เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9-30 ผู้ปกป้องเดเลีย

ตอนที่ 9-30 ผู้ปกป้องเดเลีย

ตอนที่ 9-30 ผู้ปกป้องเดเลีย


อาจารย์ลองฮอสสามารถบอกได้ว่าศิษย์ของเขาใส่ใจลินลี่ย์มากจนนางสูญเสียความคิดของตนเอง

“เดเลีย,ไม่เป็นไรหรอก, ไม่ต้องห่วง!” ลินลี่ย์หัวเราะ ลินลี่ย์รู้สึกปลื้มที่เดเลียกังวลห่วงใยเขาอย่างเห็นได้ชัด

“ก็ได้”เดเลียพยักหน้า

อย่างไรก็ตาม เดเลียก็ยังกังวลอยู่ดี ที่สำคัญคนที่ประลองกับลินลี่ย์คือเซียนที่ยังมีชีวิตและทรงพลังมากที่สุดเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซน

ลองฮอสมองดูลินลี่ย์ จากนั้นก็มองเดเลีย  เขาหัวเราะพลางกล่าว  “พวกเจ้าเพื่อนร่วมชั้นเรียนไม่ได้พบกันมานานข้าจะไม่รบกวนพวกเจ้าล่ะ ข้าขอไปเดินเล่นสักพัก พวกเจ้าทั้งสองคุยกันตามสบายข้าคิดว่าหลังจากผ่านมาสิบปี พวกเจ้าคงมีหลายเรื่องที่อยากจะสนทนากัน...”

เดเลียแสดงท่าทางขอบคุณอาจารย์ของนาง

เห็นได้ชัดว่าอาจารย์ลองฮอสให้โอกาสนางได้มีเวลาอยู่ตามลำพังกับลินลี่ย์

ขณะที่เขากล่าวอาจารย์ลองฮอสพาหมีปฐพีของเขาออกไปจากลานบ้าน เหลือไว้แต่เพียงลินลี่ย์ เดเลียบีบีและแฮรุ

เดเลียก้มหน้าและยังคงลูบขนบีบีต่อไป  นางกำลังรอให้ลินลี่ย์พูด

หญิงงามนางหนึ่งกำลังเล่นกับสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก  นี่เป็นภาพที่น่าชื่นใจ...แต่ลินลี่ย์รู้สึกแค่อึดอัด ถ้าเขาเผชิญหน้ากับเซียน ลินลี่ย์จะไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย  แต่เมื่อเผชิญกับเดเลีย  ลินลี่ย์รู้สึกว่าตนมีอารมณ์ที่ซับซ้อนมาก

สตรีในกลุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเขาที่คุ้นเคยกับเขามากที่สุดก็คือเดเลียแน่นอน

ที่สำคัญ พวกเขาเติบโตมาด้วยกัน

ลินลี่ย์ไม่ใช่คนโง่  เขารู้ว่าเดเลียรู้สึกอย่างไร...แต่นี่คือเหตุผลที่ลินลี่ย์รู้สึกอึดอัดมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ตามลำพังกับนางในตอนนี้

“สองสามปีที่ผ่านมานี้เจ้าสบายดีไหม?”  หลังจากเงียบอยู่นาน  ในที่สุดลินลี่ย์ฝืนตัวโพล่งคำทื่อๆไม่มีปีมีขลุ่ยออกมา

เดเลียเงยหน้ามองลินลี่ย์  นางอดหัวเราะคิกคักไม่ได้  “ลินลี่ย์เจ้าเป็นยอดฝีมือระดับเซียนคนหนึ่งแล้ว  เจ้ากลายเป็นคนขี้อายตั้งแต่เมื่อใดกัน?  ข้าสบายดีในช่วงหลายปีนี้  ด้วยตระกูลข้าและอาจารย์ข้าหนุนหลังใครจะกล้าล่วงเกินข้า?”

หลังจากได้ยินคำพูดของเดเลียแล้วลินลี่ย์รู้สึกผ่อนคลายยิ่งขึ้น

“หลายปีมานี้เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา?”  เดเลียถามเสียงอ่อนโยน

“ก็ไม่มาก”ลินลี่ย์ดูเหมือนจะนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้ว สิบปีที่แล้วหลังจากเขารู้สาเหตุความตายของบิดาเขาเขายอมละทิ้งทุกอย่างและตั้งใจล้างแค้นให้บิดาของเขา

เขาถลำลึกสู่เส้นทางแก้แค้นและในที่สุดก็สามารถฆ่าเคลย์ได้ แต่เนื่องจากถูกล้อมและสู้กับหกมือปราบพิเศษศาลศาสนจักรของศาสนจักรเจิดจรัส ปู่เดลินซึ่งเป็นที่รักที่สุดของเขายอมสละวิญญาณตนเองเพื่อเขา...

สามปีของการคร่ำเคร่งฝึกฝนในเทือกเขาอสูรเวทหกปีกับการทำสมาธิอย่างสงบในจักรวรรดิโอเบรียน

การต่อสู้กับสเตลห์ การสู้รบกับหกเทวทูตการซ้อมฝีมือกับแม็คเคนซี... ฉากแล้วฉากเล่าปรากฏขึ้นมาในใจของเขา เรื่องราวทั้งหมดนั้นลินลี่ย์บอกเล่าเดเลียทั้งหมดโดยไม่มีเก็บงำซ่อนไว้

เดเลียหยุดลูบบีบีตั้งใจฟังทุกคำที่ลินลี่ย์พูด

ตอนนี้ ลินลี่ย์พูดอย่างใจเย็นเรียบง่ายขณะที่เขาผ่อนคลายอย่างมาก แต่เดเลียสามารถนึกภาพตามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับลินลี่ย์ในช่วงชีวิตสิบปีที่ผ่านมา  หลังจากเล่าจบแล้วลินลี่ย์อดถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้

“ลินลี่ย์” ทันใดนั้นเดเลียยื่นมือมากุมมือของลินลี่ย์และบีบไว้แน่น

ลินลี่ย์เงยหน้ามองเดเลียอย่างประหลาดใจ  เดเลียจ้องมองเขา  “ลินลี่ย์, อย่าปล่อยให้ชีวิตของเจ้าต้องเหนื่อยล้าเกินไป  เจ้าทำได้ดีแล้ว”

มือของเดเลียเย็นมากขึ้น

แต่ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นของนางผ่านการกุมมือ   เป็นเสียงเต้นที่เบาลินลี่ย์รู้สึกอบอุ่นอยู่ในหัวใจเขาเอง หัวใจที่เยือกแข็งเริ่มละลายช้าๆ

“ขอบคุณ”  ลินลี่ย์พูดอ่อนโยน

“อย่าพูดขอบคุณข้า”  เดเลียส่ายศีรษะสายตาที่เร่าร้อนของนางจับจ้องอยู่ที่หน้าของลินลี่ย์

อากาศระหว่างทั้งสองคนอบอุ่นขึ้น  เพราะเหตุผลบางอย่างลินลี่ย์รู้สึกว่าตนเองใจอ่อนเล็กน้อย  ฉากภาพเขากับอลิซผุดขึ้นมาในใจแต่จากนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยจุมพิตที่เขาได้รับจากเดเลียคืนนั้นหัวใจของเขาเต้นแรงเช่นกัน ลินลี่ย์เริ่มจะเคลิบเคลิ้มตาม

“บีบี”  ลินลี่ย์มองดูบีบี จากนั้นมองดูเดเลีย  “เดเลีย,เจ้าคิดว่าบีบีแข็งแกร่งทรงพลังขึ้นไหม?” ภายใต้บรรยากาศแบบนั้น,สิ่งเดียวที่ลินลี่ย์สามารถทำได้ก็คือเปลี่ยนหัวข้อคุยทันที

ลินลี่ย์ไม่รู้ว่าเขาอาจจะลงเอยยังไง  ถ้าบรรยากาศยังคงเป็นไปแบบนี้

ดังนั้น ลินลี่ย์ตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อคุย

เดเลียลอบถอนหายใจนางมีทักษะทางด้านเจรจาด้วยเช่นกันดังนั้นเป็นธรรมดาที่นางเริ่มศึกษาในเรื่องของจิตวิทยาไว้ด้วย  ความจริงเหตุผลที่นางเริ่มศึกษาเรื่องจิตวิทยาก็เพื่อทำความเข้าใจลินลี่ย์ให้มากขึ้น

เดเลียเข้าใจลินลี่ย์เป็นอย่างดี

เดเลียรู้เรื่องนั้นหลังจากที่มีประสบการณ์เรื่องของอลิซ แม้ว่าลินลี่ย์ดูเหมือนจะลืมเรื่องนางไปแล้ว  แต่ในความเป็นจริง.. ผลของความสัมพันธ์นั้นไม่ใช่สิ่งที่ลินลี่ย์จะลืมไปได้โดยง่าย

รักครั้งแรกเป็นเรื่องที่เปราะบางนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนดื้อรั้นอย่างลินลี่ย์  เมื่อรักใครจริงจัง เขาจะทุ่มเทให้กับรักครั้งแรกมากกว่าคนธรรมดา  ความล้มเหลวของรักแรกทำให้ลินลี่ย์หวั่นเกรงต่อความรักไปโดยไม่รู้ตัว

ต่อให้สตรีอื่นพยายามเข้าใกล้ชิดเขาลินลี่ย์จะล่าถอยเป็นธรรมดา

เดเลียเข้าใจว่าชั้นน้ำแข็งได้ปกคลุมหัวใจของลินลี่ย์  ถ้าจะหลอมละลายชั้นน้ำแข็งนี้ให้ได้  ต้องไม่เร่งร้อนเกินไป  ต้องค่อยๆ หลอมละลายแบบค่อยเป็นค่อยไป

ลึกๆ แล้วเดเลียหลงรักลินลี่ย์ และในใจนางนางรู้สึกเจ็บปวดแทนลินลี่ย์

ลินลี่ย์ได้รับความทุกข์มาก คนที่เขารักไปจากเขาทีละคน ความจริงเขาประสบความสำเร็จอย่างมากกลายเป็นเซียนระดับสูงตอนอายุยี่สิบเจ็ด แต่ความขมขื่นและความทุกข์ทรมานใจที่เกิดขึ้นในเส้นทางที่ผ่านมาของเขาจะมากเพียงไหน?

เดเลียไม่ต้องการให้ลินลี่ย์ทรมานตัวเองอีกต่อไปจริงๆ   เพื่อประโยชน์ของลินลี่ย์ เดเลียตัดสินใจจะใช้เวลาให้มากที่สุดเท่าที่ต้องการ ตราบใดที่นางสามารถช่วยให้ลินลี่ย์ได้คลายใจลงเล็กน้อยและมีความสุขขึ้นบ้างนางจะมีความพอใจมาก

“เดเลีย เจ้ากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่?”  ลินลี่ย์เห็นว่าเดเลียดูเหมือนกำลังฝันกลางวัน

เดเลียตื่นจากภวังค์ทันทีและหัวเราะ  “จะให้ข้าคิดเรื่องอะไร?  ข้ากำลังคิดถึงเรื่องของเจ้า”  ลินลี่ย์อดอึ้งไม่ได้  เมื่อเห็นหน้าของลินลี่ย์  เดเลียหัวเราะ “ข้าล้อเล่น”

ลินลี่ย์หัวเราะเช่นกัน

“เจ้าต้องการให้ข้าคุยเรื่องบีบีในตอนนี้หรือ?”  เดเลียหัวเราะ

“บีบี,อยากจะคุยอะไรเล็กๆ น้อยๆ กับเดเลียไหม?” ลินลี่ย์หัวเราะขณะที่มองดูบีบี

“พูดสองสามอย่าง?”  เดเลียมองดูบีบีอย่างประหลาดใจ  หนูเงาตัวน้อยธรรมดาที่นางเห็นที่สถาบันเอินส์สามารถพูดได้หรือ?  อสูรเวททั้งหมดสามารถพูดได้เมื่อถึงระดับเซียน

บีบีกระโดดขึ้นไปยืนบนโต๊ะหิน  บีบียืดตัวตรงเชิดหัวน้อยๆด้วยความหยิ่งภูมิใจและพูดเสียงดัง  “แม่หญิงเดเลีย  ให้ข้าบอกความลับสักเรื่องหนึ่ง  เมื่อพี่ใหญ่กับข้าอยู่ในเทือกเขาอสูรวิเศษ  พี่ใหญ่มักคุยเรื่องของท่านกับข้าอยู่เสมอ  เขาบอกว่าท่านบังคับจูบเขาไปครั้งหนึ่ง!”

“แปะ!” ลินลี่ย์ตบใส่บีบีทันที  แต่ฝ่ามือของลินลี่ย์แค่ผ่านร่างบีบีไปเท่านั้น  นั่นเป็นแค่เงาลวงตาของบีบี

บีบียืนอยู่ในอากาศหัวเราะชอบใจใส่ลินลี่ย์

“บีบี,เจ้าตัวเล็กตัวร้าย”  ลินลี่ย์ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้

เขาไม่เคยพูดแบบนั้นมาก่อน ความจริงบีบีปั้นเรื่องขึ้นเอง

“บีบี เป็นเด็กดีนะมาหาข้าเถอะ”  เดเลียเหยียดมือบีบีกระโดดเข้าอ้อมอกเดเลียอีกครั้ง อ้อมกอดของเดเลียอบอุ่นนัก ดูเหมือนทำให้เขารู้สึกสบายตัว มันยักคิ้วหลิ่วตาให้ลินลี่ย์สองสามครั้ง

ต้องขอบคุณที่บีบีตั้งใจล้อเลียนลินลี่ย์และเดเลียทำให้ทั้งสองคนได้หัวเราะต่อเนื่องเวลาผ่านไปเร็วราวติดปีก ในไม่ช้าท้องฟ้าก็เริ่มมืด

เมื่อเห็นท้องฟ้าเริ่มมืด เดเลียนึกขึ้นได้ทันทีว่าคืนนี้ จักรพรรดิโจฮันน์จัดงานเลี้ยงต้อนรับนาง

“ลินลี่ย์, จวนค่ำแล้วข้าคงต้องไปเดี๋ยวนี้ คืนนี้จักรพรรดิโจฮันน์ทรงจัดงานเลี้ยงรับรองข้า  ข้าต้องไปร่วม”  เดเลียพูดขอโทษ

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย “อย่างนั้นข้าไม่รั้งเจ้าไว้อีกแล้ว”

“คืนนี้เจ้าจะไปได้ไหม?”  เดเลียถามทันที

“ข้าน่ะหรือ?”  ลินลี่ย์หัวเราะ  “จักรพรรดิโจฮันน์ไม่ได้เชิญข้า  และข้าก็ไม่ชอบงานเลี้ยงเสียด้วย  ช่างเถอะ”

เดเลียพยักหน้าเล็กน้อย

ความจริงจักรพรรดิโจฮันน์จะไม่เชิญลินลี่ย์ได้ยังไง?  เพียงแต่ วอร์ตันปฏิเสธแทนพี่ชายไปแล้ว  เขารู้ว่าลินลี่ย์ไม่ชอบงานเลี้ยงและไม่ชอบยุ่งกับพวกขุนนางเหล่านั้น

“ไปก่อนนะ”  เดเลียพูดเบาๆ

“ลาก่อน”  ลินลี่ย์มองดูเดเลีย

เดเลียยืนอยู่กับที่เล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆออกมาจากลานฝึก หลังจากนางเดินออกมาข้างนอก นางหันกลับไปมองลินลี่ย์เบื้องหลัง มืดค่ำมากแล้ว และมีแสงไม่มาก ขณะที่เดเลียหันไปมองลินลี่ย์ผมของนางสยายเพราะลมราตรี

นางยิ้มสดใสจากนั้นเดินออกมา

เมื่อเห็นหญิงงามเดินแยกจากไปในยามราตรี  ลินลี่ย์ยืนอยู่กับที่ไม่ขยับคิดอยู่ว่าใครจะรู้อะไรบ้าง?

“พี่ใหญ่,กำลังมองอะไรอยู่หรือ?” วอร์ตันเดินเข้ามาหาพลางหัวเราะ  “ได้เวลาอาหารค่ำแล้ว”

“พี่ใหญ่ของเจ้ากำลังรู้สึกชุ่มชื่นมีชีวิตชีวาขึ้น!” หัวน้อยๆ ของบีบีโผล่อยู่ด้านหลังลินลี่ย์

ในยามราตรีนี้ ทั่วทั้งพระนครเต็มไปด้วยแสงสีสัน  ยามนี้ในพระราชวัง เตรียมจัดงานเลี้ยงใหญ่นักดนตรีประจำราชสำนักเริ่มบรรเลงเพลงไพเราะ สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีเริ่มลีลาศอยู่ในกลางหอโถงใหญ่

เดเลียนั่งอยู่ในที่นั่งติดผนังหอโถง  ที่อยู่ข้างๆ นางเป็นเหยี่ยวพายุสายฟ้า  นางเป็นอาคันตุกะที่ทรงเกียรติในวันนี้  ที่สำคัญงานเลี้ยงฉลองนี้จัดเพื่อต้อนรับนาง

แต่นอกจากสนทนาตามมารยาทกับจักรพรรดิโจฮันน์และร้องคลอตามเพลงอยู่สองสามคำแล้วเดเลียอ้างว่านางรู้สึกไม่สบายและขอตัวมาพักด้านข้าง

บุรุษหนุ่มสูงศักดิ์รูปงามคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเดเลียรอยยิ้มที่เป็นมิตรปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา เขาโค้งเล็กน้อยและกล่าว  “แม่หญิงเดเลียผู้งดงาม  พอจะให้เกียรติเต้นรำกับข้าได้ไหม?”

“ข้าขอโทษจริงๆ  ข้ารู้สึกไม่สบาย”  เดเลียส่ายศีรษะ

ผู้สูงศักดิ์หนุ่มเดินออกไปด้วยความเสียดาย  รู้สึกไม่สบายหรือ?  นางพยายามจะหลอกใคร? ผู้หญิงหลายคนพอไม่ต้องการยอมรับคำขอเต้นรำก็จะพูดแบบนี้กันทั้งนั้น  นอกจากนี้เดเลียเป็นจอมเวทระดับเจ็ดนางจะป่วยง่ายๆ ได้ยังไง?

จากระยะห่างมีบุรุษหนุ่มสูงศักดิ์กำลังมองเดเลีย

“เขาคนที่เท่าไหร่?”  สก็อตหัวเราะให้กับบุรุษหนุ่มที่อยู่ใกล้ๆ

“คนที่แปด”  บุรุษหนุ่มอีกคนหัวเราะ

“คนที่แปดหรือ?” มาร์ควิสเจฟฟ์ที่เพิ่งเต้นรำเสร็จหัวเราะขณะเดินเข้ามา  ตอนนี้มาร์ควิสเจฟฟ์กำลังอารมณ์ดี

ความจริงในฐานะที่มาร์ควิสเจฟฟ์เป็นโอรสของเจ้าชายจูเลียน  ว่าตามศักดิ์ฐานะของเขา  เจฟฟ์จะได้ปกครองมณฑลทักษิณสักวัน!  สถานะของเขาสูงส่งมากยังสูงส่งกว่าเจ้าชายที่ไม่ได้สืบสายราชบัลลังก์ เป็นธรรมดาที่กุลสตรีสูงศักดิ์หลายนางปรารถนาจะได้เป็นภรรยาของเขา

โชคไม่ดีแม้ว่ากุลธิดาสูงศักดิ์หลายคนแม้จะเคยขึ้นเตียงกับมาร์ควิสเจฟฟ์  แต่ไม่มีใครได้รับอะไรเลย

“ข้ากำลังคุยกับฝ่าบาทเรื่องแม่หญิงเดเลีย นี่เป็นคนที่แปดแล้วที่ไปขอเต้นรำกับแม่หญิงเดเลีย มีแต่ถูกปฏิเสธ  ดูเหมือนว่าหนุ่มคนอื่นๆจะสูญเสียความมั่นใจไปแล้ว ไม่มีใครกล้าเข้าไปเชิญนางอีก” บุรุษหนุ่มสูงศักดิ์อีกคนหัวเราะ

สก็อตมองดูมาร์ควิสเจฟฟ์อย่างอารมณ์ดี  “ว่าไงเจฟฟ์ เจ้าอยากจะลองบ้างไหม?”

มาร์ควิสเจฟฟ์พยักหน้าอย่างมั่นใจ  “เอาแค่เต้นรำใช่ไหม?  คอยดูข้า” มาร์ควิสเจฟฟ์ยิ้มขณะเดินเข้าไปหาเดเลีย และยิ้มสดใส

“แม่หญิงเดเลีย”  มาร์ควิสเจฟฟ์เดินมาหยุดอยู่หน้านาง  “พอจะให้เกียรติเต้นรำกับข้าสักหน่อยได้ไหม?”

“ข้าขอโทษ  ข้ารู้สึกไม่สบาย”  เดเลียให้คำตอบแบบเดียวกัน

มาร์ควิสเจฟฟ์ถือวิสาสะนั่งข้างนางแต่ยังรักษาระยะห่างระหว่างพวกเขาไว้ แม้ว่าระยะห่างระหว่างทั้งสองคนจะไม่มากก็ตาม แต่ก็ไม่ใกล้จนดูคุกคาม

“ถ้าท่านรู้สึกไม่สบาย  ก็ควรจะพัก” มาร์ควิสเจฟฟ์มีประสบการณ์ดีรู้ว่าควรจะเข้าใกล้ในสถานการณ์เช่นนี้ได้ยังไง ถ้าใครสามารถสัมผัสร่างกายสตรีได้ ก็จะทำให้ทั้งสองสนิทสนมกันได้ง่าย

ขณะที่วิธีจะสัมผัสร่างกายได้...

“โอว.. แม่หญิงเดเลียไหล่ของเจ้ามี...”  ขณะที่พูดมาร์ควิสเจฟฟ์เอื้อมมือมาที่ไหล่ของเดเลีย

แต่ก่อนที่คำว่า “ฝุ่น” จะหลุดออกมาจากปากของเขา...

“อ๊าคคค!!!” มาร์ควิสเจฟฟ์แหกปากร้องอย่างเจ็บปวด เสียงกรีดร้องทำให้ทั้งหอโถงตกตะลึง  ทุกคนหันมามองดูเขา แม้แต่จักรพรรดิโจฮันน์ที่กำลังสนทนากับมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายก็พลอยให้ความสนใจไปด้วย

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”  จักรพรรดิโจฮันน์เดินเข้ามาทันที

“มือข้า! มือข้า!” มาร์ควิสเจฟฟ์เกือบจะร้องไห้ บาดแผลขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนมือของเขา และชิ้นเนื้อแหว่งไปเลือดไหลไม่หยุดจนพื้นเปรอะไปด้วย

เดเลียรีบยืนขึ้น  “จักรพรรดิโจฮันน์ข้าต้องขออภัยจริงๆ อาจารย์ได้สั่งเหยี่ยวพายุสายฟ้าให้คอยปกป้องข้า เหยี่ยวสายฟ้าจะโจมตีทุกอย่างซึ่งจะเข้ามาสัมผัสข้าในลักษณะที่มีอาการคุกคาม  ก่อนที่ข้าจะมีโอกาสรู้ตัว  เหยี่ยวพายุสายฟ้าจิกเขาแล้ว”

ทุกคนมองดูเหยี่ยวพายุสายฟ้า

เหยี่ยวพายุสายฟ้ากำลังคาบชิ้นเนื้อ  จะงอยปากของมันเปรอะไปด้วยเลือด  เหยี่ยวพายุสายฟ้ากลืนเนื้อลงไปในคำเดียว จากนั้นใช้ตาเหยี่ยวสีทองจ้องมาร์ควิสเจฟฟ์เขม็ง

จบบทที่ ตอนที่ 9-30 ผู้ปกป้องเดเลีย

คัดลอกลิงก์แล้ว