“แต่ข้าไม่เข้าใจ ทำไมลอร์ดเบรุตถึงทำอย่านี้? เป็นไปได้หรือว่าเขาทำเพื่อประโยชน์ข้า? ข้าคิดว่า... ถ้าแค่เฉพาะข้า ก็คงไม่สำคัญสำหรับเขา”  ซีซาร์ไม่เข้าใจ

“ถ้าท่านหาเหตุผลไม่พบ อย่างนั้นก็เลิกกังวลเถอะยังไงก็เป็นเรื่องดีอยู่แล้วใช่ไหม?” ลินลี่ย์หัวเราะ

ซีซาร์เองก็หัวเราะเช่นกัน “ฮ่าฮ่า, ใช่แล้ว เป็นเรื่องที่ดีจริงๆ , งั้นลินลี่ย์, ข้าคงไม่รบกวนเจ้าอีกแล้ว”  หลังจากพูดเสร็จ ซีซาร์หายไปในอากาศเบาบาง แม้แต่ระดับพลังของลินลี่ย์ก็ยังเห็นร่างแปลงเลือนรางและหายไปในอากาศของซีซาร์ไม่ชัด

“วิชาร่างเงานี้ถึงระดับที่ทำให้เงาเขากลายเป็นมองไม่เห็น  ช่างน่ากลัวจริงๆ”  ลินลี่ย์ถอนหายใจชื่นชม

คืนนี้ไม่ใช่คืนธรรมดาเลยจริงๆ

หลังจากซีซาร์ออกไปได้ไม่นานยังมีอีกคนหนึ่งปรากฏตัวในห้องหนังสือของลินลี่ย์ แต่เมื่อคนผู้นี้มาถึง ลินลี่ย์ไม่ทันสังเกตถึงการปรากฏตัวของเขาแม้แต่น้อย  และเขายังคงอ่านหนังสือต่อไป  เพียงแต่หลังจากพลิกหนังสือไปหลายหน้าเขาจึงค่อยสังเกตได้จากหางตาว่าคนผู้นั้นอยู่ในห้องกับเขาแล้ว

ลินลี่ย์ตกใจจนหัวใจกระตุกทันที

“ลอร์ดเบรุต” ลินลี่ย์ลุกขึ้นยืนทันที

บุรุษผู้นั้นสวมชุดยาวดำ ผมดำเคราดำและมีรอยยิ้มบนใบหน้า เป็นราชันย์แห่งทวีปยูลาน..ลอร์ดเบรุตพูดพร้อมกับยิ้มน้อยๆ  “ลินลี่ย์, รอสักครู่เถอะ เมื่อบีบีกลับมาเราจะคุยกัน”

“บีบี?” ลินลี่ย์สับสน

“ควั่บ!”  วินาทีต่อมา เงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นมาทันทีและบีบีกระโดดมาอยู่หน้าเบรุต  “ปู่เบรุต,ทำไมปู่ถึงมาที่นี่ได้เล่า?”

เบรุตมองดูบีบีรอยยิ้มแย้มแจ่มใสปรากฏในดวงตาหยีเล็กของเขา เบรุตมีชีวิตมายาวนานแล้ว แต่ในบรรดาลูกหลานของเขา มีแต่เพียงบีบีเท่านั้นที่เป็น ‘หนูกินเทพ’ อาจกล่าวไดด้ว่า..บีบีสำหรับตัวเขาเองเป็นสิ่งสำคัญเท่าชีวิตของเขาเลยทีเดียว

“เหตุผลที่ข้ามาในวันนี้ก็เพื่อนำบีบีกลับไปไพรทมิฬ” เบรุตพูดขณะที่มองดูบีบีตรงๆ

“กลับไปไพรทมิฬ? ทำไมข้าต้องไปที่นั่น? ข้าชอบอยู่ที่นี่” บีบีค่อนข้างไม่ยินยอม

แต่ลินลี่ย์มีความคิดหนึ่งทันที

ลอร์ดเบรุตย่อมไม่ทำแบบนี้โดยไม่มีเหตุผลแน่นอน เขาต้องมีวัตถุประสงค์พิเศษบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้

“ลอร์ดเบรุต ข้าขอถามได้ไหม ทำไมถึงทำอย่างนี้” ลินลี่ย์มองดูเบรุต

เบรุตลูบบีบีเบาๆ “บีบีเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ ‘หนูกินเทพ’ และมาถึงช่วงการเจริญเติบโตระยะสุดท้ายแล้ว  ในไม่ช้าเขาจะเป็นผู้ใหญ่  เมื่อเป็นผู้ใหญ่ บีบีจะเข้าถึงระดับเทพโดยธรรมชาติ  ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับเขา”

“ข้ากำลังจะกลายเป็นเทพหรือ?”  บีบีพูดอย่างประหลาดใจปนดีใจ

“มีแนวโน้มเช่นนั้น เจ้าจะต้องใช้เวลาอีกสิบปี ช่วงสิบปีนี้, บีบี!  จะเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับชีวิตเจ้า”  เบรุตพูดอย่างจริงจัง

ลินลี่ย์เข้าใจ เบรุตเองก็เป็น ‘หนูกินเทพ’ และในพิภพจักรวาลทั้งสิ้นลอร์ดเบรุตเป็นผู้ที่รู้เรื่องหนูกินเทพมากที่สุด ลินลี่ย์ก็ใส่ใจกับบีบีเช่นกันและอยากให้บีบีพัฒนาไปในทางที่ดีและกลายเป็นผู้ทรงพลังในอนาคต  “บีบี, ไปไพรทมิฬเถอะ ที่สำคัญระหว่างช่วงเวลานี้ข้าจำเป็นต้องขังตัวฝึกฝนเหมือนกัน  เป็นไปได้ว่าคงใช้เวลาราวๆ สิบปี”

บีบีเงียบอยู่ครู่หนึ่งและจากนั้นมองดูลินลี่ย์ก่อนจะพยักหน้า “เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่พี่ใหญ่  ถ้าท่านว่างท่านต้องคุยกับข้าทางใจบ้างนะ”

“ย่อมได้” บีบีหัวเราะ

เบรุตยิ้มเต็มหน้าเช่นกัน เขาพอใจกับการแสดงออกของลินลี่ย์

“ลินลี่ย์, มีบางอย่างที่ข้าต้องให้เจ้ารู้เอาไว้”  เบรุตกล่าว

ลินลี่ย์สำรวมใจ และพูดด้วยความเคารพทันที  “ลอร์ดเบรุต เชิญบอก”  เบรุตพยักหน้า แล้วพูดต่อ  “ข้ารู้ว่าเจ้าเตรียมตัวจะโจมตีจักรวรรดิอื่นและรวมทวีปยูลาน  เมื่อสองสามทศวรรษหรือศตวรรษที่ผ่านมาเรื่องนี้คงเป็นงานง่าย  แต่ตอนนี้..”

เบรุตส่ายศีรษะ

ลินลี่ย์อดประหลาดใจไม่ได้ คำพูดของเบรุตคงไม่ผิดพลาดแน่นอน แต่เกี่ยวกับแผนที่เทพสงครามและนักสู้อื่นเตรียมไว้ ไม่น่ามีปัญหาอะไร หลังจากกำจัดเซียนฝ่ายศัตรูจากนั้นส่งกองทัพขณะที่ใช้เซียนฝ่ายตนเองเพื่อคุกคามฝ่ายศัตรูหรือใช้เวทต้องห้ามขู่ขวัญพวกเขาเท่าที่จำเป็น...

นี่น่าจะเป็นสิ่งที่แน่นอน

“ลอร์ดเบรุต, ท่านหมายความว่ายังไง?”  ลินลี่ย์มองดูเบรุต

เบรุตยิ้มขณะมองดูลินลี่ย์ “สงครามครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิด ข้าแค่เตือนเจ้าได้เท่านั้นว่าอย่าทะเยอทะยานเกินไป  พอเถอะ, ข้าพูดเท่าที่จะพูดได้แล้ว  ได้เวลาไปแล้ว”

“พี่ใหญ่” บีบีโบกมืออำลาลินลี่ย์เช่นกัน

เบรุตอุ้มบีบีไว้ในอ้อมแขนและหายไปจากห้องหนังสือ เขาไวมากจนลินลี่ย์บอกไม่ได้ว่าเขาเคลื่อนไหวได้ยังไง หรือใช้วิชาที่ทรงพลังแบบไหน  วิชาของเขาเห็นได้ชัดว่าสูงส่งกว่าซีซาร์มาก

