เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8-56 แก่นเวทเซียนอสูร

ตอนที่ 8-56 แก่นเวทเซียนอสูร

ตอนที่ 8-56 แก่นเวทเซียนอสูร


“ไม่ว่าที่ใดมีลม กระบี่ก็สามารถปรากฏขึ้นได้!”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้แม็คเคนซีตกตะลึงจริงๆ ถ้าเขาไม่ได้ฝึกฝีมือร่วมกับลินลี่ย์กับตัวเอง เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้แม็คเคนซีอาจถือว่าเป็นคำโม้อวดอ้าง แต่เพียงแค่นั้นเขาเองสามารถรู้สึกได้ถึงความเร็วของการโจมตีของกระบี่ว่าน่ากลัวเพียงไหนซึ่งระดับความเร็วนั้นเร็วกว่าตัวเขาเองสิบไม่สิ เป็นร้อยเท่า

ไม่มีทางที่เขาจะป้องกันได้หมดดังนั้นเขาจึงต้องอาศัยปราณยุทธเพื่อป้องกันต่อต้านแทน

ถูกบีบจนอยู่ในสภาพเช่นนั้นแม็คเคนซียอมรับและพอใจความเหนือชั้นกว่าของลินลี่ย์

“ลินลี่ย์,เจ้าบอกว่าผสานและรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสายลม ข้า.. ไม่เข้าใจว่าเจ้าหมายถึงอะไร”  แม็คเคนซีกล่าวพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

ลินลี่ย์ไม่พยายามจะปิดบังอะไร  เขาหัวเราะแล้วกล่าว “ท่านแม็คเคนซีท่านต้องเข้าใจสายลมเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นและไร้รูป  แต่สามารถเร็วได้ดุจสายฟ้าหรือช้าจนสงบนิ่งได้ทั้งสองอย่าง วิชาสัจธรรมแห่งธาตุลมของข้าความจริงอาศัยความรู้แจ้งเพียงเล็กน้อยในเรื่องกฎธรรมชาติของธาตุลม”

“กฎธรรมชาติ” ตาของแม็คเคนซีเต็มไปด้วยแววชื่นชม “สัจธรรมขั้นสูง”

กฎธรรมชาติของธาตุทุกอย่างมีความลึกซึ้งและลึกลับ ความจริงถ้าคนเราสามารถเชี่ยวชาญและเข้าใจกฎธรรมชาติเหล่านี้ได้มากพอ อย่างนั้นวิญญาณของผู้นั้นจะสามารถผสานกับธาตุประจำโลกและตกผลึกความรู้เข้ากับประกายเทพทำให้นักสู้ผู้นั้นเข้าถึงระดับเทพได้

สำหรับลินลี่ย์ได้แค่เศษเสี้ยวผิวเผินของกฎธรรมชาติเหล่านี้

ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดสัจธรรมแห่งธาตุดินหรือสัจธรรมแห่งธาตุลมลินลี่ย์เพียงเข้าใจแต่เพียงส่วนที่เล็กน้อยที่สุดเหมือนกับหยดน้ำในมหาสมุทรเท่านั้น

“ด้วยการผสานเข้ากับสายลม กระบี่ข้าสามารถปรากฏในทุกที่ๆมีลมได้ แต่วิชาทำนองนี้จะต้องเข้ากันได้ดีกับองค์ประกอบของตัวกระบี่เอง เพราะจำเป็นต้องใช้กระบี่ที่สามารถเคลื่อนไหวจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งแทบจะทันทีทำให้เกิดแรงเครียดกับกระบี่มาก” ลินลี่ย์ยิ้ม “ถ้าไม่มีความจำเป็นหรือเสียเปรียบเป็นรอง อย่างนั้นข้าจะสามารถเทเลพอร์ตตัวเองโดยผสานเข้ากับสายลมได้หรือ?”

ลินลี่ย์สามารถผสานเข้ากับสายลมได้จริง แต่ร่างของเขาไม่สามารถรับความเร็วและแรงเครียดกดดันมหาศาลซึ่งจะสร้างความทรมานจากการเทเลพอร์ตด้วยความเร็วขนาดนั้น

“ฮ่าฮ่าเทเลพอร์ตเหรอ?  นักสู้ระดับเทพยังไม่สามารถทำเรื่องอย่างนั้นได้”  แม็คเคนซีถอนหอยใจ

ไม่ว่ายอดฝีมือจะทรงพลังเพียงไหน  แม้แต่เทพสงครามอย่างมากสุดพวกเขาก็เคลื่อนที่เร็วดุจสายฟ้าเท่านั้น  ยังไม่มีใครสามารถเทเลพอร์ตได้  แม้ว่าผู้คนจะพูดเรื่องการเทเลพอร์ตกันบ่อย  แต่นั่นเป็นวิธีการอย่างคร่าวๆ ที่อธิบายการเคลื่อนที่ความเร็วสูงของยอดฝีมือระดับเซียนซึ่งทำการรบกัน

ยอดฝีมือระดับเซียนรวดเร็วเกินไปคนธรรมดาทั่วไปเห็นแต่ว่ายอดฝีมือระดับเซียนบางครั้งเดี๋ยวอยู่ตรงนี้บางคราวก็อยู่ตรงนั้น พวกเขาเลยเหมาเอาว่านี่คือการเทเลพอร์ต

ความจริงไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเทเลพอร์ต

แม้ว่าจะมีการเทเลพอร์ต  แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่นักรบอย่างเทพสงครามจะทำได้

“ท่านแม็คเคนซี วิชาที่ท่านใช้มีชื่อว่าอะไร?ทั้งหมดนั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งใด?เมื่อครู่นั้นข้าไม่สามารถรู้สึกได้เลยแม้แต่น้อย ข้าเพียงแต่รู้สึกเหมือนกับว่าเงาหอกนับไม่ถ้วนเหล่านั้นล้อมรอบข้าอยู่จริงๆ”  ลินลี่ย์จ้องแม็คเคนซีด้วยความสงสัยเช่นกัน

เมื่อยอดฝีมือระดับเซียนซ้อมฝีมือกันจะช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้กันได้มากขึ้นและเร็วขึ้น  จึงเป็นธรรมดาที่ลินลี่ย์ไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะถาม

แม็คเคนซีหัวเราะ  “ความจริง วิชาโจมตีนี้ค่อนข้างจะธรรมดากล่าวโดยทั่วไปนักสู้ระดับเซียนชั้นสูงทั้งหมดก็ใช้การโจมตีแบบนั้น”

“โอว?” ลินลี่ย์มองดูแม็คเคนซีอย่างประหลาดใจ

“ในอดีตระหว่างการต่อสู้ของเทพสงครามกับมหาพรตผู้ยิ่งใหญ่ยอดฝีมือหลายคนมองเห็นพลังแดนเทพของนักสู้ชั้นเทพกับตาตนเอง ตั้งแต่นั้นมานักสู้ระดับเซียนหลายคนต้องการจะสร้างพลังโจมตีที่สามารถซ้ำผลของขอบเขตเทพ ความจริงการโจมตีที่ข้าเพิ่งใช้ไปเป็นสนามพลังเทียม”  แม็คเคนซีฝืนหัวเราะ

ลินลี่ย์ยังคงมองดูแม็คเคนซี

สิ่งที่ลินลี่ย์ต้องการรู้ก็คือหลักการพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังของรูปแบบการโจมตี

“ความจริงแล้ว รูปแบบการโจมตีแบบนี้สิ้นเปลืองมาก”  แม็คเคนซีพูดอย่างมีอารมณ์  “ตัวอย่างเช่นตัวข้าเองเป็นผู้ฝึกหัดผู้เดินอยู่บนเส้นทางในการทำความเข้าใจกฎธรรมชาติแห่งธาตุไฟ”

ผู้ฝึกฝนระดับเซียนทุกคนมีเส้นทางของตนเองในการทำความเข้าใจกฎธรรมชาติต่างๆเพียงแต่พวกเขาทุกคนเพ่งที่รูปแบบของกฎธรรมชาติต่างกัน

“การโจมตีที่เรียกว่าสนามพลังเทียมนั้นพลังโดยพื้นฐานจะระเบิดปราณยุทธทั้งหมดออกมารวดเดียว  ขณะที่ในเวลาเดียวกันก็อัญเชิญและปลดปล่อยแก่นธาตุไฟในบริเวณรอบทำให้ทุกที่ในระยะร้อยเมตรเปลี่ยนเป็นทะเลเพลิง เพราะปราณของตัวข้าเองผสานเข้ากับแก่นธาตุไฟ  นี่จึงทำให้ทั่วทะเลเพลิงถูกตรึงอยู่ในรัศมีของตัวข้าเองทำให้เจ้าไม่สามารถตรวจสอบหาตำแหน่งของข้าได้”

“อย่างไรก็ตามการควบคุมของข้ายังไม่มากพอ ข้าสามารถควบคุมปราณยุทธของข้าให้สร้างพลังโจมตีจากแก่นธาตุที่แท้จริงได้หนึ่งเดียวเท่านั้น   ถ้าข้าสามารถควบคุมเงาหอกอื่นๆทั้งหมดและเปลี่ยนให้เป็นพลังโจมตีจริงได้ เจ้าคงต้องลำบากในการรับมือแน่” แม็คเคนซีหัวเราะ

ลินลี่ย์เริ่มเข้าใจ

ภายใต้หลักการของวิชานี้ก็นับว่าง่ายมากความยากลำบากอยู่ที่การควบคุมแก่นธาตุ

ตัวอย่างเช่น  เคล็ด ‘กำหนด’ ก็คือการยืมพลังธรรมชาติของสวรรค์มาใช้  แต่หลักการสนามพลังเทียมนี้แตกต่างจำเป็นต้องควบคุมให้สมบูรณ์แบบ! กล่าวโดยทั่วไปก็คือเป็นไปไม่ได้ที่ระดับเซียนจะควบคุมแก่นธาตุทั้งหมดในพื้นที่ได้  นี่คือสิ่งที่ยอดฝีมือระดับเทพจึงจะทำได้

แต่ยอดฝีมือระดับเซียนมีปัญญาฉลาดมากด้วยการระเบิดปราณยุทธออกมารวดเดียว พวกเขาจะปล่อยให้ปราณยุทธผสานกับแก่นธาตุ  จากนั้นใช้ควบคุมแก่นธาตุ  แม้ว่าพวกเขาจำเป็นต้องใช้ความสามารถและปราณยุทธมหาศาลแต่พวกเขาก็สามารถสร้างสนามพลังเทียมนี้ขึ้นมา

แต่แม้ว่าจะควบคุมแก่นธาตุได้แต่ก็ยังด้อยกว่าวิชาในขอบเขตเทพมากนัก

ลินลี่ย์มีประสบการณ์กับวิธีที่ราชันย์มือสังหารซีซาร์ได้เคยใช้มาแล้ว  ซีซาร์ใช้พลังแดนเทพของเขาแช่แข็งลินลี่ย์และสเตลห์ยอดฝีมือชั้นเซียนระดับสูง ในพริบตาเดียวก็ทำให้พวกเขาทั้งสองไม่สามารถขยับตัวได้

การควบคุมแก่นธาตุได้อย่างนั้นเป็นเรื่องน่ากลัวอย่างแท้จริง

เทียบกันแล้วสนามพลังเทียมอ่อนแอกว่ามากนัก

“สนามพลังเทียมนี้มีจุดแข็งของมันอยู่  แม้ว่าจะสิ้นเปลืองปราณยุทธไปมากมายก็ตาม  แต่ตราบใดที่ผู้ใช้มีความเข้าใจระดับสูงเขาก็ยังสามารถสร้างพลังโจมตีได้ทั่วทุกแห่งนับสิบล้าน  นอกจากนี้ยังให้นักสู้กำบังร่างตนเองได้  มันยังทรงพลังมากกว่าวิชาระลอกสายลมของข้าเองเสียอีก   จุดอ่อนก็คือสิ้นเปลืองปราณยุทธมากเกินไป”

แต่จากนั้นลินลี่ย์ก็ส่ายศีรษะโดยเร็ว

“ไม่ นี่คือเคล็ดเลียนแบบความสามารถพลังระดับเทพเล็กๆน้อยๆที่ฉลาดแม้ว่ามันคือการทดสอบความสามารถของคนในการควบคุมแก่นธาตุ แต่ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับระดับความเข้าใจของคนในเรื่องของกฎธรรมชาติ”  ลินลี่ย์เชื่อว่านี่คือวิธีฝึกที่ผิดแน่นอนไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง

ดิน ไฟ ลม น้ำแต่ละเนื้อธาตุมีกฎธรรมชาติของตนเองเหมือนกับกฎของธาตุดิน

กฎธาตุที่ครบชุดสมบูรณ์ก็เป็นเหมือนกับอาคารที่ก่อสร้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ  อิฐทุกก้อนในอาคารนี้ก็คล้ายกับหนึ่งในความลึกซึ้งลึกลับของกฎธรรมชาติ กฎธรรมชาติแต่ละกฎจะบรรจุความลึกซึ้งและความลี้ลับไว้เป็นจำนวนมาก

ลินลี่ย์ได้รู้แจ้งกฎที่ลี้ลับอย่างหนึ่งและได้พัฒนาเป็นวิชาโจมตีพลังสั่นสะเทือนของเขานี่ควรจะนับได้ว่าเป็นหนึ่งในกฎลี้ลับระดับสูงของกฎธรรมชาติธาตุดิน

หลังจากต่อสู้ครั้งนี้แล้วทั้งลินลี่ย์และแม็คเคนซีต่างคนต่างชุดขาดวิ่น แต่แน่นอนมีแต่กางเกงของลินลี่ย์เท่านั้นที่ขาด ทั้งสองคนเปลี่ยนชุดแล้วจากนั้นเดินออกมาจากภูเขา

“ควีกกก!”บีบีขึ้นมาอยู่บนไหล่ลินลี่ย์แยกเขี้ยวร้องทักทายแม็คเคนซี  เหมือนกับว่ามันเยาะเย้ยที่แม็คเคนซีแพ้

“เจ้าตัวน้อย... ร้ายกาจนักนะ..”  แม็คเคนซีหัวเราะอย่างไม่ถือสา

ลินลี่ย์ก็หัวเราะเช่นกัน  เพราะลินลี่ย์สั่งไว้ก่อนบีบีจึงไม่แสดงสัญญาณว่ามันมีพลังระดับเซียน เฉพาะในเวลาที่คับขันมากเท่านั้นลินลี่ย์ถึงจะยอมเผยไต๋ของเขา

ภายใต้แสงจันทร์ยอดฝีมือระดับเซียนทั้งสองคนสนทนาและหัวเราะกันตลอดทางกลับเข้าเมืองเบซิล

เช้าวันต่อมาไม่ว่าแม็คเคนซีพยายามชักชวนอย่างไรลินลี่ย์ก็ยังยืนกรานเดินทางเข้านครหลวง เมื่อไม่มีทางเลือกแม็คเคนซีจึงไปส่งพวกเขาด้วยตนเองไกลถึงร้อยกิโลเมตร  ตกกลางคืนคณะของเขาก็มาถึงท่าเรือแม่น้ำยูลาน

ตอนเช้าตรู่แม็คเคนซีส่งคนไปจัดเตรียมเรือสามชั้นมาเทียบท่ารอลินลี่ย์

“ท่านแม็คเคนซีไม่จำเป็นต้องส่งเราไกลกว่านี้แล้ว”

ตอนนี้ลินลี่ย์มีมุมมองที่ดีต่อแม็คเคนซีแล้ว แม็คเคนซีนี้พาพวกเขามาส่งเป็นระยะทางร้อยกิโลเมตรจนกระทั่งถึงท่าเรือ  แล้วลินลี่ย์จะไม่รู้สึกขอบคุณในความเมตตาและจริงใจของแม็คเคนซีได้ยังไง?

“น้องลินลี่ย์ ข้าเกลียดจริงๆ ที่ไม่สามารถใช้เวลากับเจ้าได้สักสองสามเดือน  อย่างไรก็ตาม เจ้ากำลังเร่งรีบไปพบกับน้องชายดังนั้นข้ารู้ว่าไม่มีประโยชน์จะเหนี่ยวรั้งให้เจ้าอยู่ต่อ” แม็คเคนซีพูดจริงจัง  “น้องลินลี่ย์ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ”

ขณะที่แม็คเคนซีมองดู คณะของลินลี่ย์ก็ขึ้นเรือจากนั้นล่องไปตามกระแสแม่น้ำยูลานเริ่มแล่นเรือลงใต้

แม่น้ำยูลานกว้างขวางมากและสายน้ำเชี่ยว

เรือลำนี้ดีกว่าเรือที่ลินลี่ย์เช่าในคราวก่อน นอกจากนี้ฝีมือของกลาสีเรือยังสูงกว่าเช่นกัน  แม้ว่าพวกเขาจะล่องเรือไปตามกระแสน้ำแต่พวกเขาก็เคลื่อนที่ได้เร็วกว่าครั้งก่อนแน่นอน

“นี่คือแม่น้ำยูลานเหรอ?  มันใหญ่จริงๆ” บาร์เกอร์และน้องๆ ยืนอยู่ที่ราวกั้นจ้องมองเกลียวคลื่นในแม่น้ำ  ตาของพวกเขาเป็นประกาย

บาร์เกอร์และน้องๆมาจากสิบแปดแคว้นอิสระแดนเหนือ พวกเขาคุ้นเคยกับการดูแผ่นดินที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง  แต่ไม่เคยเห็นแม่น้ำใหญ่ขนาดนั้น

รีเบ็คกากับลีนาก็ตื่นเต้นมากเช่นกัน  ขณะที่เจนน์สนทนากับพวกเขาเรื่องแม่น้ำยูลาน

ตอนนี้บีบีกับแฮรุอสูรเวททั้งสองกำลังส่งภาษาอสูรเวทคุยกัน

ลินลี่ย์รู้ว่าตั้งแต่บีบีถึงระดับเซียนแล้วแฮรุรู้สึกละอายใจเมื่ออยู่ต่อหน้าบีบี  ที่สำคัญคือแฮรุเป็นอสูรระดับเก้าชั้นสูง  เขาเคยภูมิใจและหยิ่งในศักดิ์ศรี  แต่ตอนนี้เขาทุกข์ใจอย่างรุนแรงเนื่องมาจากบีบี

“แฮรุ, มากับข้า”

ลินลี่ย์มองดูแฮรุจากนั้นนำหน้าตรงไปที่ชั้นสองของเรือ บีบีและแฮรุตามเขาไปทันที ตอนนี้ที่ชั้นสองของเรือว่างเปล่า

“พี่ใหญ่, ทำไมท่านถึงเรียกหาแฮรุเล่า?”  บีบีถามทันที ขณะที่ปรากฏตัวอยู่ข้างนอก บีบีไม่กล้าพูด แต่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ด้วย บีบีถือโอกาสใช้ปากคุย  บีบีมีความสนุกมากเมื่อมันพูดภาษามนุษย์

ตาเยือกเย็นของแฮรุจ้องมองลินลี่ย์อย่างสงสัย

เขาไม่รู้ว่าลินลี่ย์เจ้านายเขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่

“แฮรุ ในอดีตที่ผ่านมาทั้งเจ้าและบีบีทั้งคู่ต้องการแก่นเวทธาตุมืดของอสูรระดับเซียนไม่ใช่หรือ?”  ลินลี่ย์หัวเราะ

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ แฮรุฉลาดและเข้าใจถึงความตั้งใจของลินลี่ย์ทันทีและตาของเขาเป็นประกายทันที

“พี่ใหญ่,ท่านจะให้แก่นเวทระดับเซียนกับเขาหรือ?” บีบีก็สามารถเดาได้เช่นกัน

“อะไรกัน, เจ้าจะค้านหรือ?”  ลินลี่ย์มองดูบีบี

บีบีส่ายศีรษะน้อยๆของมันอย่างมีความสุข จากนั้นมองดูแฮรุอยางสงสารขณะที่เขาพูดหยอกล้อ “แน่นอนว่าไม่แม้ว่าแฮรุจะขี้อิจฉาไปหน่อย แต่เขาก็เป็นสหายที่ดี  ในอนาคตเขาก็ต้องตามข้าไปอยู่ดี จริงไหม?  ข้าเป็นอสูรเวทระดับเซียนแล้ว  ถ้าผู้ติดตามของข้าอ่อนแอ  นั่นคงทำให้ข้าขายขี้หน้าแย่”

เมื่อได้ยินคำพูดของบีบี  ลินลี่ย์อดหัวเราะไม่ได้

“พอได้แล้ว แฮรุ, กินแก่นเวทระดับเซียนนี่ซะจากนั้นกลับเข้าไปในห้องของเจ้า ข้าจะไม่ให้ใครรบกวนเจ้า”  แค่เพียงพลิกมือลินลี่ย์ก็ดึงแก่นเวทธาตุมืดระดับเซียนซึ่งเขาเก็บไว้นานแล้ว

เมื่อนึกย้อนไปตอนที่เขายังอายุน้อยและการต่อสู้ระหว่างมังกรเกราะหนามและเซียนหมีลายสักม่วงลินลี่ย์อดลอบถอนหายใจไม่ได้

เวลาผ่านไปแล้วลินลี่ย์ในปัจจุบันมีพลังพอจะสู้กับมังกรเกราะหนามได้โดยตรงหรือเซียนหมีลายสักม่วงได้  แต่ตอนนั้นเขาได้แต่หลบซ่อนอยู่

“บีบี, เจ้าก็ไปอยู่ในห้องของแฮรุด้วย  คอยจับตามองเขาแทนข้า ถ้ามีอะไรคับขันหรือเกิดเรื่องผิดธรรมดาเมื่อแฮรุพยายามบรรลุระดับใหม่ให้แจ้งข้าทันที” ลินลี่ย์กังวลเรื่องผลข้างเคียงจากพลังของแฮรุที่เพิ่งกินแก่นเวทระดับเซียนลงไป

“ทราบแล้ว พี่ใหญ่” บีบีตบอกรับรอง

ลินลี่ย์โยนแก่นเวทธาตุมืดระดับเซียนให้แฮรุ แฮรุอ้าปากงับไว้มองดูลินลี่ย์ด้วยสายตาขอบคุณ  เพราะระดับความฉลาดของมันแฮรุรู้ดีว่าแก่นเวทระดับเซียนมีคุณค่ามากขนาดไหน นอกจากนี้ยังไม่อาจรับรองได้ว่ามันจะบรรลุระดับใหม่ได้เมื่อกินแก่นเวทระดับเซียนได้หรือไม่มันมีโอกาสล้มเหลวเช่นกัน

แต่ลินลี่ย์ยังคงมอบแก่นเวทระดับเซียนให้มัน

“ข้าหวังว่าแฮรุจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”ลินลี่ย์มองดูแฮรุและบีบีเข้าไปในห้องของแฮรุ เขาลอบถอนหายใจ จากนั้นเขากลับขึ้นไปที่ดาดฟ้าเรืออีกครั้งชื่นชมกับกระแสน้ำในแม่น้ำยูลาน

เรือยังคงล่องลงใต้ขณะที่กระแสน้ำในแม่น้ำยูลานไหลเร็วอยู่แล้ว สำหรับเสือดำเมฆาแฮรุเริ่มทะลวงผ่านอุปสรรคสุดท้ายที่กั้นระหว่างเขากับระดับเซียน

จบบทที่ ตอนที่ 8-56 แก่นเวทเซียนอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว