เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10-37 พลังปืนใหญ่พลังเวท

ตอนที่ 10-37 พลังปืนใหญ่พลังเวท

ตอนที่ 10-37 พลังปืนใหญ่พลังเวท


“เหรอ? แล้วท่านคัดค้านไหม?”  ลินลี่ย์มองดูว็อทส์ด้วยความสงสัย

เขารู้สึกว่าข้อเสนอนั้นค่อนข้างสมเหตุผล  เมื่อกองกำลังศัตรูตกอยู่ในความสับสน การโจมตีอย่างสายฟ้าแล่บจะทำให้กองกำลังของศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาได้เจ็บตัวเป็นแน่

ว็อทส์พูดด้วยความเคารพ  “ท่านลอร์ดลินลี่ย์! เหตุผลที่ข้าคัดค้านเรื่องนี้มีอยู่สามประการ”

สามประการ?

ลินลี่ย์ต้องยอมรับว่าเขาไม่รู้เรื่องการทำสงครามมากนัก  ดังนั้นเขาฟังคำอธิบายของว็อทส์อย่างระมัดระวัง

“ก่อนอื่นเลย โอกาสำเร็จมีไม่มาก เพราะยังมีระยะห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรจากเมืองค็อคไปที่แม่น้ำ  ถ้าเราส่งกองกำลังไปที่นั่นเมื่อเวลาที่พวกเขามาถึง กองกำลังฝ่ายศัตรูจะมีเกินล้าน  และการจัดการกองทัพจะถูกจัดใหม่อีกครั้ง”

บาร์เกอร์ส่ายศีรษะ  “สำหรับทหารล้านคนการจัดตั้งกระบวนศึกให้แล้วเสร็จไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่าย

ว็อทส์พยักหน้า  “นั่นเป็นเรื่องจริงแน่นอน  ข้าเพิ่งพูดไปว่ากองกำลังของศัตรูจะเตรียมตัวเพื่อการรบ  เรามีกำลังทหารแค่ห้าแสน  เราจะส่งกองกำลังไปโจมตีได้เท่าไหร่กัน?  และนี่คือข้อพิจารณาประการแรก  ประการที่สอง..ข้าเชื่อว่าผู้บัญชาการของศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาคงไม่ทำเรื่องผิดพลาดง่ายๆแบบนี้”

“ถ้าข้าเป็นแม่ทัพของฝ่ายศัตรู...”

ว็อทส์ยิ้ม “เรื่องแรกเลยข้าจะส่งทหารหน่วยฝีมือดีที่สุดข้ามแม่น้ำ  จากนั้นสร้างสภาพปั่นป่วนลวงเพื่อล่อให้ศัตรูโจมตี  เมื่อศัตรูมาโจมตีจริงๆกองทัพฝีมือดีก็จะสร้างความปวดหัวให้พวกเขาได้ทันที”

“ต้องเข้าใจก่อนว่าสิ่งที่สนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราคือกำแพงเมือง”  ว็อทส์พูดอย่างจริงจัง  “ด้วยกำแพงเมือง  เราสามารถสู้แลกชีวิตด้วยสัดส่วนหนึ่งต่อสามชีวิต ดังนั้นพวกเขาต้องการหลอกล่อให้พวกเราเข้าไปสู้ในสนามกับพวกเขาในระดับหนึ่ง”

ลินลี่ย์พยักหน้าเห็นด้วย

ว็อทส์ยังคงพูดต่อ  “เนื่องจากเหตุผลข้อที่สามเป็นเพราะในการทำสงคราม ลูกล่อลูกชนยังสำคัญน้อยกว่ายุทธศาสตร์ในการทำศึก เป้าหมายของเราคือยันศัตรูไว้ด้านนอกให้ปล่อยให้พวกเขาบุกเข้ามาในเมือง  นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด  ตราบใดที่เราทำได้สำเร็จ  อย่างนั้นการสู้รบครั้งนี้จะเป็นชัยชนะของเรา”

“แน่นอน ไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องให้ความสำคัญกับ‘ข้อบกพร่อง’ ของศัตรู  ใครจะรู้ว่าข้อบกพร่องนั้น จริงหรือปลอม?”