“ทำไมลอร์ดเบรุตถึงเตือนข้าอย่างกะทันหัน?”  ลินลี่ย์นั่งในห้องหนังสือและค่อยๆขมวดคิ้ว “สงครามครั้งนี้จะไม่ง่ายอย่างที่เราคิดหรือ?  หรือว่าจะมีบางอย่างคาดไม่ถึงเกิดขึ้น?  และเขาบอกข้าว่าอย่าทะเยอทะยานเกินไป?”ลินลี่ย์มีความคิดอย่างหนึ่งทันที

“ลอร์ดเบรุตสั่งเราไม่ให้โจมตีสิบแปดแคว้นแดนเหนือ”

พอรวมประเด็นต่างๆเหล่านี้เข้าด้วยกันทำให้ลินลี่ย์รู้สึกกดดันทันที

“เราต้องระมัดระวังในการทำสงครามครั้งนี้  เราจำเป็นต้องช้าลง”  ลินลี่ย์ทำใจ พรุ่งนี้เช้าเขาจะไปหาซีน่าและให้คำแนะนำบางอย่างแก่เขา

สำหรับคืนนี้....

เทือกเขาอสูรวิเศษ ลึกลงไปในหุบเขาสายหมอก

สถานที่นี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นรังของมังกรเกราะหนาม ในอดีตลินลี่ย์โชคดีได้กินเลือดและผลึกมังกรของมังกรเกราะหนามกระตุ้นเชื้อสายเลือดมังกรในร่างของเขาและทำให้เขาแปลงร่างเป็นนักรบเลือดมังกร และที่นี่อีกเช่นกัน...

ไดลินหลังจากลินลี่ย์ชักกระบี่เลือดม่วงออกมา เขากับราชสีห์ทองหกตาทั้งสามบุตรของเขาได้รับการปล่อยตัว

ในสถานที่เดียวกันนี้เอง...

“วิ้วววววว” มิติที่นี่สั่นไหวเป็นระลอกเหมือนน้ำระลอกสั่นไหวนั้นเพิ่มมากขึ้นทุกที และในที่สุดเกิดรูที่มิติและฉีกขยายออก

“แคว่ก แคว่ก  แคว่ก!”

มีร่างแปดร่างพุ่งออกมาด้วยความเร็วสูงทั้งหมดมีลักษณะร่างคล้ายมนุษย์ บางคนก็มีเขา ขณะที่คนอื่นห่อหุ้มตัวด้วยชุดที่ขาดรุ่งริ่ง  ทั้งแปดร่างที่หนีออกมาจากช่องนั้นมีสภาพทุลักทุเลแต่พวกเขายินดีอย่างบ้าคลั่ง

“อ๊า... นี่แสงประจำธาตุ.. ช่างน่าทึ่งจริงๆ”  ร่างที่ทรงพลังนั้นมีเขาเหมือนกับวัวอยู่บนศีรษะ  เขาตื่นเต้นจนสั่นไปทั้งตัว

“กลับมาแล้ว!  ในที่สุด ข้าก็กลับมา!”  อีกคนหนึ่งคุกเข่ากับพื้นร้องไห้อย่างตื่นเต้น “ในที่สุดข้าก็หนีออกมาจากที่บัดซบนั่นได้ กลิ่นของแผ่นดินช่างน่าหลงใหลจริงๆ”

ทั้งแปดร่างตื่นเต้นกันยกใหญ่

“ทุกคน, เราทั้งหมดหนีออกมจากพิภพจองจำเกบาโดสได้แล้ว..ตอนนี้..เราแยกย้ายกันก่อน” บุรุษรูปงามหูยาวตั้งผมสีหยกพูดพร้อมกับหัวเราะลั่น

“ฮ่าฮ่า หลังจากมีชีวิตอย่างหวาดผวามาหลายพันปี  ก็ได้เวลาสนุกสนานของเราบ้างแล้ว”  ร่างทั้งแปดหายไปจากพื้นและบินออกไปในทิศต่างๆ

จบบทที่ ตอนที่ 12-12 ตัวแปรใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว