เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: การบำเพ็ญเพียรนั้นยากเข็ญ

บทที่ 4: การบำเพ็ญเพียรนั้นยากเข็ญ

บทที่ 4: การบำเพ็ญเพียรนั้นยากเข็ญ


บทที่ 4: การบำเพ็ญเพียรนั้นยากเข็ญ

ภายในหมู่บ้านเฮยมู่ ค่ำคืนที่มีดวงดาวประดับยังคงเงียบสงัด

ลู่ชิงเฟิงลุกขึ้นนั่ง อาศัยแสงจันทร์สลัวมองดูมือทั้งสองข้าง ยาเม็ดมังกรเหลืองและยาเม็ดปี้กู่ไม่ได้ติดตัวออกมาสู่โลกความเป็นจริง

เขาเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดูอีกครั้ง

ชื่อ: ลู่ชิงเฟิง 【ร่างกายจริง】

เผ่าพันธุ์: มนุษย์

สังกัด: ไม่มี

ฉายา: ไม่มี

ตบะบารมี: ไม่มี

เลเวล: 0 (0/1)

อายุขัย: 16/68

รากฐานกระดูก: 1

บุญกุศล: ไม่ทราบ

กรรม: ไม่ทราบ

เคล็ดวิชา: คัมภีร์หวงทิง ขั้นที่ 1 (ยังไม่เข้าขั้น)

【คุณสมบัติพิเศษ: อนุมานวิชา (ขั้น 1); ปกครองสรรพวิชา (ขั้น 1); ขจัดกรรม (ขั้น 1)】; คัมภีร์เหยียนหยาง ขั้นที่ 1 (เริ่มต้น) 【กำลังอนุมาน】

คาถา: ไม่มี

อิทธิฤทธิ์: ไม่มี

อุปกรณ์: ไม่มี

ปรุงยา: 《ปรุงยาเบื้องต้น》 (ยังไม่เข้าขั้น) 【กำลังอนุมาน】

นอกจาก 《คัมภีร์เหยียนหยาง》 ขั้นที่ 1 ที่เปลี่ยนจาก 'ยังไม่เข้าขั้น' เป็น 'เริ่มต้น' แล้ว ช่องตบะบารมีและเลเวลยังคงว่างเปล่า ช่องลมปราณภายในก็ไม่ปรากฏขึ้นมา

"ดูท่าจะเป็นอย่างนี้ การเรียนรู้เคล็ดวิชาและการปรุงยาในเกม สามารถนำความรู้ความชำนาญออกมาสู่โลกจริงได้โดยตรง แต่เลเวลและตบะบารมีในเกมจะไม่เชื่อมต่อกับเลเวลและตบะบารมีในโลกจริง"

ในที่สุดลู่ชิงเฟิงก็เข้าใจแจ่มแจ้ง

นี่ค่อนข้างคล้ายกับระบบการกลับชาติมาเกิดใน 《หงฮวง》 ความทรงจำสามารถพกพาไปได้ แต่ในระดับร่างกาย เช่น ลมปราณ ตบะบารมี ไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้

"แค่นี้ก็ดีมากแล้ว"

ลู่ชิงเฟิงก้มหน้าลง ซ่อนใบหน้าไว้ในความมืด

ไม่มีใครรู้หรอกว่า การทะลุมิติจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอันรุ่งโรจน์ดุจดวงตะวัน มาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่น่าอึดอัดแทบจะเป็นสังคมทาสอย่างหมู่บ้านเฮยมู่ ความตกต่ำนี้มันมากมายมหาศาลเพียงใด และส่งผลกระทบต่อจิตใจของลู่ชิงเฟิงมากแค่ไหน

ลู่ชิงเฟิงเป็นคนมองโลกในแง่ดี

ตอนที่เพิ่งข้ามภพมา เขามีสติปัญญาจากชาติก่อนติดตัว สามเดือนพูดได้ หกเดือนวิ่งปร๋อ แต่พอสี่ขวบ แม่ตายเพราะคลอดน้อง เขาได้เห็นความเย็นชาและความมืดมนของหมู่บ้านเฮยมู่เป็นครั้งแรก

หลังจากนั้นเมื่อค่อยๆ เติบโตขึ้น เข้าใจถึงความอันตรายของหมู่บ้านเฮยมู่ และได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า 'เซียน' แห่งสำนักกุยเจินผู้สูงส่ง ลู่ชิงเฟิงก็ยิ่งระมัดระวังตัว

จากเดิมที่เป็นคนร่าเริงสดใส ก็เปลี่ยนเป็นคนพูดน้อย

เขาไม่กล้าทำตัวนอกลู่นอกทาง เพราะเขาไม่ได้ตัวคนเดียว

หากทำเรื่องอะไรที่ผิดแปลกไป หรือพูดอะไรที่ไม่เข้าท่าออกไป ไม่แน่ว่าวันรุ่งขึ้นข่าวอาจจะแพร่จากหมู่บ้านเฮยมู่ไปถึงเขาหวงจือ แล้วพลอยทำให้พ่อ น้องชาย และน้องสาวต้องตายไปพร้อมกับเขา

"แต่นับจากวันนี้ไป ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว!"

ลู่ชิงเฟิงเงยหน้าขึ้น ท่ามกลางความมืด ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายเจิดจรัสเป็นพิเศษ

...

เมื่อยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างเกมกับโลกความจริงแล้ว ลู่ชิงเฟิงก็เข้าเกมอีกครั้ง

"ยาเม็ดมังกรเหลืองสี่เม็ดถึงจะทำให้ข้าฝืนจับสัมผัสแห่งปราณได้ หลังจากฝึกฝนอีกรอบก็ได้ค่าประสบการณ์มา 4 แต้ม ไม่รู้ว่าหลังจากจับสัมผัสแห่งปราณได้แล้ว ยาเม็ดมังกรเหลืองหนึ่งเม็ดจะให้ค่าประสบการณ์เท่าไหร่"

"ข้าเหลือยาเม็ดมังกรเหลืองอยู่อีกแค่เม็ดเดียว รวมกับค่าประสบการณ์ที่มีอยู่ 2 แต้ม ไม่แน่ว่าอาจจะอัปเลเวลเป็น 2 ได้"

ภายในยันต์หินเขียว ลู่ชิงเฟิงหยิบยาเม็ดมังกรเหลืองเม็ดสุดท้ายออกมา แล้วกลืนลงไปทันที

《คัมภีร์เหยียนหยาง》 โคจร ลมปราณอันอ่อนจางในร่างเคลื่อนไหวตาม ดูดซับฤทธิ์ยาอย่างต่อเนื่อง และค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างช้าๆ

รอกระทั่งฤทธิ์ยาของเม็ดมังกรเหลืองหมดไป ลู่ชิงเฟิงถึงหยุดฝึก

【เลเวล: 1 (5/5)】

"สามแต้มประสบการณ์"

"จริงๆ ด้วย"

"การจับสัมผัสแห่งปราณเพื่อเข้าขั้นนั้นยากที่สุด สี่เม็ดถึงได้แค่ 5 แต้ม แต่พอเข้าขั้นแล้ว แค่เม็ดเดียวก็เพิ่มมาถึง 3 แต้ม!"

ลู่ชิงเฟิงโล่งใจ

ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อให้พรสวรรค์ของเขาจะแย่ไปหน่อย แต่ขอแค่มีเม็ดมังกรเหลืองมากพอ ก็สามารถถมตบะบารมีให้สูงขึ้นไปได้

"ดึกมากแล้ว กลับไปนอนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้จะเริ่มฝึก 《คัมภีร์เหยียนหยาง》 อย่างเป็นทางการ!"

สำรวจตำบลเฮยซา, ฝึกฝน 《คัมภีร์เหยียนหยาง》...

ลู่ชิงเฟิงกะว่าใกล้จะสว่างแล้ว จึงออกจากเกม พยายามสงบจิตใจแล้วเข้านอน

หนึ่งคืนผ่านไปโดยไม่รู้ตัว

...

เช้าวันรุ่งขึ้น ดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าอีกครั้ง

แสงแดดส่องผ่านรอยแตกของไม้ดำ เข้ามาในบ้าน

ไม่รู้ทำไม เมื่อคืนวุ่นวายอยู่ตั้งนาน กว่าจะกลับมานอนในโลกจริงก็น่าจะเกือบเช้าแล้ว แต่ลู่ชิงเฟิงกลับไม่รู้สึกเพลียเพราะนอนน้อยเลยสักนิด

กลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าด้วยซ้ำ

"หรือว่าเกมจะมีผลช่วยแทนการนอนหลับ?" ลู่ชิงเฟิงอดคิดไม่ได้ ทั้งที่เมื่อคืนตอนล็อกเอาต์เขารู้สึกเหนื่อยแทบขาดใจ

ส่ายหัวไล่ความคิดพวกนี้ออกไป

"ชิงอวี่ ตื่นได้แล้ว"

เขาลุกจากเตียงอย่างรวดเร็ว ปลุกชิงอวี่หนึ่งที ลู่ชิงเฟิงเรียกหน้าต่างสถานะออกมาดูพร้อมกับเริ่มล้างหน้าแปรงฟัน

ชื่อ: ลู่ชิงเฟิง 【ร่างกายจริง】

เผ่าพันธุ์: มนุษย์

สังกัด: ไม่มี

ฉายา: ไม่มี

ตบะบารมี: ไม่มี

เลเวล: 0 (0/1)

อายุขัย: 16/68

รากฐานกระดูก: 1

บุญกุศล: ไม่ทราบ

กรรม: ไม่ทราบ

เคล็ดวิชา: คัมภีร์หวงทิง ขั้นที่ 1 (ยังไม่เข้าขั้น)

【คุณสมบัติพิเศษ: อนุมานวิชา (ขั้น 1); ปกครองสรรพวิชา (ขั้น 1); ขจัดกรรม (ขั้น 1)】; คัมภีร์เหยียนหยาง ขั้นที่ 1 (เริ่มต้น) 【กำลังอนุมาน】

คาถา: ไม่มี

อิทธิฤทธิ์: ไม่มี

อุปกรณ์: ไม่มี

ปรุงยา: 《ปรุงยาเบื้องต้น》 (ยังไม่เข้าขั้น) 【กำลังอนุมาน】

หน้าต่างสถานะปรากฏขึ้นทันที ลู่ชิงเฟิงถึงมั่นใจว่าเรื่องเมื่อคืนไม่ใช่ภาพหลอนหรือความฝัน

"ต่อไปนี้ กลางวันทำงานเกษตรไปพร้อมกับฝึก 《คัมภีร์เหยียนหยาง》 ส่วนกลางคืนเข้า 《หงฮวง》 เพื่อคลำทางในเกม"

ลู่ชิงเฟิงวักน้ำเย็นลูบหน้าสองสามที รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก

"ชิงอวี่ รีบลุกเร็ว!"

ลู่ชิงอวี่ยังคงดิ้นขลุกขลักอยู่บนเตียง ลู่ชิงเฟิงจึงดึงตัวนางขึ้นมา แล้วดันหลังยัยหนูไปล้างหน้า

หลังจากล้างหน้าล้างตา สองพี่น้องก็ไปหาบน้ำที่แม่น้ำเฉิงหยางซึ่งอยู่ห่างไปทางใต้เจ็ดแปดลี้ ประมาณสองเที่ยว จากนั้นก็ไปถอนหญ้าในนาทีละต้น จนกระทั่งถึงเวลาเที่ยงวัน

ทั้งสองพกแป้งทอดธัญพืชหยาบและน้ำร้อนมาด้วย

ลู่ชิงเฟิงหยิบแป้งทอดออกมาจากอกเสื้อ บิดแบ่งส่วนใหญ่ออกมายื่นให้ชิงอวี่ แล้วยัดส่วนเล็กเข้าปากตัวเองเคี้ยวตุ้ยๆ

"พี่ใหญ่ ข้ากินไม่หมดหรอก"

ลู่ชิงอวี่รีบกินอย่างมูมมาม แล้วยัดแป้งทอดส่วนเล็กที่เหลือใส่ปากลู่ชิงเฟิง ปากก็ร้องว่า "น้ำลายพี่ใหญ่ติดอยู่ด้วย ข้าไม่กินหรอก"

ลู่ชิงเฟิงอ้าปากรับแป้งทอดเข้าไป

ลู่ชิงอวี่เห็นดังนั้นก็ตบมือ ยิ้มจนตาหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว

เมื่อก่อนนางมักจะรู้สึกว่าแป้งทอดมื้อเที่ยงมันใหญ่กว่าตอนที่ทำเสร็จใหม่ๆ จนกระทั่งนางค้นพบว่าส่วนอีกครึ่งในมือพี่ใหญ่มันเล็กกว่าของนางมาก นางก็ไม่เคยกินเยอะอีกเลย

บางครั้งลู่ชิงเฟิงพยายามจะฉวยโอกาสตอนน้องสาวเผลอแบ่งให้นางเยอะหน่อย แต่ก็ถูกลู่ชิงอวี่จับได้ทันที แล้วป้อนส่วนที่เหลือคืนให้ลู่ชิงเฟิง

"ชิงอวี่ อยู่กับพี่ลำบากไหม?"

ลู่ชิงเฟิงดื่มน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วไปครึ่งกระบอกไม้ไผ่ หันไปถามลู่ชิงอวี่

"ไม่ลำบากสักหน่อย!"

"ทั้งหมู่บ้านเฮยมู่ไม่มีใครรักน้องเท่าพี่ใหญ่อีกแล้ว! เสี่ยวฮวา ต้าจวี๋ พวกนั้นโดนพี่ชายน้องชายรังแกทุกวัน อิจฉาข้าจะตายไป!"

ดวงตาของลู่ชิงอวี่สุกสกาวดุจดวงดาว ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

"ยัยหนูนี่มักง่ายจริงนะ อนาคตอย่าให้ใครมาพูดดีด้วยไม่กี่คำก็โดนหลอกไปซะล่ะ"

ลู่ชิงเฟิงหยอกล้อ

"ข้าไม่ไปหรอก!"

"ข้าจะอยู่กับพี่ใหญ่ไปตลอดชีวิตเลย"

ลู่ชิงอวี่ย่นจมูกส่งเสียงฮึดฮัด

ลู่ชิงเฟิงยิ้มพลางขยี้หัวลู่ชิงอวี่ นึกถึงพวกคนที่มาทาบทามสู่ขอในช่วงนี้ ในใจก็เกิดความเย็นชาขึ้นวูบหนึ่ง

"ชิงอวี่ สองวันก่อนพี่ใหญ่ไปเจอวาสนามา ต่อไปนี้ต้องฝึกวิชาทุกวัน เจ้าช่วยดูต้นทางให้พี่ มีใครมาก็ตะโกนบอก ตกลงไหม?"

ลู่ชิงเฟิงเขี่ยเปียผมสีเหลืองแห้งๆ ที่ท้ายทอยของชิงอวี่ พลางปรึกษา

เขาอยู่กับชิงอวี่ทุกวัน เรื่องฝึกวิชาปิดบังยัยหนูไม่ได้หรอก และไม่จำเป็นต้องปิดบังด้วย สามพี่น้องพึ่งพาอาศัยกันมา ชิงอวี่และชิงซานแทบจะเป็นเขาที่เลี้ยงดูมากับมือ ในโลกนี้ไม่มีใครน่าไว้ใจไปกว่าพวกน้องๆ อีกแล้ว

"พี่ใหญ่ก็จะฝึกวิชาเหรอ?"

"ดีจัง ดีจัง!"

"ข้าจะดูต้นทางให้พี่ใหญ่เอง!"

ลู่ชิงอวี่ร้องออกมาด้วยความดีใจ

แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเสียงดังเกินไป จึงหดคอ แล้วชะโงกหน้ามองซ้ายมองขวาอย่างมีพิรุธ พอเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ ก็ตบหน้าอก เขย่งเท้ากระซิบที่ข้างหูลู่ชิงเฟิงว่า "พี่ใหญ่ ท่านแอบฝึกไปเลย ข้าจะไม่บอกใครหรอก รอท่านฝึกสำเร็จเมื่อไหร่ เราค่อยไปช่วยพี่รองที่เขาหวงจือกัน!"

ยัยหนูคนนี้ปากไม่พูด แต่ความจริงในใจเฝ้าห่วงใยพี่รองลู่ชิงซานอยู่ทุกวัน

"เด็กดี"

ลู่ชิงเฟิงยิ้ม แล้วนั่งลง เริ่มฝึกฝน 《คัมภีร์เหยียนหยาง》 อย่างกระตือรือร้น

ลู่ชิงอวี่เห็นดังนั้นก็ลุกขึ้น ชะเง้อคอมองไปรอบทิศทาง ทำหน้าที่ดูต้นทางอย่างจริงจัง

ลู่ชิงเฟิงรู้นิสัยของชิงอวี่ดี ตอนนี้อยู่ในไร่ข้าวสาลี มีต้นข้าวบังสายตา ไม่ต้องกลัวใครจะมาเห็น

ปัจจุบัน

ลู่ชิงเฟิงมีวิชาติดตัวสองวิชา

《คัมภีร์หวงทิง》 แม้จะเป็นระดับปรมาจารย์เต๋า แต่ดูเหมือนจะเป็นวิชาสายสนับสนุนมากกว่า ไม่สามารถเพิ่มตบะบารมีได้โดยตรง

ดังนั้นวิชาที่ลู่ชิงเฟิงฝึกได้ชั่วคราว ก็มีแค่ 《คัมภีร์เหยียนหยาง》

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาฝึกฝนในโลกความเป็นจริง

พอไม่มียาเม็ดมังกรเหลืองช่วย ลู่ชิงเฟิงถึงตระหนักได้จริงๆ ว่าพรสวรรค์ของตัวเองมันเลวร้ายแค่ไหน

ตลอดช่วงบ่าย เขาไม่สามารถจับสัมผัสแห่งปราณได้เลย

แม้ว่า 《คัมภีร์เหยียนหยาง》 ขั้นที่ 1 จะเข้าสู่ระดับเริ่มต้นแล้ว แม้ว่าในเกมเขาจะเคยจับสัมผัสแห่งปราณได้แล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังติดแหง็กอยู่ที่ด่านนี้

"นี่มัน"

นั่งสมาธิมาทั้งบ่าย แต่ยังจับความรู้สึกไม่ได้ ลู่ชิงเฟิงเริ่มหงุดหงิดใจ ขาทั้งสองข้างชาจนขยับไม่ได้

การฝึกฝนในโลกจริง ยากกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก

"ข้ามีประสบการณ์จับสัมผัสแห่งปราณมาแล้ว ตามทฤษฎี ขอแค่มีพรสวรรค์สักนิด ก็ควรจะจับสัมผัสได้เร็วไว"

"แต่นี่กลับไม่มีเลย"

"ดูท่า รากฐานกระดูก 1 นี่จะเป็นคุณสมบัติที่ย่ำแย่จริงๆ อยากจะสำเร็จวิชา ไม่ต้องใช้วลาเข้าสู้ บ่ายเดียวไม่ได้ก็หนึ่งวัน วันเดียวไม่ได้ก็สิบวัน! ข้าสามารถใช้ยาเม็ดมังกรเหลืองช่วยจับสัมผัสปราณได้ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำด้วยตัวเองไม่ได้"

"ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็เรียนรู้วิธีปรุงยาเม็ดมังกรเหลืองในเกมซะเลย!"

คุณสมบัติแย่เกินคาด แต่ลู่ชิงเฟิงไม่ได้ท้อแท้ ขอแค่มี 《หงฮวง》 อยู่ ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องยาก

ลืมตาขึ้น

ชิงอวี่ยังคงเฝ้ายามอยู่อย่างเคร่งครัด พอหันกลับมา ก็เห็นลู่ชิงเฟิงตื่นขึ้นพอดี

"พี่ใหญ่ ตื่นแล้วเหรอ!"

ลู่ชิงอวี่กระโดดเหยงๆ เข้ามาหาลู่ชิงเฟิง จ้องหน้าพี่ชายพลางถามอย่างคาดหวัง "ฝึกเป็นไงบ้าง? เมื่อไหร่จะไปช่วยพี่รองได้?"

"ฝึกวิชาที่ไหนจะรวดเร็วปานนั้น"

ลู่ชิงเฟิงส่ายหน้า

"การฝึกวิชายากมากเหรอ?"

ลู่ชิงอวี่เอียงคอ สีหน้าสงสัย

"รออีกสักสองปีชิงอวี่โตขึ้น พี่ใหญ่สอนเจ้าฝึกวิชา เจ้าก็จะรู้เองว่ายากหรือไม่ยาก" ลู่ชิงเฟิงนวดขา คลายเส้นเลือดและกล้ามเนื้อ

ลู่ชิงอวี่ได้ยินเข้า ก็เบิกตากว้าง อ้าปากค้าง

"พี่ใหญ่ ข้าก็ฝึกวิชาได้ด้วยเหรอ?"

นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเด็กผู้หญิงก็ฝึกวิชาได้!

สำนักกุยเจินมาคัดเลือกศิษย์และคนงานที่หมู่บ้านเฮยมู่ทุกปี ก็เลือกแต่เด็กผู้ชายอายุสิบสองถึงสิบหกปี

ลู่ชิงอวี่นึกมาตลอดว่า มีแค่พี่ใหญ่กับพี่รองเท่านั้นที่ฝึกได้

"ได้แน่นอน!"

"แต่ชิงอวี่ต้องหัดเรียนหนังสือ แล้วก็จำพวกเส้นชีพจร จุดฝังเข็มต่างๆ ให้แม่นก่อน อีกสองปีก็ฝึกได้แล้ว"

ลู่ชิงเฟิงหัวเราะ

เขามี 《หงฮวง》 อยู่กับตัว ในอนาคตมรดกวิชาต่างๆ ย่อมไม่ขาดแคลน ขอแค่ผ่านช่วงเริ่มต้นที่ยากลำบากที่สุดไปได้ ฝึกฝนไปตามขั้นตอนย่อมประสบความสำเร็จ

ถึงตอนนั้น ไม่ว่าชิงอวี่หรือชิงซาน เขาจะไม่ปล่อยให้ต้องทนอยู่ในที่คับแคบอย่างหมู่บ้านเฮยมู่นี้ต่อไปแน่

แน่นอนว่าต้องฝึกวิชาไปด้วยกัน

หากก้าวสู่เส้นทางผู้ฝึกตนแล้วต้องกลายเป็นคนโดดเดี่ยวไร้ญาติมิตร มิใช่ว่าผิดวัตถุประสงค์หรอกหรือ

จบบทที่ บทที่ 4: การบำเพ็ญเพียรนั้นยากเข็ญ

คัดลอกลิงก์แล้ว