เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5: ความตาย

บทที่ 5: ความตาย

บทที่ 5: ความตาย


บทที่ 5: ความตาย

"ดีจังเลย!"

"พี่ใหญ่ใจดีที่สุด!"

ลู่ชิงอวี่เห็นว่าพี่ใหญ่ไม่ได้ล้อเล่น ก็ตื่นเต้นจนหอมแก้มลู่ชิงเฟิงไปฟอดหนึ่ง แล้วกระโดดโลดเต้นไปมา เห็นได้ชัดว่าดีใจจนเนื้อเต้น

บางทีในตอนนี้ นางอาจไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน

แค่คิดว่าจะได้ฝึกวิชาเหมือนพี่ใหญ่ พี่รอง ในขณะที่เด็กผู้หญิงคนอื่นในหมู่บ้านเฮยมู่ทำไม่ได้ แถมพอฝึกวิชาแล้วยังไปช่วยพี่รองออกมาจากเขาหวงจือได้อีก

เพียงแค่นี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ลู่ชิงอวี่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับไปหลายวันหลายคืน!

"พี่ใหญ่!"

"คืนนี้ข้าจะเริ่มเรียนหนังสือเลย!"

ลู่ชิงอวี่จ้องมองลู่ชิงเฟิง รอคอยคำตอบรับจากพี่ชาย

"ไม่มีปัญหา อย่าบ่นเหนื่อยก็พอ" ลู่ชิงเฟิงพยักหน้ารับคำ

"ไม่บ่นหรอกน่า ข้าไม่ใช่พี่รองสักหน่อย!"

ลู่ชิงอวี่ยิ้มแก้มปริ

ลู่ชิงเฟิงเห็นดังนั้น ก็ได้แต่พูดอย่างจนใจว่า "ชิงอวี่ ช่วยพยุงพี่ขึ้นหน่อย"

"หา?"

"อ้อ!"

ลู่ชิงอวี่เห็นพี่ใหญ่นั่งแปะอยู่ตั้งนานไม่ลุกสักที จึงรีบเข้าไปพยุง

ลู่ชิงเฟิงพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น โดยเกาะไหล่ลู่ชิงอวี่เอาไว้พลางขยับขาที่ชาหนึบจนตัวโอนเอนไปมา

โครกคราก!

ทันใดนั้น ท้องเจ้ากรรมก็ร้องประท้วง ความหิวโหยอย่างรุนแรงถาโถมเข้ามา

"พี่ใหญ่ ยังไม่ถึงเวลาข้าวเย็นนะ"

ลู่ชิงอวี่เงยหน้ามองฟ้า เห็นว่าฟ้ายังไม่มืด จึงชี้ไปที่ท้องของลู่ชิงเฟิงแล้วร้องบอก

"พี่รู้น่า"

ลู่ชิงเฟิงจนปัญญา

การบำเพ็ญเพียรในขอบเขตโฮ่วเทียน เป็นกระบวนการเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นลมปราณ ก่อนจะบรรลุถึงขอบเขตสร้างรากฐาน ร่างกายจะไม่สามารถดูดซับพลังวิญญาณที่ล่องลอยอยู่ในฟ้าดินได้ ไม่สามารถชักนำปราณเข้าสู่ร่างได้ จึงต้องอาศัยการกินอาหารเพื่อชดเชยพลังงานที่ใช้ไปในการฝึกฝน

เพราะลมปราณภายในไม่ได้เกิดขึ้นจากความว่างเปล่า แต่เกิดจากการกลั่นกรองสารอาหารในร่างกาย

ลู่ชิงเฟิงร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว อาหารที่กินแต่ละวันก็แค่พอประทังชีวิตให้ร่างกายทำงานต่อไปได้ พอเริ่มฝึกฝน แม้จะยังไม่จับสัมผัสแห่งปราณ ไม่เกิดลมปราณภายใน แต่ก็ผลาญพลังงานไปมหาศาล

คำกล่าวที่ว่า 'คนจนเรียนบุ๋น คนรวยเรียนบู๊' ก็เห็นผลชัดเจนตอนนี้แหละ

"แป้งทอดวันละแผ่น ไม่พอให้ข้าฝึก 《คัมภีร์เหยียนหยาง》 แน่!"

ลู่ชิงเฟิงหิวจนตาลาย

จำต้องล้วงเอาแป้งทอดธัญพืชหยาบครึ่งแผ่นออกมาจากอกเสื้อ แล้วยัดเข้าปากเคี้ยวกลืนอย่างรวดเร็ว นี่เป็นเสบียงสำหรับมื้อเย็น แต่ตอนนี้ต้องเบิกมาใช้ล่วงหน้าแล้ว

"เจ้าจะกินเลยไหม?"

ลู่ชิงเฟิงกินเสร็จ ก็ถือแป้งทอดอีกครึ่งแผ่นที่เหลือถามลู่ชิงอวี่

"ข้าไม่เอา กินตอนนี้เดี๋ยวตกดึกจะหิว" ลู่ชิงอวี่ส่ายหน้า

"งั้นก็ได้ พี่เก็บไว้ให้ก่อน" ลู่ชิงเฟิงยัดแป้งทอดครึ่งแผ่นนั้นกลับเข้าไปในอกเสื้อ

ลู่ชิงอวี่กลืนน้ำลาย แล้วจู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ "ตายจริง บ่ายนี้เราไม่ได้ไปเก็บผักป่านี่นา!"

ที่บ้านไม่มีเนื้อสัตว์กินตลอดปี ผักป่าจึงเป็นกับข้าวเพียงอย่างเดียว

ปกติทุกวันตอนเช้าต้องจัดการงานในไร่ห้าไร่ ตอนบ่ายไปเก็บผักป่า แต่วันนี้ช่วงบ่ายใกล้จะหมดแล้ว พอนึกได้ว่ามื้อเย็นจะไม่มีผักป่ากิน ลู่ชิงอวี่ก็คอตก

"วันนี้เราไม่กินผักป่า กินอย่างอื่นแทน"

ลู่ชิงเฟิงเห็นตาของชิงอวี่เป็นประกายขึ้นมาทันที ก็อดขำไม่ได้

"เสบียงในบ้านคำนวณดูแล้วคงอยู่ไม่ถึงช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง ชิงซานเข้าสำนักกุยเจิน ปริมาณการกินต้องเพิ่มขึ้นแน่"

ลู่ชิงเฟิงเก็บเสบียงไว้แค่พอกิน ถ้าต้องเลี้ยงลู่ชิงซานจอมตะกละเพิ่มอีกคนคงลำบาก คราวนี้เพิ่มเขาเข้าไปอีกคน คงอยู่ได้ไม่ถึงเดือน

ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่ฝึกวิชาเลย จะรอดตายหรือเปล่ายังไม่รู้

ดังนั้น เขาจึงนึกถึงสมุนไพร!

ใน 《ปรุงยาเบื้องต้น》 บันทึกสมุนไพรพื้นฐานไว้สี่สิบหกชนิด มีทั้งที่กินแก้หิว และที่ช่วยบำรุงกำลัง ชาวบ้านป่าดอยในหมู่บ้านเฮยมู่อาจจะรู้จักรักษาสมุนไพรแก้หวัดแก้ไข้สักสามสี่ชนิดจากประสบการณ์ชีวิต

แต่ไม่มีทางละเอียดเท่าที่บันทึกไว้ใน 《ปรุงยาเบื้องต้น》 แน่นอน

ลู่ชิงเฟิงเชี่ยวชาญ 《ปรุงยาเบื้องต้น》 แล้ว แม้จะยังไม่ได้ลงมือทำจริง แต่ข้อมูลสมุนไพรทั้งสี่สิบหกชนิดก็ถูกบันทึกแน่นอยู่ในสมอง

ใน 《ปรุงยาเบื้องต้น》 ไม่ได้มีแค่วิธีจัดการสมุนไพร แต่ยังมีข้อมูลรายละเอียดของสมุนไพรแต่ละชนิด การจะจัดการสมุนไพรได้ ก็ต้องเข้าใจข้อมูลพื้นฐานของพวกมันก่อน

อาศัยข้อมูลเหล่านี้ การหาสมุนไพรป่าในโลกจริงย่อมไม่ใช่เรื่องยากสำหรับลู่ชิงเฟิง

"ในบรรดาสมุนไพรสี่สิบหกชนิด ไป๋จู๋, ชะเอมเทศ, เก๋ากี้, ฮวงจิง ล้วนเป็นสมุนไพรบำรุงกำลังที่พบเห็นได้ทั่วไป และเป็นวัตถุดิบจำเป็นในการปรุงยาเม็ดมังกรเหลือง กินเดี่ยวๆ สรรพคุณอาจเทียบยาเม็ดมังกรเหลืองไม่ได้ แต่สำหรับตอนนี้ มันช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้!"

โดยเฉพาะชะเอมเทศที่มีรสหวาน ผ่านการจัดการแล้วสามารถกินได้โดยตรง กินปริมาณน้อยๆ นอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย ยังเป็นของหวานชั้นดี ลู่ชิงอวี่ต้องชอบแน่ๆ

"ไป!"

"พี่ใหญ่จะพาเจ้าไปเก็บสมุนไพร!"

ลู่ชิงเฟิงลุกขึ้น มือซ้ายถือมีดผ่าฟืน มือขวาถือจอบไม้ดำ มุ่งหน้าไปทางด้านหลังนาขั้นบันได

"เก็บสมุนไพร?"

ลู่ชิงอวี่งงเป็นไก่ตาแตก แต่ก็เดินตามลู่ชิงเฟิงไปอย่างงงๆ

ทางทิศตะวันตกของนาขั้นบันได ยังมีพื้นที่ภูเขาที่ยังไม่ถูกบุกเบิกอีกกว้างใหญ่

ไป๋จู๋และชะเอมเทศเป็นพืชที่พบได้ทั่วไป และคนในหมู่บ้านเฮยมู่ที่มีความรู้เรื่องสมุนไพรมีน้อยยิ่งกว่าขนหงส์ คิดว่าคงหาได้ไม่ยาก

และก็เป็นจริงดังคาด

ยังไม่ทันเข้าป่าลึก แค่เดินอยู่รอบนอก ลู่ชิงเฟิงก็ใช้เวลาไม่นานหาไป๋จู๋ได้สามหัว และชะเอมเทศอีกสองต้น

"พอแล้ว"

เห็นว่าเย็นมากแล้ว ลู่ชิงเฟิงจึงเตรียมตัวกลับ

ตามวิธีใน 《ปรุงยาเบื้องต้น》 เพียงแค่นำชะเอมเทศมาคัดสิ่งเจือปน ล้างให้สะอาด แช่น้ำจนชุ่มไปแปดส่วน แล้วตักขึ้น หั่นเป็นแว่นขณะที่ยังชุ่มน้ำ แล้วตากให้แห้ง

ส่วนไป๋จู๋ก็นำมาหั่นเป็นแว่น คั่วกับผงดินเตาไฟจนผิวนอกมีสีดิน แล้วร่อนเอาดินส่วนเกินออก

สมุนไพรทั้งสองชนิดก็เป็นอันเสร็จพิธี

เพียงเท่านี้

พรุ่งนี้ก็สามารถใช้ชะเอมเทศและไป๋จู๋ที่เตรียมไว้ มาชดเชยพลังงานที่ใช้ในการฝึกฝนได้แล้ว

"พวกนี้กินได้เหรอ?"

ลู่ชิงอวี่มองลู่ชิงเฟิงง่วนอยู่พักใหญ่ อดถามไม่ได้

"กินได้สิ อันนี้หวานด้วยนะ" ลู่ชิงเฟิงชูชะเอมเทศสองต้นในมือให้ดู

"หวานเหรอ!"

ดวงตาของลู่ชิงอวี่เป็นประกายขึ้นมาอีกครั้ง

"ไม่กี่วันนี้ทำชะเอมเทศกับไป๋จู๋เตรียมไว้เยอะหน่อย มะรืนนี้ตอนไปเขาหวงจือ จะได้เอาไปฝากชิงซานด้วย"

ลู่ชิงเฟิงพาลู่ชิงอวี่ที่ใจจดใจจ่อรอชิมชะเอมเทศกลับบ้านไม้ดำ พลางครุ่นคิด

เขาชั่วคราวยังไม่มีปัญญาต่อกรกับสำนักกุยเจิน หรือพาชิงซาน ชิงอวี่หนีออกจากหมู่บ้านเฮยมู่ ทำได้แค่ใช้วิธีนี้ประคองร่างกายชิงซานไม่ให้ทรุดโทรมจนเกิดเรื่องร้ายแรงก่อนที่เขาจะฝึกวิชาสำเร็จ

หลังจากจัดการไป๋จู๋และชะเอมเทศเสร็จ

ลู่ชิงเฟิงและลู่ชิงอวี่แบ่งชะเอมเทศกินกันคนละต้น

"หวานจริงๆ ด้วย"

ลู่ชิงอวี่บิแป้งทอดมื้อเย็นออกมาครึ่งหนึ่งยื่นให้ลู่ชิงเฟิง "พี่ใหญ่ ท่านกินอีกหน่อยเถอะ ไม่งั้นตกดึกจะหิวจนนอนไม่หลับ"

"ไม่เป็นไร เจ้ากินเองเถอะ"

ลู่ชิงเฟิงพูดยังไม่ทันจบ ลู่ชิงอวี่ก็ใช้งัดไม้ตายเดิม ยัดแป้งทอดเข้าปากลู่ชิงเฟิงทันที

"ข้ายังเด็ก กินน้อยหน่อยไม่เป็นไรหรอก"

ลู่ชิงอวี่จิบน้ำ เก็บกวาดโต๊ะ แล้วนั่งตัวตรง "พี่ใหญ่ รีบสอนข้าเรียนหนังสือเร็วเข้า!"

"เด็กยิ่งต้องกินเยอะๆ"

ลู่ชิงเฟิงส่ายหน้า หยิบถ่านและเปลือกไม้มาสอนชิงอวี่อ่านเขียน

ตกดึก

ลู่ชิงเฟิงนอนลงบนเตียง ล็อกอินเข้าสู่ 《หงฮวง》

...

【เนื่องจากผู้เล่นไม่ได้กินอาหารเป็นเวลานาน ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว กรุณาเลือก ฟื้นคืนชีพ/กลับชาติมาเกิด】

ลู่ชิงเฟิงลอยคว้างอยู่ในห้วงมิติแห่งความโกลาหลที่ไร้ฟ้าไร้ดินอย่างงุนงง ตรงหน้ามีข้อความระบบสีแดงฉานกระพริบเตือน

ใช่แล้ว

เขาตายแล้ว

หิวตาย

"ตั้งแต่ข้าล็อกเอาต์เมื่อคืน จนถึงตอนนี้ล็อกอินเข้ามาใหม่ อย่างมากก็แค่แปดชั่วยาม ใน 《หงฮวง》 ผ่านไปสามเดือนกับอีกหนึ่งวันแล้วเหรอ?!"

"เวลาต่างกันประมาณร้อยกว่าเท่า!"

"ไม่สิ"

"ถ้าเกมกับโลกจริงมีเวลาต่างกัน เมื่อคืนข้าอยู่ในเกมตั้งหลายชั่วยาม แต่ในโลกจริงกลับผ่านไปไม่นาน งั้นเวลาที่ข้าออฟไลน์ น่าจะประมาณสิบเอ็ดชั่วยาม"

"ก็คือเวลาต่างกันร้อยเท่า"

ลู่ชิงเฟิงเปิดดูบันทึกการตาย พบว่าใน 《หงฮวง》 ผ่านไปสามเดือนแล้ว

ส่วนร่างกายของเขาที่อยู่ในยันต์หินเขียว เพราะไม่ได้กินอาหารเป็นเวลานาน ก็หิวตายไปตั้งแต่สองเดือนกว่าๆ แล้ว ตบะบารมีแค่ลมหายใจครรภ์ระดับหนึ่ง ยังไงก็เป็นแค่ปุถุชน ไม่ได้กินข้าว ไม่ได้กินยาปี้กู่ ย่อมทนหิวถึงสามเดือนไม่ไหว

ตอนนี้สิ่งที่ลู่ชิงเฟิงต้องเผชิญ คือเลือกว่าจะฟื้นคืนชีพหรือกลับชาติมาเกิดใหม่

"มิน่าล่ะ ข้าถึงรู้สึกว่าเวลาเมื่อคืนมันผ่านไปช้าเหลือเกิน"

ในที่สุดลู่ชิงเฟิงก็รู้สาเหตุของความรู้สึกแปลกๆ นั้น และรู้แล้วว่าทำไมเช้านี้ตื่นมาถึงสดชื่นนัก

นอนเต็มอิ่ม พลังกายพลังใจย่อมเปี่ยมล้น!

"จากข้อมูลต่างๆ ของ 《หงฮวง》 ผู้เล่นคนอื่นเข้าเกม เวลาในโลกจริงกับเวลาในเกมจะเท่ากัน ข้าเป็นกรณีพิเศษ น่าจะเป็นเพราะอยู่คนละโลก หรือไม่ก็เป็นผลจากการทะลุมิติ"

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อคืนลู่ชิงเฟิงถึงออฟไลน์ทันทีโดยไม่ได้นึกถึงเรื่องความต่างของเวลา

ผู้เล่นทั่วไป อัตราส่วนเวลาโลกจริงกับเกมคือหนึ่งต่อหนึ่ง

แต่ของลู่ชิงเฟิงคือหนึ่งต่อร้อย

น่าจะเป็นเพราะโลกที่อยู่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับที่เขาไม่สามารถเลือกใช้ร่างกายจริงล็อกอินได้

"เวลาต่างกันร้อยเท่า!"

"ถ้าสามารถใช้ร่างจริงล็อกอินได้ล่ะก็..."

คิดถึงตรงนี้ ลู่ชิงเฟิงก็ส่ายหน้า คนเราไม่ควรโลภมาก

ความต่างของเวลาหนึ่งต่อร้อย แม้จะได้แค่ระดับจิตวิญญาณ ก็มีประโยชน์มหาศาลต่อลู่ชิงเฟิงแล้ว

ถึงแม้ตอนนี้จะเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยก็เถอะ

"ฟื้นคืนชีพมีผลทันที ตอนนี้ข้าแค่เลเวล 1 การลดระดับแทบไม่มีผลกระทบอะไร แต่รากฐานจะเสียหาย คุณสมบัติการฝึกฝนจะลดลง ส่งผลต่อการพัฒนาในอนาคต"

"ถ้ากลับชาติมาเกิด เวลาในเกมสิบหกปี สำหรับข้า ก็แค่สองเดือนในโลกความจริง"

ลู่ชิงเฟิงคิดดูแล้ว เลือกฟื้นคืนชีพดีกว่า

สองเดือนในโลกความจริง มีเรื่องราวเกิดขึ้นได้ตั้งมากมาย เขาเดิมพันไม่ได้

ส่วนเรื่องรากฐานในเกม เอาไว้แก้ปัญหาในโลกความจริงได้แล้ว พอมีเวลาว่างค่อยใช้เวลาสองเดือนกลับชาติมาเกิดใหม่เพื่อซ่อมแซมก็ได้

【ผู้เล่นปัจจุบันเลเวล 0 การฟื้นคืนชีพต้องใช้หินวิญญาณระดับต่ำ 1 ก้อน ต้องการฟื้นคืนชีพหรือไม่?】

"..."

"ข้าเลือกกลับชาติมาเกิดใหม่!"

【กรุณาเลือก: ไปเกิดในแผนที่ปัจจุบัน / แผนที่สุ่ม】

"แผนที่ปัจจุบัน"

ลู่ชิงเฟิงคุ้นเคยกับตำบลเฮยซาบ้างแล้ว ย่อมอยากอยู่ที่เดิมต่อ

【ผู้เล่นเลือกไปเกิดในแผนที่ปัจจุบัน กรุณารอสักครู่】

【กลับชาติมาเกิดสำเร็จ ความคืบหน้าการเติบโต: 1/16】

เหมือนกับตอนล็อกอินครั้งแรก ต้องมีชีวิตอยู่ให้ถึงสิบหกปีถึงจะเล่นเกมต่อได้ ผู้เล่นทั่วไป ต้องรอสิบหกปีในโลกจริง แต่ลู่ชิงเฟิงมีเวลาต่างกันร้อยเท่า รอแค่สองเดือนสั้นๆ

ชื่อ: ลู่ชิงเฟิง

ฉายา: ไม่มี

ตบะบารมี: ไม่มี

เลเวล: 0 (0/1)

อายุขัย: 1/68

รากฐานกระดูก: 1

บุญกุศล: ไม่ทราบ

กรรม: ไม่ทราบ

เคล็ดวิชา: คัมภีร์หวงทิง ขั้นที่ 1 (ยังไม่เข้าขั้น)

【คุณสมบัติพิเศษ: อนุมานวิชา (ขั้น 1); ปกครองสรรพวิชา (ขั้น 1); ขจัดกรรม (ขั้น 1)】; คัมภีร์เหยียนหยาง ขั้นที่ 1 (เริ่มต้น) 【กำลังอนุมาน】

คาถา: ไม่มี

อิทธิฤทธิ์: ไม่มี

อุปกรณ์: ไม่มี

ปรุงยา: 《ปรุงยาเบื้องต้น》 (ยังไม่เข้าขั้น) 【กำลังอนุมาน】

คราวนี้ถือว่ากลับไปนับหนึ่งใหม่ แต่ยังดีที่คัมภีร์หวงทิงยังอยู่ ความชำนาญของคัมภีร์เหยียนหยางและปรุงยาเบื้องต้นก็ไม่หายไป

เลเวลและตบะบารมีเดิมทีก็ไม่สูงอยู่แล้ว ไม่มีอะไรน่าเสียดาย

สิ่งที่ลู่ชิงเฟิงต้องจ่าย ก็แค่เวลาสองเดือนในโลกจริง

"สองเดือนนี้ ต้องระมัดระวังให้มาก"

...

สมุนไพรต่างโลก หากเหมือนโลกจริง ถือเป็นเรื่องบังเอิญ

จบบทที่ บทที่ 5: ความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว