เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9-16 ของขวัญร่วมยินดี

ตอนที่ 9-16 ของขวัญร่วมยินดี

ตอนที่ 9-16 ของขวัญร่วมยินดี


พระราชวังหลวงตกอยู่ภายใต้การคุ้มกันอย่างแน่นหนาอัศวินผู้กล้าพบเห็นได้ทุกที่พอๆกับนางกำนัลผู้งดงามในวัง  จักรพรรดิโจฮันน์และลินลี่ย์เดินเคียงคู่กันโดยมีวอร์ตันเดินตามหลังพวกเขา ด้านหลังคนทั้งสามนี้มีทหารมหาดเล็กจำนวนหนึ่งและนางกำนัลประจำวังเดินตาม ทหารทุกคนที่พบพวกเขาคำนับพวกเขาอย่างสุภาพเมื่อได้เห็นจักรพรรดิโจฮันน์

“นี่คืออาจารย์ลินลี่ย์” นักรบหลายคนเมื่อเห็นลินลี่ย์เดินเคียงคู่จักรพรรดิโจฮันน์ก็เริ่มพึมพำเบาๆ กันเอง

สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคารพและชื่นชมลินลี่ย์ พวกเขายังอายุน้อยทุกคนและหลายคนยังไม่แก่กว่าลินลี่ย์ คนหนุ่มหลายคนในจักรวรรดิตั้งลินลี่ย์เป็นเป้าหมายที่พวกเขาจะต้องไปให้ถึง

“จักรวรรดิโอเบรียนขึ้นชื่อว่าทรงอำนาจทางทหารมากที่สุดในบรรดาหกมหาอำนาจ นักรบทั้งหมดนี้ในวังหลวงล้วนแข็งแกร่งมากทั้งนั้น”  ตามรายทางลินลี่ย์สังเกตว่าที่นี่ไม่มีนักรบแม้แต่คนเดียวที่มีระดับต่ำกว่าหก

ส่วนใหญ่จะระดับหกและหลายคนที่มีระดับเจ็ด  แม้ระดับแปดก็มีสองสามคนก็ยังพอเห็นได้อยู่

แม้แต่องครักษ์เดินยามธรรมดาก็แข็งแกร่งมาก ใครจะสามารถคิดได้ว่าทั้งอาณาจักรนั้นจะทรงพลังมากมายเพียงไหน

“ลินลี่ย์, ดูสิสายตาขององครักษ์จะเป็นประกายเมื่อพวกเขาเห็นเจ้า ข้าเกรงว่าในใจของพวกเขา ความเคารพที่พวกเขารู้สึกต่อเจ้าจะยิ่งใหญ่กว่าเราเสียอีก”  จักรพรรดิโจฮันน์ตรัสพลางทรงพระสรวลพลาง

ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น

ตั้งแต่การประลองที่สนามประลองครั้งนั้นชื่อเสียงของลินลี่ย์แพร่กระจายไปทั่วจักรวรรดิโอเบรียน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะอายุของเขา  เขาจึงกลายเป็นตำนานไปแล้ว

ลินลี่ย์อยู่ในวัยยี่สิบและไม่ใช่แค่เป็นประติมากรอัจฉริยะเท่านั้น แต่ยังคงเป็นจอมเวทอัจฉริยะและเป็นนักรบระดับเซียน  ในหัวใจหลายคน แม้ว่าพวกเขาไม่มีมีพรสวรรค์เท่ากับลินลี่ย์  ตราบใดที่พวกเขาฝึกฝนอย่างหนัก พวกเขาอาจบรรลุถึงความสำเร็จอย่างลินลี่ย์ได้สักหนึ่งในสิบก็ยังดี  นั่นก็ทำให้พวกเขามีความสุขแล้ว

ความจริงเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้เยาว์มากมายในจักรวรรดิขะมักเขม้นฝึกฝนกันมากยิ่งขึ้น

จักรวรรดิโอเบรียนยืนหยัดมายาวนานเมื่อใดก็ตามที่มีอัจฉริยะปรากฏตัวขึ้น จักรวรรดิจะแพร่กระจายข่าวไปอย่างเป็นทางการร่วมกับข่าวลือในหมู่ชาวบ้านธรรมดา  ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพลเมืองของจักรวรรดิจึงมีอย่างกว้างขวาง

….

ในอุทยานของวังหลวงมีงานจัดเลี้ยง โต๊ะเต็มไปด้วยอาหารและผู้ที่นั่งอยู่มีเพียงจักรพรรดิโจฮันน์ลินลี่ย์และวอร์ตัน

พนักงานประจำวังลำเลียงอาหารเลิศรสจานแล้วจานเล่ามาวางบนโต๊ะ ขณะที่องครักษ์รายล้อมพวกเขามองพวกเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“พวกเจ้าทุกคนออกไปกันได้แล้ว”  จักรพรรดิโจฮันน์โบกพระหัตถ์

“พระเจ้าค่ะ..ฝ่าบาท”

พนักงานชายหญิงและองครักษ์แยกย้ายไปหมด  ในไม่ช้าก็มีแต่เพียงโจฮันน์ลินลี่ย์และวอร์ตันเท่านั้น

จักรพรรดิโจฮันน์มองดูวอร์ตัน  ความจริงขณะที่เดินไปทั่ววังใจของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย

ทำไมเทพสงครามถึงต้องการช่วยวอร์ตัน?

ในจักรวรรดิเทพสงครามมีอำนาจสูงที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย วอร์ตันไม่มีทางเทียบเขาได้เทพสงครามและวอร์ตันก็มีแนวโน้มว่าจะไม่มีความสัมพันธ์กันมาก

“เป็นไปได้ไหมว่าบรรพบุรุษที่เคารพของเราเทพสงครามมีความเกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษของตระกูลนักรบเลือดมังกร?ไม่น่าจะเป็นอย่างอื่นไปได้ ห้าพันปีที่แล้ว เมื่อจักรวรรดิก่อตั้ง บาลุคนักรบเลือดมังกรก็มีชื่อเสียงมากแล้วเป็นความจริง  แต่พวกเขาไม่มีอะไรมากไปกว่านักสู้ระดับเซียนชั้นสูง ยังมีความห่างชั้นระหว่างพวกเขากับเทพสงครามช่วงใหญ่  และทั้งสองมีความเกี่ยวพันแบบไหนกันแน่?”

จักรพรรดิโจฮันน์ไม่เชื่อเรื่องนั้น

เทพสงครามคือผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกับนักพรตสูงสุด จะมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับบาลุคมากขนาดไหน?  ต่อให้มีแล้วเป็นไปได้ไหมที่ลึกซึ้งเพียงพอจนถึงกับต้องช่วยลูกหลานของบาลุคในห้าพันปีต่อมา?

“วอร์ตัน!”  จักรพรรดิโจฮันน์ไม่คิดอะไรมากต่อไป  เขายิ้มและตรัส“ต่อไปเจ้ากับนีน่าก็จะต้องอยู่ด้วยกันแล้ว เจ้าต้องดูแลนีน่าให้ดี เด็กคนนี้เป็นองค์หญิงเจ้าอารมณ์ เราหวังว่าเจ้าจะปฏิบัติกับนางเป็นอย่างดี”

วอร์ตันยืดอกรีบทูลทันที“ฝ่าบาท, มิต้องทรงกังวล”

แต่ลินลี่ย์จ้องมองจักรพรรดิโจฮันน์

“สองสามวันก่อน เคย์ลันบอกว่าจักรพรรดิโจฮันน์จะเลือกบลูเมอร์ แต่ตอนนี้...”  ลินลี่ย์ยังงงกับเรื่องนี้

ลินลี่ย์ถามตามตรง  “ฝ่าบาท, ข้าพระองค์ขอทูลถาม,  ทำไมพระองค์ถึงเลือกวอร์ตันน้องชายข้าพระองค์?”

จักรพรรดิโจฮันน์สะดุ้งเล็กน้อย

“ฮะฮะ..” จักรพรรดิโจฮันน์ทรงพระสรวลเสียงดัง “ลินลี่ย์, เราพูดเรื่องนี้ไปที่ตำหนักแล้วมิใช่หรือ?  เราไตร่ตรองหลายอย่างจากจุดยืนของนีน่าด้วย  ที่สำคัญคือ นีน่าชอบพอกับวอร์ตัน  เรายินดีอย่างลึกซึ้งที่เราสามารถนำความสุขมาให้นีน่าได้”

ลินลี่ย์ลอบหัวเราะ

ถ้าจักรพรรดิโจฮันน์พิจารณาหลายอย่างจากจุดยืนของนีน่าจริงๆ  อย่างนั้นเมื่อวอร์ตันทูลขอแต่งงานนางเขาคงไม่ทอดเวลายาวนานจนมีเหตุการณ์เกิดขึ้นตามมาเป็นพรวนกว่าจะยอมรับได้

จักรพรรดิโจฮันน์เห็นสีหน้าท่าทางของลินลี่ย์  “อะไรกัน? เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ, ลินลี่ย์?”

“ข้าพระองค์ไม่ปักใจเชื่อเต็มที่นัก”  ลินลี่ย์โพล่งออกมา

จักรพรรดิโจฮันน์สะดุ้งใครจะกล้าพูดเช่นนั้นต่อหน้าพระองค์? แต่คนที่พูดคำเหล่านี้ก็คือลินลี่ย์ ยอดฝีมือระดับเซียนชั้นสูง  จักรพรรดิโจฮันน์หัวเราะเบาๆ แก้เก้อ  “ความจริงเรายอมรับว่าแต่เดิมเราก็พิจารณาบลูเมอร์”

นั่นมีแนวโน้มอย่างนั้น

แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่ลินลี่ย์ได้พบกับเคย์ลัน  แต่เขารู้สึกว่าเคย์ลันเป็นคนที่เชื่อถือได้

“ลินลี่ย์, เจ้าควรจะรู้ว่าในความเป็นจริงเป็นยอดฝีมือระดับเซียนจะกำหนดความรุ่งเรืองและล่มสลายของจักรวรรดิได้”  จักรพรรดิโจฮันน์ถอนหายใจ “ยอดฝีมือระดับเซียนสามารถฆ่าแม่ทัพทหารฝ่ายศัตรูได้อย่างง่ายดายแม้จะมีทหารเป็นล้านล้อมรอบ  ส่วนจอมเวทระดับเซียนมีคาถาทำลายล้างต้องห้ามและทำลายกองทัพที่มีคนเป็นล้านได้  อาจกล่าวได้ว่าในสายตาของคนธรรมดาระดับเซียนก็คือยอดฝีมือไร้เทียมทาน”

ลินลี่ย์พยักหน้า  เมื่อเขายังอายุน้อย ระดับเซียนเป็นนักสู้ที่สูงสุดแน่นอนในชีวิตที่เจอมา

“แม้ว่าเราจะเป็นจักรพรรดิ  เราก็ไม่กล้าออกคำสั่งเซียน  ถ้าเรารุกรานพวกเขา พวกเขาอาจไปจากจักรวรรดิได้  เราเชื่อว่ามีหลายสถานที่รอต้อนรับการมาถึงของยอดฝีมือระดับเซียน”จักรพรรดิโจฮันน์ฝืนหัวเราะ

ลินลี่ย์เข้าใจตรงนี้

ถ้ายอดฝีมือระดับเซียนจะหนีไปเนื่องจากความสามารถในการบินของพวกเขา นั่นเป็นเรื่องง่ายมาก

“บลูเมอร์และวอร์ตันทั้งสองคนมีแนวโน้มว่าจะบรรลุถึงระดับเซียนในอนาคต  แต่ปัญหาที่สำคัญก็คือ  บลูเมอร์เป็นคนของวิทยาลัยเทพสงคราม ยอดฝีมือทั้งหมดของจักรวรรดิรวมกลุ่มอยู่ที่วิทยาลัยเทพสงคราม  เราไม่ต้องการขัดใจกับวิทยาลัยเทพสงคราม  ที่สำคัญมีกลุ่มยอดฝีมือระดับเซียนอยู่ที่นั่นไม่ใช่แค่คนหรือสองคน!”

กลุ่มยอดฝีมือระดับเซียนแค่ได้ยินคำพูดนี้ก็เพียงพอทำให้ผู้คนสั่นสะท้านได้

“ศิษย์สำนักเดียวกับบลูเมอร์เข้ามาพูดมาคุยให้บลูเมอร์  เราไม่มีทางเลือกเลย”  จักรพรรดิโจฮันน์ส่ายพระพักตร์ถอนหายใจ

“อย่างนั้นทำไมพระองค์ถึงเลือกน้องชายข้าพระองค์ในที่สุดเล่า?”  ลินลี่ย์ถาม

เขาสงสัยเรื่องนี้มาตลอดเวลา  เหตุผลใดกันแน่?

จักรพรรดิโจฮันน์จ้องมองลินลี่ย์กับวอร์ตันอย่างงงงัน  “ลินลี่ย์,ตระกูลบาลุคเจ้ามีสัมพันธ์ใดในทางประวัติศาสตร์กับเทพสงครามหรือไม่?”

“เทพสงคราม?”

ลินลี่ย์เข้าใจทันทีเขาตกใจทูล “ฝ่าบาท, พระองค์ตรัสว่าเป็นเทพสงครามทำให้พระองค์เลือกวอร์ตันหรือพระเจ้าค่ะ?”

“ถูกแล้ว” จักรพรรดิโจฮันน์ตรัส  “ลินลี่ย์คิดดูให้ดี ในจักรวรรดิ ใครจะมีน้ำหนักมากกว่าสมาชิกของวิทยาลัยเทพสงคราม?  มีแต่เทพสงครามผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน”

“บรรพบุรุษที่เคารพของเรา เทพสงครามบอกกับเราทางใจตรงๆและสั่งให้เราเลือกวอร์ตัน” แววตื่นเต้นยังอยู่ในดวงตาของจักรพรรดิโจฮันน์  “นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ยินเสียงเทพสงครามบรรพบุรุษของเรา”

เทพสงคราม!

เป็นเทพสงครามจริงๆ!

เทพสงครามคือบุคคลที่เหลือเชื่อ  ห้าพันปีที่แล้ว  เขาสู้รบกับนักพรตสูงสุดเหนือแม่น้ำยูลานที่หยุดนิ่งพิสูจน์ว่าเขาเป็นนักสู้ระดับเทพแน่นอน

หลังจากห้าพันปี  แม้ว่าไม่มีใครเคยเห็นเทพสงครามสู้อีกเลย  แต่ทุกคนเข้าใจว่าเนื่องจากพรสวรรค์ธรรมชาติของเทพสงคราม เขาก็ยังมีพลังที่น่ากลัวมากขึ้นในตอนนี้

เทพสงครามฝึกได้รวดเร็วเหลือเชื่อจากบุคคลธรรมดา ไปเป็นระดับเทพในช่วงเพียงไม่กี่ร้อยปี

เขายกระดับฉับพลันเมื่อห้าพันปีก่อนทำให้ชื่อเสียงและเกียรติยศของเขาครอบคลุมสี่สุดยอดนักรบกลายเป็นดาวจรัสฟ้าแห่งยุคนั้น

“เทพสงครามช่วยน้องชายของข้า?”  ลินลี่ย์ไม่อาจเข้าใจได้

“อาจเป็นไปได้ว่าเขารู้ว่าด้านเรามียอดฝีมือระดับเซียนถึง6?” ลินลี่ย์เริ่มสงสัย เนื่องจากพลังของเทพสงครามเขาย่อมรู้สึกได้ถึงพลังของกองกำลังของลินลี่ย์ได้

ลินลี่ย์ส่ายศีรษะ

เป็นไปไม่ได้  สำหรับเทพแล้ว พวกเซียนไม่มีอะไรเลยมีแนวโน้มว่าเทพสงครามสามารถฆ่าพวกเขาทั้งหกด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

“อย่างนั้นยังจะมีเหตุผลใดกันแน่?  เป็นไปได้จริงๆหรือว่าเพราะเขามีสัมพันธ์บางอย่างกับบรรพบุรุษตระกูลบาลุค?”  ลินลี่ย์ไม่เข้าใจจริงๆว่าเบื้องหลังการกระทำของเทพสงครามมีเหตุผลใดกันแน่

…..

ด้านตะวันตกของเมืองหลวง ภูเขาเทพสงคราม นอกจากยอดเขาหลักแล้ว  ยังมียอดเขาอื่นอีกสี่ยอดมีถ้ำธรรมชาติเชื่อมยอดเขาสองยอดเข้าด้วยกัน

แลงค์และคาสโตรกำลังเดินเคียงไหล่ไปตามถ้ำ

หลังจากเดินเข้าไปหลายร้อยเมตรผ่านอุโมงค์ถ้ำที่คดเคี้ยวอุโมงค์พลันชันลงอย่างรวดเร็ว  ถ้ามีคนจ้องมองหลุมมืดลึกอย่างน่าทึ่งจะมองไม่เห็นสิ่งใดสักอย่างไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่าอุโมงค์ลึกเพียงใด

“วูบบบ”

แลงค์และคาสโตรกระโดดลงไปในหลุมลึก  พวกเขาร่วงลงไปด้วยความเร็วค่อนข้างช้า  หลังจากร่วงลงมาหลายพันเมตรทั้งสองคนก็ลงสัมผัสที่พื้นอย่างนุ่มนวลเหมือนใบไม้ร่วง  จากทางเข้าอุโมงค์ถึงหลุมนี้เพียงพันเมตรแต่หลุมนี้ยังลงไปใต้ดินอีกหลายพันเมตร

“อาจารย์มักใช้เวลาปิดประตูฝึกฝนตามปกติ  และเมื่อใดก็ตามที่ท่านทำเช่นนั้น  ปกติท่านจะใช้เวลาหลายปี หลายสิบปีหรืออาจเป็นการฝึกระยะยาว  เมื่อท่านมาช่วยฝึกฝนให้  ท่านไม่เคยพูดทางจิตกับเรา  แต่ครั้งนี้ที่ตำหนักผู้กล้าท่านส่งพลังทางจิตและบอกเราให้บอกโจฮันน์เลือกวอร์ตัน  จากนั้นก็บอกให้เรากลับมาที่นี่”  แลงค์รู้สึกประหลาดใจ

นี่นับว่าตรงกันข้ามกับนิสัยของเทพสงครามมาก

มีน้อยเรื่องในโลกซึ่งนักพรตอย่างเทพสงครามจะออกคำสั่งเอง

“ศิษย์น้อง ไม่ต้องคิดมากเกินไปหรอก  อาจารย์มีเหตุผลของการกระทำอย่างนี้แน่นอน  ทั้งหมดที่เราต้องทำก็คือ เชื่อฟัง”  คาสโตรกล่าว

“ศิษย์พี่พูดถูก”  แลงค์พยักหน้า

สำหรับศิษย์ของวิทยาลัยเทพสงครามคำสั่งของเทพสงครามไม่อาจละเลยได้  พวกเขาจะต้องทำทุกอย่างที่เทพสงครามสั่งให้พวกเขาทำ  ไม่มีความจำเป็นต้องคิดอะไร

“ครืนนน...”ความร้อนที่แสบผิวรู้สึกได้จากส่วนลึกของในถ้ำ ขณะที่พวกเขาเดินเข้าไป หินค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเช่นกัน

อุณหภูมิที่นี่สูงมาก

หลังจากเข้าไปมากกว่าร้อยเมตรแล้วแลงค์และคาสโตรก็มาหยุดอยู่หน้าประตูหินสีดำสนิท ผนังหินล้อมประตูนี้มีสีแดงจัดและอุณหภูมิสูงจัด แม้แต่แลงค์กับคาสโตรยังต้องใช้ปราณยุทธที่เท้าเพื่อป้องกันตนเอง

ถ้ากระดาษชิ้นหนึ่งถูกโยนออกไปเป็นไปได้ว่าจะถูกผลาญจนไม่เหลืออะไรทันที

“เจ้ามากันแล้ว”  เสียงสงบเย็นดังขึ้นจากหลังประตู

เสียงของเทพสงครามนุ่มนวล  แต่มีพลังทะลุทะลวง เสียงเป็นเหมือนกับเข็มชอนไชเข้าไปในวิญญาณของคน  คาสโตรและแลงค์ศิษย์ทั้งสองคนของเขาแม้จะสงสัยว่าเทพสงครามอาจทำให้วิญญาณของพวกเขาหลุดลอยได้โดยใช้แค่เพียงเสียงอย่างเดียว

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่คาสโตรและศิษย์คนอื่นของเทพสงครามกลัวอาจารย์ของพวกเขามาก  เทพสงครามทรงพลานุภาพมากจริงๆ

“ขอรับอาจารย์” คาสโตรและแลงค์พูดด้วยความเคารพ คาสโตรพูดต่อ  “อาจารย์,  ท่านมีอะไรจะแนะนำพวกเราบ้าง?”

เสียงของเทพสงครามดังขึ้นอีกครั้ง  “วันที่ 12เมษายนจะเป็นวันพิธีหมั้นหมายของเจ้าหนูวอร์ตัน ไปบอกศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าให้เตรียมแหวนมิติเก็บสมบัติวงหนึ่งในวันพิธีหมั้นของเจ้าเด็กวอร์ตัน ให้มอบแหวนนี้เป็นของขวัญวันหมั้นของเขา”

คาสโตรและแลงค์ตะลึงไปหมด

เทพสงครามจะประทานของขวัญวันหมั้น?

เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  แม้เมื่อพวกเขาที่เป็นศิษย์ส่วนตัวแต่งงานเทพสงครามไม่ได้ใส่ใจ  ที่สำคัญคือคนระดับเทพสงครามต้องส่งของขวัญร่วมยินดีให้ผู้อื่นด้วยหรือ?  แม้ว่าเขาต้องการจะทำเช่นนั้นแต่ว่าใครจะคู่ควรแก่การรับของขวัญจากเขา?

แต่ตอนนี้เทพสงครามสั่งพวกเขาให้ส่งของขวัญแสดงความยินดีไปร่วมฉลองงานหมั้นหมายของวอร์ตัน?

“ตอนนี้ พวกเจ้าไปได้แล้ว”  เสียงสงบของเทพสงครามดังก้องในอุโมงค์อีกครั้ง

คาสโตรและแลงค์จ้องดูประตูหินดำสนิทจากนั้นมองหน้ากันเอง แม้ว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจแม้แต่น้อย แต่พวกเขามิกล้าขัดคำสั่งของเทพสงคราม

“ขอรับ, อาจารย์”  แลงค์และคาสโตรตอบ  เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคารพไม่มีใครเหมือน

จบบทที่ ตอนที่ 9-16 ของขวัญร่วมยินดี

คัดลอกลิงก์แล้ว