เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10-39 สู้กับความตาย

ตอนที่ 10-39 สู้กับความตาย

ตอนที่ 10-39 สู้กับความตาย


กิลเยโมยังคงเงียบชั่วครู่  จากนั้นกล่าว “ก็ได้, งั้นก็ดำเนินการได้เลย”

ในไม่ช้านักรบที่ดูเหมือนคนธรรมดาหกคนปรากฏตัวที่ศูนย์บัญชาการ  เวส พอร์ตเตอร์และกิลเยโมมองหน้ากันเอง  จากนั้นเวส พอร์ตเตอร์พูดกับบุรุษทั้งหก  “พวกเจ้าทั้งหกคนจงปะปนเข้าไปในกลุ่มทหารและบุกจู่โจมไปที่กำแพงเมือง  เมื่อเจ้าไปถึงกำแพงเมืองให้เร่งความเร็วบุกเข้าไปเปิดประตูเมือง จากนั้นนำทหารเข้าไปในเมือง พวกเจ้าต้องทำไม่ให้พวกเขาตั้งตัวได้ทัน”

“ขอรับ, ใต้เท้า”

บุรุษทั้งสามคนรับรู้ทันที  ขณะที่อีกสามคนมองดูกิลเยโม  กิลเยโมพยักหน้าเล็กน้อย  “ทำตามที่เวส พอร์ตเตอร์บอก”

“ขอรับ ใต้เท้า”

บนภาคพื้นที่กว้างใหญ่ฝูงผู้คนที่ดูคล้ายกับตั๊กแตนกำลังบุกเข้ามาที่เมืองอย่างบ้าคลั่ง  ปืนใหญ่พลังเวทเปล่งประกายอย่างต่อเนื่อง พรากชีวิตคนไปมากมายทุกครั้งที่ปืนใหญ่เปล่งแสงในแต่ละครั้ง  บนกำแพงเมืองค็อด, ลินลี่ย์, บาร์เกอร์ เกทส์เฮเซอร์ อังเก้และบูนแต่ละคนกำลังมองดูการสู้รบ

“พวกเขากำลังสู้รบอย่างบ้าคลั่ง”  เกทส์เลียริมฝีปาก ยิ้มขณะพูด

เฮเซอร์มองดูลินลี่ย์  นัยน์ตาของเขาฉายประกาย  “ท่านลอร์ดลินลี่ย์,ให้เราไปสั่งสอนพวกเขาเถอะ” บรรดาพี่น้องบาร์เกอร์ มีแต่บาร์เกอร์เท่านั้นที่ถึงระดับเซียนในร่างมนุษย์ พี่น้องอีกสี่คนเป็นนักรบระดับเก้าชั้นสูงเตรียมบรรลุในระดับสูงขึ้นไปเมื่อใดก็ได้

ลินลี่ย์มองดูการสู้รบเบื้องล่างหัวเราะอย่างในเย็น  เขากล่าว “ไม่ต้องเร่ง  เจ้าจะได้รับโอกาสในไม่ช้า  แต่จำไว้ว่าไม่ว่ายังไง พวกเจาจะปล่อยให้พวกเขายึดเหมืองอัญมณีเวทไม่ได้”

เทียบกับอัญมณีเวทจำนวนมากมายแล้ว  ความจริงลินลี่ย์ให้คุณค่ากับห้องมิติมากกว่า

นั่นคือสถานที่ฝึกฝนมีค่าซึ่งต้องรักษาเอาไว้

“โชคไม่ดีที่ซาสเลอร์ก็ถึงระดับเซียนเช่นกัน มิฉะนั้นเมื่อเขาลงมืออาจโต้ตอบทหารเป็นล้านได้ในครั้งเดียว”  ลินลี่ย์ถอนหายใจกล่าว  ซาสเลอร์และลินลี่ย์ถึงระดับเซียนแทบจะในเวลาเดียวกัน  ตอนนี้ซาสเลอร์กลายเป็นเซียนพ่อมดไปแล้ว  หลังจากเป็นเซียนพ่อมดพลังของซาสเลอร์อยู่ในระดับที่น่ากลัวจริงๆ

