เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9-27 ทูตพิเศษแห่งจักรวรรดิยูลาน

ตอนที่ 9-27 ทูตพิเศษแห่งจักรวรรดิยูลาน

ตอนที่ 9-27 ทูตพิเศษแห่งจักรวรรดิยูลาน


หมีที่ดูน่ารักหัวเราะเช่นกัน  “ใช่ ใช่แล้วแทบจะทันทีที่เดเลียรู้ว่าเจ้าลินลี่ย์อยู่ที่นี่ นางก็เริ่มวางแผนมาที่นี่ทันทีเหมือนกัน”

“พี่เหลือง, เจ้าอยากตายใช่ไหม?”  เดเลียจับหูของมัน

“ไม่เจ็บเลย ฮ่าฮ่า มันไม่เจ็บ” หมีใหญ่พูดอย่างดีใจ

“ฮึ่ม” เดเลียย่นจมูกและบุ้ยปาก  “พี่เหลือง ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแกร่งมากจริงไหม?  เจ้าเป็นหมีปฐพีและเจ้าก็หนังหนาเจ้าไม่กลัวถูกบิดหู” ขณะที่นางพูด  นางเดินมาหยุดอยู่ข้างบุรุษวัยกลางคนโดยไม่สนใจหมี

หมีใหญ่ลูบหัวของมันและพูดด้วยเสียงทุ้มน่ารัก  “เดเลียจ๋า, อย่าโกรธไปเลย  ข้าผิดไปแล้ว ตกลงนะ?”

เดเลียมองมันและเริ่มหัวเราะ

“ฮัตตัน, เดเลียแค่ล้อเจ้าเล่น  นางไม่โกรธใครง่ายๆ หรอก”  บุรุษวัยกลางคนพูดและหัวเราะอย่างใจเย็น  และจากนั้นจึงหันไปจ้องดูฟ้า  “แพร์รีย์กำลังจะกลับมาแล้ว”

บนท้องฟ้าเหยี่ยวตัวหนึ่งกางปีกยาวห้าหรือหกเมตรโฉบลงมาที่เรือด้วยความเร็วสูงและดูเหมือนมันเคลื่อนไหวด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า ตาของมันสีทองและขนบนหัวของมันสีน้ำเงิน มันมีลักษณะที่ดุร้ายมาก

นี่คืออสูรเวทระดับเก้า– เหยี่ยวพายุสายฟ้า

ทหารบนเรือไม่ได้ขัดขวางมัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาจำเหยี่ยวพายุสายฟ้านี้ได้  มันบินลงมาอยู่ข้างเดเลียและคนอื่น

“พายุน้อย, เจ้าได้อะไรมาบ้าง?”  เดเลียลูบศีรษะของเหยี่ยวพายุสายฟ้าอย่างเอ็นดู

เหยี่ยวพายุสายฟ้ารวบปีกยืดตัวขึ้นพอมันยืดตัวจะมีความสูง 2 เมตร ตอนนี้เหยี่ยวพายุสายฟ้าดีใจที่เดเลียให้ความสนใจมัน  มันพริ้มตาลงขณะที่เดเลียลูบศีรษะของมัน

“แพร์รี่ย์, มาที่นี่เลย”หมีใหญ่พูดอย่างไม่พอใจ

เหยี่ยวพายุสายฟ้าชำเลืองมองหมีใหญ่จากนั้นเข้าไปหามันอย่างว่าง่าย  หมีปฐพีเป็นอสูรเวทระดับเซียนและเป็นสัตว์ประเภทที่มีพละกำลังมาก

ความจริงทั้งหมีปฐพีและเหยี่ยวพายุสายฟ้าเป็นอสูรเวทคู่หูของบุรุษวัยกลางคน เขาเป็นเซียนจอมเวทแห่งจักรวรรดิยูลานชื่อว่าลองฮอส

ท่านลองฮอสเป็นจอมเวทธาตุลม

นักเวทธาตุลมมีความน่ากลัวมาก  เมื่อลองฮอสได้เหยี่ยวพายุสายฟ้าของเขาในเทือกเขาอาทิตย์อัสดงค์ เขาต้องใช้เวทคมมีดมิติจึงจะทำร้ายหมีปฐพีนี้จนบาดเจ็บหนักได้

พลังรุกของเวทคมมีดมิติน่ากลัวมากสามารถตัดผ่านผนังกำแพงแห่งความเป็นจริงได้ด้วยตัวมันเอง

เผชิญกับการโจมตีแบบนี้แม้แต่นักสู้ระดับเซียนชั้นสูงอย่างเฮนด์เซนก็อาจถูกตัดขาดเป็นสองส่วน  นอกจากนี้จอมเวทสายธาตุลมยังควบคุมสายลมในระดับที่น่ากลัวและสามารถเคลื่อนไหวได้เร็ว

กล่าวกันง่ายๆก็คือเมื่อให้เวลาเพียงพอ เซียนจอมเวทสามารถเอาชนะเซียนนักรบได้อย่างง่ายดาย  แต่เซียนนักรบก็ไม่ใช่คนโง่ ดังนั้นจอมเวทส่วนใหญ่จะพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้อสูรเวทระดับเซียนมาครอง

อนิจจาการจับอสูรเวทระดับเซียนเป็นเรื่องที่ยากเกินไป

เดเลียยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือจับสร้อยคอเล่นขณะที่นางมองไปทางทิศตะวันออก  สายลมแผ่วเบาพัดผมนางสยายนางมีอิริยาบถเคลื่อนไหวที่งดงาม แม้แต่พวกนักรบที่อยู่ด้านข้างดอจ้องมองนางอย่างตื่นเต้นมิได้

เดเลียเป็นผู้มีชื่อเสียงมากในทวีปยูลานนางเป็นอัจฉริยะที่เป็นจอมเวทระดับเจ็ดขณะอายุได้ 22 ปี นอกจากนี้นางยังมีตระกูลที่ทรงอำนาจมากหนุนหลังนางและเซียนจอมเวทลองฮอสได้รับนางไว้เป็นศิษย์  ว่ากันในเรื่องของรูปลักษณ์  นางอาจถูกจัดอยู่ในสิบอันดับแรกหญิงงามในเมืองหลวงเช่นกัน  หญิงสาวที่ยอดเยี่ยมโดดเด่นย่อมมีคนตามติดพันมากมาย

แต่น่าเสียดายเดเลียปฏิเสธไปหมดทุกคน

เพราะตระกูลของนางและเพราะนางเติบโตในเมืองหลวงเดเลียจึงฉลาดในการพูดและตัดสินความตั้งใจของคนอื่นๆ ได้ตั้งแต่ได้ทราบข่าวการต่อสู้ของลินลี่ย์กับโอลิเวอร์ที่แพร่กระจายอยู่ทั่วจักรวรรดิยูลาน  เดเลียคิดแผนไม่หยุด ในที่สุดก็โน้มน้าวจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิยูลานให้ส่งทูตพิเศษไปจักรวรรดิโอเบรียน

ก่อนที่จะมุ่งหน้าเข้ามาพวกเขาได้แจ้งจักรวรรดิโอเบรียนแล้ว และได้รับการตอบตกเป็นธรรมดา

“เมืองแชนน์...”  เดเลียพึมพำ

สถานที่ครอบครองความฝันของนางฝันถึงบุคคลที่นางปรารถนารอคอย

สายน้ำยังคงไหลรี่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว  บนดาดฟ้าเรือ หมีปฐพีและเหยี่ยวพายุสายฟ้ายืนเคียงข้างเดเลียขณะที่เรือมหึมายังแล่นไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง

ในไม่ช้าเรือก็หายลับเส้นขอบฟ้าขณะที่แล่นไปตามแม่น้ำแชนน์

ข่าวที่ว่าทูตพิเศษจากจักรวรรดิยูลานกำลังเดินทางมาแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงโดยเร็ว ขณะที่ราชวงศ์และขุนนางก็ทราบข่าวนี้ด้วยเช่นกัน  แต่เท่าที่ชาวเมืองหลวงกังวลอยู่ในตอนนี้พวกเขาห่วงอยู่สองเรื่อง

พวกเขาเพียงแต่กังวลเรื่องการประลองใหญ่สองครั้ง

การประลองครั้งแรกคือการประลองที่เกิดขึ้นระหว่างเซียนกระบี่อัจฉริยะ,โอลิเวอร์และเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซน การประลองครั้งที่สองจะเกิดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้าระหว่างลินลี่ย์นักรบเลือดมังกรและเฮนด์เซนเซียนดาบจ้าวภูผา

หรือว่าลินลี่ย์จะเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของโอลิเวอร์ผู้ประลองคนก่อน?หรือว่าเขาจะจบลงด้วยหายนะอย่างเดียวกัน?

ไม่มีใครรู้

แต่ในใจของประชาชนชาวจักรวรรดิ เกือบทั้งหมดเชื่อว่าเฮนด์เซนผู้แข็งแกร่งที่สุดจะได้รับชัยชนะอีกครั้ง

ถนนโบลเดอร์ในพื้นที่ของเคานท์วอร์ตัน

“ในอีกสามเดือน ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้รบกวนลินลี่ย์เว้นแต่มีเรื่องสำคัญ!” ประกาศนี้มาจากเจ้าของคฤหาสน์ตั้งแต่คืนพายุนั้น

บรรยากาศในคฤหาสน์ตึงเครียดมาก

ในลานฝึกฝนหลังคฤหาสน์  วอร์ตันฝึกเป็นเวลาสั้นๆ  จากนั้นก็ไม่มีอารมณ์ฝึกต่อ  เขาวางดาบศึกประหารปรปักษ์ไว้ข้างตัวจากนั้นนั่งลงอย่างไม่สบายใจ

“เฮนด์เซนนั่นก็เกินไป” วอร์ตันสบถ  ตราบใดที่เขาคิดถึงเรื่องลินลี่ย์  เขาจะเริ่มกังวล  “เฮนด์เซน ถ้าเจ้าอดทนมากนักทำไมเจ้าไม่รออีกสักสิบปีให้พี่ข้าบรรลุระดับเซียนในร่างมนุษย์เสียก่อนแล้วค่อยประลองกับพี่ชายข้า! ประลองตอนนี้ไปจะมีประโยชน์อะไร”

“แม่มันเอ๊ย, เขาไม่เพียงแต่จะทำเกินไป,ยังเป็นตัวที่น่ารังเกียจอีกด้วย!”

เกทส์เดินเข้ามาและพูดอย่างโมโห  “มีเซียนมากมายอยู่ในจักรวรรดิและวิทยาลัยเทพสงครามก็มียอดฝีมืออยู่หลายคนเช่นกัน  ทำไมเฮนด์เซนไม่ไปท้าทายพวกเขา?กลับมาท้าทายใต้เท้า ใต้เท้าเพิ่งจะอายุยี่สิบเจ็ดปี แต่เฮนด์เซนผู้นั้นอายุหลายร้อยปีแล้ว”

“สาปแช่งเขาไปก็ไม่มีประโยชน์”

บาร์เกอร์เดินเข้ามาหาวางขวานยักษ์ด้ามยาว “ใต้เท้าเห็นดีด้วยกับการประลองกับเฮนด์เซน ตอนนี้ทางเลือกอย่างเดียวของเขาก็คือหวังว่าใต้เท้าจะเอาชนะได้”

“ใต้เท้าจะต้องชนะแน่นอน”

เกทส์กำหมัดและเหวี่ยงใส่อากาศหลายคราและพูดด้วยความโกรธ “ข้าปฏิเสธจะเชื่อว่าอวัยวะภายในของเฮนด์เซนจะถูกป้องกันไว้ด้วยพลังป้องกันภายนอกของเขา  ยิ่งกว่านั้นเรื่องที่แปลกก็คือสิ่งที่ใต้เท้าได้พัฒนาขึ้นเมื่อไม่นานมานี้มันลึกลับจริงๆต้องเป็นวิชาที่ไม่ธรรมดาแน่นอน

เกทส์และคนอื่นๆไม่เข้าใจจริงๆ ว่าชีพจรคุ้มกันนั้นทรงพลังมากเพียงใด

ลินลี่ย์อยู่ในลานฝึกส่วนตัวของเขา  ตอนนี้ เขานั่งทำสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งเป็นการฝึกฝนให้สอดคล้อยกับคัมภีร์ลับเลือดมังกร  ตอนนี้ ลินลี่ย์มีความเข้าใจระดับสูงแล้ว  ทั้งหมดที่เขาต้องการก็คือปราณยุทธ

เมื่อใดก็ตามที่ลินลี่ย์เวลาว่าง เขาจะฝึกปราณยุทธพยายามดูดซับพลังงานจากเลือดมังกรในสายเลือดของเขาให้มากเท่าที่เป็นไปได้  จนกว่าจะบรรลุระดับเซียน  การฝึกปราณยุทธความจริงไม่จำเป็นต้องเพ่งสมาธิมากเกินไป  ตราบใดที่ฝึกตามวิธีที่ระบุไว้แค่นั้นย่อมเพียงพอ  ดังนั้นตอนนี้ลินลี่ย์กำลังไตร่ตรองถึงปัญหาอื่นในใจ

“ครั้งสุดท้าย เมื่อข้าเผชิญหน้ากับเฟนศิษย์คนโตของเทพสงครามและเมื่อข้าเผชิญหน้ากับเทพสงคราม ข้าพบว่าพวกเขาทั้งสองมีความสามารถโจมตีถึงพลังวิญญาณได้ โอลิเวอร์เป็นผู้เชี่ยวชาญจนสร้างพลังโจมตีเช่นนั้น มีแนวโน้มว่ามีหลายคนที่เชี่ยวชาญในวิชารูปแบบนี้  ข้าควรจะพัฒนาการโจมโตฐานวิญญาณในลักษณะนี้ดีไหม?  ถึงข้าไม่ทำอย่างน้อยข้าก็ควรเรียนรู้วิธีป้องกันดีไหม?”

ขณะที่ฝึกปราณยุทธของเขาลินลี่ย์ยังคงตั้งคำถามนี้ในใจของเขา

หลักการพื้นฐานของการโจมตีฐานวิญญาณคืออะไร?

และนักสู้จะป้องกันได้อย่างไร?

ขณะที่ลินลี่ย์คิดและฝึก  แฮรุนอนพักอยู่กับพื้นส่วนบีบีขดตัวนอนอยู่บนหลังแฮรุอย่างสบาย ตาของมันปรือ

“บีบีเจ้าคิดว่าเจ้านายจะเอาชนะเฮนด์เซนในการประลองได้ไหม?”  แฮรุพูดเบาๆ

“ธรรมดา” บีบีลืมตาและพูดอย่างมั่นใจ

แต่จากนั้นบีบีพูดเสียงเบา  “แต่แน่นอนว่าเฮนด์เซนนั้นดูเหมือนจะแข็งแกร่งเช่นกัน แต่ไม่ว่ายังไง ถ้าพี่ใหญ่สู้จนถึงกับเจียนตายในการประลองกับเฮนด์เซน  ข้าบีบี จะบุกช่วยทันที ฮึ่ม.. สองคืนที่แล้วทุกคนเอาแต่ดูโอลิเวอร์ถูกเล่นงานปางตาย เขายังไม่ฟื้นจนป่านนี้  ข้าไม่ยอมให้พี่ใหญ่ตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น

“นั่นเป็นการละเมิดกฎไม่ใช่หรือ?”  แฮรุพูดอย่างสงสัย

เมื่อคนสองคนประลองกันไม่ว่าแพ้หรือชนะ คนอื่นจะไม่เข้าไปแทรกแซง

“กฎบ้าบออะไรกัน  โลกนี้ใหญ่และสวรรค์ก็ใหญ่กว่า  แต่ไม่มีอะไรใหญ่กว่าพี่ใหญ่ กฎเหล่านั้นจะสำคัญเทียบกับชีวิตพี่ใหญ่ได้ยังไง?”  บีบีพูดอย่างลำพอง  “นอกจากนี้  แล้วยังไงเล่าถ้าบีบีจะเข้าไปแทรกแซง?  พี่ใหญ่ข้าเป็นจอมเวท  เจ้าก็รู้!  เมื่อจอมเวทประลองกับนักรบ พวกเขาจะใช้อสูรเวทเป็นปกติอยู่แล้ว  ถ้าข้าแทรกแซง นั่นก็ไม่ใช่การละเมิดกฎ”  ขณะที่เขาพูด บีบีรู้สึกเหมือนกับว่าข้อโตแย้งของเขามีประโยชน์มากและเขาหัวเราะอย่างดีใจ

ประตูเมืองหลวงเปิดออก  เส้นทางจากพระราชวังไปยังประตูด้านทิศตะวันออกของเมืองเรียงรายไปด้วยทหารจากกองทัพจักรวรรดิโดยแบ่งออกเป็นสองแนวแถวในแต่ละด้านของถนน

อัศวินของวังหลวงตั้งแถวเรียงรายตามอยู่ด้านหลังรถประทับของจักรพรรดิ มีขุนนางจำนวนมากเดินตามหลังพวกเขา

ยอดฝีมือระดับเซียนของวิทยาลัยเทพสงครามเคนยอนและแลงค์มาด้วยกันทั้งคู่

ทั้งนี้เป็นเพราะพวกเขารู้ว่าผู้แทนจากจักรวรรดิยูลานมีจอมเวทระดับเซียนอยู่ด้วย ถ้าฝ่ายของพวกเขาไม่มีนักสู้ระดับเซียนปรากฏ  อย่างนั้นฝ่ายของพวกเขาจะดูอ่อนแอกว่า

“ทำไมพวกเขายังไม่มาถึงนี่?”  จักรพรรดิโจฮันน์ตรัสกับมหาดเล็กที่อยู่ใกล้ๆอย่างไม่สบายใจ

“ฝ่าบาทเรือของทูตพิเศษแห่งจักรวรรดิยูลานเตรียมจะเทียบท่าแม่น้ำแล้วพระเจ้าค่ะ  พวกเขาจะมาถึงนี่ในไม่ช้า”  มหาดเล็กทูลด้วยความเคารพ

จักรพรรดิโจฮันน์พยักหน้า

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสองประเทศมหาอำนาจที่ทรงพลังที่สุดในทวีปยูลานก็คือจักรวรรดิยูลานและจักรวรรดิโอเบรียน จักรพรรดิโจฮันน์ปรารถนามากว่าจักรวรรดิโอเบรียนของพระองค์เองสามารถอยู่เหนือกว่าจักรวรรดิยูลาน

แต่อนิจจา  จักรวรรดิยูลานก็มีจุดแข็งของตนเองเช่นกัน

จักรวรรดิยูลานดำรงคงอยู่มาเกินกว่าหมื่นปีแล้วและเป็นประเทศเก่าแก่  นอกจากนี้จักรวรรดิยูลานกลายเป็นแหล่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับนักเวท ถ้าจักวรรดิโอเบรียนมีนักสู้ระดับเซียนมากที่สุด อย่างนั้นจักรวรรดิยูลานก็พูดได้ว่าพวกเขามีจอมเวทระดับเซียนอยู่หลายคน

ที่สำคัญจอมเวทระดับเซียนมีพลังคุกคามได้มากกว่านักสู้ระดับเซียน  ตัวอย่างเช่น จอมเวทระดับเซียนสายธาตุลมลองฮอส แม้แต่เฮนด์เซนก็ยังไม่กล้าพูดว่าเขามั่นใจว่าจะเอาชนะเขาได้ ที่สำคัญตราบใดที่ลองฮอสมีเวลาเตรียมตัวสักเล็กน้อย  เวทคมมีดมิติของเขาสามารถตัดเฮนด์เซนขาดเป็นสองท่อนได้

“พวกเขามาถึงนี่แล้ว!”

ผู้ชมหลายคนชาวจักรวรรดิโอเบรียนเห็นเรือลำมหึมาเข้าเทียบท่า  เมื่อพวกเขาเห็นหมีที่น่ารักอยู่บนดาดฟ้าเรือขณะที่เหยี่ยวตัวใหญ่ก็อยู่ด้วยเช่นกัน หลายๆ คนรู้สึกประหลาดใจ

“หมีปฐพี? กับเหยี่ยวพายุสายฟ้า?”

เคนยอนและแลงค์มองหน้ากัน  พวกเขาอดประหลาดใจไม่ได้  แม้ว่าพวกเขาจะรวมพลังกัน พวกเขาไม่มั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะหมีปฐพีระดับเซียนได้

เดเลียอยู่ในชุดยาวงดงามและยืนอยู่ข้างเซียนจอมเวทสายธาตุลมลองฮอส   พวกเขาขึ้นฝั่งด้วยกันและด้านหลังพวกเขามีอสูรเวทสองตัวนักรบบนเรือและอสูรเวทของนักรบ

“แคล้ง!”

อัศวินของจักรวรรดิแปรขบวนเป็นสองแถวขณะเดียวกันก็ชูหอกขึ้นในอากาศ อัศวินเหล่านี้ถูกคัดเลือกมาจากอัศวินประจำวังที่ดีที่สุด  ทุกคนเป็นนักรบระดับเจ็ด  และนายกองของพวกเขาเป็นนักรบระดับแปด

“อาจารย์,นักรบของจักรวรรดิโอเบรียนทรงพลังมากกว่าของจักรวรรดิยูลานจริงๆ  พวกเขามีราศีที่แตกต่างกัน  ของพวกเราค่อนข้างจะเหลวไหลไปเล็กน้อย”  เดเลียคุยกับอาจารย์ของนางเงียบๆราวกับว่าไม่มีใครอื่นปรากฏ

ลองฮอสพยักหน้าเล็กน้อยเช่นกัน

เมืองหลวงของจักรวรรดิยูลานเป็นเมืองที่เก่าแก่มาก และตระกูลเก่าแก่ของเมืองหลวงก็เอาแต่สนุกสนานกับชีวิต  ตรงกันข้าม จักรวรรดิโอเบรียนคือประเทศของนักรบ และพวกเขาทุกคนต่างพยายามเอาชนะกันและกัน มิน่าเล่าถึงได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศมหาอำนาจทางทหารที่แข็งแกร่งที่สุด

จักรพรรดิโจฮันน์  แลงค์ เคนยอนและมหาดเล็กประจำวังออกมาต้อนรับพวกเขา

“เดเลีย เลโอนใช่ไหม? ฮ่าฮ่า..”  จักรพรรดิโจฮันน์ทรงพระสรวลเสียงดัง

เดเลียถอนสายบัวอย่างนอบน้อม  “ทูตพิเศษเดเลียแห่งจักรวรรดิยูลานขอถวายบังคมท่านผู้ปกครองจักรวรรดิโอเบรียน,จักรพรรดิโจฮันน์ หม่อมฉันขออวยพรด้วยความจริงใจและขอส่งความปรารถนาดีในนามของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิยูลาน”

“จักรพรรดิโจฮันน์  นี่คืออาจารย์ของข้า เซียนจอมเวทลองฮอส”  เดเลียยิ้มขณะที่นางแนะนำตัว

จักรพรรดิโจฮันน์มองดูอาจารย์ลองฮอส  “ข้ามีความสุขมากที่ได้พบกับท่านอาจารย์ลองฮอส”

“ข้าพระองค์รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้พระองค์เช่นกันจักรพรรดิโจฮันน์”  ลองฮอสพูดพลางยิ้ม

เดเลียอดมองดูรอบๆนางมิได้ แววผิดหวังปรากฏอยู่ในดวงตานาง นางไม่พบคนที่นางกำลังมองหา แต่ขณะเดียวกัน นางทูลจักรพรรดิโจฮันน์  “จักรพรรดิโจฮันน์  ท่านทั้งสองนี้คงเป็นยอดฝีมือระดับเซียนใช่ไหม?  พระองค์แนะนำให้หม่อมฉันรู้จักได้ไหม?”

ก่อนที่เดเลียจะมาถึง  นางก็ได้รับข้อมูลมาบ้างแล้ว  และนางรู้เรื่องของเคนยอนและแลงค์อยู่บ้าง

ทูตพิเศษเดเลียแห่งจักรวรรดิยูลาน  และเซียนจอมเวทสายธาตุลมและคนอื่นๆ ตอนนี้จัดขบวนเดินเข้าเมืองหลวงแชนน์ที่ซึ่งมีการต้อนรับครั้งใหญ่รอพวกเขาอยู่

จบบทที่ ตอนที่ 9-27 ทูตพิเศษแห่งจักรวรรดิยูลาน

คัดลอกลิงก์แล้ว