เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10-1 เดเลียกับลินลี่ย์

ตอนที่ 10-1 เดเลียกับลินลี่ย์

ตอนที่ 10-1 เดเลียกับลินลี่ย์


“วิ้ววว”ลมหนาวที่อ้างว้างพัดผ่านพื้นปฐพีกวาดใส่เกล็ดหิมะนับไม่ถ้วนที่ปกคลุมพื้น

เดเลียอยู่ในชุดขนสัตว์ยาวสีขาวกำลังยืนอยู่ที่หน้าต่างจ้องมองดูโลกภายนอก  ข้างหลังนางเป็นอสูรเวทสองตัวตัวหนึ่งคือหมีปฐพีฮัตตัน อีกตัวหนึ่งคือเหยี่ยวพายุสายฟ้าพาร์รี่ย์ ทั้งสองไม่ส่งเสียงเลยแม้แต่น้อย

เดเลียถอนหายใจผ่านริมฝีปาก

“ท่านพ่อ, ท่านแม่...”  รอยยิ้มสุดฝืนปรากฏบนใบหน้าของเดเลีย  นางคาดไม่ถึงเลยจริงๆว่าบิดามารดาจะหลอกนาง พวกเขาบอกนางว่าท่านย่าของนางป่วยหนัก แต่หลังจากนางเร่งรีบขับขี่เหยี่ยวพายุสายฟ้ากลับมาบ้าน  นางพบว่าท่านย่าของนางยังมีสุขภาพเป็นปกติดี

นั่นคือคืนแรกที่นางกลับ...

เดเลียถามบิดามารดาของนางด้วยความโกรธ  “ท่านพ่อ ท่านแม่,ทำไมพวกท่านถึงได้โกหกให้ข้ากลับบ้าน?”

เดิมทีเดเลียตั้งใจจะตามลินลี่ย์ไปด้วย

ดิลยาเลโอน บิดาของเดเลียมองดูเดเลียและถามนาง “เดเลีย, ลูกหลงรักลินลี่ย์ นักรบเลือดมังกรหรือ?  ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลูกกลับมาเมื่อหลายปีก่อนลูกปฏิเสธไม่ยอมรับไมตรีจากบุรุษอื่น เป็นเพราะเขาใช่ไหม?”

เดเลียประหลาดใจมาก  นางไม่ได้บอกบิดามารดาของนาง

“ท่านพ่อรู้ได้ยังไง?”  เดเลียถามทันที

มารดาของนางถอนหายใจ  “เดเลีย ทำไมลูกไม่บอกเราว่าลูกรู้สึกยังไง? เป็นเพราะอาจารย์ของเจ้า อาจารย์ลองฮอสแจ้งให้เรารู้เมื่อท่านมาจักรวรรดิ  เขาบอกเราให้เตรียมงานแต่งงานระหว่างเจ้ากับลินลี่ย์”

เดเลียที่โกรธอยู่ก่อนหน้านั้นเปลี่ยนเป็นอายทันที

บิดามารดาของนางมองหน้ากันเองจากนั้นส่ายศีรษะและฝืนยิ้ม  ดิลยาบิดาของนางพูดอย่างจริงจัง  “ลูกรักของพ่อ, พ่อต้องบอกลูกอย่างจริงจังนะว่าเป็นไปไม่ได้ที่ลูกกับลินลี่ย์จะแต่งงานกัน”

“อะไรนะ?” เดเลียจ้องมองบิดานาง

บิดานางพูดอย่างจริงจัง  “เดเลีย, น้องชายของลินลี่ย์คือพระสวามีขององค์หญิงเจ็ดแห่งจักรวรรดิโอเบรียน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าลินลี่ย์ก็เป็นเซียนชาวจักรวรรดิโอเบรียน แต่ลูกควรจะเข้าใจสถานะความสัมพันธ์ระหว่างจักรวรรดิยูลานของเราและจักรวรรดิโอเบรียน”

“ก็จริงจักรวรรดิยูลานของเราและจักรวรรดิโอเบรียนเป็นสองจักรวรรดิที่ทรงพลังเป็นศัตรูกัน  แต่เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับลินลี่ย์ด้วย?”  เดเลียโกรธจัด “หรือว่าท่านพ่อเชื่อว่าเมื่อข้าอยู่กับลินลี่ย์จะส่งผลกระทบต่อตระกูล?”

“ถูกแล้ว”

ดิลยาเลโอนพยักหน้า “ถ้าตระกูลหนึ่งมีเซียนอยู่คนหนึ่ง ตระกูลนั้นจะเจริญรุ่งเรือง  ถ้าเจ้าและลินลี่ย์แต่งงานกัน..อย่างนั้นอะไรจะเกิดขึ้นถ้าจักรวรรดิยูลานและจักรวรรดิโอเบรียนทำสงครามขนาดใหญ่? จักรวรรดิของเราจะไม่กล้าเชื่อถือในตระกูลเลโอนมากอีกต่อไป”

เดเลียโกรธทันที

คำอธิบายของบิดาของนางดูเหมือนน่าขัน

“เดเลีย, คิดดูสิถ้าลูกเป็นจักรพรรดิแล้วลูกพบว่าธิดาของหนึ่งในตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลูกแต่งงานกับเซียนฝ่ายศัตรู  ลูกจะกังวลว่าตระกูลนี้จะทรยศเขาไหม?”ดิลยาพูดจริงจัง

เดเลียตะลึง

ไม่มีอะไรที่นางสามารถพูดได้  เพราะมีประวัติศาสตร์ในเรื่องนี้มาแล้ว

ในอดีตธิดาของตระกูลระดับสูงในจักรวรรดิโรฮอลท์ได้สมรสกับราชาของหนึ่งในราชอาณาจักรในที่ราบใหญ่ตะวันออกไกล ตระกูลทั้งหมดของนางได้ก่อกบฏและเข้าร่วมกับฝ่ายราชอาณาจักรที่ราบใหญ่

ไม่ต้องนึกเลยว่าจักรวรรดิโรฮอลท์จะแข็งแกร่งมากกว่าราชอาณาในทุ่งราบใหญ่

ทุ่งราบใหญ่ทางตะวันออกไกลมีสามราชอาณาจักรรวมกันอยู่

คนของที่ราบใหญ่ดุร้ายกันมากและแต่ละคนเกิดมาเป็นนักรบ  แม้ว่าในแง่ของพลเมืองก็ยังมีจำนวนน้อยกว่าจักรวรรดิโรฮอลท์และจักรวรรดิไรน์กว่ามาก สามราชอาณาจักรใหญ่เหล่านี้ทำการสู้รบกับสองจักรวรรดิมานานนับปีไม่ถ้วนโดยไม่มีการเพลี่ยงพล้ำแต่อย่างใด

“ท่านพ่อ, ลินลี่ย์กับข้า...”  เดเลียเริ่มพูด

ดิลยาพูดขัดนาง  “เดเลีย ลูกเป็นเด็กฉลาด  ลูกควรจะเข้าใจทุกอย่าง  ตระกูลเลโอนเราสร้างตัวเองมาเป็นพันปีแล้ว  นั่นคือเหตุผลให้เรามีสถานะอย่างในปัจจุบัน  ถ้าลูกจะไปแต่งงานกับลินลี่ย์ให้ได้  ถึงแม้ว่าฝ่าบาทจะไม่ทำอะไรตระกูลเรา  แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความเชื่อถือของฝ่าบาทที่มีต่อตระกูลเราจะต้องลดลง!”

“เมื่อความเชื่อถือที่พระองค์มีต่อตระกูลเราลดลง ลูกหลานของตระกูลเรานับไม่ถ้วนในกองทัพและในราชสำนักก็คงจะพบว่ายากที่จะได้เลื่อนตำแหน่ง”  ดิลยา เลโอนถอนหายใจ  “เดเลียพ่อหวังว่าลูกจะเห็นแก่ผลประโยชน์ของตระกูลเรา”

“แต่ท่านพ่อ, ลินลี่ย์ไม่ได้เป็นคนของจักรวรรดิโอเบรียน  เขาไปดินแดนอนารยชนแล้ว”  ดิลยารีบพูดทันที

“ดินแดนอนารยชน?”  ดิลยา เลโอนตกใจและมารดาของเดเลียยังคงจ้องมองนางด้วยความประหลาดใจ

เดเลียรีบอธิบาย  “ถูกแล้ว ท่านพ่อลินลี่ย์ไม่ได้สนใจจักรวรรดิโอเบรียน เขาต้องการเริ่มต้นกิจการของตนเองในดินแดนอนารยชน  ในอนาคตเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนอนารยชน

ดิลยาเงียบอยู่ชั่วขณะก่อนที่จะพยักหน้าช้าๆ

นี่เป็นเรื่องจริงในทวีปทั้งหมดมีกองกำลังเพียงแห่งเดียวที่คู่ควรให้จักรวรรดิยูลานมองว่าเป็นศัตรูของพวกเขาได้ก็คือจักรวรรดิโอเบรียน

ขณะที่แดนอนารยชนใครจะคิดกันว่าแผ่นดินที่วุ่นวายยุ่งหยิงเหล่านี้มีเจ้าครองแคว้นปกครองหลายคนจะกลายเป็นศัตรูได้?

“ถ้าลินลี่ย์สร้างตัวเองได้ในดินแดนอนารยชน อย่างนั้นคงไม่มีปัญหาที่ลูกจะแต่งงานกับเขาได้”  ดิลยา เลโอนพูดช้าๆ  คำพูดเหล่านี้เมื่อเข้าหูของเดเลียฟังไพเราะเหมือนทิพยดุริยางค์ทำให้หัวใจนางสงบลงทันที

ดิลยามองดูเดเลียและพูดอย่างจริงจัง  “ลูกรักของพ่อ, พ่อต้องเตือนลูกไว้ก่อน เมื่อใดที่ลินลี่ย์ไม่ใช่สมาชิกของจักรวรรดิโอเบรียนอีกต่อไปในสายตาของราชตระกูลลูกจึงจะได้รับอนุญาตให้อยู่กับเขา มิฉะนั้น ลูกจะไม่ได้อยู่แน่นอน”

“ท่านพ่อ, ข้าเข้าใจ”  เดเลียรักบิดามารดาของนาง  ปู่ย่าตายายของนาง พี่ชายนางญาติพี่น้องและคนในตระกูลของนาง นางไม่ต้องการทำลายความสัมพันธ์กับพวกเขา

ดิลยาพยักหน้า  “สำหรับตอนนี้ จงอยู่ในเมืองหลวง  อย่าไปพบกับลินลี่ย์นั่น”

……….

เมื่อคิดย้อนไปถึงคำสนทนานั้น  เดเลียถอนหายใจเบาๆ  เดเลียเข้าใจ.. ลินลี่ย์เป็นเซียนคนหนึ่งแล้วและมีอายุขัยที่ไม่จำกัด ในฐานะจอมเวทระดับเจ็ด นางเองก็มีอายุขัยยืนยาวเช่นกันเนื่องจากนางยังคงฝึกฝนต่อไป

นางไม่กังวลเกินไปนักกับเวลาปีหรือสองปี

ขณะจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างทางทิศเหนือ  นางมองเห็นเกล็ดหิมะใหญ่คล้ายปีกนกค่อยๆร่วงลงมา  ทั้งโลกดูเหมือนอยู่ในเมฆหมอกไม่สามารถเห็นอะไรได้ชัด แต่สายตาของเดเลียดูเหมือนจะมองทะลุกำแพงแห่งความเป็นจริงและมองไปไกลถึงดินแดนอนารยชนผ่านไปถึงเมืองแบล็คเดิร์ท...

……..

ด้านนอกเมืองแบล็คเดิร์ททหารหน่วยหนึ่งหลังจากที่อีกหน่วยหนึ่งกำลังวิ่งไปรอบเมืองแบล็คเดิร์ทแล้วและข้างๆหน่วยจะมีนายทหารคอยตะโกนสั่งต่อเนื่อง “เร็วเข้า เร็วเข้า!  อย่าได้ถูกทิ้งท้าย!  โธ่เว้ย, ถ้าพวกเจ้าถูกทิ้งล้าหลังจะต้องอดข้าวเช้า!”

บนพื้นที่ยกสูง  พี่คนที่สี่ของห้าพี่น้องบาร์เกอร์บูนและน้องห้าเกทส์สวมชุดเพียงกางเกงขายาว กายท่อนบนของพวกเขาเปลือยเปล่า  พวกเขามองดูการดำเนินการฝึก

เนื่องจากยุคนี้เมืองแบล็คเดิร์ทไม่มีการโจมตีเมืองอื่น พวกเขาจึงเอาแต่ฝึก  เมืองอื่นๆรอบเมืองแบล็คเดิร์ทต่างก็รู้สึกว่าเมืองแบล็คเดิร์ทมีท่าทีคุกคามพวกเขา  และเจ้าเมืองของพวกเขากังวลใจมาก  แต่ขณะเดียวกันเจ้าเมืองเหล่านั้นไม่กล้าเปิดฉากโจมตีก่อน

ทันใดนั้นลินลี่ย์เดินเข้ามาหา  เขามองดูทหารฝึกขณะที่เดินไปหาเกทส์และบูน

“ใต้เท้า ท่านคิดว่ายังไงบ้าง?” เกทส์พูดด้วยความภูมิใจ

ลินลี่ย์พยักหน้าด้วยความภูมิใจ  “ดีมาก จริงสิพวกเจ้าตั้งใจจะเริ่มโจมตีเมืองใกล้ๆ เมื่อใด?” ลินลี่ย์ไม่รู้เรื่องกลยุทธ์ทหารแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เขารู้ก็คือเว้นแต่ถึงจุดวิกฤติหัวเลี้ยวหัวต่อก็ไม่มีความจำเป็นต้องให้เขาเข้ามายุ่ง

บูนหัวเราะเต็มที่  “ใต้เท้า เรายังไม่ได้โจมตีใคร แต่มีบางคนจากเมืองใกล้ๆยอมจำนนต่อเราแล้วและสัญญาว่าพวกเขาจะบ่อนทำลายจากภายในเมือง

“โอว, อย่างนั้นหรอกหรือ?”  ลินลี่ย์หัวเราะเช่นกัน

เกทส์รีบกล่าว  “แน่นอน, เราจะทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง? ใต้เท้า พอคิดดูแล้วหลังจากที่พลังของเราห้าพี่น้องเผยแพร่กระจายไปทั่วดินแดนอนารยชนเมืองหลายเมืองที่อยู่ใกล้ๆ หวาดกลัวเรา เพื่อจัดการกับเมืองทั้งหลายเหล่านั้นที่สำคัญเราไม่จำเป็นต้องระดมกองทัพเรา แค่เราเอง เราห้าพี่น้องก็สามารถฆ่าตะลุยเบิกทางเข้าเมืองเหล่านั้นและคว้าชัยชนะกลับมาได้”

ลินลี่ย์หัวเราะอีกครั้ง

สำหรับเมืองขนาดเล็กแบบนี้ยอดฝีมือคนเดียวก็ตัดสินได้ทุกอย่าง ตัวอย่างเช่น ทหารเมืองของเมืองแบล็คเดิร์ทมีจำนวนเพียงไม่กี่พัน  นักรบระดับเก้าก็สามารถฆ่าคนได้ง่ายดายอยู่แล้ว  อีกอย่างหนึ่งเขาสามารถฆ่าผู้นำได้โดยตรงและบีบบังครับพวกเขาให้ยอมแพ้

อย่างไรก็ตามการบุกโจมตีเจ้าแคว้นแตกต่างกัน

เจ้าครองแคว้นแต่ละแห่งมีทหารเป็นแสน  ในทำนองเดียวกัน ถ้าในอนาคตพวกเขา

แต่ตราบใดที่ไม่มีเซียนจอมเวทเมื่อสองกองทัพสู้รบเป็นวงกว้างคุณภาพและความสามารถของทหารในแต่ละกองทัพจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง

“พวกเจ้ากำลังฝึกอะไรให้พวกเขา?”  ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว ขณะมองหน่วยทหารกระจัดกระจาย

บูนอธิบาย  “ใต้เท้า นี่คือการฝึกกองพลขนาดกลาง  แต่ละกองพลแบ่งคนออกเป็นกลุ่มละสามร้อยคนฝึกฝนร่วมกัน  ในแต่ละกองพล ในแต่ละกองพลจะมีแม่ทัพและรองอีกหกคนที่คอยช่วยสั่งการและฝึกฝน  นี่เป็นวิธีที่ได้ผลในการฝึกมาก”

เกทส์และบูนเคยฝึกทหารให้แปดแคว้นอิสระตอนเหนือมาก่อน  พวกเขารู้ว่าอะไรคือวิธีการฝึกที่ดีที่สุด

หลังจากมายังเมืองแบล็คเดิร์ทและรู้สถานการณ์แล้วลินลี่ย์ก็กลับไปยังภูเขาแบล็คคราเวน

เหมือนกับควันพุ่งเป็นทางสีฟ้าลินลี่ย์กลับเข้าไปในส่วนลึกของภูเขาแบล็คคราเวน ปัจจุบันนี้ลินลี่ย์อาศัยอยู่ในตอนกลางที่มีทะเลสาบในภูเขาแบล็คคราเวน ซึ่งมีโขดหินมากมายอยู่ตรงกลางครอบคลุมพื้นหลายสิบตารางเมตร ลินลี่ย์พบหินเหล่านั้นจากที่อื่นในภูเขาแบล็คคราเวน จากนั้นใช้ดาบของเขาฟันปรับแต่งจนเรียบแล้วขนมาที่กลางทะเลสาบใช้เป็นที่พัก

ในกลางทะเลสาบหินต่างๆมีขนาดครึ่งเมตร แต่สูงจากผิวทะเลสาบมาก ด้านบนของแท่งหินเหล่านั้นลินลี่ย์สร้างกระท่อมไม้ใช้อยู่อาศัยเอง

“บีบี, เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า?”ลินลี่ย์เดินเหนือน้ำและมาถึงใจกลางทะเลสาบอย่างสง่างาม  แต่เมื่อเขาทำอย่างนั้นลินลี่ย์ก็พบว่าบีบีกำลังขุดหินหินแท่งหนึ่ง

“พี่ใหญ่!”  บีบีหันหน้ามาและหัวเราะให้ลินลี่ย์  ขณะเดียวกันเขาใช้กรงเล็บที่แหลมคมขูดแต่งขอบหินต่อไปส่งผลให้สะเก็ดปลิวไปทุกที่ “ข้ากำลังทำบันไดเวียน ข้าทำไปสองสามขั้นได้แล้ว ด้วยวิธีแบบนั้นในอนาคตเมื่อข้าเล่นน้ำข้าจะได้มีที่นั่งพักตรงบันไดได้ หรือนอนเล่นในน้ำนั่นจะทำให้สะดวกสบายมากขึ้น จริงไหมพี่ใหญ่ บีบีฉลาดที่สุดไหมเล่า?”

ลินลี่ย์เริ่มหัวเราะ

“ฉับ ฉับ”  บีบีตวัดกรงเล็บอีกและขุดสร้างบันไดอีกหกขั้น  บันไดแต่ละขั้นสูงเพียงสิบเซนติเมตร  ขั้นสุดท้ายอยู่ในน้ำ บีบีนั่งแช่อยู่ที่ชั้นล่างสุดเอาขาทั้งสี่ตีน้ำอย่างมีความสุข

ลินลี่ย์หัวเราะเบาๆ  ดูเหมือนมีหินอยู่หลายก้อนอยู่รอบทะเลสาบลินลี่ย์โบกมือครั้งหนึ่ง...

“วืดดด” เสียงลมเริ่มหวีดหวิวและปรากฏพายุหมุนหอบเอาหินขนาดเท่ามนุษย์มาตกอยู่หน้าลินลี่ย์ สภาพโดยรอบที่งดงามของภูเขาแบล็คคราเวนทำให้ลินลี่ย์รู้สึกเป็นสุขมากและเขาอดคิดถึงคนผู้หนึ่งในใจมิได้

ริมฝีปากลินลี่ย์โค้งลงเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา

ลินลี่ย์พลิกมือก็มีสิ่วสกัดตรงอยู่ในมือและเริ่มแกะสลักทันทีเศษก้อนหินปลิวกระไปทั่ว  รูปมนุษย์คนหนึ่งค่อยๆเริ่มปรากฏเป็นรูปร่างอยู่ภายในหิน บีบีพาดกรงเล็บที่บันได เงยหน้าจ้องมองรูปสลัก

“โอ้โห พี่ใหญ่ ท่านสลักรูปสตรีหรือนี่?  ฮะฮะ ข้ารู้แล้ว ต้องเป็นรูปเดเลียแน่” บีบีล้อเลียน

แต่ลินลี่ย์ยังคงซึมซาบอยู่กับงานสลักของเขา  สิ่วสกัดตรงเป็นประกายว่องไวราวสายฟ้าแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน นุ่มนวลของสายลม ลินลี่ย์มีฝีมือแกะสลักถึงระดับปรมาจารย์แล้ว ในตอนนี้เขาสามารถแกะสลักได้ดังใจปรารถนา

ลินลี่ย์จดจ่ออยู่กับการสลักของเขาและรายละเอียดเริ่มปรากฏ...

ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งถึงบ่ายสามโมงในวันถัดไป  หลังจากใช้เวลามากกว่าหนึ่งวันและหนึ่งคืนในที่สุดลินลี่ย์ก็วางสิ่วตรง

“เฮ้อ” ลินลี่ย์รู้สึกเพลียเล็กน้อยเขาปัดฝุ่นออกจากรูปสลัก สตรีที่เขาแกะสลักมีราศีเฉพาะตนไม่เหมือนใคร  โดยเฉพาะดวงตาของนาง...ทำให้รูปแกะสลักดูเหมือนจะมีชีวิตจริงๆ

ลินลี่ย์มองดูรูปสลักด้วยความพอใจ  จากนั้นหันไปมองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้  ในหัวใจของเขา เขาคิดกับตัวเอง  “เดเลีย, ตอนนี้เจ้าควรจะได้รับจดหมายข้าแล้ว”

จบบทที่ ตอนที่ 10-1 เดเลียกับลินลี่ย์

คัดลอกลิงก์แล้ว