เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9-28 เดเลีย

ตอนที่ 9-28 เดเลีย

ตอนที่ 9-28 เดเลีย


เดเลียสนทนาและสัพยอกกับจักรพรรดิโจฮันน์และการสนทนาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยการให้เกียรติและมีอารมณ์ขัน  เสียงของจักรพรรดิโจฮันน์ดังและพระองค์ทรงพระสรวลไม่หยุด

จักรพรรดิโจฮันน์ เดเลีย อาจารย์ลองฮอส เคนยอน แลงค์และคนอื่นๆ เดินอยู่หน้าพร้อมกับข้าราชบริพาร ขณะที่อัศวินองครักษ์ที่แข็งแกร่งเดินตามหลัง

ขุนนางทั้งหลายเดินทอดระยะอยู่ด้านหลังเหล่าอัศวิน

“ช่างเป็นหญิงสาวที่งดงามจริงๆ”  กลุ่มหนุ่มผู้สูงศักดิ์ของเมืองหลวงเข้ามารวมตัวกันผู้สูงศักดิ์หนุ่มทุกคนมีศักดิ์ฐานะสูงในจักรวรรดิ  บางคนเป็นเจ้าชาย ขณะที่คนอื่นๆก็เป็นลูกหลานของตระกูลใหญ่ พวกเขาไม่เคยขาดแคลนอะไรและมักจะสมาคมกันเองบ่อยๆ  ไม่มีใครในเมืองหลวงกล้ารุกรานพวกเขา

คำพูดที่เพิ่งพูดนั้นมาจากโอรสของเจ้าชายจูเลียน มาร์ควิสเจฟฟ์

“ข้าคิดว่านางชื่อเดเลีย”  ผู้สูงศักดิ์หนุ่มอีกคนที่อยู่ใกล้เขาพูดขึ้น  ผู้สูงศักดิ์หนุ่มนี้มีนามว่าสก็อต  เขาคือองค์ชายแปดแห่งจักรวรรดิ  “นางช่างงดงามมากและสง่างามขนาดนั้น  มีคนลักษณะอย่างนางน้อยมากแม้แต่ในเมืองหลวงนี้ก็ตาม”

มาร์ควิสเจฟฟ์  เจ้าชายสก็อตและคนอื่นๆจ้องมองจากระยะไกลขณะที่ประเมินนาง

ความจริงเดเลียเป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์และพรสวรรค์มากอยู่แล้ว

ทุกอิริยาบถของนางแฝงไปด้วยความสง่างามและราศีของคนตระกูลผู้ดีเก่าแก่  และในฐานะจอมเวทระดับเจ็ด ความเคลื่อนไหวของนางเต็มไปด้วยความสง่างาม  ยิ่งกว่านั้นเดเลียมีความงามมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วผมสีทองของนางสะท้อนแสงเหมือนกับดวงอาทิตย์

สก็อตถอนหายใจชื่นชม “เดเลียคือสมาชิกของตระกูลเลโอน และก่อนนี้เป็นนักเรียนคนหนึ่งของสถาบันเอินส์  จนบัดนี้นางยังเป็นศิษย์เซียนจอมเวทสายธาตุลมลองฮอสอีกด้วย  ในเมืองหลวงของจักรวรรดิยูลาน นางอาจนับได้ว่าเป็นหนึ่งในชนระดับสูงที่ทรงอิทธิพลที่สุด  ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีผู้สูงศักดิ์หนุ่มนับไม่ถ้วนตามติดพันนาง”

ตาของมาร์ควิสเจฟฟ์เป็นประกายขณะจ้องมองดูเดเลีย  “ถ้าข้าตามขอความรักนางได้สำเร็จ  ข้าจะไม่ยอมแตะต้องหญิงอื่นอีกเลย”

“เจฟฟ์ เจ้าคิดแบบนั้นจริงๆ หรือ?” สก็อตหัวเราะขณะที่เขามองดูเจฟฟ์

“แน่นอน!”  มาร์ควิสเจฟฟ์พูดด้วยความมั่นใจ

จักรพรรดิโจฮันน์เป็นคนลำเอียง และโดยเฉพาะน้องชายคนเดียวของเขาก็คือเจ้าชายจูเลียน  จักรพรรดิโจฮันน์ห่วงกังวลเขามากถึงขนาดยอมให้เจ้าชายจูเลียนได้ปกครองมณฑลอาคเนย์ หนึ่งในเจ็ดมณฑลใหญ่

เข้าทำนองที่ว่า ‘รักเราก็ต้องรักสุนัขของเราด้วย’ปกติมาร์ควิสเจฟฟ์ก็ได้รับความรักจากจักรพรรดิโจฮันน์เช่นกัน ในเมืองหลวงสถานะของเขานับว่าสูงมาก และกลุ่มผู้สูงศักดิ์หนุ่มรุ่นเขาล้วนยอมรับให้เขาเป็นผู้นำ

“อย่างนั้นเจ้าก็คงต้องทำใจบ้างนะเพราะข้าจะไม่ยอมล้าหลังเจ้าเช่นกัน” สก็อตหัวเราะด้วยความมั่นใจ “เจฟฟ์, มาดูกันว่าเราสองพี่น้อง ใครจะคว้าใจแม่หญิงเดเลียได้สำเร็จกันแน่”

“ก็ได้”  เจฟฟ์พยักหน้า  เขาหัวเราะชั่วร้ายและกล่าว  “ถ้าเราทำได้สำเร็จ  อาจกล่าวได้ว่าเราจะได้รับความสนใจครั้งใหญ่ในนามของหนุ่มๆชาวจักรวรรดิโอเบรียนทั้งหมด  ที่สำคัญผู้สูงศักดิ์หนุ่มของจักรวรรดิยูลานยังไม่ประสบความสำเร็จในการตามเกี้ยวพัวพันแม่หญิงเดเลียได้เลยสักคน”

……..

“ข้าคิดว่าแม่นางเดเลียต้องเหน็ดเหนื่อยหลังจากเดินทางมานานพร้อมกับอาจารย์ลองฮอส  เอาอย่างนี้เป็นไง เราสั่งคนให้จัดเตรียมที่ให้แม่นางเดเลียและอาจารย์ลองฮอสได้พัก  คืนต่อไปหลังจากที่พวกท่านได้พักกันแล้วพวกท่านค่อยร่วมงานจัดเลี้ยงอาหารค่ำต้อนรับที่ฝ่ายเราจัดไว้  พวกท่านเห็นว่ายังไงบ้าง?”  จักรพรรดิโจฮันน์ชะงักทันทีเมื่อพวกเขามาถึงถนนโบลเดอร์และกล่าว

ที่พักบนถนนโบลเดอร์ทั้งหมดถูกสร้างโดยราชตระกูล

เมื่อราชสำนักยกที่ดินให้ขุนนางหรืออาคันตุกะโดยปกติก็มักจะทำกันในพื้นที่ของถนนโบลเดอร์ที่ดินแถบนี้ไม่สามารถซื้อหากันได้ด้วยเงิน

“อย่างนั้นเราจะทำตามข้อเสนอแนะของพระองค์, ฝ่าบาท”  เดเลียพูดพลางยิ้ม

ช่วงเวลานี้เอง สก็อตและมาร์ควิสเจฟฟ์เร่งฝีเท้าเดินขึ้นไปข้างหน้า พวกเขารู้เช่นกันว่าจักรพรรดิโจฮันน์กำลังจะแยกพระองค์จากคณะของเดเลีย  พวกเขาต้องฉวยโอกาส

เนื่องจากสถานะของพวกเขา พวกทหารจึงไม่กล้าหยุดพวกเขาไว้เป็นธรรมดา

“แม่นางเดเลียและอาจารย์ลองฮอส ข้าคาดว่าพวกท่านทั้งสองคนยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับเมืองหลวงของเรา  เราจะจัดคนนำทางให้กับพวกท่าน”  จักรพรรดิโจฮันน์พูดพลางหัวเราะพลาง

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”  เดเลียพูดอย่างชื่นชม

“พระบิดา”  “ฝ่าบาท”ถึงตอนนี้สก็อตและมาร์ควิสเจฟฟ์ตาเป็นประกายและพวกเขาทูลเรียกโดยไม่ลังเลใจ

จักรพรรดิโจฮันน์หันกับมามองและเห็นเป็นโอรสกับนัดดาของพระองค์

“สก็อต, เจฟฟ์  ว่ายังไง?”  จักรพรรดิโจฮันน์มีอารมณ์ดีวันนี้

มาร์ควิสเจฟฟ์ทูลด้วยความเคารพ “ฝ่าบาท, พระองค์ตั้งใจจะจัดผู้นำทางใช่ไหมพะย่ะค่ะ? สก็อตกับข้าพระองค์ก็คุ้นเคยกับนครหลวงดีเนื่องจากเป็นบ้านเกิดของพวกเรา ข้าพระองค์คิดว่าเราทั้งสองคนสามารถเป็นผู้นำทางนำเที่ยวได้   เราจะช่วยให้แม่หญิงเดเลียมีความเพลิดเพลินกับบริการของเราแน่นอน”

จักรพรรดิโจฮันน์มองดูเจฟฟ์และสก็อตเมื่อได้ยินคำพูดนี้  มีหรือที่พระองค์จะคาดเดาความตั้งใจที่แท้จริงของทั้งสองคนไม่ออก

อย่างไรก็ตามจักรพรรดิโจฮันน์ยังคงคิดว่าเดเลียเป็นสตรีที่ดี ถ้านัดดาหรือโอรสของพระองค์คว้าหัวใจนางได้สำเร็จนั่นนับเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน

“เราต้องถามแม่นางเดเลียก่อน” จักรพรรดิโจฮันน์มองดูเดเลีย  “แม่นางเดเลีย  เจ้าคิดว่ายังไง?”

เดเลียมองดูสก็อตและมาร์ควิสเจฟฟ์ ทั้งสองคนนั้นยืดตัวตรงทันทีแสดงมาดสุภาพบุรุษเต็มที่แววขำขันปรากฏอยู่ในดวงตาเดเลีย

“ขอบคุณ อย่างนั้นข้าคงต้องรบกวนให้ท่านทั้งสองช่วยเหลือ”  เดเลียถอนสายบัวเล็กน้อย

“ไม่รบกวน ไม่เป็นการรบกวนสักนิด” สก็อตและมาร์ควิสเจฟฟ์รีบกล่าว

ลองฮอสที่อยู่ด้านข้างเดเลียยิ้มเล็กน้อย เนื่องจากนางเป็นศิษย์ของเขา เขาจะไม่เข้าใจเดเลียได้ยังไง?  เมื่อพวกเขาอยู่ในเมืองหลวงของยูลานบุรุษหนุ่มนับไม่ถ้วนตามติดพันเดเลียเนื่องจากทักษะของเดเลียแล้วนางยังเอาชนะพวกเขาในเกมที่เป็นของเขาเหมือนกับเล่นไวโอลิน

“ท่านหญิงเป็นทูตพิเศษนี่จะเป็นที่พักของท่านขณะที่ยังอยู่ในเมืองหลวงนี้”  มหาดเล็กคนหนึ่งชี้อาคารที่อยู่ข้างหน้าพวกเขา

มาร์ควิสเจฟฟ์ที่อยู่ใกล้ๆ พูดขึ้นทันที “แม่หญิงเดเลีย โบลเดอร์เป็นถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดในจักรวรรดิโอเบรียน  ถนนสายนี้มีเซียนนักสู้อยู่หลายคนพำนักอยู่ที่นี่อย่างเช่นเซียนกระบี่อัจฉริยะโอลิเวอร์ และน้องชายของเขา  ทั้งสองคนพำนักอยู่ที่ถนนโบลเดอร์ อัจฉริยะอย่างอาจารย์ลินลี่ย์และน้องชายของเขาก็พำนักอยู่ที่ถนนโบลเดอร์ทั้งคู่เช่นกัน”

ขณะที่พวกเขาผ่านไประหว่างสิ่งก่อสร้างต่างๆ มาร์ควิสเจฟฟ์ยังคงแนะนำนางอย่างต่อเนื่อง

“ถูกแล้ว อัจฉริยะทั้งสองคนนี้นับว่าเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในทวีปยูลาน”  สก็อตไม่ต้องการจะตกเป็นฝ่ายล้าหลัง

เดเลียได้ยินคำของพวกเขา ในดวงตาของนางอดมีความรู้สึกที่ซับซ้อนไม่ได้  แต่นางรีบปรับอารมณ์คืนสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็วและยิ้มอย่างเป็นมิตร

“ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นหรอก” เสียงทุ้มลึกสามารถได้ยินได้ ดังมาจากหมีที่อยู่ใกล้ๆ

สก็อตและเจฟฟ์มองดูหมีตัวใหญ่และฉีกยิ้มทันที เมื่อพวกเขาอยู่ในกลุ่มต้อนรับ พวกเขาเคยได้ยินว่าหมีตัวโตนี้คือหมีปฐพีระดับเซียน อสูรเวทระดับเซียนสามารถเปลี่ยนขนาดได้ตามชอบใจ  หมีปฐพีปกติจะมีความสูงเกิน 10 เมตรเมื่ออยู่ในร่างปกติ

มันสามารถใช้กรงเล็บตะปบพวกเขาตายได้ในคราวเดียว

“พี่ชายของเดเลียก็น่ากลัวมากเช่นกัน เขาอายุเพียงยี่สิบเจ็ดปีแต่เขากลายเป็นจอมเวทระดับแปดแล้วนอกจากนี้เขายังกลายเป็นศิษย์ส่วนตัวของเทพนักพรตอีกด้วย”  หมีใหญ่มองดูเดเลีย  “เดเลีย, ข้าพูดถูกไหม?”

เดเลียยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้า

กลายเป็นจอมเวทระดับแปดตอนอายุยี่สิบเจ็ดปีนับเป็นความสำเร็จที่น่ากลัวอย่างมาก  ความเร็วระดับนี้ อาจเป็นไปได้ที่เขาจะกลายเป็นจอมเวทระดับเก้าก่อนอายุสี่สิบปี

ต้องเข้าใจก่อนว่าคนที่บรรลุเป็นระดับเก้าก่อนอายุสี่สิบย่อมเป็นอัจฉริยะที่สั่นสะท้านโลกอย่างมิต้องสงสัย

“ดิ๊กซี่เป็นจอมเวทอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา”  อาจารย์ลองฮอสหัวเราะเช่นกัน  ขณะที่เขาพูด พวกเขาก็เข้าไปในหอโถงใหญ่ในอาคารที่พักของพวกเขา

“จอมเวทผู้มีพรสวรรค์?”

สก็อตเชิดหน้ากล่าวอย่างภูมิใจ  “อาจารย์ลองฮอสถ้าว่ากันในเรื่องของจอมเวทผู้มีพรสวรรค์ ข้าเข้าใจว่าอาจารย์ลินลี่ย์แห่งจักรวรรดิของเรา ทั้งที่อายุยี่สิบเจ็ดปีก็เป็นจอมเวทระดับเก้าแล้ว นอกจากนี้เขายังเป็นนักรบระดับเซียนชั้นสูงอีกด้วย”

“จอมเวทระดับเก้า อายุยี่สิบเจ็ดปีน่ะหรือ? เป็นไปไม่ได้!!” อาจารย์ลองฮอสไม่อาจทำใจเชื่อได้แม้แต่น้อย  “ในประวัติศาสตร์ทวีปยูลานไม่เคยมีใครสามารถบรรลุระดับเก้าก่อนอายุสามสิบ”

“สก็อต เรื่องนี้จริงหรือ?”  มาร์ควิสเจฟฟ์ถามอย่างสงสัย

สก็อตกล่าวอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม  “จริงสิ,พระบิดาข้าบอกเรื่องนี้กับข้าเอง เมื่ออาจารย์ลินลี่ย์ประลองกับโอลิเวอร์ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นนักรบที่ทรงพลังเพียงใด แต่พวกเขาไม่สนใจรู้เรื่องความสามารถทางเวทของเขา  เขาเป็นจอมเวทระดับเก้าแน่นอน”

เมื่อได้ยินคำพูดของสก็อตแม้แต่ในอารมณ์ของคนระดับลองฮอสก็ยังไม่อยากเชื่อ แต่ด้วยความรู้ของเขาบอกเขาว่านี่อาจเป็นจริงก็ได้

“อาจารย์ลินลี่ย์ เป็นจอมเวทระดับเก้า” เดเลียไม่แปลกใจมาก

ในหัวใจของเดเลีย ลินลี่ย์คือบุคคลที่เต็มไปด้วยความลับและความมหัศจรรย์  อายุสิบหกปีก็เป็นประติมากรระดับปรมาจารย์และเป็นจอมเวทหมายเลขสองในประวัติศาสตร์ แต่ตอนนี้เขากลายเป็นจอมเวทอัจฉริยะหมายเลขหนึ่งในประวัติศาสตร์ทั้งมวล  ทำไมจะเป็นไปไม่ได้เล่า?

“พวกเจ้าสนทนากันต่อเถอะ  เดเลียข้าจะขอไปพักก่อน ถ้าเจ้าต้องการคุยกับข้าแค่บอกแพร์รีย์” ลองฮอสสั่ง

“ค่ะ, อาจารย์” เดเลียกล่าวอย่างสุภาพ สก็อตและเจฟฟ์ที่อยู่ใกล้นางแสดงความเคารพเช่นกัน

“สุภาพบุรุษ, ข้าก็เหนื่อยเช่นกัน, ข้าขอไปพักผ่อนที่ห้องก่อน  ขอโทษด้วย” เดเลียลุกขึ้นเช่นกัน

สก็อตและเจฟฟ์รู้ว่าพวกเขาไม่อาจบ่ายเบี่ยงได้ พวกเขาพยักหน้าทันที เดเลียเดินออกไปโดยมีเหยี่ยวพายุสายฟ้าอยู่ข้างตัวนาง

เนื่องจากลองฮอสฝึกหมีปฐพีไว้อยู่แล้วหน้าที่หลักของเหยี่ยวพายุสายฟ้าจึงต้องคุ้มกันเดเลีย  จากตรงนี้ ใครๆก็สามารถบอกได้ว่าลองฮอสใส่ใจนาง

“เขาก็อยู่ที่ถนนโบลเดอร์ บางทีเขาอาจจะอยู่ใกล้กับเรามากก็ได้”

เดเลียยืนอยู่ที่หน้าต่างอย่างเงียบงัน

คืนนั้นที่เมืองชนบทอู่ซัน เมื่อนางกล่าวคำอำลาลินลี่ย์หลังจากที่ออกมาจากสหภาพศักดิ์สิทธิ์และกลับไปประเทศของบรรพบุรุษนาง  นางเตรียมจะกลับไปสหภาพศักดิ์สิทธิ์หลังจากงานฉลองเทศกาลยูลาน  แต่จากนั้นนางได้ทราบว่าเกิดวันมหาวิบัติ

อาณาจักรเฟนไลทั้งหมดล่มสลายเหลือแต่ซากหักพังและกลายเป็นพื้นที่ของอสูรเวท

และตามข่าวลับที่มาถึงตระกูลของนาง สองสามวันก่อนวันมหาวิบัติ  ในที่พักของจอมเวทอัจฉริยะลินลี่ย์มีปีศาจตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นพยายามปลงพระชนม์พระราชาแห่งเฟนไลมีแนวโน้มว่าลินลี่ย์คงตายไปแล้ว

ข่าวนี้ทำให้เดเลียเสียใจจนล้มป่วยหนัก

ใช้เวลาหนึ่งปีเต็มก่อนที่นางจะฟื้นฟูหายดีดังเดิม

ในช่วงหลายปีหลังจากนี้ นางไม่ได้รับข่าวของลินลี่ย์แม้แต่น้อย และนางตัดใจจากความรักตั้งใจดูแลกิจการของตระกูลและฝึกฝนวิชาเวท  แต่นางคาดไม่ถึง..เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวมาถึงจักรวรรดิยูลาน ข่าวการประลองระหว่างลินลี่ย์และโอลิเวอร์

ข่าวคราวนี้ทำให้หัวใจที่ตายด้านของเดเลียตื่นเต้นมีชีวิตชีวาอีกครั้ง  นางรู้สึกเหมือนกับว่านางเต็มไปด้วยพลังเปี่ยมไปด้วยความหวัง

หลังจากผ่านการประลองไปไม่กี่วัน นางจึงได้จัดการให้มีการมาเยือนในวันนี้

เดเลียตั้งใจรอว่าวันรุ่งขึ้นก่อนจะไปเยี่ยมลินลี่ย์ แต่หลังจากใช้เวลาอยู่ในห้องครึ่งชั่วโมงนางกลับคิดว่ารอถึงครึ่งปี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รู้ว่าลินลี่ย์พำนักอยู่ที่ถนนโบลเดอร์..นางไม่อาจทนได้อีกต่อไป

“ลมน้อย, ไปบอกอาจารย์ที ข้าตั้งใจจะไปเยี่ยมลินลี่ย์”  เดเลียคุยกับเหยี่ยวพายุสายฟ้าครู่ต่อมาอาจารย์ลองฮอสก็มาปรากฏที่นอกประตู

รอยยิ้มหยอกเย้าปรากฏอยู่ที่ใบหน้าของอาจารย์ลองฮอส  “เดเลียข้ารู้ว่าเจ้าไม่สามารถทนนั่งรอได้นานก่อนจะตัดสินใจไปพบเขา”  ลองฮอสรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับศิษย์ของเขา

เดเลียใบหน้าแดงซ่าน

“อาจารย์!”  เดเลียย่นจมูก  “อย่าล้อข้าเลย  ไปกันเถอะ”

“ก็ได้  ก็ได้” ลองฮอสหัวเราะ

เดเลียและอาจารย์ลองฮอส มีหมีปฐพีและเหยี่ยววายุสายฟ้าติดตามอยู่ข้างๆออกจากที่พัก เมื่อพวกเขาออกมาก็พบเห็นเจฟฟ์และสก็อตนั่งรออยู่ด้านนอก

“แม่หญิงเดเลีย?” เจฟฟ์และสก็อตตาเป็นประกาย พวกเขาลุกขึ้นยืนทันที  “พวกท่านจะไปไหนกัน?”

เดเลียขมวดคิ้ว แต่ก็ยังพูดยิ้มๆ “เราตั้งใจจะไปเยี่ยมอัจฉริยะอาจารย์ลินลี่ย์”

“โอว, พวกท่านจะไปเยี่ยมอาจารย์ลินลี่ย์งั้นหรือ?”  มาร์ควิสเจฟฟ์รีบกล่าว  “นั่นเป็นความคิดที่ดี  แต่ข้าเกรงว่าพวกท่านคงจะพบเขาได้ยากหน่อย  ทั้งนี้เป็นเพราะอีกสองเดือนกว่าจากนี้ไปอาจารย์ลินลี่ย์จะร่วมประลองกับท่านเฮนด์เซนที่ภูเขาทุสคอน”

“ว่าไงนะ?”  เดเลียตะลึง  นางสูญเสียความเยือกเย็นทันที

“โอว, ท่านเพิ่งมาถึง ก็เลยยังไม่รู้ สองวันที่แล้ว โอลิเวอร์และท่านเฮนด์เซนประลองกันผลก็คือท่านโอลิเวอร์บาดเจ็บหนักเจียนตาย  จากนั้นท่านเฮนด์เซนเชิญอาจารย์ลินลี่ย์ให้ร่วมประลองเช่นกันและอาจารย์ลินลี่ย์ก็ตอบรับแล้ว” สก็อตที่อยู่ใกล้ๆ ช่วยอธิบาย

จบบทที่ ตอนที่ 9-28 เดเลีย

คัดลอกลิงก์แล้ว