เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11-20 อสูรเวทแผลงฤทธิ์

ตอนที่ 11-20 อสูรเวทแผลงฤทธิ์

ตอนที่ 11-20 อสูรเวทแผลงฤทธิ์


หญ้าแน่นขนัดล้อมลินลี่ย์ไว้อย่างแน่นหนาและหญ้าที่รายล้อมนี้มีเสียงดังครึ่กครั่ก ต้นหญ้ากำลังบีบแน่นกดดันและในพริบตาแรงกดดันมากจนหน้าของลินลี่ย์เริ่มเปลี่ยนสี

“เฉพาะแรงกดนี้สามารถบดขยี้เซียนทั้งหมดจนเป็นเนื้อเลอะเลือนได้ทันที”ลินลี่ย์พูดกับตนเอง

“สิ่งมีชีวิตประเภทต้นไม้นี้น่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตต้นไม้จากชั้นที่สองเป็นสิบเท่า!”  ลินลี่ย์ไม่กล้าเสียเวลาอีก

“ทำลาย!”  กระบี่เลือดม่วงในมือสะบัดออก...

ที่ใดก็ตามที่กระบี่เลือดม่วงผ่านไปอากาศจะแช่แข็งและจากนั้นก็พับตัวมันเอง และดาบพิเศษที่ปรากฏเป็นใบของอาวุธ แม้ว่าก้านหญ้าจะหนาและทนมากกว่าเถาวัลย์จากชั้นสองเป็นสิบเท่า  แต่อยู่ต่อหน้ากระบี่เลือดม่วงพวกมันก็ถูกตัดเป็นชิ้นได้อย่างง่ายดาย

“ปัง!

หญ้ากลายเป็นชิ้นแตกกระจายและก้านของมันระเบิดไปทั่วทุกที่ และลินลี่ย์พุ่งออกมาจากกอหญ้าที่คุมขังเหมือนกับธนู

“พี่ใหญ่!ข้าไม่เป็นไร!” มีรูปรากฏขึ้นในกอหญ้าอีกแห่งหนึ่ง และจากนั้นบีบีที่ตลอดทั้งร่างคลุมไปด้วยแสงดำเหาะออกมาด้วยความเร็วสูง

“บีบี, นี่เป็นวิชาอะไร?”ลินลี่ย์รู้สึกยินดีในใจ

“ข้าเป็นหนูกินเทพ อสูรระดับเทพตัวหนึ่งนะ”  บีบีเชิดหัวน้อยๆ ด้วยความภูมิใจ  แต่จากนั้นบีบีสังเกตภาพที่ไม่ไกลออกไปได้...หญ้าหนาแน่นกอใหญ่หุ้มตัวเป็นรูปบอลขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดว่าเป็นคนผู้หนึ่งถูกหุ้มอยู่ในกอหญ้าขนาดใหญ่สามารถเห็นแสงสีขาวเลือนรางได้

“พี่ใหญ่, เดลี่ดูอาการไม่ดีเลย”  บีบีจำได้ว่าเป็นเดลี่ที่เปล่งรัศมีสีขาว

ลินลี่ย์สังเกตเห็นได้เช่นกัน  เขาไม่ลังเลและบินไปที่นั่นขณะที่ส่งพลังจิตตรวจดูสถานการณ์ภายในเขาเห็นได้ชัดเจนว่าภายใน..เป็นร่างเดลี่ถูกหุ้มด้วยเกราะเรืองแสงคอยปกป้องทั้งตัว ขณะที่ธนูสีขาวยิงโจมตีต้นหญ้าที่รายล้อมเขาอย่างบ้าคลั่ง

โชคไม่ดีที่ต้นหญ้ามีความทนได้มากเกินไป

“ฉัวะ!” กระบี่เลือดม่วงถูกสะบัดและแสงสีม่วงวาบผ่านต้นหญ้าตัดพวกมันจนขาด

เดลี่หลบออกมาจากการจองจำได้  เมื่อเห็นว่าเป็นลินลี่ย์ เขาพูดทันที  “ขอบคุณ เจ้าหญ้าปีศาจนี่ทนทานจริงๆ  แม้ว่าข้าจะใช้เวทระดับเก้าแล้วก็ยังไม่สามารถทำลายมันได้  ถ้าไม่ได้เจ้าช่วยไว้  คงจะเป็นปัญหาหนักจริงๆ”

แสงสีแดงฉายวาบไปทั่วทันทีและหญ้ากระเด็นไปทั่ว ถูลี่กวัดแกว่งอาวุธชั้นเทพ ดาบแดงโลหิตบินไปทั่วท้องฟ้า  พอมีดาบเล่มนี้ ถูลี่เป็นเหมือนเสือติดปีก  ถูลี่คำรามลั่นด้วยความโกรธ  “มันเป็นใคร? อย่าดีแต่ลับๆ ล่อๆถ้าเจ้ามีฝีมือ  ออกมาสู้กับเราอย่างเปิดเผย”

“ปัง!”  กรงขังหญ้าอีกลูกหนึ่งระเบิดออก และลูเธอร์ฟอร์ดซึ่งตลอดทั้งตัวเขาปกคลุมไปด้วยแสงหลบหนีออกมาจากการคุมขังได้เช่นกัน

ยอดฝีมืออื่นทะยอยหนีออกมาได้ทีละคน

อย่างไรก็ตามในตอนนี้สถานการณ์ของโอลิเวอร์ค่อนข้างแย่

ตอนนี้ต้นหญ้านับไม่ถ้วนที่ล้อมรอบและกำลังบดขยี้เขา  โอลิเวอร์ไม่มีโอกาสได้ตั้งตัวแม้แต่น้อยและเขาก็พบในทันทีว่า...

ใบหญ้าทั้งหมดบดใส่เขาและเริ่มเลื่อยตัวเขาด้วยความเร็วสูง  หญ้าทั้งหมดเหล่านี้มีขอบที่คมมาก  และด้วยการสีความเร็วสูงนี้..ทำให้หญ้าพวกนี้เริ่มแล่ตัวเขาเหมือนกับเขี้ยวแหลมคมหรือเหมือนฟันเลื่อยที่ชาวนาใช้ไถคราดพื้นดิน

ในพริบตาร่างของโอลิเวอร์ก็เป็นบาดแผลเปิด

“ฮึ่ม” ตาของโอลิเวอร์เปลี่ยนเป็นเย็นชา

“ควั่บ!”  แสงสว่างวาบฉายและต้นหญ้าแตกกระจายไปทุกที่

ผมยาวดำขาวสองสีของเขาสะบัดพลิ้วและด้วยกระบี่น้ำแข็งดำในมือของเขา โอลิเวอร์บินขึ้นในอากาศ เพียงแต่ร่างของโอลิเวอร์มีรอยแผลเลือด โอลิเวอร์ลอบตกใจ “เป็นฟันเลื่อยที่ร้ายกาจจริงๆ”

ยอดฝีมือสิบสามคนลอยตัวนิ่งในอากาศ  เดลี่มองดูรอบๆ ตัวเขา  จากนั้นระบายลมหายใจโล่งอก  “โชคดีที่ไม่มีใครตาย”

โอลิเวอร์มองดูเซียนที่อยู่ใกล้ๆ ที่เอวของเซียนมนุษย์ผู้นี้มีบาดแผลขนาดใหญ่รอบเอว  “คาร์ลอส!นั่นอันตรายมากเลยนะ  เจ้าเกือบจะเสียชีวิตไปแล้ว”  มนุษย์ที่ชื่อคาร์ลอสระบายลมหายใจเช่นกัน  “เกือบไปจริงๆ เจ้าฟันประหลาดนั่น คมและดุร้ายมาก ถ้าข้ารู้ตัวช้ากว่านี้เล็กน้อยต้นหญ้านั่นคงจะพรวดพราดเข้ามาในร่างข้าเป็นแน่

“พรวดพราดเข้ามาในร่างท่าน?”  ลินลี่ย์และเฟนเมื่อได้ยินเช่นนี้ อดตกใจไม่ได้

ถ้าต้นหญ้าทะลุเข้าไปในร่างคนมีแนวโน้มว่าพวกมันจะทำลายอวัยวะภายในแทบจะทันที

“อย่าขยับ” เดลี่บินมาหาเซียนมนุษย์และเริ่มร่ายเวทรักษาเขา

คาร์ลอสผู้นี้เป็นคนหนึ่งในสามยอดฝีมือกลุ่มสอง

สามยอดฝีมือในกลุ่มที่สองมีมนุษย์อยู่สองคน  คาร์ลอสและโอลิเวอร์ อีกหนึ่งเป็นอสูรเวทจ้าวแมงป่องเกล็ดดำ แมงป่องเกล็ดดำโดยทั่วไปเป็นอสูรเวทระดับเก้า  แต่จ้าวแมงป่องเกล็ดดำนี้ฝึกฝนจนเป็นเซียนขั้นสูงซึ่งเป็นเรื่องที่ยากและเหลือเชื่อ

“ข้าเกลียดที่ต้องเผชิญกับสิ่งมีชีวิตตระกูลพืชจริงๆ”  ลินลี่ย์ก้มหน้า  ศึกษาพื้นที่รอบตัวเขา

พื้นที่ด้านล่างปกคลุมไปด้วยทราย  ‘โอเอซีส’ ก่อนนั้นหายไปหมดแล้ว ทิ้งไว้แต่กอหญ้ายักษ์กระจัดกระจาย ลินลี่ย์เห็นกับตาตัวเองก่อนว่าพวกต้นหญ้าที่ไม่ได้รับความเสียหายจะจมลงในทรายและหายไป

“ไปกันเถอะ” เดลี่กล่าว “ถ้าเจ้าสัตว์ประหลาดต้นไม้นั่นไม่มายุ่งกับเราอีก  เราก็อย่าไปเสียเวลากับมันเลย  สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือหาทางเข้าสู่ชั้นที่แปด

“ไปกันเถอะ” ลินลี่ย์และคนอื่นพยักหน้า

ยอดฝีมือทั้งสิบสามไม่ให้ความสนใจกับสัตว์ประหลาดต้นไม้อีกต่อไป  และบินออกไปโดยเร็ว  พวกเขาเริ่มค้นหาในทะเลทรายที่กว้างใหญ่ต่อ

“ยังมีอีกโอเอซีสหนึ่งข้างหน้า”  เฟนขมวดคิ้วและตะโกนเสียงดัง

ลินลี่ย์เข้าไปดูใกล้ๆ  ความจริงในระยะไกลมันมีสีเขียวครึ้ม  แต่เมื่อบินเข้าไปใกล้มากขึ้นทุกคนจึงเห็นได้ว่าเป็นโอเอซีสขนาดใหญ่  อย่างไรก็ตามหลังจากพบกับเหตุการณ์ครั้งก่อนมาแล้ว  ไม่มีใครที่ไม่ระวังตัวอีกครั้ง

“อย่าเข้าไปใกล้เกินไป”  โรซารีส่ายศีรษะ  “อยู่ห่างๆ จากมันไว้สัตว์ประหลาดนั่นยากจะรับมือ”

ทุกคนเห็นด้วยและทั้งกลุ่มจงใจเดินอยู่รอบโอเอซีส แต่หลังจากที่กลุ่มของลินลี่ย์บินออกไปในตำแหน่งอื่น  โอเอซีสเขียวนั้นก็ดำลงไปในทราย  ขณะที่ตัวทรายเองเริ่มสั่นสะเทือนเล็กน้อย

ตำแหน่งที่สั่นสะเทือนในทรายเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วสูงบังเอิญว่าไปยังตำแหน่งเดียวกับที่กลุ่มของลินลี่ย์กำลังบินไป

“หืม?” จ้าวแมงป่องเกล็ดดำอยู่รั้งท้ายสุด เหลือบลงมองข้างล่างจากนั้นตะโกนเตือนทันที  “ทุกคน, ระวังเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นกำลังมุดทรายตรงมาที่เราด้วยความเร็วสูง”

ในเทือกเขาอสูรวิเศษพวกอสูรเวทมักจะซุ่มโจมตีจากด้านล่าง ในฐานะที่เป็นอสูรเวท แมงป่องเกล็ดดำคุ้นเคยกับการโจมตีรูปแบบนี้

“ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ”  ลินลี่ย์ เฟน ถูลี่และคนอื่นๆชะงักอยู่ในกลางอากาศและจ้องมองข้างล่าง

ถ้ามีใครมองดูอย่างระมัดระวัง  ก็จะสามารถเห็นได้ว่า...บนผิวของทรายมีต้นหญ้าหนึ่งหรือสองต้นที่ยากจะสังเกต อสูรต้นไม้พันธุ์นี้สามารถใช้ต้นหญ้าทั้งหมดเป็นตาได้  ที่ใดก็ตามที่ต้นหญ้าสามารถเห็น  มันก็สามารถเห็นได้เช่นกัน

“เราจะทำยังไงดี?”  ลินลี่ย์ เดลี่และคนอื่นๆ มองหน้ากันเอง

จะฆ่าสัตว์ประหลาดต้นไม้นี้เป็นเรื่องยุ่งยากมาก  แต่พวกเขาจะปล่อยให้มันคุกคามน่ากลัวได้ยังไง?

“ควั่บ!”  “ควั่บ!”

เหมือนกับธนูแหลมคมสองดอกต้นหญ้าเขียวพุ่งออกมาจากใต้ทรายทันทีและรวบขาของเดลี่แทบจะทันทีก้านหญ้าทั้งสองนี้หนาเท่าแขนมนุษย์ และมีใบหญ้าขนาดเล็กกว่าอยู่ที่ยอดของมันเช่นกัน

ในทันทีที่มันรวบเดลี่ไว้

“ควั่บ”

ทันใดนั้นหญ้าเหล่านั้นฉุดดึงลงอย่างรวดเร็ว ลำต้นหญ้าทั้งสองพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วมากตวัดรัดและฉุดลง  ในพริบตาเดลี่ถูกลากลงไป  เดลี่คำรามเสียงลั่นขณะเดียวกันใช้พลังจิตโจมตีพื้นที่ด้านล่าง

“แย่แล้ว” หน้าของลินลี่ย์และคนอื่นเปลี่ยนไป และพวกเขาไล่ตามลงไปทันที

“ตุ้บ...” เดลี่ถูกฉุดดึงลงไปในพื้นทราย และในพริบตา เขาหายลับไปจากสายตาของทุกคน ผิวทรายมองดูเหมือนธรรมดา ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ตามลงไป!”  บีบีตะโกนลั่น

บีบี,ราชสีห์ทองหกตาทั้งสาม, จ้าวแมงป่องเกล็ดดำไม่ลังเลแม้แต่น้อย อสูรเวททั้งห้าย่อขนาดขณะพุ่งลงทะเลทรายอย่างรวดเร็ว  เป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากขณะดำลงในทรายตอนที่ยังมีร่างใหญ่  เทียบกับอสูรเวทแล้ว  ยอดฝีมือชาวมนุษย์ไม่มีทางทำได้รวดเร็วขณะที่พวกเขาดำลงในพื้นทราย

เฟนโรซารี่ ถูลี่และพวกที่เหลือทั้งเจ็ดรออยู่กับที่ในกลางอากาศ  ไม่รู้ว่าจะทำยังไง

“ตอนนี้เราได้แต่ฝากความหวังไว้กับบีบีและอสูรเวทอื่น หวังอย่างเต็มที่ว่าพวกเขาจะสามารถช่วยเดลี่ได้”  ลินลี่ย์ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ถ้าเขาดำลงไปในทรายก่อนอื่นเลยความเร็วในการดำดินของเขาจะลดลงกว่าครึ่งและเขาจะไม่สามารถไล่ตามอสูรต้นไม้ได้

“ต้นหญ้าปีศาจนั่นรวดเร็วเกินไป พวกมันเคลื่อนไหวราวกับยอดฝีมือสะบัดกระบี่”  ถูลี่ขมวดคิ้ว “ในพริบตา  พวกมันก็รัดขาของเดลี่ได้  นอกจากนี้ขณะที่เดลี่ใช้พลังจิตโจมตี  แต่ดูเหมือนมันไม่ได้รับผลอะไรเลย”

“เป็นไปไม่ได้ที่มันจะไม่มีผลอะไร”  ลินลี่ย์ส่ายศีรษะ  “ร่างของเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นใหญ่พอๆกับโอเอซีส  สิบตารางกิโลเมตร  เพียงแต่ตอนนี้มันแสดงให้เห็นต้นหญ้าเท่านั้น ร่างใหญ่ของมันอาจอยู่ห่างจากเราหลายกิโลเมตร เดลี่ไม่แน่ใจว่าร่างใหญ่ของเจ้าสัตว์ประหลาดนี่อยู่ที่ไหน  สำหรับเขาแค่ใช้พลังจิตโจมตีโดยไม่รู้ว่าเป้าหมายอยู่ที่ใดนั่นเอง...   คงน่าประทับใจมากถ้าเขาสามารถทำร้ายมันได้”

โอลิเวอร์แค่นเสียงเย็นชา  “เดลี่ผู้นั้นดูท่าทางจะถูกฆ่าแล้ว”

“ทำไมเจ้าพูดอย่างนั้นเล่า?”  เฟนและคนอื่นมองดูโอลิเวอร์อย่างไม่พอใจ

โอลิเวอร์ชำเลืองมองดูพวกเขา  จากนั้นพูดอย่างใจเย็น “สุสานเทพเจ้ามีสัตว์ประอยู่ที่นี่นับไม่ถ้วน  และวิธีการหลายอย่างที่ใช้กับมนุษย์ไม่จำเป็นต้องเหมาะสม  เดลี่ผู้นี้เป็นเซียนจอมเวท  เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีเช่นนั้นอย่างมากเขาก็ใช้เวทต่อต้าน แต่เวทต่อต้านของเขาจะทรงพลังได้มากแค่ไหนกันแน่?  ต่อต้านกับสัตว์ประหลาดแบบนั้น  เวทแบบนั้นไม่มีท่าทีคุกคามแม้แต่น้อย  และยัง..เขายังกล้ามาสุสานเทพเจ้าอย่างนี้ นั่นเท่ากับหาที่ตายไม่ใช่หรือ?”

“คนผู้นี้ พูดแบบนี้ได้ยังไง?”  โรซารี่ค่อนข้างไม่พอใจ

“เซียนจอมเวททักษะในการสู้ระยะประชิดต่ำมาก เมื่อเข้าถึงระดับเทพและเมื่อได้รับร่างระดับเทพพวกเขาก็ยังมีข้อบกพร่องในการสู้ระยะประชิดอยู่ดี”  เฟนกล่าว

แต่ลินลี่ย์กลับรู้สึกว่าคำพูดของโอลิเวอร์สมเหตุผลจริงๆ เซียนจอมเวทจะมีจุดอ่อนจริงเมื่อเผชิญการโจมตีฉับพลัน

“แล้วไง?” โอลิเวอร์พูดอย่างใจเย็น “หลังจากกลายเป็นเทพ  นักสู้จะเปลี่ยนแปลงไปและได้รับร่างเทพ!  ร่างเทพมีพลังมาก  เหมาะกับการสู้ระยะประชิด”

โอลิเวอร์หัวเราะเยาะ  “แต่จากตรงนั้น  ทำไมจะต้องรอจนเป็นเทพด้วยวเล่า?  เซียนจอมเวทเมื่อถึงระดับเซียนใช้เวลาเล็กน้อยก็สามารถฝึกทักษะสู้ระยะประชิดได้ สำหรับคนอย่างเดลี่ เวลาไม่กี่ร้อยปีถือว่าไม่มีอะไรมาก”

“มีเซียนจอมเวทที่กลายเป็นเซียนนักรบก็ดีเหมือนกันใช่ไหม?  เจ้าคิดว่ามันง่ายอย่างนั้นใช่ไหม?”  เฟนขมวดคิ้วขณะกล่าว

“พอเถอะ” ลินลี่ย์กล่าว  “พูดกันพอแล้ว  ทุกคนมีความเห็นเป็นของตนเองทั้งนั้น”

หน้าของลินลี่ย์ดีใจทันที  “เยี่ยมมาก, เจ้าอสูรนั่นถูกลากออกมาแล้ว”

“ลากออกมา?” ทุกคนประหลาดใจและดีใจ มองลงข้างล่างทันที

ทรายด้านล่างเริ่มยุบตัวและคนที่บินออกมาคนแรกก็คือเดลี่ ร่างของเดลี่เต็มไปด้วยรอยเลือด หน้าของเขาค่อนข้างซีด  เมื่อเห็นลินลี่ย์และคนอื่นๆ เขายังคงหัวเราะออก  “นั่นอันตรายจริงๆ”

“พี่ใหญ่, เรากำลังออกมาแล้ว”  เสียงของบีบีดังขึ้น

และจากนั้นบีบีโผล่ออกมาจากทรายขณะที่กรงเล็บบีบีมีก้านหญ้าหนา  มันหนาเท่าแขนมนุษย์ ใช้ก้านต้นหญ้าหนา  เขาลากออกมาจากสัตว์ประหลาดเบื้องล่าง  และสัตว์ประหลาดขนาดมหึมาปรากฏต่อหน้าทุกคน

นี่คือสิ่งมีชีวิตที่สูงอย่างน้อยเท่าอาคารสิบชั้น  และทั่วทั้งตัวปกคลุมด้วยรากหญ้าสีดินหนาอย่างน้อยก็มีขนาดเท่าบ้าน

รากหญ้ารอบๆเจ้าปีศาจที่มียาวมากที่สุดร้อยเมตร เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดยาวกว่าลำต้นที่แตกหักไปแล้ว  บีบีลากสัตว์ประหลาดนี้ขึ้นมา  ขณะที่ด้านล่างราชสีห์ทองหกตาและจ้าวแมงป่องเกล็ดดำตามออกมา

“เจ้านี่ยังต้องการหนีอีกหรือ? เฮอะ..”  บีบีจับลำต้นที่มือข้างหนึ่งและหมุนควงเจ้าสัตว์ประหลาดยักษ์ในกลางอากาศสองสามครั้ง  เหมือนกับเป็นกังหันยักษ์  “พี่ใหญ่ ข้าคิดว่ามันมีพลังมากทีเดียว  แต่ข้าไม่คาดเลยว่ามันจะนุ่มเหมือนลูกพลับ  พี่ใหญ่,จะจัดการกับเจ้าสัตว์ประหลาดนี่ยังไงดี? บอกมาเลย”

จ้าวแมงป่องเกล็ดดำบินขึ้นมาเช่นกัน  “เจ้านี่ไม่มีอะไรพิเศษเลยจริงๆ  มันแค่รู้จักโจมตีสองสามท่าเท่านั้น  เมื่อเราเข้าไปใกล้ๆ มันก็เสร็จ”

จบบทที่ ตอนที่ 11-20 อสูรเวทแผลงฤทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว