เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10-3 ขยายอำนาจ

ตอนที่ 10-3 ขยายอำนาจ

ตอนที่ 10-3 ขยายอำนาจ


วันที่ 5 มกราคม ศักราชยูลาน 10010 โลกปกคลุมไปด้วยสีเทาหม่นในสถานที่เยือกเย็นบางแห่งหิมะยังไม่ทันละลาย ตอนนี้เมืองทัวร์ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล

เจ้าเมืองทัวร์ขึ้นไปอยู่บนกำแพงเมืองจ้องมองไปข้างนอกอย่างสิ้นหวัง นอกเมืองมีจำนวนคนที่มองเห็นได้ไม่ชัดเจน

“เมืองแบล็คเดิร์ทมีคนอยู่เท่าไหร่?”  เจ้าเมืองตะโกนถามบริวารของเขา

“ท่านเจ้าเมืองหน่วยสอดแนมจะกลับมารายงานเราทันทีที่พวกเขาเห็นกองกำลังของศัตรู  พวกเขาไม่สามารถเห็นได้ชัดว่ามีกำลังพลอยู่เท่าใด  อย่างไรก็ตามผู้นำของพวกเขาดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในห้าเทพนักรบในตำนานซึ่งเมืองแบล็คเดิร์ทได้มา”  บริวารที่อยู่ใกล้ๆ คนหนึ่งรายงานอย่างตื่นเต้น

“หนึ่งในห้าเทพนักรบ?”  เจ้าเมืองยิ่งแตกตื่นมากขึ้น  “เขาเป็นนักรบระดับเก้าเขาว่าไว้อย่างนั้นใช่ไหม?  โธ่เว้ย,ข้าก็บอกได้ว่าข้าเป็นเซียน!  เจ้าทุกคนต้องระวังให้ดี  พวกเจ้าต้องเฝ้ารักษาที่มั่นของตนเองให้ดี”

“ขอรับท่านเจ้าเมือง”  ทหารเหล่านั้นรับคำ

เมืองทัวร์ไม่กล้ารับมือผู้บุกรุกในสนามรบเปิดกว้าง พวกเขาสามารถทำได้แต่เพียงอยู่ภายในเมืองและเฝ้ารักษาที่มั่น  ที่สำคัญก็คือการป้องกันทำได้ง่ายกว่าการรุกรานเสมอ

พี่รองอังเก้จ้องมองเมืองแต่ไกลอย่างเย็นชา  เมืองแบล็คเดิร์ทระดมพลเต็มพิกัด  ห้ากองพันมีอยู่เพียงกองพันเดียวที่รั้งอยู่รักษาเมือง ขณะที่อีกสี่กองพันภายใต้การนำของอังเก้, เฮเซอร์ บูนและเกทส์ออกไปโจมตีรุกเมืองอีกสี่เมือง

“หยุด!”  อังเก้ชูมือขวาและตะโกนเสียงดัง

ในทันใดนั้น ทหารทั้ง 1800 คนหยุดอยู่กับที่  ทุกคนจ้องมองร่างมหึมาที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาด้วยความเทิดทูน ห้าพี่น้องบาร์เกอร์ปฏิบัติต่อทหารอย่างเสมอภาคให้ปูนบำเหน็จและลงอาญาตามเหมาะสม  และพวกเขาใช้เวลาอยู่กับทหาร เข้ากันกับทหารได้เป็นอย่างดี

เมื่อทหารฝึกฝน พวกเขาก็ฝึกฝนด้วยเช่นกัน

เมื่อพวกทหารวิ่งแบกน้ำหนัก ห้าพี่น้องบาร์เกอร์ก็จะฝึกแบกก้อนหินหนักเป็นแสนปอนด์ไปด้วย ทหารของเมืองแบล็คเดิร์ทเริ่มหลงใหลเทิดทูนผู้นำของพวกเขามากยิ่งขึ้น

“ดีไล! จงฟัง!” อังเก้ตะโกนเกรี้ยวกราด

เสียงนั้นบรรจุไปด้วยปราณอมตะดังก้องไปทั้งเมืองทัวร์ราวฟ้าคำราม หัวใจของทหารเมืองทัวร์สั่นสะท้าน เฉพาะเสียงที่ดังกึกก้องนี้ก็ทำให้กำลังใจตกลงอย่างฮวบฮาบเสียแล้วดูเหมือนตำนานจะเป็นจริง เป็นไปได้ยังไงที่พวกเขาจะต่อต้านยอดฝีมืออย่างนี้?