สิ่งที่ซาสเลอร์ทำในตอนนี้ก็คือรวบรวมผีดิบระดับเซียน

พ่อมดจอมเวทคนเดียวสามารถรวบรวมและฝึกผีดิบระดับเซียนได้กลุ่มหนึ่ง  ใครๆก็พอจะนึกได้ว่าพวกมันจะทรงพลังน่ากลัวขนาดไหน

“ตาแก่บัดซบนั่นเขาใช้เวลาทั้งหมดซ่อนตัวอยู่ภายในภูเขาเอาแต่ฝึกอย่างเดียว เขาไม่เคยโผล่หน้าออกมาเลยในช่วงหลายวันนี้”  เกทส์บ่น “ครั้งสุดท้ายที่ข้าไปเยี่ยมเขา เขาส่งผีดิบระดับเซียนออกมาสู้กับข้าช่วงเวลาหนึ่ง  ข้าต้องยอมรับว่า ไอ้ผีดิบบ้านั่น..มันแข็งแกร่งจริงๆ”  เกทส์ถอนหายใจ

ลินลี่ย์แอบขำในใจ

ซาสเลอร์เพียงแต่หยอกเกทส์เล่น ลินลี่ย์รู้เองว่า..ถ้าซาสเลอร์ลงมือจริงจัง  เกทส์คงจะพ่ายแพ้ทันที  นี่เป็นเพราะพ่อมดมีทักษะสูงในการใช้พลังจิตวิญญาณ และยิ่งมีพรสวรรค์ในการโจมตีด้วยพลังวิญญาณมาก  เมื่อถึงระดับเซียน ซาสเลอร์ก็ใช้พลังโจมตีจิตวิญญาณได้ทันที...

แม้แต่เซียนที่ทรงพลังบางทีอาจจะทนรับไม่ได้

“ปัง!”

ทันใดนั้นลินลี่ย์และคนอื่นๆ รู้สึกว่ากำแพงเมืองสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงทันที  หน้าของบาร์เกอร์เปลี่ยนไป  “แย่แล้ว!”  พลังจิตของลินลี่ย์ตรวจพบพลังโจมตี นักรบระดับเก้าหกคนเข้าปะปนอยู่ในกองกำลังใช้แรงกระแทกใส่ประตูเมือง

“บุก!”  ทหารที่บุกโจมตีพบว่าประตูเมืองพังทลายแล้ว

ทันใดนั้นทหารจำนวนมากเริ่มหลั่งไหลไปที่ประตูเมือง  หัวหน้าทหารก็คือนักรบระดับเก้าหกคน  ทหารประจำการเมืองค็อดต้องการจะขัดขวางพวกเขาแต่พวกเขาถูกนักรบระดับเก้าหกคนสังหารตายอย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามผู้บัญชาการประตูทิศใต้มองดูสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างใจเย็น

“ปล่อยก้อนหิน!”  เสียงของผู้บัญชาการดังขึ้น ไม่มีวี่แววความตื่นเต้น

ทันใดนั้นนักรบหลายสิบคนดึงคันโยกลับ  พอเสียงแคร็กดังขึ้นหินมหึมาเกินกว่าสิบเมตรเริ่มกลิ้งลงมา ทหารที่อยู่ด้านล่างต้องการหลบ แต่เกือบทั้งหมดไม่สามารถทำได้ถูกบดขยี้เป็นเลือดเนื้อเลอะเลือน

“บึ้ม!”

ประตูเมืองถูกผนึกไว้

ทหารที่อยู่ภายนอกไม่สามารถเข้ามาข้างในได้  และทหารข้างในไม่สามารถออกไปข้างนอกได้เช่นกัน

“นักรบระดับเก้าทั้งหกคนทุ่มเทจริงๆ”  เกทส์คำรามด้วยความโกรธ  จากนั้นเพียงพลิกมือเขาดึงขวานยักษ์ออกมาขณะบุกโจมตีจากด้านบนกำแพงลงมาที่ลานภายใน  นักรบระดับเก้าทั้งหกคนอยู่ภายในกำแพงเมืองแล้วเกทส์กระโดดลงมา อังเก้ บูนและเฮเซอร์ก็ตามลงมาทันที

ภายในเมือง

นักรบระดับเก้าทั้งหกคนเข่นฆ่าอย่างบ้าคลั่งโดยไม่มีทหารคนใดรอบๆ ตัวพวกเขาสามารถต้านทานได้ติด

“หนีไป!”หนึ่งในนักรบระดับเก้าตะโกนดังลั่นขณะที่เขาใช้ดาบศึกฟันใส่นายทหารคนหนึ่งจนขาดครึ่ง  ไม่ว่าที่ใดก็ตามที่นักรบเหล่านี้ผ่านไปจะมีศพล้มลงเป็นทาง

นักรบระดับเก้าอีกคนหนึ่งรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานเกินไป

พวกเขาไม่สนใจทหารที่ตามพวกเขาเข้ามา  นักรบตาเดียวผมทองกระโดดขึ้นจากพื้นทันทีเขาลอยตัวอยู่ในอากาศเกินกว่าสามสิบเมตรพลิกตัวผ่านกำแพงและมาถึงด้านนอกเมือง นักรบระดับเก้าอีกห้าคนก็เริ่มโดดขึ้นจากพื้น...

“เจ้าต้องการหนีหรือ?!”

เสียงคำรามเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากนั้นขวานยักษ์ที่น่ากลัวพุ่งวาบตรงมาที่ตัวพวกเขา  เกทส์เป็นคนแรกที่มาถึง และในกลางอากาศเขาหยุดหนึ่งในนักรบระดับเก้าที่กระโจนขึ้นมาไว้ได้  นักรบระดับเก้าต้องการใช้ดาบหนักในมือของเขาป้องกันขวานเอาไว้  แต่ทันทีที่เขาทำ...

“ปัง!”

ดาบหนักของนักรบผู้นั้นแตกเป็นเสี่ยงและหลังของเขากระแทกกลับลงไปกับพื้น พื้นสั่นสะเทือนจากแรงปะทะ เกทส์คำรามอย่างโกรธเกรี้ยว  “แม่มันเอ๊ย! บังอาจมาทำลายเมืองงั้นหรือ? ตายซะเถอะ!”  ขวานยักษ์ที่น่ากลัวฟันลงอีกครั้งและมันทำให้พื้นที่โดยรอบแข็งชะงักทันที

ขวานนี้ถึงระดับเคล็ดวิชา‘กำหนด’ แล้ว

ไม่มีที่ให้นักรบระดับเก้าได้หนี  “อ๊า!”  เสียงร้องโหยหวนดังได้ยิน และจากนั้นอวัยวะสำคัญกระจัดกระจายเพราะขวานยักษ์ เลือดและอวัยวะภายในกระจายไปทุกที่และร่างของเขาฟาดกับพื้นอย่างรุนแรงไม่มีทางลุกขึ้นมาได้อีกเลย

แม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะเป็นนักรบระดับเก้าแต่เกทส์เป็นนักรบระดับเก้าชั้นสูงและเป็นนักรบอมตะ  ความแตกต่างมีมากมายเกินไป

นักรบอีกสี่คนเผชิญหน้ากับบูนอังเก้และเฮเซอร์ อังเก้บังคับให้สองนักรบในกลุ่มถอยออกไป  ตาของเฮเซอร์ บูนและอังเก้เต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดอำมหิต

การสู้รบปรากฏผลอย่างรวดเร็ว

“ใต้เท้านอกจากข้าเองแล้วอีกห้าคนไม่สามารถหลบหนีได้” บุรุษผมทองตาเดียวดูเหมือนไม่ยอมรับผลที่ออกมาเช่นนี้

หน้าของเวสพอร์ตเตอร์และกิลเยโมบิดเบี้ยวน่าเกลียด

“เป็นแบบนั้นไปได้ยังไง?  พวกเจ้าเป็นนักรบระดับเก้า!”  หน้าของเวสพอร์ตเตอร์ซีดขาวอย่างช่วยไม่ได้ขณะที่เขาพูด

“ข้าเห็นลินลี่ย์และนักรบอมตะเหล่านั้นอยู่ในเมือง”  กิลเยโมพูดทันที  พลังระดับกิลเยโมแม้ว่าจะห่างออกไปหลายกิโลเมตร เขาก็สามารถเห็นลินลี่ย์และคนอื่นๆ บนกำแพงเมืองได้

เสียงของเวสพอร์ตเตอร์ทุ้มต่ำ  “กิลเยโมหรือว่าลินลี่ย์จะเพิกเฉยข้อตกลงก่อนนี้และลงมือกับนักรบระดับเก้า?”

“ไม่น่าจะเป็นลินลี่ย์”  กิลเยโมส่ายศีรษะ  “ถ้าเป็นเขามีแนวโน้มว่าจะไม่เหลือนักรบให้หนีรอดได้แม้แต่คนเดียว  ข้าคาดว่านักรบอมตะที่ยังไม่ถึงระดับเซียนในร่างมนุษย์  นอกจากพลังของพวกเขาแล้วคงไม่ใช่เรื่องยากที่พวกเขาจะจัดการกับนักรบระดับเก้าธรรมดาได้”

เวสพอร์ตเตอร์เริ่มหงุดหงิด

“เจ้าไปได้แล้ว”  นักรบผู้โชคดีรอดชีวิตออกไป

เวสพอร์ตเตอร์ออกคำสั่ง “ให้ทหารที่กำลังโจมตีถอนกำลังเดี๋ยวนี้ วันนี้เราจะพักไว้เพียงเท่านี้ก่อน”

“ขอรับ ใต้เท้า”  คนถ่ายทอดคำสั่งวิ่งออกไปทันที

กิลเยโมมองดูเวสพอร์ตเตอร์อย่างงงงวย  เวสพอร์ตเตอร์หลับตา  หลังจากนั้นชั่วขณะเขาลืมตาและพูดอย่างใจเย็น  “กิลเยโม! ตอนกลางคืนเตรียมสั่งให้คนของเราโจมตีอีกครั้ง  ตอนดึกเราต้องยึดเมืองให้ได้ก่อนตะวันจะขึ้นในวันพรุ่งนี้  เราจะต้องทุ่มเททุกอย่างในชีวิตเท่าที่จำเป็น”

“ตอนดึก?” กิลเยโมขมวดคิ้ว ขณะมองดูเวส พอร์ตเตอร์ “ต่อให้เราไม่สนใจเรื่องชีวิตของนักรบ แต่มันยากจะตีฝ่าได้”

ไม่ว่าจะเป็นทั้งกิลเยโมหรือเวสพอร์ตเตอร์ล้วนไม่สนใจชีวิตของทหารธรรมดาทั้งนั้น พวกเขาสั่งคนได้เป็นจำนวนมาก และความจริงก็คือเพื่อใช้ประโยชน์ในการลดจำนวนประชากรเล็กน้อยผ่านการทำสงคราม  นักรบธรรมดาฝึกอบรมมาปีหรือสองปีเท่านั้น

พวกเขาไม่สนใจชีวิตทหารธรรมดา

สิ่งที่พวกเขาสนใจก็คือทหารฝีมือดี

ตัวอย่างเช่นทหารแสนคนที่ถูกส่งไปโจมตีประตูทิศตะวันออกเป็นต้น

“คืนนี้เราจะโจมตีเมืองให้ได้  ไม่ว่าจะต้องทุ่มเทเพียงไหนก็ตาม  ถ้าภายในเวลาตีห้าเรายังตีเมืองไม่ได้  จากนั้นเราจะใช้ไม้ตายเผด็จศึกของเจ้า”  เวส พอร์ตเตอร์มองดูกิลเยโม  “ว่ายังไง, กิลเยโม?”

“ไม้ตายเผด็จศึกของเรา?”  กิลเยโมเงียบไปชั่วขณะ

เขารู้ว่าเวสพอร์ตเตอร์พูดถึงอะไร กิลเยโมพยักหน้าเล็กน้อย “เอาอย่างนั้นก็ได้!”

ความจริงถ้าพวกเขาเริ่มโจมตีตอนกลางคืนและสู้อย่างทุ่มเทจนถึงเวลาตีห้าต่อให้พวกเขาไม่สามารถทะลวงฝ่าเข้าไปได้ พวกเขาก็สามารถทำให้กองกำลังเมืองค็อดอ่อนกำลังลงได้  พอถึงจุดนั้น ศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาจะใช้ไม้ตายเผด็จศึก เพื่อให้แน่ใจว่าชัยชนะเป็นของพวกเขา

นักรบนับไม่ถ้วนที่อยู่ด้านล่างกำแพงถอยออกไปเหมือนกับน้ำ

ว็อทส์ยืนอยู่ด้านบนกำแพงเมืองสีหน้าไร้ความรู้สึก

ลินลี่ย์มองดูว็อทส์อยู่ใกล้ๆสายตาของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชม เพียงแค่นั้นเขามองดูกระบวนการสู้รบทั้งหมด  ศัตรูโจมตีอยู่หลายครั้งและประตูทิศตะวันออกและประตูทิศตะวันตกแต่คำสั่งของว็อทส์จัดการกองกำลังฝ่ายตรงข้ามได้อย่างสมบูรณ์ดี

“ว็อทส์” ลินลี่ย์ บาร์เกอร์ บูน อังเก้และคนอื่นเดินตรงมาหาเขา

ว็อทส์คำนับทันทีที่เขาเห็นกลุ่มคนชุดนี้

ลินลี่ย์ยิ้ม  “การสู้รบวันนี้ได้ผลสรุปแล้ว  ว็อทส์ คืนนี้พักผ่อนให้ดีล่ะ”

“ไม่ต้องทำอย่างนั้น ใต้เท้า”  ว็อทส์มีสีหน้าเคร่งเครียดมาก “วันนี้ศัตรูโจมตีเราหลายครั้งด้วยกองทัพของพวกเขา  พวกเขาใช้กองทหารฝีมือดีพยายามทำลายประตูทิศตะวันออกแล้วส่งนักรบระดับเก้ามาทำลายประตูทางทิศใต้ และพวกเขามีทหารโจมตีอย่างบ้าคลั่ง.. ข้ารู้สึกว่าผู้บัญชาการฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่คนอดทนเท่าใดนัก ข้าคาดว่ากลยุทธต่อไปของเขาจะเปิดเผยให้เห็นในวันนี้หรือไม่ก็พรุ่งนี้  คืนนี้พวกเขาอาจจะลอบโจมตีเราก็ได้”

ว็อทส์มองดูค่ายของศัตรู

เมื่อทหารทั้งสองฝ่ายเข้าโรมรันพันตู ถ้าฝ่ายใดสามารถเข้าใจนิสัยของผู้บัญชาการฝ่ายตรงข้ามได้  ก็จะทำนายการกระทำของศัตรูได้ดีกว่า

“โอว?” ใบหน้าของลินลี่ย์มีรอยยิ้ม

เกทส์หัวเราะลั่น “ใต้เท้าลินลี่ย์  ไม่ต้องสงสัยอะไรแล้ว  การคาดการณ์ของว็อทส์มีแนวโน้มว่าจะเกิดได้ถึง90%”

คืนนั้นลินลี่ย์ บาร์เกอร์ และคนอื่นกำลังดื่มกินอยู่ที่ลานว่างเพราะว็อทส์คาดการณ์ว่าศัตรูจะพยายามลอบเข้ามาโจมตีคืนนี้  พวกเขาทุกคนจึงนั่งรอ

“ห้องมิติลับ?” บูนดูเหมือนตกใจกับคำพูดของลินลี่ย์

บาร์เกอร์พยักหน้าเช่นกัน  “ตอนนี้ แม้แต่ข้าที่ไม่มีความสัมพันธ์ธาตุที่ดีนักก็ยังรู้สึกถึงได้ชัดถึงธาตุต่างๆ ในห้องลึกลับ ความรู้สึกแบบนั้นเฉพาะตัวมาก ข้ารู้สึกว่าได้อยู่ใกล้กับธรรมชาติมากว่าที่เคยเป็นมาก่อน”

“อังเก้ บูน เกทส์ เฮเซอร์พวกท่านจำเป็นต้องฝึกหนัก ในอนาคตเมื่อพวกท่านเป็นระดับเซียนแล้ว พวกท่านจะสามารถเข้าไปฝึกในห้องมิติได้”ลินลี่ย์ยิ้ม

ห้องมิติกว้างสิบเมตร  สามารถให้คนหลายคนเข้าไปฝึกรวดเดียวได้

ทันใดนั้น,เสียงร้องต่อสู้รุนแรงดังมาจากประตูทิศใต้ ตามมาด้วยเสียงลั่นจากปืนใหญ่พลังเวทอย่างดุเดือด  เสียงร้องทุกข์ทรมานดังมาในอากาศเป็นระยะๆ..ลินลี่ย์ บาร์เกอร์และพวกที่เหลือต่างมองหน้ากัน จากนั้นจึงเริ่มหัวเราะ

“ว็อทส์ผู้นั้น เขาคาดเดาได้ถูก  มาเถอะ”  ลินลี่ย์เริ่มรู้สึกชื่มชมว็อทส์

กลุ่มของพวกเขารีบเร่งตรงไปที่ประตูเมืองทิศใต้  ยิ่งพวกเขาใกล้เข้าไปเสียงของการสู้รบก็ยิ่งดังกราดเกรี้ยวน่ากลัวมากขึ้น  ประกายคบเพลิงบนพื้นข้างล่างจากกำแพงเมืองเต็มไปด้วยซากศพ  ขณะที่มีทหารจำนวนมากมายร่วงตกลงไปจากกำแพงเนื่องจากทหารจากข้างล่างยิงธนูขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน

“บันไดเทียบกำแพง” ลินลี่ย์เห็นได้ทันทีถึงสิ่งก่อสร้างที่เคลื่อนที่มาตามทางมุ่งสู่เมืองช้าๆ

บันไดเทียบกำแพงเมืองกว้างเกินสี่สิบเมตรและสร้างขึ้นจากเหล็กและปูน เป็นป้อมขนาดยักษ์กำลังเคลื่อนที่ช้าๆตรงเข้ามายังกำแพงเมือง  ส่วนของป้อมเคลื่อนที่หันหน้าเข้าหากำแพงเมืองสร้างขึ้นมาจากเหล็กหนา

“บึ้ม!”  ปืนใหญ่พลังเวทยิงเข้ามายิ่งเพิ่มความโกรธให้พวกเขา

บอลเพลิงเพียงแต่ทำให้ชั้นหนึ่งเหล็กละลาย  แต่เหล็กกล้าหนาหลายเมตรสิ่งก่อสร้างชนิดนี้ไม่ได้กระทบกระเทือนแม้แต่น้อย  มีป้อมบันไดเทียบกำแพงเมืองอยู่สิบป้อมและทั้งหมดตั้งแถวค่อยๆ เคลื่อนหน้าเข้าหากำแพงเมือง

จบบทที่ ตอนที่ 10-39 สู้กับความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว