เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-11 ในคืนหนึ่ง

ตอนที่ 12-11 ในคืนหนึ่ง

ตอนที่ 12-11 ในคืนหนึ่ง


“บึ้ม!”

ส่วนที่เหลือของเกาะศักดิ์สิทธิ์เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับว่ามีอสูรร้ายขนาดมหึมาจำนวนเป็นพันที่อยู่ภายใต้เกาะเขย่าจนสั่นสะเทือน  รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏตามมาจนทั่วเกาะ  และน้ำทะเลทะลักเข้าท่วมจนมิดทั้งเกาะศักดิ์สิทธิ์

มหาวิหารเจิดจรัสพังทลายไปแล้วไม่มีการปกป้องจากวงเวทศิริแห่งมหาเทพเจิดจรัสต่อไป  ตอนนี้ไม่มีอะไรแตกต่างจากสิ่งก่อสร้างธรรมดา แรงสั่นสะเทือนใหญ่ที่รุนแรงนี้ทำให้วิหารเจิดจรัสทลายลงมากยิ่งขึ้น  บนเกาะที่ยังเหลืออยู่มีก้อนหินมหึมามากมายร่วงลงมาจากฟ้า และผู้รอดชีวิตที่ยังเหลือไม่กี่คนของศาสนจักรเจิดจรัสหนีตายลงทะเลหวังว่าจะหลบก้อนหินมากมายได้พ้นและป้องกันไม่ให้ถูกหินหล่นกระแทกใส่

เวทระดับต้องห้าม – ฟ้าถล่มดินทลาย!

ลินลี่ย์ยืนอยู่ในกลางอากาศมีบีบีเกาะอยู่บนไหล่ขณะที่เขากุมมือเดเลีย เขามองดูเกาะศักดิ์สิทธิ์ที่พินาศล่มสลายจากที่ไกล เกาะศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดหายไปในมหาสมุทรไม่เหลือร่องรอย  ในที่ตั้งเดิมของเกาะศักดิ์สิทธิ์ก่อนนั้นไม่อะไรเหลืออยู่นอกจากระลอกคลื่นและซากศพไม่กี่ซากที่ลอยอยู่บนผิวทะเล

ลินลี่ย์มองดูฉากภาพนี้อย่างเงียบงัน

เดเลียมีท่าทีจริงจังไม่ได้ส่งเสียงแม้แต่น้อย  หลังจากนั้นเป็นเวลานาน...

“ไปกันเถอะ” ลินลี่ย์ระบายลมหายใจยาว

เดเลียกุมมือลินลี่ย์ไว้เองแล้วยิ้มให้  “เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่?”

“อดีต” ลินลี่ย์กล่าว

“พี่ใหญ่, อดีตเหรอ? ท่านยังมีความคิดลึกในเรื่องอดีตอีกหรือ?” บีบียิ้มทั้งที่ยังอยู่บนไหล่ของลินลี่ย์

ลินลี่ย์หัวเราะพลางเหลือบมองบีบี  “ข้ายังจะคิดลึกเรื่องอะไรได้? พอเถอะกลับบ้านกัน!”

“ใช่แล้ว, กลับบ้าน!”

เดเลียและบีบีรู้สึกสะท้านใจทั้งคู่  ตอนนั้นทั้งสามนับว่าเฉียดตายจริงๆแต่ตอนนี้ทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย ผลที่เปลี่ยนแปลงเป็นโชคลาภกะทันหันนี้มีผลต่อจิตใจพวกเขา

ลมทะเลยังคงพัด ลินลี่ย์เดเลียและบีบีบินด้วยความเร็วสูงหายลับไปทางขอบฟ้าทิศตะวันออก

ลินลี่ย์จ้องมองท้องฟ้าตะวันออกสุดสายตารู้สึกเหมือนกับว่ากำลังจ้องดูทุกสิ่งทุกอย่างในช่วงชีวิตที่ผ่านมา

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ศาสนจักรเจิดจรัสถูกทำลายจนได้”  รอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าลินลี่ย์

“ท่านพ่อ ยังจำเรื่องที่ท่านบอกข้าในปีนั้นได้ไหม?  ความปรารถนายิ่งใหญ่สองอย่างที่ท่านฝากฝังข้าไว้นำสมบัติของบรรพบุรุษของเรา ดาบศึกประหารปรปักษ์กลับมา...และเพื่อตระกูลให้ฟื้นฟูความรุ่งเรืองครั้งเก่าก่อน”

“ดาบศึกประหารปรปักษ์เอากลับมาได้แล้ว  และจักรวรรดิบาลุคได้ก่อตั้งแล้ว ตระกูลบาลุคเราในตอนนี้เป็นตระกูลที่ทรงพลังอำนาจมากที่สุดในทวีปยูลาน”

“ปู่เดลิน, เมื่อข้ายังเด็ก  ข้าทำทุกอย่างเพื่อท่านพ่อและเป้าหมายของตระกูล  ข้าแบกความหวังของตระกูลไว้ด้วยตัวเอง ถ้าข้าไม่ถูกบังคับให้ต้องพึ่งพาตัวเองทุกอย่าง  คงเป็นเรื่องยากมากที่จะทำเรื่องเหล่านี้ให้สำเร็จได้  แต่เพราะข้ามีท่าน, ปู่เดลิน,ท่านเปลี่ยนชีวิตข้า ฝึกเวทให้.. สอนแกะสลักของสำนักเรียนสิ่วตรง.. ความช่วยเหลือของท่าน,การสั่งสอนของท่าน ช่วยให้ข้าเติบใหญ่ไปทีละก้าว เป็นเพราะท่านช่วยข้ามาตลอดเวลา”

“เมื่อท่านตายข้าสาบานว่าจะต้องทำลายศาสนจักรเจิดจรัสแบบขุดรากถอนโคน ผ่านมากี่ปีแล้ว?ข้าไม่เคยลืมคำสาบานนั้น”

“ตอนนี้... ข้าทำได้สำเร็จแล้ว”

“ปู่เดลิน, ตอนนี้ข้ารู้สึกผ่อนคลายมากแล้ว  ความจริงข้ารู้สึกสบายใจ ตอนนี้ข้ามีภรรยาสุดที่รักเคียงข้างและมีบีบีอยู่ข้างตัว เขากล้าเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายร่วมกับ  ปู่เดลิน ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะต้องรู้สึกมีความสุขต่อข้าเป็นแน่”

“ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด, ข้า, ลินลี่ย์จะจดจำคำสั่งสอนของท่านที่มีต่อข้าในวัยเยาว์ตลอดไป ปู่เดลิน... ขอบคุณ..”

ขณะลอยตัวอยู่เหนือทะเลและมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก  ตาของลินลี่ย์สว่างสดใสมาก

นับตั้งแต่ยังอายุน้อยจนถึงบัดนี้  ลินลี่ย์มักจะแบกภาระไว้มากมายใจของเขามักตกอยู่ภายใต้แรงกดดันหนักหน่วงอยู่เสมอ  แต่วันนี้ลินลี่ย์สบายใจได้ในที่สุด

ในที่สุดเขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระไร้กังวลและมีความสุข

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไฮเดนส์เลห์แมนและท่านใบไม้ร่วงตายในการรบทั้งหมด เซียนอื่นอีกสามสิบกว่าคนล่มสลายไปด้วยเช่นกัน แม้แต่เกาะศักดิ์สิทธิ์และวิหารเจิดจรัสก็พังพินาศสูญหายไปในทะเลที่กว้างขวาง  แม้ว่าสหภาพศักดิ์สิทธิ์จะมีสมาชิกศาสนจักรเจิดจรัสอยู่มากมาย แต่หากปราศจากนักสู้ระดับเซียนคอยเป็นรากฐานให้พวกเขา ศาสนจักรเจิดจรัสจะไม่มีทางรุ่งเรืองขึ้นมาอีกเลย

ที่ปราสาทเลือดมังกร

เพราะภารกิจทำลายศาสนจักรเจิดจรัสทำได้สำเร็จลินลี่ย์และยอดฝีมืออื่นที่หลบหนีรอดจากสภาพเฉียดตาย ขณะที่ลินลี่ย์เองสามารถปลดภาระของเขาลงได้ในที่สุด  วันนี้ลินลี่ย์รู้สึกมีความสุข เซียนทุกคนมาชุมนุมที่ปราสาทเลือดมังกรและจัดงานเลี้ยงรื่นเริง

งานเลี้ยงฉลองนี้เป็นกิจกรรมครั้งใหญ่ที่แม้แต่ซีน่าจักรพรรดิของจักรวรรดิบาลุคก็ยังต้องรีบมาร่วมด้วย

“พี่ใหญ่,ข้าเป็นห่วงมากจริงๆ... แต่โชคดีแล้ว ท่านกลับมาได้,  พี่ใหญ่ มาเถอะ พี่ใหญ่ข้าขอดื่มฉลองให้ท่าน”  อารมณ์ของวอร์ตันซับซ้อนมากในขณะนี้

“มาเถอะ,ดื่ม”  ลินลี่ย์หัวเราะและชูแก้วทันที

“วอร์ตัน, เดลี่และคนอื่นๆ อยู่ไหน?”

เนื่องจากนี้เป็นการเลี้ยงฉลองความสำเร็จ  ลินลี่ย์อดรู้สึกจนใจไม่ได้  “วอร์ตัน, บาร์เกอร์และน้องๆและยอดฝีมืออื่น..แม้ว่าพวกเขาจะหนีไประหว่างต่อสู้ที่เกาะศักดิ์สิทธิ์ตอนที่เบลซาสปรากฏตัว  แต่ข้าไม่ตำหนิพวกเขาแม้แต่น้อย”

ลินลี่ย์เข้าใจว่าวอร์ตัน บาร์เกอร์และน้องๆและยอดฝีมือที่เหลือ ตอนนี้รู้สึกยังไง

เมื่อเบลซาสปรากฏตัว ลินลี่ย์สั่งให้พวกเขาหนีไป  เดลี่ ถูลี่และคนอื่นๆรวมทั้งวอร์ตันที่เคยเป็นจักรพรรดิมาแล้วรู้ว่าการรั้งอยู่เป็นความคิดที่โง่มาก

พวกเขาหนีทันที

จริงอยู่ว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและการตัดสินใจที่เดเลียและบีบีอยู่ก็เป็นการตัดสินใจที่อาจส่งผลให้ต้องตายอย่างไร้ความหมาย

อย่างไรก็ตาม จากจุดยืนทางอารมณ์ เดลี่ วอร์ตัน และคนอื่นยังรู้สึกผิดอยู่บ้าง

ปกติระหว่างการเลี้ยงฉลองแบบนี้ พวกเขาจะฉลองรื่นเริงกันอย่างเต็มที่และสนทนาดื่มกินกับลินลี่ย์อย่างสนุกสนานต้องการให้ลินลี่ย์มีความสุข  ลินลี่ย์ไม่ได้โกรธพวกเขาแม้แต่น้อย  แต่เดลี่ วอร์ตันและยอดฝีมืออื่นรู้สึกกังวลอยู่ภายใน

“ซีน่า หลังจากงานเลี้ยงนี้  ไปห้องหนังสือมีเรื่องที่ข้าจะคุยกับเจ้า” ลินลี่ย์พูดกับซีน่า

“ขอรับ, ท่านลุง” ซีน่าพูดด้วยความเคารพ

ซีน่าเติบโตเป็นหนุ่มรูปงาม ยากจะจินตนาการได้ว่าวอร์ตันที่ร่างบึกบึนล่ำสันจะมีบุตรอย่างเขาได้  ซีน่าอายุ 24ปีแล้วและรับผิดชอบเป็นจักรพรรดิมาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นความสามารถส่วนตัวหรือทักษะในการปกครองจักรวรรดิก็มีพอกัน  ลินลี่ย์พอใจซีน่ามาก

หลังจากจบงานเลี้ยงก็เป็นเวลาดึก

ภายในห้องหนังสือส่วนตัวของลินลี่ย์ในปราสาทเลือดมังกร  แม้ว่าลินลี่ย์แทบจะไม่ได้ใช้ห้องหนังสือนี้ก็ยังมีคนเข้ามาทำความสะอาดในที่นี่ ห้องจึงเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นธรรมดา น้อยครั้งที่ลินลี่ย์จะเข้ามาในห้องหนังสือของเขา

“สงสัยจริงว่าท่านลุงขอให้ข้ามาพบที่นี่ด้วยเรื่องอะไร?”  ซีน่ามองดูห้องหนังสือใกล้ๆ อย่างเงียบสงบ  หัวใจของเขาเต็มไปด้วยคำถาม

ห้องหนังสือสว่างด้วยไฟตะเกียงไฟตะเกียงในยามดึกมองดูสะดุดตา

ตอนนี้ซีน่าเป็นจักรพรรดิของจักรวรรดิบาลุค  และเขามีสถานะสูงส่ง  แต่เมื่อซีน่ามาที่ปราสาทเลือดมังกรเขาไม่กล้าวางมาดจักรพรรดิแม้แต่น้อย  เพราะยอดฝีมือหลายคนที่อยู่ในปราสาทเลือดมังกรล้วนเป็นเสาหลักสำคัญของจักรวรรดิบาลุค

โดยเฉพาะลุงของเขา!

ลินลี่ย์สำคัญต่อจักรวรรดิบาลุคก็เทียบเท่ากับเทพสงครามกับจักรวรรดิโอเบรียน หรือมหาพรตกับจักรวรรดิยูลาน

จักรวรรดิอาจขาดแคลนจักรพรรดิได้  แต่ไม่สามารถขาดแคลนยอดฝีมือทั้งสาม

“ก๊อกๆๆ” ซีน่ากระวนกระวายใจขณะเคาะประตูห้องหนังสือ  แม้ตั้งแต่เด็กซีน่าก็ได้พบกับลินลี่ย์ไม่กี่ครั้ง  สำหรับลินลี่ย์ ซีน่ามีแต่เกรงกลัวและเทิดทูน

“เข้ามา”

ซีน่าสูดหายใจลึกผลักเปิดประตู  เขาเห็นลินลี่ย์นั่งพลิกอ่านหนังสืออยู่ต่อหน้า

“โอว ซีน่า, เข้ามาสิ นั่งก่อน”  ลินลี่ย์ยิ้มให้อย่างเป็นกันเองและชี้เก้าอี้ใกล้ๆ

“ขอรับ, ท่านลุง” ซีน่าปิดประตูทันที จากนั้นเข้ามานั่ง

ลินลี่ย์มองดูซีน่า เขาอดหัวเราะไม่ได้  “ซีน่า,ตอนนี้พอข้าคิดดูแล้วค่อนข้างแปลก บิดาเจ้า เมื่อเขายังเยาว์วัย เป็นจอมซนและสร้างเรื่องยุ่งยาก  แต่เจ้าฉลาดและเรียบร้อยอยู่เสมอ  ในความเห็นของข้าเจ้าค่อนข้างคล้ายไปทางนีน่ามารดาเจ้ามากกว่า” ลินลี่ย์ค่อนข้างชอบซีน่า

“เด็กผู้ชายมักจะติดมารดาเสมอ”  ซีน่ายิ้มเช่นกัน

“ก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน เทย์เลอร์ก็ค่อนข้างซนเหมือนกันและเดเลียเองก็ค่อนข้างดุเมื่อนางยังอายุน้อย”  ลินลี่ย์ชะงักเล็กน้อยจากนั้นจึงตรงเข้าประเด็นหลัก “ซีน่า,  สาเหตุที่ข้าขอให้เจ้าเข้ามาเป็นเพราะข้าต้องการบอกอะไรบางอย่างกับเจ้า  เจ้าตั้งใจฟังให้ดี”  ลินลี่ย์พูดพลางหัวเราะ

ซีน่าตั้งใจฟังทันที

“มหาพรตแห่งจักรวรรดิยูลานและเทพสงครามโอเบรียนได้พูดคุยกับข้า  สองจักรวรรดิของพวกเขาและจักรวรรดิบาลุคของพวกเราจะรวมพลังกันยึดทวีปยูลานทั้งหมด  สามจักรวรรดิเราจะแบ่งโลกกันปกครอง!”  ลินลี่ย์พูดอย่างเป็นงานเป็นการ

แต่ซีน่าที่กำลังฟังอยู่ถึงกับตกตะลึง

ในฐานะจักรพรรดิของจักรวรรดิหนึ่งข่าวเช่นนี้ทำให้เขาตกตะลึงเช่นกัน

“ท่านลุง, นี่..นี่คือการแบ่งโลก...”  ซีน่าไม่อยากเชื่อ  “หมายความว่าเรากำลังจะทำลายจักรวรรดิโรฮอลท์,จักรวรรดิไรน์, ทุ่งราบใหญ่ตะวันออกไกล, พันธมิตรมืด, สหภาพศักดิ์สิทธิ์...นี่ต้องใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี หรือไม่ก็ร้อยปี”

ลินลี่ย์ส่ายศีรษะ

“ซีน่า, ระหว่างงานเลี้ยง เจ้าควรจะได้รู้แล้ว,เราเพิ่งไปทำลายเกาะศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรเจิดจรัส”  ลินลี่ย์กล่าว

“ถูกแล้ว” ซีน่าพยักหน้า แต่จากนั้นตาเขาเป็นประกาย “ท่านลุง, ท่านกำลังบอกว่า...” ซีน่าเข้าใจทันที

“ไม่ใช่แค่ฐานกำลังใหญ่ของศาสนจักรเจิดจรัสเท่านั้น ฐานทัพใหญ่ของลัทธิเงาก็น่าจะถูกทำลายไปในอีกวันหรือสองวันนี้แน่นอน  เมื่อสงครามเริ่มจริงๆ..คิดดูสิ..ถ้าศัตรูไม่มีเซียน แต่เราส่งเซียนออกไปรบ... สงครามจะใช้เวลานานมากไหม?”

ซีนาร์รู้สึกคอแห้งผาก และหลังชุ่มด้วยเหงื่อ  หัวใจของเขาสั่น  “ท่านลุงและยอดฝีมืออื่นน่ากลัวมากจริงๆ  พวกเขาฆ่าเซียนฝ่ายศัตรูโดยตรง ตอนนี้ไม่มีทางที่พวกเขาจะสู้ตอบโต้ในระหว่างรบได้เลย”

แม้แต่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ก็ยังต้องตาย

นี่หมายความว่าสหภาพศักดิ์สิทธิ์ไม่มีผู้นำแล้ว  เมื่อพวกเขาเกิดสงครามก็มีแนวโน้มว่าราชอาณาจักรและแว่นแคว้นสังกัดสหภาพศักดิ์สิทธิ์จะต้องยอมแพ้โดยทันที

“ข้าแค่ต้องการให้เจ้าเป็นผู้นำ”  ลินลี่ย์ไม่สนใจการสู้รบครั้งนี้เท่าใด

ที่สำคัญ ขนาดพื้นที่และประชากรในปกครองมีความหมายน้อย ที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาคือเดินตามเส้นทางฝึกฝนและกลายเป็นเทพให้เร็วเท่าที่เป็นไปได้

เป็นเทพ!

การกลายเป็นเทพแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของระดับที่คงอยู่หมายถึงครอบครองประกายศักดิ์สิทธิ์ สนามพลังเทพ และสามารถดึงพลังศรัทธาเป็นระดับคงอยู่ที่เหนือมนุษย์ธรรมดาไปมาก

“ท่านลุง, ทั้งสามฝ่ายตกลงแบ่งโลกกัน  แต่ว่าอย่างไรเล่า?”  ซีน่าถาม เขาค่อนข้างใส่ใจเรื่องนี้

“โอว, ข้าเกือบลืมไป” ลินลี่ย์หัวเราะ “นี่คืองานที่เป็นไป,ดินแดนของสหภาพศักดิ์สิทธิ์และสิบแปดแคว้นอิสระเหนือจะตกเป็นของจักรวรรดิโอเบรียน  จักรวรรดิไรน์และพันธมิตรมืดจะตกเป็นของจักรวรรดิยูลาน สำหรับจักรวรรดิโรฮอลท์และทุ่งราบใหญ่ตะวันออกจะตกเป็นของจักรวรรดิบาลุคเรา”

ตาของซีน่าเป็นประกาย

ขนาดของจักรวรรดิโรฮอลท์ความจริงเทียบเท่ากับจักรวรรดิบาลุค  แต่ที่สำคัญมากกว่า.. ทุ่งราบใหญ่ตะวันออกไกล

อาณาเขตทุ่งราบตะวันออกไกลกว้างขวางสุดสายตาจนถึงจักรวรรดิโอเบรียนที่กว้างใหญ่ไพศาล  แต่เพราะพื้นที่ทั้งหมดเป็นทุ่งหญ้าจึงมีประชากรน้อยแม้ว่าจะมีขนาดใหญ่ก็ตาม ทำให้มีเพียงสามอาณาจักรที่คงอยู่ อย่างไรก็ตามสามอาณาจักรสามารถต่อสู้ได้กระทั่งกับจักรวรรดิโรฮอลท์และจักรวรรดิไรน์มาหลายปี  ทุกคนสามารถบอกได้จากตรงนี้ว่าพวกเขาแข็งแกร่งเพียงไหน

ที่สำคัญคนเหล่านี้ใช้ชีวิตอยู่บนหลังม้าและใช้การต่อสู้แบบนี้จนเป็นธรรมเนียม

“เอาล่ะซีน่า, นี่ก็ดึกแล้ว  เจ้าควรกลับไปพักได้แล้ว”  ลินลี่ย์กล่าว

“ขอรับท่านลุง” ซีน่าถอยออกมาด้วยความเคารพ

หลังจากซีน่าออกมา ลินลี่ย์หันไปมองเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆในที่นั่งที่ซีน่าเพิ่งลุกไป ในตอนนี้มีบุรุษวัยกลางคนนั่งอยู่ที่นั่น  เขาสวมชุดยาวหลวมและยิ้มเกียจคร้านเป็นยอดฝีมือระดับเทพ ราชันย์มือสังหาร...ซีซาร์

“ท่านซีซาร์,กลุ่มของท่านจะไปสุสานเทพเจ้าในวันพรุ่งนี้แล้วทำไมคืนนี้ท่านถึงมาที่นี่ได้?” ลินลี่ย์อดหัวเราะถามด้วยความสงสัยไม่ได้

เมื่อได้ยินลินลี่ย์พูดเช่นนี้  ซีซาร์อดสะดุ้งไม่ได้แต่จากนั้นเม้มริมฝีปากอย่างช่วยไม่ได้ “ใช่แล้ว, พรุ่งนี้เราจะมุ่งหน้าไปสุสานเทพเจ้า ความจริงข้าไม่ต้องการไปสุสานเทพเจ้าในเวลานี้เลย แต่พวกเขาบังคับให้ข้าไปโธ่เอ๊ย..”

“คนสามารถถูกบังคับให้เข้าสุสานเทพเจ้าได้หรือ?  นั่นเฉพาะกับคนที่ยินดีเข้าไปไม่ใช่หรือ?”  ลินลี่ย์ขมวดคิ้วสับสน

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ข้าหงุดหงิดเมื่อคิดถึงมัน”

ซีซาร์ยืนขึ้น เดินเข้ายืนหน้าโต๊ะของลินลี่ย์จ้องมองลินลี่ย์โดยตรง  “ลินลี่ย์  วันนี้ข้ามาเพื่อฝากความไว้วางใจให้กับเจ้า”

จบบทที่ ตอนที่ 12-11 ในคืนหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว