เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8-17 แพร่พิษในสายลม

ตอนที่ 8-17 แพร่พิษในสายลม

ตอนที่ 8-17 แพร่พิษในสายลม


เมืองเรดแซนด์เป็นเมืองเล็กและมีพลเมืองเพียงสองสามหมื่นคนอาศัยอยู่

เมื่อกลุ่มของลินลี่ย์ลงจากเรือ  พวกเขามุ่งหน้าตรงสู่เมืองเซียร์หัวเมืองปกครองระหว่างทางนั้นพวกเขาแวะเมืองเรดแซนด์เตรียมกินอาหารเช้าอย่างเร่งด่วน

ในห้องส่วนตัวชั้นสองของโรงแรม  เจนน์และคีนสองพี่น้องมีรอยยิ้มตื่นเต้นเต็มใบหน้า

“ฮะฮะ คืนนี้เราจะไปถึงเมืองเซียร์แล้วถึงตอนนี้เราจะมีปัญหาน้อยลง” คีนหัวเราะ

เจนน์พยักหน้าเช่นกัน  “เมื่อเราไปถึงเมืองเซียร์ท่านป้าของเราคงไม่เคลื่อนไหวต่อต้านเราอย่างเปิดเผยใช่ไหม?”

“เจนน์, คีน,หลายเรื่องไม่ง่ายอย่างที่พวกเจ้าคิด” ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น “ทันทีที่เราถึงเมืองเซียร์ ความจริงจะมีอันตรายมากขึ้นป้าของพวกเจ้าดูเหมือนนางจะเป็นคนไร้ยางอายและน่ากลัวไม่ใช่หรือ?”

เมื่อสตรีตั้งใจเป็นเหมือนอสรพิษพวกนางสามารถทำเรื่องน่ากลัวได้

ระหว่างช่วงเวลาสามปีในเทือกเขาอสูรวิเศษลินลี่ย์เผชิญกับคนโหดร้ายอำมหิตมาทุกรูปแบบป้าของเจนน์สามารถทำให้คีนถูกฆ่าตายในเมืองเซียร์ในลักษณะที่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับนางเลย

“จริงเหรอ?” ตอนนี้คีนชักกลัวขึ้นมาบ้าง  ที่สำคัญ เขาเป็นแค่เด็กอายุสิบสี่ปี

ลินลี่ย์หัวเราะ  “แต่ไม่ต้องกังวลมากไป เรายังไม่จำเป็นต้องเร่งเข้าเมืองเซียร์ในตอนบ่ายนี้  พักให้เต็มที่ในเมืองเรดแซนด์ก่อนพรุ่งนี้เช้าเราค่อยออกเดินทาง”

“พรุ่งนี้เช้า?”เจนน์กับคีนมองหน้าลินลี่ย์ทั้งสองคน

“ถ้าข้าคาดเดาได้ถูก คนของป้าเจ้าคงไปเฝ้าอยู่ที่แม่น้ำอย่างมิต้องสงสัยและคงรู้แล้วว่าเราขึ้นฝั่งไปก่อน  พวกเขาน่าจะคาดการณ์ได้ว่าเราจะไปถึงเมืองเซียร์ยามราตรี  ดังนั้น... มีโอกาส 80-90%ที่พวกเขาจะไปดักรอเราอยู่ที่นั่นในคืนนี้”

ลินลี่ย์สามารถอนุมานแผนง่ายๆได้อย่างนั้น

ตราบเท่าที่ใครก็ตามคิดผ่านมุมมองของอีกฝ่ายเขาย่อมจูงจมูกพวกนั้นได้โดยง่าย

“พักเอาแรงกันเถอะ  พรุ่งนี้เช้าเราค่อยออกเดินทาง”  ลินลี่ย์หัวเราะลั่น “ตอนนี้ไม่ต้องเร่งกินอาหารกลางวันให้หนำใจกันเถอะ”

เจนน์กับคีนยิ้มเต็มใบหน้า

….

แน่นอนว่าเนื่องจากลินลี่ย์คาดการณ์ได้ถูก  เภสัชกรโฮลเมอร์และกลุ่มของเขาตรงกลับไปที่เมืองเซียร์ คนของท่านหญิงเว็ดในเมืองเซียร์ก็ได้รับข้อมูลนี้เช่นกัน

บนกำแพงเมืองเซียร์

ท่านหญิงเว็ดเอนตัวพิงเชิงเทินจ้องมองนอกเมือง ด้านหลังนางมีพี่ชายสองคนของนางและโฮลเมอร์  ขณะที่ทหารประจำเมืองแยกย้ายกันไปตามคำสั่งนาง

“ท่านโฮลเมอร์,ข้าคงต้องรบกวนให้ท่านรออยู่ที่นี่สักคืน” ท่านหญิงเว็ดหันหน้ามายิ้มให้โฮลเมอร์

เภสัชกรโฮลเมอร์รู้ขีดจำกัดของตนเองดี

โดยตัวเองแล้วเขาไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งทรงพลัง อาวุธที่ทรงพลังที่เขาสามารถใช้ได้ก็คือพิษโดยธรรมดาแล้วเขาคงไม่ต้องการทำร้ายคนร้ายกาจที่อยู่ต่อหน้าเขานางคือผู้กุมอำนาจแท้จริงในเมืองเซียร์

“ท่านหญิงเว็ดไม่ต้องเป็นห่วงสองพี่น้องนั่นจะต้องไม่รอดชีวิตมาถึงเมืองเซียร์แน่นอน”

โฮลเมอร์มั่นใจมาก  “ต่อให้พวกเขามีนักสู้ระดับเก้าอยู่ด้วยก็ตามฮึ่ม.. ตราบใดที่เขายังไม่ถึงระดับเซียนข้ามั่นใจความสามารถของตนเองว่ารับมือเขาได้ แต่แน่นอน.. เขาไม่สามารถรู้ได้ว่าข้าคือใคร”

ถ้านักสู้ระดับเก้ารู้จักเขาและใช้ปราณยุทธของเขาแค่ปราณยุทธอย่างเดียวก็สามารถขับพิษออกมาได้อย่างง่ายดาย

“ท่านโฮลเมอร์ ตลอดหลายปีมานี้ท่านพักอาศัยอยู่ในเมืองเซียร์แห่งนี้ ท่านไม่ใช่คนที่ชอบปรากฏตัวทั่วไป  จะมีสักกี่คนที่เคยเห็นท่าน? นอกจากนี้ข้ายังได้ยินว่าท่านโฮลเมอร์มีความสามารถในการปลอมตัวได้ใช่ไหม?”  ท่านหญิงเว็ดหัวเราะพลางจ้องดูโฮลเมอร์

โฮลเมอร์หัวเราะอย่างมีความสุขพลางลูบเคราและกล่าว “ฮ่าฮ่า ท่านหญิงเว็ด ปลอมตัวน่ะหรือ?ท่านยกย่องข้ามากเกินไปแล้ว ทั้งหมดที่ข้าใช้ ก็แค่ยาบางชนิดที่ปรุงขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนสีผิวและผมของข้าและจากนั้นก็แต่งหน้าแต่งตัวเล็กน้อย  แม้แต่คนที่รู้จักข้าตราบใดที่พวกเขาไม่พินิจพิเคราะห์ข้าอย่างละเอียด ก็ไม่มีทางจำข้าได้”

ท่านหญิงเว็ดยิ้มและพยักหน้า  “อย่างนั้นข้าขอมอบให้ท่านจัดการทุกอย่าง  ท่านโฮลเมอร์ คืนนี้ข้าจะพักค้างในโรงแรมใกล้ๆแถวนี้และรอฟังข่าวดีจากท่าน”

โฮลเมอร์หัวเราะอย่างมั่นใจ

….

แต่เมื่อถึงเวลาท่านหญิงเว็ดซึ่งอยู่ในโรงแรมที่ใกล้กำแพงเมืองที่สุดก็เริ่มสับสนมากขึ้น เพราะในไม่ช้าประตูเมืองจะปิดในยามราตรีอยู่แล้ว

ตามกฎของเมืองเซียร์ก็คือเวลาสิบนาฬิกายามราตรีประตูเมืองจะถูกปิด

แต่กลุ่มของเจนน์และคีนกำลังมา  เกี่ยวกับข้อมูลที่ท่านหญิงเว็ดได้รับกลุ่มของเจนน์มาถึงเมืองเรดแซนด์ตอนเวลาอาหารกลางวันแม้ว่าพวกเขาจะเดินทางกันช้าตอนนี้ก็สมควรมาถึงกันแล้ว

เวลาสิบนาฬิกา

ประตูเมืองส่วนใหญ่เริ่มปิดช้าๆขณะที่ทหารรักษาเมืองจำนวนมากเริ่มดันปิดประตูเมือง เภสัชกรโฮลเมอร์เตรียมการต่อสู้ครั้งนี้มาอย่างพิถีพิถัน เขาลงมาจากกำแพงเมืองพร้อมกับอารมณ์ที่ฉุนเฉียวเต็มที่  ท่านหญิงเว็ดเดินออกมาจากโรงแรม

“ท่านหญิงเว็ด นี่มันอะไรกัน?”  ตอนนี้โฮลเมอร์หงุดหงิดจริงๆ

หลังจากได้รับข่าวเขายกโขยงเดินทางจากท่าเรือมาที่กำแพงเมืองการขับขี่เดินทางผ่านทางขรุขระสร้างความทรมานให้กับโฮลเมอร์ชายชราอายุ 300 ปี

และจากนั้นเขายังต้องมายืนแกร่วรออยู่ที่กำแพงเมืองถึงครึ่งคืนถูกลมหนาวเหน็บโกรกใส่ตลอดเวลา

และในตอนนี้ประตูเมืองกำลังปิด  แต่ไม่มีใครมาสักคน

“ใครจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มคนพวกนั้น ข้าเกรงว่าพวกเขาอาจจะพักอยู่ที่เมืองเรดแซนด์ก็ได้  ท่านโฮลเมอร์ทำไมท่านไม่พักอยู่ที่โรงแรมนี้ในคืนนี้เล่า? มาดูกันว่าพรุ่งนี้จะได้อะไรอีก”  ท่านหญิงเว็ดก็อารมณ์ไม่ดีเหมือนกัน

“นั่นเป็นทางเลือกเดียวของเราในตอนนี้”โฮลเมอร์ไม่พอใจอย่างมาก

….

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นพอประตูเมืองเปิด โฮลเมอร์ก็เริ่มไปรอการมาถึงของพวกเขาเงียบๆเวลาเก้านาฬิกาตอนเช้า โฮลเมอร์โกรธหงุดหงิดจริงๆ

โฮลเมอร์วิ่งลงมาจากกำแพงเมืองและดิ่งตรงไปที่ชั้นสองของโรงแรม

“ท่านหญิงเว็ด, ถ้าพวกมันไม่มาหาเรา ข้าก็จะไปหาพวกมันเอง” โฮลเมอร์พูดตรงๆ “ขอคนให้ข้าจำนวนหนึ่งต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่รู้จักสองพี่น้องนั่น”

ท่านหญิงเว็ดยอมตามแนวความคิดนั้น  “ก็ได้ อย่างนั้นข้าคงต้องรบกวนท่านแล้วท่านโฮลเมอร์คงต้องเดินทางในครั้งนี้”

“ครั้งนี้ข้าจะต้องให้คนพวกนี้ได้ลิ้มรสพลังของข้าจริงๆบ้าง”  โฮลเมอร์พูดเบาๆตาของเขาเต็มไปด้วยแววอำมหิต

หลังจากซื้อรถม้าในเมืองเรดแซนด์เจนน์กับคีนเข้าไปนั่งในรถโดยมีแลมเบิร์ตบ่าวชราเป็นสารถี ส่วนลินลี่ย์เขาขึ้นขี่หลังเสือดำเมฆาแฮรุ

แฮรุมีขนาดตัวสูงมากกว่าสองเมตรและมีหลังบึกบึน  ขนของมันนุ่มสลวยเงางาม

เมื่อได้ขับขี่อยู่บนหลังเสือดำเมฆาลินลี่ย์ไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกกระทั้นตามถนนเลยยิ่งขี่ไกลก็ยิ่งรู้สึกว่าสะดวกสบายมากกว่าขี่ม้าหรือรถม้านักที่ยิ่งกว่านั้นก็คือเสือดำเมฆาวิ่งอยู่บนภูเขาได้ง่ายพอๆ กับวิ่งอยู่ในทุ่งหญ้า

“พี่ลีย์ ตอนนี้เวลาเท่าใดแล้ว?”  คีนโผล่หัวออกมานอกรถและถามลินลี่ย์

ลินลี่ย์ชำเลืองมองเขา  “อย่าใจร้อน เพิ่งจะสิบนาฬิกาเองเราจะถึงเมืองเซียร์ในเวลาสิบเอ็ดนาฬิกา”

เสือดำเมฆาที่ลินลี่ย์กำลังขับขี่นั้นมีความสง่างามน่าเกรงขาม ทุกคนที่มองเห็นลินลี่ย์พากันหลีกทางให้ก่อนเปิดทางให้ลินลี่ย์

“ไฮ่ย่า, ไฮ่ย่าห์!”

ในที่ไกลออกไป ได้ยินเสียงกีบเท้าม้าชัดเจน  ในไม่ช้าก็มองเห็นอัศวินขี่ม้าสามคนจากระยะไกล  แต่ทันทีเมื่อพวกเขาเห็นลินลี่ย์  ทั้งสามคนต่างหวาดกลัวและหยุดชะงักกันหมด

“เสือดำตัวใหญ่เหลือเกิน” หนึ่งในอัศวินถอนหายใจจ้องมองดูเสือดำที่ลินลี่ย์กำลังขับขี่

“หยุดจ้องได้แล้ว  ไปกันเถอะ” อัศวินอีกคนหนึ่งกล่าว

ในเวลานั้นเองมีม้าแกลบอีกตัวหนึ่งวิ่งเหยาะๆ ผ่านมาทางพวกเขาคนที่ขับขี่ม้าแกลบตัวนี้คือชายที่ดูแก่หง่อมหลังโกงผมขาวโพลนความเร็วของม้าที่ชายชราขี่นั้นค่อนข้างช้า และมันวิ่งเหยาะไปข้างหน้า

“ฮ่าฮ่า ดูเขาสิ แก่หง่อมเชียวแต่ยังอุตส่าห์ขี่ม้า ฮ่าฮ่า...” หนึ่งในอัศวินหัวเราะลั่น

“ไปเถอะ เรามีธุระต้องไปจัดการ”

อัศวินทั้งสามคนหัวเราะอย่างใจเย็นและเดินทางต่อ เวลานี้ชายชราหลังโกงนั้นเงยหน้ามองกลุ่มของลินลี่ย์  ชายชราหลังโกงผู้นี้ก็เข้าใจได้ทันที

ตามแผนที่พวกเขาได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้า  ถ้าพวกเขาเผชิญพบกับเป้าหมาย อัศวินจะพูดว่า “ฮ่าฮ่า,ดูเขาสิ แก่หง่อมขนาดนั้น แต่ยังอุตส่าห์ขี่ม้าอีก”  นอกจากนี้โฮลเมอร์ยังรู้ว่ายอดฝีมือลึกลับนั้นมีเสือดำเป็นสัตว์เลี้ยง

….

“อัศวินทั้งสามพวกนี้ไม่มีความกล้าหาญสมเป็นอัศวินเอาเสียเลย”  คีนที่มองเห็นเหตุการณ์ทางหน้าต่างทั้งหมดพูดอย่างไม่สบายใจเมื่ออัศวินทั้งสามจากไป

แต่ลินลี่ย์ขมวดคิ้วขณะจ้องมองชายชราหลังโกง

ชายชราหลังโกงขี่ม้าในลักษณะที่ดูน่าห่วงจริงๆจากที่มองเห็น ใครๆ ก็บอกได้ว่าเขาแก่มากแล้ว แม้ว่าม้าจะไม่ได้เคลื่อนที่เร็วนัก แต่ชายชราหลังโกงก็ยังโงนเงนอยู่บนหลังม้าเหมือนกับว่าจะร่วงลงมาได้ทุกเมื่อ ขาของเขาดูเหมือนจะยึดไม่มั่นคงขณะอยู่บนหลังม้า

ตอนนี้เองรถม้าคันหนึ่งปรากฏอยู่ด้านหลังชายชราหลังโกงพอดี

“โธ่เอ๊ย, ไอ้แก่” หนึ่งในอัศวินสบถด่าดังลั่นชายชราหลังโกงหันเหม้าของเขาทันทีหลบหลีกไปที่ข้างถนน

“อ๊า..”

เมื่อม้าอยู่ห่างจากกลุ่มของลินลี่ย์ราวๆสิบเมตร ชายชราก็ตัวโงนเงนอีกครั้งและร่วงจากหลังม้า

“ปู่คนนั้นร่วงแล้ว”คีนเห็นเหตุการณ์นี้จากทางหน้าต่าง จึงผลักเปิดประตูเตรียมออกมาช่วย

แต่ขณะที่ชายชราร่วงลงกลุ่มแก๊สสีฟ้าไหลออกมาจากร่างของเขา แก๊สสีฟ้าอ่อนนั้นบางและเบามากจนถ้าใครบางคนไม่ตั้งใจมองก็ยากจะพบเห็นได้

ลมพัดมาจากทิศตะวันออกและพัดพาแก๊สเข้าหาลินลี่ย์โดยตรง  แต่แน่นอน คนแรกที่ได้รับผลกระทบจากแก๊สพิษก็คือคนในรถที่เพิ่งขับขี่ผ่านไป

“โครม”

อัศวินคนหนึ่งร่วงตกจากม้าลงมาบนพื้นเลือดฉีดพุ่งออกทางจมูก

“หืม?”ลินลี่ย์ยังคงรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติบางอย่างในร่างกายเขา และเขารู้สึกมึนศีรษะ

“แย่แล้ว พิษ”ลินลี่ย์ปรับตัวตามทิศทางลมก็สามารถรู้สึกได้ว่าแก๊สพิษสีฟ้าอ่อนกำลังแพร่มาทางตำแหน่งเขาตอนนี้ลินลี่ย์สูดหายใจรับพิษไปสองอึดใจแล้ว

ปราณยุทธเลือดมังกรในร่างกายลินลี่ย์ถูกกระตุ้นขึ้นทันทีและดูดซับแก๊สพิษในร่างลินลี่ย์ ไม่มีพิษอะไรทำอันตรายเขาได้แม้แต่น้อย

แก๊สพิษนี้คือพิษที่โฮลเมอร์ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้กับมนุษย์และกายพื้นฐานของมนุษย์

แต่โฮลเมอร์ไม่เคยคาดคิดเลยว่าลินลี่ย์จะมีความแตกต่างออกไปอย่างมาก สภาพร่างกายของลินลี่ย์ต้องบอกว่าแตกต่างจากคนธรรมดาภายในสายเลือดของเขาคือสายเลือดนักรบเลือดมังกร และสายเลือดบรรพบุรุษซึ่งได้รับการยกย่องว่าสูงส่งกว่าสายเลือดของอสูรเวท และในอดีตแม้แต่แก่นเวทของมังกรเกราะหนามที่ลินลี่ย์กลืนกินและดื่มเลือดมังกรไปในปริมาณน้อยก็ยังมีอยู่ในเลือดของลินลี่ย์ในเวลานั้น

คนธรรมดาไม่สามารถนึกภาพหรือเข้าใจความสามารถและคุณลักษณะพิเศษของสี่สุดยอดนักรบในตำนานได้

แก๊สพิษชนิดนี้ไม่สามารถทำร้ายนักรบเลือดมังกรได้แม้แต่น้อย

“สายลม”

ด้วยความเชี่ยวชาญในธาตุลมเนื่องจากเขาเป็นจอมเวทสายธาตุลมลินลี่ย์ควบคุมอากาศรอบตัวเขาบังคับให้ลมหวนทันที แก๊สพิษถูกพัดกลับไปทางทิศตะวันออก ตอนนี้หน่วยอัศวินที่อยู่ระหว่างโฮลเมอร์ชายชราหลังค่อมและลินลี่ย์ตายกันทั้งหมด

แก๊สพิษพัดกลับไปหาโฮลเมอร์  แต่เขาไม่หลบ เขาไม่กลัวพิษของตนเอง  แต่สิ่งที่ทำให้เขากลัวก็คือ ลินลี่ย์

“ไฮ่ย่าห์ ไฮ่ย่าห์”โฮลเมอร์กลับกลายเป็นคนคล่องแคล่วทันทีกระโจนขึ้นบนหลังม้าและควบม้าไปทางทิศตะวันออกอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

“แฮรุ” ลินลี่ย์พูดเสียงเย็นชา

“ควับ”

ความเร็วของเสือดำเมฆามีระดับที่น่ากลัว  ไวกว่าม้าแกลบธรรมดาหลายเท่า

ในพริบตามันพุ่งไปได้หลายร้อยเมตรและแซงโฮลเมอร์ไปดักอยู่ด้านหน้าของเขา ทั้งหมดที่เห็นได้ระหว่างที่มันเคลื่อนไหวก็คือภาพเงาร่างเลือนรางสีดำ

เมื่อเห็นลินลี่ย์ปรากฏอยู่ต่อหน้าเขาทันที  โฮลเมอร์ยิ่งตื่นตระหนกทันที

“สหาย,ข้าจะชดใช้ให้สำหรับการกระทำครั้งนี้ ถ้าเจ้ายินดีจะไว้ชีวิตข้า ข้าจะให้ทองเท่าที่เจ้าต้องการ” แม้ว่าโฮลเมอร์จะมีอายุถึงสามร้อยปี แต่เขายังไม่อยากตาย

เมื่อคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นลินลี่ย์ยังคงรู้สึกกลัวอยู่

โชคดีที่เขาตั้งตัวได้ทันเวลาและเป่าแก๊สพิษกลับไปก่อนที่มันจะเข้าไปในรถโดยสาร

“แก๊สพิษ? เจ้าเป็นพ่อมดหรือ?”ลินลี่ย์มองดูโฮลเมอร์

“พ่อมด?” โฮลเมอร์สะดุ้ง จากนั้นสั่นศีรษะ “ไม่,ข้าเป็นเภสัชกร สหาย ข้าร่ำรวยมาก หมื่นเหรียญทองเป็นยังไง?  สองหมื่นเหรียญทอง? หรือว่า แสนเหรียญทองก็ได้?”  ในเวลาอย่างนี้ โฮลเมอร์ยังพยายามประหยัดเงิน

แต่ลินลี่ย์ไม่ใส่ใจคำพูดของเขา

“แฮรุ จัดการมัน”

ลินลี่ย์กระโดดลงจากหลังเสือดำหันหน้ากลับไปยังรถม้า   ขณะที่เสือดำเมฆาแยกเขี้ยวและกระโจนเข้าใส่โฮลเมอร์

“อ๊า! ล้านหนึ่ง! สิบล้าน! อ๊า!!!”ก่อนที่โฮลเมอร์จะร้องออกมา เขาถูกอุ้งเท้ายักษ์ของเสือดำเมฆาตบบี้แบนในครั้งเดียว

จบบทที่ ตอนที่ 8-17 แพร่พิษในสายลม

คัดลอกลิงก์แล้ว