ว็อทส์หัวเราะอย่างใจเย็น “ทั้งหมดที่เราต้องทำก็คืออยู่ภายในเมืองค็อดและอาศัยความได้เปรียบของกำแพงเมืองเฝ้าระวังป้องกัน  เว้นแต่เกิดบางอย่างที่เกินคาดขึ้นมา  ชัยชนะจะต้องตกเป็นของเราแน่นอน”

ราตรีผ่านไป  แสงตะวันค่อยๆ สว่าง

คาร์ดินัลมืดเวสพอร์ตเตอร์กำลังขี่พยัคฆ์ปีศาจสายธาตุมืด ขณะที่เขาจ้องมองเข้าไปในตำแหน่งของเมืองค็อด

“กิลเยโม!  ข้ามีความรู้สึกว่านี่จะต้องเป็นสงครามที่สู้กันหนักมาก”  เวส พอร์ตเตอร์พูดอย่างหงุดหงิด  “เราชะลอความเร็วของกองทัพลงขณะข้ามแม่น้ำ  และทำให้กองทัพของเราอยู่ในสภาพสับสนแต่ปฏิกิริยาของเมืองค็อดเหมือนกับว่าพวกเขาไม่สังเกตเห็นอะไร  พวกเขาไม่ส่งใครออกมาโจมตีเลย”

กิลเยโมพยักหน้า

พวกเขาเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับศัตรูไว้แล้ว  แต่โชคไม่ดีที่แผนล้มเหลว

ตอนนี้ทหารทั้งหมดข้ามแม่น้ำและได้พักกันทั้งคืน  พวกเขากำลังจะเดินหน้ามุ่งสู่หัวเมืองค็อด  กำลังพลของพวกเขามีหนึ่งล้านหกแสนนายกองทัพที่มีขนาดใหญ่น่ากลัวนั้นครอบคลุมทั้งพื้นที่เหมือนคลื่นไม่มีที่สิ้นสุด

“ข้าไม่กลัวว่าแม่ทัพบัญชาการของลินลี่ย์จะฉลาดหรือเจ้าเล่ห์ สิ่งที่ข้ากลัวก็คือเขาแค่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเหมือนเต่าหดหัวในกระดอง”  เวส พอร์ตเตอร์กล่าว

กิลเยโมพยักหน้าด้วยเช่นกัน

ถ้าศัตรูอาศัยความได้เปรียบของกำแพงเมืองการบุกทลายเมืองค็อดอาจทำให้ฝ่ายพวกเขาต้องสูญเสียอย่างหนัก  แม้ว่าพวกเขาจะมีกำลังพลหนึ่งล้านหกแสนนาย  พวกเขาไม่ยินดีจะสูญเสียชีวิตมากมาย

“เวส พอร์ตเตอร์”  กิลเยโมกล่าว “อย่างนั้นเราจะทำยังไง?”

แม่ทัพผู้สั่งการในการสู้รบครั้งนี้ปกติจะเป็นกิลเยโมและเวสพอร์ตเตอร์ ในเรื่องการวางยุทธศาสตร์กิลเยโมยังด้อยกว่าเวส พอร์ตเตอร์  เวสหัวเราะอย่างใจเย็น  “ยังไม่มีอะไรสำหรับเรา,  ตอนนี้ ไปทดสอบกำลังของศัตรูกันก่อน”

เพียงเมื่อฝ่ายหนึ่งรู้จักคู่ต่อสู้และรู้จักตนเองก็สามารถรับชัยชนะได้เหมือนเคย

ทั่วทั้งเมืองค็อดถูกเปลี่ยนเป็นป้อมค่ายทหารขนาดใหญ่  พลเมืองอพยพออกไปนานแล้วบ้านส่วนใหญ่มีทั้งได้รับการบูรณะและรื้อถอน ทั้งอุโมงค์และหลุมถูกขุด  ทหารจำนวนมากเรียงรายอยู่บนกำแพงเมืองตะวันออกและทิศใต้ส่วนด้านตะวันตกและเหนือมีทหารอยู่น้อย

อาวุธทุกอย่างระดมมาไว้บนกำแพงเมือง

ลินลี่ย์และบาร์เกอร์สวมชุดเกราะทำตัวเป็นนายทหารตรวจสอบอยู่ที่กำแพงเมืองด้านใต้ กำแพงเมืองเป็นแหล่งของกิจกรรม และกำแพงเมืองก็ยาวหลายกิโลเมตรมีผู้คนจับกลุ่มกันมีคนเกินกว่าแสนบนกำแพงเมืองทิศใต้

“คนมากมายนัก” ลินลี่ย์และบาร์เกอร์จ้องมองจากที่ไกล

พวกเขามองดูเหมือนกระจุกดาวหนาแน่น  ทหารหนึ่งล้านหกแสนนายของศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาเต็มภาคพื้นมุ่งหน้าสู่เมืองค็อด  คนหนึ่งล้านหกแสนคน!  เป็นจำนวนที่พูดง่าย  แต่เมื่อทหารมากมายบุกเข้ามา...

ช่างน่ากลัวนัก!

แม้แต่ลินลี่ย์ก็ยังรู้สึกกดดัน

“ใครจะรู้ว่าผู้คนมากมายเพียงไหนต้องมาตายในสงครามครั้งนี้”บาร์เกอร์ถอนหายใจ

ขณะจ้องมองดูทหารจำนวนมากมายลินลี่ย์ยังคงรู้สึกว่าการสู้รบครั้งนี้เป็นสงครามที่โหดเหี้ยมอำมหิต  แต่ว่าตั้งแต่ก่อตั้งสังคมมนุษย์สงครามก็ดำรงคงอยู่มาด้วยเช่นกัน

แม้แต่ลินลี่ย์และคนของเขาก็สามารถเห็นกองทัพของศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาได้ในความเป็นจริงทหารเหล่านั้นยังอยู่ห่างไกลออกไป

เพียงแต่เพราะกองกำลังของศัตรูมีมากเกินไป ทหารบนกำแพงเมืองสามารถมองเห็นได้ไกลออกไป

“ปล่อยให้ว็อทส์จัดการเถอะ  เขาคือแม่ทัพของเรา  เราไม่ยอมให้อะไรเกิดขึ้นกับเขา”  ลินลี่ย์นำบาร์เกอร์ไปที่กำแพงเมืองทางทิศใต้  ว็อทส์ในตอนนี้อยู่ในอาคารเล็กๆไม่เป็นที่สังเกตในทิศใต้ของเมือง

เมื่อเห็นลินลี่ย์และบาร์เกอร์  ว็อทส์แสดงความเคารพทันที

“ว็อทส์!  ใต้เท้าลินลี่ย์กับข้ามาเพื่อคุ้มกันเจ้า”  บาร์เกอร์หัวเราะ

ไม่ว่าปกติว็อทส์จะใจแข็งเพียงใด  แต่ตอนนี้เขาตื่นเต้นมากขึ้น  ลินลี่ย์หัวเราะ  “พอเถอะ จงมีสมาธิกับการเตรียมตัวรับมือศัตรู ท่านมีกลยุทธใดใช้รับมือทหารหนึ่งล้านคนบ้างไหม?”

ว็อทส์หัวเราะ  “ไม่ต้องรีบ ไม่ว่าพวกเขาใช้วิธีใดๆ ก็ตาม  ข้าจะใช้มาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมได้”

“ท่านคิดว่าพวกเขาทำไปเพื่ออะไรกับการโจมตีของพวกเขา?”  บาร์เกอร์ถาม

“หลังจากพวกเขาข้ามแม่น้ำ  พวกเขาไม่เร่งโจมตีแต่กลับให้ทหารของพวกเขาได้พักและรอให้ฟ้าสาง ข้าคาดว่า... ในช่วงเวลาหนึ่งชั่วโมง พวกเขาจะมาถึงเมือง  ตอนบ่ายพวกเขาคงจะเริ่มเปิดการโจมตีระลอกแรก”  ว็อทส์หัวเราะอย่างใจเย็น

“ระลอกแรกไม่น่าจะรุนแรงนัก  พวกเขาเพียงแต่ทดสอบความแข็งแกร่งของเรา  ท่านวางแผนตอบสนองยังไงบ้าง?”  บาร์เกอร์ถาม

“ปืนใหญ่พลังเวท”

ว็อทส์ตอบ

“ท่านจะใช้ปืนใหญ่พลังเวททันทีเชียวหรือ?”บาร์เกอร์ขมวดคิ้ว ปืนใหญ่พลังเวทคืออาวุธลับของพวกเขา ควรจะใช้ช่วงเวลาวิกฤติมากกว่า  ว็อทส์กล่าวด้วยความมั่นใจ  “ท่านแม่ทัพสูงสุด, ไม่ต้องกังวลคอยดูอย่างสบายใจก็พอ  เมื่อถึงเวลา แล้วท่านจะเข้าใจ”

“ท่านสร้างบรรยากาศลึกลับต่อหน้าข้าเชียวหรือ?”  บาร์เกอร์ส่ายศีรษะและหัวเราะ

ลินลี่ย์เพียงแต่นั่งเงียบๆอยู่ที่ด้านหนึ่ง  ทั้งหมดที่เขาต้องทำคือส่งมอบการดำเนินการสู้รบนี้ให้คนเหล่านี้ เวลาผ่านไป..ลินลี่ย์ลืมตาและกล่าวกับว็อทส์  “เริ่มเตรียมตัวได้แล้ว ศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาส่งหน่วยหน้าของพวกเขามาและเตรียมจะโจมตีแล้ว”

ว็อทส์มองดูลินลี่ย์อย่างประหลาดใจ

ลินลี่ย์ไม่อธิบายมากเกินไป แม้ว่าเขาจะไม่ต้องใช้พลังจิตของเขาตรวจสอบ  แต่เนื่องจากพลังรู้แจ้งในกฎธรรมชาติแห่งธาตุลมแม้จะอยู่ห่างหลายกิโลเมตร ลินลี่ย์ก็สามารถรู้สึกถึงทุกอย่างได้ชัดเจนถ้าเขาต้องการทำ

“ใต้เท้ากองกำลังศัตรูทั้งสองเริ่มโจมตีประตูเราแล้วขอรับ”  นายทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาทันที

แม้ว่ากำแพงเมืองจะทอดยาวหลายกิโลเมตรแต่การโจมตีโดยรวมจะอยู่กลางประตูเมือง

ว็อทส์ชำเลืองมองลินลี่ย์จากนั้นเริ่มออกคำสั่งทันที “ดำเนินตามแผนการเดิมของเรา เตรียมปืนใหญ่พลังเวทไว้  มอบของขวัญต้อนรับอาคันตุกะของเราหน่อย”  ว็อทส์หัวเราะ และดวงตาของนายทหารนั้นเป็นประกายตื่นเต้นเช่นกัน  “ขอรับ, ใต้เท้า”

“มาเถอะ ไปดูกัน” ลินลี่ย์ยืนขึ้น

บนกำแพงเมืองลินลี่ย์และบาร์เกอร์กำลังมองดูข้างล่าง พวกเขาเห็นทหารทั้งสองดินแดนจำนวนมากกำลังบุกจู่โจมเข้ามาข้างหน้า  เทียบกับทหารหนึ่งล้านหกแสนคนทหารสี่หมื่นคนนับว่าไม่มาก  แต่เมื่อบุกเข้ามาพวกเขายังรู้สึกหมือนคลื่นผู้บุกรุกโจมตี

“ฆ่า!”

ทหารหลายหมื่นคนข้างล่างยกโล่ของพวกเขาจู่โจมใส่ประตูเมืองด้วยอาวุธในมือ ความโกรธของพวกเขาดังกึกก้องเหมือนเสียงฟ้าผ่า  ทหารจำนวนหนึ่งบุกเข้ามาพร้อมกับบันไดปีนเมืองขณะที่ในใจของพวกเขากังวลว่าจะถูกยิงด้วยธนูจากทหารบนกำแพงเมือง

แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจไม่ใช่ธนูแต่เป็นไฟ

“ไฟ!”  เสียงโกรธเกรี้ยวคำราม

อักษรรูนบนปืนใหญ่พลังเวททั้งสิบกระบอกเรืองแสงทันทีและมวลพลังธาตุที่น่ากลัวเริ่มคลุมรอบปืนใหญ่ ทันใดนั้นปืนใหญ่พลังเวทปลดปล่อยเสียงคำรามกึกก้องน่ากลัวขณะที่แสงยิงใส่กองกำลังของศัตรูทันที

“ปืนใหญ่พลังเวท!”  เสียงร้องน่ากลัวดังขึ้น

หนึ่งในบอลเพลิงยิงลงกลางกองกำลังทหารและคนที่อยู่ใกล้บอลเพลิงมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน เมื่อบอลเพลิงกระทบพื้นก็เหมือนเปลววงแหวนเพลิงซึ่งเริ่มขยายเป็นเหมือนระลอกน้ำไปทุกตำแหน่ง ทหารทุกคนที่สัมผัสวงแหวนเพลิงต่างร้องโหยหวนถูกเผาผลาญทั้งเป็น

เวทธาตุไฟ:วงแหวนเพลิง!

ด้วยแรงระเบิดเพียงครั้งเดียวมีคนตายไปเป็นร้อย

ลูกบอลแสงอื่นเช่นบอลแสงสีฟ้าตกลงในกลุ่มทหารเช่นกัน และทหารในพื้นที่รอบๆแข็งเป็นน้ำแข็งทันทีจากนั้นก็แตกกระจายเป็นชิ้นๆ นี่ บอลแสงสีฟ้านี้พอแตกระเบิดก็มีวัตถุยิงออกมาทุกทิศ“ควั่บๆ”ทหารหลายคนถูกอาวุธบินเหล่านี้นับไม่ถ้วนเริ่มร้องโหยหวนทรมานเนื่องจากแรงระเบิดนั้น

เวทธาตุน้ำ: ศรพิรุณทะเลคลั่ง!

ปืนใหญ่พลังเวทรูปแบบต่างๆจะใช้กับอัญมณีเวทรูปแบบต่างๆ สร้างพลังโจมตีรูปแบบต่างๆ  แต่ไม่ต้องสงสัยเลยแค่อุปสรรคจากปืนใหญ่พลังเวทอย่างเดียวก็ทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตายเป็นพัน

แต่จากนั้นปืนใหญ่พลังเวทก็เปล่งแสงอีกครั้ง

“ปัง!”  “ปัง!”  “ปัง!”

แทบจะในเวลาเดียวกันปืนใหญ่พลังเวททำงานอีกครั้งศัตรูถูกเผาจนตาย ถูกยิงถูกแช่แข็ง ถูกฝูงตั๊กแตนกิน หรือถูกพลังสายฟ้าจนตาย...ปืนใหญ่พลังเวททั้งสิบกระบอกยิงใส่ทหารทั้งสองกองทัพนั้นเป็นตัวแทนของสองศาสนจักร

เวสพอร์ตเตอร์และกิลเยโมอยู่ด้วยกัน

“ใต้เท้า” นายทหารแสดงความรพและกล่าวรายงาน “กองทัพร่วมสองฝ่ายเริ่มโจมตีระลอกแรกที่ประตูทิศใต้และประตูตะวันออกเริ่มถอยเช่นกัน  เราพบว่าประตูทิศใต้มีปืนใหญ่พลังเวทสิบกระบอกขณะประตูทิศตะวันออกมีห้ากระบอก ปืนใหญ่พลังเวทเหล่านี้มีพลังโจมตีเทียบเท่านักเวทระดับแปด”

กิลเยโมแค่นเสียงเย็นชา “นี่คือสิ่งที่ข้าเกรงอยู่แล้วว่าพวกเขาจะใช้ปืนใหญ่พลังเวท  ดังนั้นพวกเขาก็มีอยู่จริงๆ  ใครขายมันให้พวกเขา?”

เวสพอร์ตเตอร์หัวเราะอย่างใจเย็น “นั่นยังไม่เป็นปัญหาในตอนนี้ ปืนใหญ่พลังเวทที่พวกเขามีอยู่ มันอยู่ในความคาดการณ์ของเราอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีเพียงห้ากระบอกในประตูทิศตะวันออก  อย่างนั้นพรุ่งนี้...จะโจมตีเต็มรูปแบบกันจริงๆ”

“โจมตีเต็มรูปแบบ?”  กิลเยโมมองดูเวสพอร์ตเตอร์

เวสพอร์ตเตอร์พยักหน้า  “ใช่แล้ว  เราจะแกล้งทำเป็นให้ความสนใจประตูทิศใต้ขณะที่กองกำลังเล็กๆของเราไปที่ประตูทิศตะวันออก แต่ส่วนน้อยที่โจมตีที่ประตูทิศตะวันออกจะเป็นหน่วยทหารฝีมือดีของเรา”  เวสพอร์ตเตอร์พูดหนักแน่น

“เวส พอร์ตเตอร์,เจ้าตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?” กิลเยโมมองดูเขา “เราจะเน้นการโจมตีที่ประตูทิศตะวันออกหรือ?”

อัตราส่วนของกองกำลังไม่ได้ระบุว่าแต่ละกองกำลังจะทรงพลังเพียงใด  ถ้าทหารเป็นพวกฝีมือดี อย่างนั้นคนสักแสนคนก็อาจสามารถเอาชนะทหารธรรมดาสี่แสนได้

“จริงคือเท็จ เท็จคือจริง พวกเขาแค่หลอกศัตรูของพวกเขา ถ้าทหารฝีมือดีแสนคนโจมตีพร้อมกันรวดเดียว ถ้าประตูทิศตะวันออกไม่เตรียมตัวพร้อมเต็มที่  เราอาจไม่สามารถทำลายผ่านไปได้ในรวดเดียว”  เวส พอร์ตเตอร์พูดอย่างมั่นใจ

กิลเยโมหัวเราะ  “ถ้าข้าเป็นผู้บัญชาการของศัตรู  เมื่อข้าเห็นทหารเป็นล้านคนของเจ้าที่ด้านนอกประตูทิศใต้  มีเพียงแสนคนที่ประตูทิศตะวันออก  ข้าจะให้ความสนใจที่ประตูเมืองด้านทิศใต้เช่นกัน

จบบทที่ ตอนที่ 10-37 พลังปืนใหญ่พลังเวท

คัดลอกลิงก์แล้ว