เจ้าเมืองดีไลก็แตกตื่นเช่นกัน  แต่เขาไม่ต้องการยอมยกฐานของเขาให้

“พูดสิ่งที่เจ้าต้องการพูดออกมา  อย่าเสียเวลา” ดีไลรวบรวมความกล้าและตะโกนกลับไป แต่แม้ว่าเสียงของเขาที่ตะโกนใส่กำแพงเมืองจะค่อนข้างดัง แต่เมื่อไปถึงอังเก้ก็กลายเป็นเสียงที่อ่อนลงแล้ว  ไม่มีวี่แววคุกคามเขาสักนิด

อังเก้ตะโกนเหมือนกับเป่าเขาวัว  “ดีไล, ถ้าเจ้ายอมส่งมอบเมืองทัวร์ให้กับเราเราจะไว้ชีวิตเจ้า  มิฉะนั้น...ขวานยักษ์ของข้าจะไม่มีความปราณีให้” ขณะที่อังเก้พูดทหารหลายคนของเมืองทัวร์เริ่มคิดทรยศ

นอกจากนี้ ก่อนที่เมืองแบล็คเดิร์ทจะเริ่มโจมตี  หลายๆคนในเมืองทัวร์ลอบยอมจำนนต่อเมืองแบล็คเดิร์ทแล้ว

“โอว, เจ้าต้องการต่อสู้ให้ถึงที่สุดใช่ไหม?” เสียงของอังเก้ดังก้องเข้าหูทหารเมืองทัวร์อีกครั้งหนึ่ง

“ฆ่า!”  เสียงดังปานฟ้าถล่มทลาย

ทหารหลายคนบนกำแพงเมืองทัวร์หวาดกลัวกับเสียงตะโกนนี้  จากด้านล่าง พวกเขาสามารถได้ยินเสียงนักรบตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว “ฆ่า!”  “ฆ่า!”

….

ทุกคนบุกเข้าหากำแพงเมืองทัวร์อย่างบ้าคลั่ง  โล่ของพวกเขาชูขึ้นสูงอัศวินเหล่านั้นคำรามเสียงเหี้ยมเกรียมสร้างความตื่นตระหนกให้กับทหารรักษาเมือง

“พลธนู!  ยิงพวกมัน!  ยิงพวกมันให้ตาย!”  ดีไลเจ้าเมืองตะโกนด้วยความโกรธ  หน้าของเขาแดง

พลธนูบนกำแพงเมืองเหนี่ยวธนูทันทีจากนั้นเริ่มยิงธนูใส่ศัตรู ธนูทั้งหมดในชุดแรกปะทะเข้ากับโล่มีทหารเมืองแบล็คเดิร์ทสองสามคนได้รับบาดเจ็บ สามคนโชคไม่ดีถูกยิงตาย

“ยิงพวกมันให้ตายให้หมด!”  ดีไลตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว

แต่ก่อนที่ธนูแถวที่สองจะถูกปล่อยออกมาอังเก้บุกเด่นออกมาข้างหน้าคนของเขาเกินร้อยหลาและพุ่งเข้าหาประตูเมือง พร้อมกับเสียงคำรามเขาควงขวานยักษ์ของเขาและฟันใส่ประตูเมืองด้วยพลังมหาศาล

“ปัง!”

กำแพงเมืองทั้งหมดสั่นสะเทือนและประตูเมืองทัวร์แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปทุกทิศ  แม้ว่าเขาจะอยู่ในร่างมนุษย์อังเก้ก็เป็นนักรบระดับเก้าจึงไม่ใช่เรื่องยากแม้แต่น้อยที่เขาจะผ่านแนวป้องกันของทหารเหล่านี้ไปได้

“ประตูเมืองพังทลายแล้ว!

“เทพเจ้าสงครามกำลังบุกเข้ามาแล้ว!”

เสียงตะโกนดังทุกรูปแบบดังมาจากภายในเมืองทัวร์  แม้แต่เจ้าเมืองดีไล, เมื่อรู้ว่าประตูเมืองแตกเขาหน้าซีดทันที

“ฉัวะ!” เพียงกวัดแกว่งขวานยักษ์คราวดียว ทหารที่ล้อมรอบก็ร่างระเบิดเป็นชิ้นๆเลือดเนื้อสาดกระจายไปทั่ว ทหารที่อยู่ใกล้ๆ เริ่มถอยด้วยความหวาดกลัว อังเก้ครอบคลุมร่างด้วยปราณยุทธอมตะมองดูเหมือนปีศาจที่แท้จริง

อังเก้กวัดแกว่งขวานอย่างน่ากลัวและคำรามลั่นด้วยความโกรธ  “ผู้ต่อต้านข้าจะต้องตาย!”

อังเก้กวัดแกว่งขวานราวกับพายุหมุน  แต่พายุหมุนนี้เป็นพายุที่มองเห็นได้ อะไรก็ตามที่สัมผัสกับพายุหมุนนี้จะระเบิดเป็นเศษเล็กเศษน้อย  ตอนแรกทหารเมืองทัวร์ยังพยายามโจมตี แต่หลังจากนั้นไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ปีศาจร้ายนี้

ในช่วงเวลาต่อมากองกำลังเมืองแบล็คเดิร์ทก็ทยอยเข้าประตูเมือง

“เรายอมแพ้!  เรายอมแพ้!”

ตอนแรกเสียงร้องขอยอมแพ้ดังขึ้นเสียงเดียว แต่จากนั้นก็มีเสียงดังเสริมขึ้นมานับไม่ถ้วน  พอเมื่ออังเก้และขวานโลหิตของเขามาถึงกำแพงเมือง ทหารบนกำแพงเมืองทั้งหมดวางอาวุธขณะที่เจ้าเมืองดีไลถูกจับมัดอยู่กับพื้นนายทหารหลายคนก็อยู่ที่นั่นรอให้อังเก้มาถึง

“ใต้เท้า, ข้าชื่อฟอร์ด” หนึ่งในนายทหารพูดด้วยความนอบน้อม

“โอ้. งั้นเจ้าก็คือฟอร์ด”

อังเก้รู้ดีแล้วว่าฟอร์ดเป็นหนึ่งในนายทหารที่ยอมแพ้พวกเขาก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้น  หลายๆ คนก็ทำเช่นกัน เพราะว่าเมืองแบล็คเดิร์ทมีห้าพี่น้องบาร์เกอร์  พวกเขาจะไม่ยอมแพ้ได้ยังไง?

สงครามสู้กันโดยบุรุษและปูนบำเหน็จก็โดยบุรุษ

เมื่อสองกองทัพมีพลังอยู่ในระดับเดียวกัน บางทีการประจันหน้าและการหลอกล่อก็เป็นวิธีที่ได้ผล  แต่เมื่อช่องห่างระดับพลังมากเพียงพอ อย่างเช่นตอนนี้ที่อังเก้ใช้พลังป่าเถื่อนบุกเข้าเมืองทัวร์เล่า? การสู้แบบนี้ไม่มีทางปรากฏผลเป็นอย่างอื่น ไม่มีโอกาสจะเอาชนะได้แม้แต่น้อย

วันที่ 5 มกราคม ปีศักราชยูลานที่ 10010 เมืองแบล็คเดิร์ทเริ่มต้นบุกพิชิตดินแดน

วันที่ 6 มกราคมลินลี่ย์ได้เมืองรอบข้างอีกห้าเมือง และจำนวนพลเมืองที่อยู่ในปกครองรวมทั้งเมืองบริวารและหมู่บ้านต่างๆที่เข้าร่วมก็เกือบสามล้านแล้ว  อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปแล้ว ในดินแดนอนารยชนขอเพียงควบคุมเมืองเอกปกครองได้ ก็อาจนับได้ว่าเป็นแว่นแคว้นปกครองหนึ่งก็ได้

ฝ่ายลินลี่ย์ได้เมืองมาห้าเมืองแล้ว  แต่เมืองทั้งหมดนั้นเป็นเพียงเมืองเล็กมีคนเพียงสองสามหมื่นในเมือง แต่ถ้าเป็นหัวเมืองจะสามารถรวบรวมพลเมืองได้เป็นแสนคน

หลังจากบุกจู่โจมสายฟ้าแล่บสรุปได้ว่าฝ่ายลินลี่ย์หยุดโจมตีชั่วคราว  พวกเขาเริ่มจัดกระบวนทัพพวกเขาอย่างรวดเร็ว  เดิมทีกองกำลังของเมืองแบล็คเดิร์ทมีอยู่ห้ากองพันตอนนี้เป็นส่วนของกองพลที่หนึ่งซึ่งจะเป็นกองพลหลักที่สุด อีกสี่กองพลจะเป็นของเมืองอื่นอีกสี่เมืองค่าใช้จ่ายเงินเดือนในกองทัพจะเท่ากับสองในสามของกองทัพหลัก

ภาษีสำหรับสามัญชนลดลงเกินกว่าครึ่ง

แต่ละกองพลในตอนนี้จะมีกำลังพลเก้าพันนาย ในทวีปยูลานกองทัพใหญ่สามารถเพิ่มขึ้นจนถึงสองหมื่นนายได้  อย่างไรก็ตามในดินแดนอนารยชน  ตั้งแต่สงครามกระจายตัวลินลี่ย์ตัดสินใจลดจำนวนกำลังพลต่อกองทัพเหลือเพียงห้ากองพันในแต่กองพล

ห้ากองพลจะเริ่มฝึกฝนด้วยกันและจัดระเบียบอย่างรวดเร็ว

เมืองรอบๆ รู้สึกได้ถึงการคุกคาม แต่พวกเขารู้ว่ากองกำลังเมืองแบล็คเดิร์ทแข็งแกร่งทรงพลังเกินไป ขณะที่กองกำลังเมืองแบล็คเดิร์ทยังคงวุ่นวายกับการฝึกฝนและจัดระเบียบกองทัพ  เมืองที่อยู่ใกล้ๆ สมัครใจยอมแพ้ เหตุผล?เพราะเจ้าเมืองคนก่อนได้ขนสมบัติมีค่าและองครักษ์คุ้มครองหนีออกไปจากเมืองแล้ว

บาร์เกอร์และซาสเลอร์ทั้งคู่มาถึงภูเขาแบล็คคราเวน  พวกเขามองขึ้นไปบนภูเขา

“บาร์เกอร์” ซาสเลอร์พูดขึ้นทันที

บาร์เกอร์มองดูซาสเลอร์ ซาสเลอร์กล่าว “เฮเซอร์เข้าถึงระดับเก้าเมื่อตอนเดินทางมาแดนอนารยชนแล้ว  ตอนนี้พวกเจ้าพี่น้องทั้งห้าคนมีพลังระดับเซียนกันหมดแล้ว ข้าเองก็จะมีความก้าวหน้าในปีต่อไปหรืออีกสองปีนี้เช่นกัน  คิดดูสิ.. ด้วยพวกเจ้าพี่น้องทั้งห้าคนสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งของเราและมีข้าคอยสนับสนุน แน่นอนว่าที่สำคัญที่สุด มีลินลี่ย์และอสูรเวทที่ทรงพลังของเขาทั้งสองตัว..ด้วยพลังกองทัพครอบงำดังกล่าว  เราสามารถตั้งราชอาณาจักรของเราเองหรืออาจตั้งจักรวรรดิได้ด้วยซ้ำ!”

“ท่านซาสเลอร์  ท่านมีความตั้งใจยังไงกันแน่?”  บาร์เกอร์ตาเป็นประกาย

ซานเลอร์พูดอย่างจริงจัง “บาร์เกอร์ ตอนนี้ทั้งทวีปมีหกมหาอำนาจอยู่ นอกจากจักรวรรดิโอเบรียนและจักรวรรดิยูลานแล้ว  กองทัพอื่นอีกเช่น จักรวรรดิโรฮอลท์  จักรวรรดิไรน์, สหภาพศักดิ์สิทธิ์หรือพันธมิตรเงา ล้วนไม่มีนักสู้ระดับเทพอยู่ในระดับพวกเขา”

บาร์เกอร์พยักหน้าเห็นด้วย

“สำหรับจักรวรรดิโรฮอลท์และจักรวรรดิไรน์ สองจักรวรรดินี้ไม่มีแม้แต่ยอดฝีมือระดับเดียวกับเฮนด์เซน  แต่เราไม่เพียงแต่มีลินลี่ย์  เรายังมีบีบี” ซาสเลอร์มั่นใจมาก “ด้านที่สำคัญที่สุดในการก่อตั้งจักรวรรดิก็คือความแข็งแกร่งของยอดฝีมือระดับสูงของจักรวรรดิ  ยิ่งมีสมาชิกที่ทรงพลังระดับสูงมากก็จะมีโอกาสดีมากขึ้น

บาร์เกอร์ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเช่นกัน

“ท่านซาสเลอร์ ท่านกำลังจะบอกว่าเราควรจะสร้างจักรวรรดิขึ้นด้วยกันใช่ไหม?”  บาร์เกอร์มองดูซาสเลอร์

ซานเลอร์หัวเราะ “นั่นก็แค่หนึ่งในสิ่งที่ข้ากำลังคิด เป้าหมายของเราคือทำลายอิทธิพลของศาสนจักรเจิดจรัสในแดนอนารยชน  อย่างไรก็ตาม ศาสนจักรเจิดจรัสได้ดินแดนอนารยชนไปถึงหนึ่งในสามแล้ว  เพื่อทำลายพวกเขาเราจำเป็นต้องจัดการแผ่นดินให้ดีๆ หลังจากทำลายพวกเขาและชิงเอาดินแดนของพวกเขาแล้ว  เราจะครอบครองดินแดนอนารยชนได้ถึงครึ่ง   ถึงเวลานั้นเราค่อยลงมือกับลัทธิเงา..และดินแดนอนารยชนจะตกเป็นของเรา”

บาร์เกอร์รู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแรง

ดินแดนอนารยชนคือพื้นที่ซึ่งมีความปั่นป่วนวุ่นวายอยู่ตลอด  แม้ว่าในเรื่องขนาด จะมีขนาดเล็กกว่าจักรวรรดิโอเบรียนแต่ก็ยังเทียบได้กับจักรวรรดิไรน์และจักรวรรดิโรฮอลท์

“สร้าง...จักรวรรดิ...”  ตาของบาร์เกอร์เป็นประกาย

“ฮ่าฮ่า, ไม่ต้องเร่ง ไปทีละก้าวเนื่องจากพลังในปัจจุบันของเรา ด้วยการร่วมมือทำงานของเราไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับเราในการชิงแว่นแคว้นให้ได้อย่างน้อยสิบแคว้นในแดนอนารยชนและก่อตั้งราชอาณาจักรให้ได้เป็นอย่างน้อย”  ซาสเลอร์พูดอย่างมั่นใจ

บาร์เกอร์พยักหน้าหงึกๆ

จักรวรรดิโรฮอลท์ จักรวรรดิไรน์ พวกเขามีเซียนอยู่กี่คนกัน? รากฐานของสองจักรวรรดินี้ไม่หยั่งลึกเท่ากับจักรวรรดิโอเบรียนและจักรวรรดิยูลานทั้งไม่มีเทวทูตประทับองค์เหมือนพวกศาสนจักรเจิดจรัสหรือลัทธิเงา

ตัวอย่างเช่นจักรวรรดิโรฮอลท์สามารถสร้างเซียนนักสู้ได้มากสุดก็เกินสิบ

ฝ่ายลินลี่ย์มีนักรบอมตะห้าคน  เมื่อบาร์เกอร์และน้องๆถึงระดับเซียนในร่างมนุษย์พวกเขาจึงจะมีพลังของนักรบอมตะระดับเซียนที่แท้จริง ถ้าพวกเขาทั้งห้าคนยังทำงานร่วมกันกับลินลี่ย์และบีบี..กองทัพอย่างนี้จะไม่สร้างความน่าเกรงขามให้ศาสนจักรเจิดจรัสได้ยังไง

ดังนั้น ทำไมพวกเขาจะไม่สามารถสร้างจักรวรรดิได้เล่า?

“ครอบครองดินแดนอนาธิปไตยทั้งหมดเลยคงเป็นเรื่องยากไปหน่อย ที่สำคัญสถานที่นี้มีบางที่บางแง่มุมที่ซับซ้อน”  ซาสเลอร์ยิ้ม “แต่ข้าก็ยังรู้สึกมั่นใจมาก” ซาสเลอร์หันมาจ้องมองภูเขาแบล็คคราเวน ลินลี่ย์อยู่ที่นั่นในภูเขานั้น

ซาสเลอร์พูดช้าลง “ในใจของข้า ข้ามีเป้าหมายอย่างหนึ่ง สักวันข้าจะสร้างจักรวรรดิที่ทรงอำนาจ และลินลี่ย์..จะอยู่กับจักรวรรดิของเราเหมือนกับที่เทพสงครามมีต่อจักรวรรดิโอเบรียน”

“เทพสงคราม?” บาร์เกอร์ตกใจมาก

ซาสเลอร์ยิ้มและพยักหน้า

จักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ทรงอำนาจสามารถก่อตั้งขึ้นได้กับยอดฝีมือชั้นยอดตัวอย่างเช่น ในความเป็นจริงจักรวรรดิไรน์และจักรวรรดิโรฮอลท์ต้องพึ่งพาจักรวรรดิยูลานทั้งสองเพราะพวกเขาไม่มีพลังที่สูงสุดยอดพอ

แต่ในจักรวรรดิซึ่งซาสเลอร์ใฝ่ฝันไว้พลังปกครองสุดยอดนั้นก็คือลินลี่ย์

เหมือนกับวิธีที่เทพสงครามดูแลจักรวรรดิโอเบรียนและมหานักพรตเฝ้าดูจักรวรรดิยูลาน...ในอนาคตลินลี่ย์ก็จะต้องดูแลจักรวรรดิของเขา! แต่แน่นอนลินลี่ย์ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีพลังมากพอ

“เขาอายุเพียงยี่สิบแปดปี  แต่ก็มีระดับพลังที่น่ากลัวแล้ว  เจ้าสามารถนึกภาพได้ไหมว่าความสำเร็จในอนาคตของเขาจะเป็นเช่นไร?”  ซาสเลอร์หัวเราะขณะจ้องมองบาร์เกอร์

บาร์เกอร์พยักหน้า

บาร์เกอร์และน้องๆของเขาก็ตะลึงพลังที่น่ากลัวของลินลี่ย์เช่นกัน

“ไปกันเถอะ ไปพบลินลี่ย์กัน”  ซาสเลอร์หัวเราะ

ซาสเลอร์ จิ้งจอกเฒ่าผู้นี้มีชีวิตมาเกินกว่าแปดร้อยปี  ตอนนี้มีความปรารถนาพิเศษทำให้เขาตื่นเต้นยิ่งขึ้น  เขาต้องการเห็นทวีปยูลานมีจักรวรรดิอีกจักรวรรดิหนึ่ง  นั่นจะน่าตื่นเต้นเพียงไหน!

จบบทที่ ตอนที่ 10-3 ขยายอำนาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว