เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8-16 แม่น้ำยูลาน

ตอนที่ 8-16 แม่น้ำยูลาน

ตอนที่ 8-16 แม่น้ำยูลาน


แม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยูลานย่อมต้องเป็นแม่น้ำยูลานอย่างมิต้องสงสัยสายน้ำจะไหลผ่านจักรวรรดิโอเบรียน, จักรวรรดิยูลาน,จักรวรรดิไรน์และจักรวรรดิโรฮอลท์ แควย่อยอีกนับไม่ถ้วนแยกกระจายอยู่ทั่วทั้งสี่จักรวรรดิ

คงเป็นเรื่องยุติธรรมหากจะบอกว่าแม่น้ำยูลานหล่อเลี้ยงและให้ชีวิตมนุษยชาติเกินกว่าครึ่ง

“เป็นแม่น้ำที่กว้างเสียจริง” ลินลี่ย์นั่งอยู่บนดาดฟ้าเรือซึ่งมีหลายระดับจ้องมองระลอกสายน้ำของแม่น้ำยูลานที่กว้างใหญ่

เรือลำนี้ลินลี่ย์จ้างแบบเหมาลำ

เขาใช้เงินหมื่นเหรียญทองเพื่อพากลุ่มของเขาไปที่ท่าเรือซึ่งใกล้เมืองเซียร์มากที่สุด  ท่าเรือแห่งนี้ห่างจากเมืองเซียร์ไม่ถึงร้อยกิโลเมตร

เนื่องจากลินลี่ย์อธิบายว่าหากพวกเขายังคงเดินทางไปตามเส้นทางที่วางแผนไว้ ใครจะรู้กันว่าจะมีการพยายามลอบสังหารมากเท่าใด พวกเขาจะทนได้หรือไม่?   คงจะเป็นการดีกว่าสำหรับพวกเขาโดยลงเรือพาพวกเขาล่องไปทางใต้ตามแม่น้ำยูลาน

เรือลำนี้ตอบรับการว่าจ้างจากลินลี่ย์ทันที ลินลี่ย์ไม่เชื่อว่ากลาสีบนเรือลำนี้จะเป็นคนในกองกำลังของท่านหญิงเว็ดท่านหญิงเว็ดไม่ได้มีอิทธิพลแผ่มาถึงใกล้เมืองแบล็คร็อคเท่าใดนัก

“พี่ลีย์” เจนน์เดินออกมาจากห้องโดยสารเรือ

ในกลางแม่น้ำอย่างนี้ สายลมพัดแรงมาก ลมพัดใส่ผมยาวสลวยและชุดยาวของเจนน์  เจนน์มองและยิ้มให้ลินลี่ย์ นางเดินมาอยู่ข้างๆเขาและนั่งลงด้วย  “พี่ลีย์สำหรับความคิดแต่เดิม ข้าต้องการจ้างท่านเป็นเงินหมื่นเหรียญทอง”  เจนน์พูดคำเหล่านี้ด้วยความรู้สึกละอายอยู่บ้าง

สำหรับเจนน์และคีน หมื่นเหรียญทองคือจำนวนเงินมหาศาล

แต่พวกเขาไม่นึกฝันเลยว่าลินลี่ย์จะเดินหน้าและใช้บริการของเรือลำนี้เป็นพิเศษ?เงินมากมายสำหรับจ้างเรือลำใหญ่ขนาดนี้ก็คงต้องใช้สูงมากเช่นกัน แม้ว่าระยะทางระหว่างเมืองเซียร์และแบล็คร็อคจะไม่ไกลกันมากแต่ก็มีค่าใช้จ่ายถึงหมื่นเหรียญทอง และที่ยิ่งกว่านั้นนี่ถือว่าเป็นราคาที่ลดให้แล้วเพื่อเป็นการแสดงความนับถือเขาซึ่งเป็นนักสู้ที่ทรงพลังที่มีเสือดำเป็นสหาย

จนถึงตอนนี้ลินลี่ย์รับค่าจ้างเพียงเหรียญทองเดียวจากหมื่นเหรียญทองเขาสัญญาว่านั่นคือเงินค่าจ้างของเขา

แต่ตอนนี้ลินลี่ย์ใช้เงินตัวเองไปหมื่นเหรียญทองแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจนน์จะรู้สึกละอาย เจนน์และน้องชายนางต้องการจ่ายค่าจ้างเรือ... แต่แน่นอนตอนนี้พวกเขาไม่มีเงิน

“เจนน์, เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าทิวทัศน์ข้างหน้านี้สวยงามนัก?” ลินลี่ย์เดินไปที่ท้ายดาดฟ้าเรือซึ่งมีโซ่เหล็กกั้นไว้

ลินลี่ย์วางมือลงบนโซ่เหล็ก มองดูรอบๆ

เกลียวคลื่นของแม่น้ำยูลานสามารถมองเห็นได้หลายกิโลเมตร  ส่วนที่กว้างที่สุดของมัน แม่น้ำยูลานจะกว้างหลายกิโลเมตรส่วนที่แคบที่สุดก็ยังหลายร้อยเมตร นี่คือมหานทีมารดรหล่อเลี้ยงทวีปยูลาน  ใครจะรู้ว่าแม่น้ำนี้ให้ชีวิตผู้คนมามากเท่าใดแล้ว? บันทึกประวัติศาสตร์ทวีปยูลานนับย้อนกลับไปได้เป็นแสนปี

“แม่น้ำยูลานนี้ต้องคงอยู่มานานเป็นแสนๆ ปีแล้ว”

การเฝ้ามองดูแม่น้ำทำให้ลินลี่ย์อดไม่ได้ที่จะจินตนาการไปถึงเมื่อแสนปีที่แล้ว มันจะเหมือนอะไรขณะที่เขาลืมตัวกับการดูแม่น้ำขนาดใหญ่ไร้ขอบเขตนี้ ลินลี่ย์รู้สึกว่าหัวใจของเขาไร้พันธนาการเช่นกัน

“ผู้คนและอาณาจักรจากเมื่อแสนปีที่แล้วกลับกลายเป็นธุลีนานแล้ว เทียบกับการเดินทางในประวัติศาสตร์ที่ไม่มีสิ้นสุด  อาณาจักร,จักรวรรดิรุ่งเรืองขึ้นมาและล่มสลายไป บุญคุณความแค้นส่วนตัวช่างไร้ความหมายและเล็กน้อยยิ่งนัก”

เมื่อเผชิญหน้ากับแม่น้ำที่กว้างใหญ่ ลินลี่ย์มีความรู้สึกประหลาด

“ตอนนี้ทวีปยูลานแบ่งการปกครองเป็นหกดินแดนใหญ่ คือสี่จักรวรรดิ,สหภาพศักดิ์สิทธิ์, สมาพันธรัฐมืด

ตั้งแต่เขายังอายุน้อยเป้าหมายของลินลี่ย์คือทำตามความฝันของบิดาและขึ้นไปอยู่บนจุดสุดยอดของระดับการฝึกฝนและอำนาจ

แต่หลังจากบิดาของเขาตาย หัวใจของลินลี่ย์จมลงสู่ความสิ้นหวังและมืดมน  เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางล้างแค้น เส้นทางนักฆ่าและบนเส้นทางสายนี้ลินลี่ย์สูญเสียปู่เดลินของเขาไปอีก

การฝึกฝนเป็นเวลาสามปีเขาใช้เวลาในเทือกเขาอสูรวิเศษและสื่อสารกับธรรมชาติให้ธรรมชาติช่วยชำระจิตวิญญาณของเขา  หัวใจของเขาตอนนี้สงบเหมือนน้ำนิ่งและเขาเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกับผีเสื้อที่หลุดออกมาจากดักแด้

“ขอเพียงเข้าถึงจุดสุดยอดของพลังก็สามารถทำให้คนตระหนักได้ถึงความฝันของเขาแม้จะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ก็ตาม เมื่อสหภาพศักดิ์สิทธิ์เผชิญหน้ากับไดลินผู้นั้นพวกเขาเลือกที่จะถอยไม่ใช่หรือ?”

ลินลี่ย์ยังคงมั่นใจในตัวเอง

“จะต้องมีวันของข้าแน่นอน ข้าจะต้องไปให้ถึงระดับที่สูงนั้นให้ได้”  ลินลี่ย์จ้องดูเกลียวคลื่นม้วนตัวไม่รู้สึกอะไรอื่นนอกจากความทะเยอทะยานยิ่งใหญ่ที่เหมือนกับแม่น้ำที่กว้างใหญ่ไม่เห็นที่สิ้นสุด

….

กัปตันเรือลำนี้ใช้ชีวิตที่เรียบง่ายมาก แม้ว่ากระแสแม่น้ำยูลานจะไหลค่อนข้างเร็ว แต่ก็ยังปลอดภัยมากกว่าในทะเล เขาจึงมีเวลาเสวนากับลูกเรือของเขา

“เฮ้, พวกเจ้าเห็นเสือดำนั่นไหม?” กัปตันพูดอย่างยินดี “นั่นคืออสูรเวทเจ้าจงคอยดูเถอะ ลูกชายข้าจะต้องฝึกอสูรเวทให้เชื่องเป็นของตัวเองในไม่ช้าแน่”

“กัปตัน นั่นเป็นอสูรเวทประเภทเสือดำ ท่านคิดว่าลูกชายท่านจะฝึกอสูรเวทแบบนั้นได้สักตัวหรือ?”  กลาสีเรือที่อยู่ใกล้ๆ เริ่มหัวเราะไม่มีการแบ่งชั้นทางสังคมระหว่างกัปตันกับลูกเรือเท่าใดนัก  บุรุษทั้งสองฝ่ายใช้ชีวิตร่วมกันในทะเล

กัปตันถอนหายใจอย่างปลาบปลื้ม “อสูรเวทระดับสูง ข้ายอมรับคนที่สามารถทำให้มันเชื่องได้จริงๆ ข้าจำได้เมื่อปีก่อนเมื่อเราเข้าไปที่เมืองหลวง ข้าเห็นวิทยาลัยเทพสงครามรับศิษย์กิติมศักดิ์คนใหม่โหว.. พวกเจ้าต้องไม่รู้แน่ๆ ว่าที่นั่นมียอดฝีมืออยู่เท่าใด  บางคนก็ขี่อสูรเวทตัวมหึมาเป็นพาหนะขณะที่อีกหลายคนนั่งอยู่บนอสูรเวทบินได้.. ยอดฝีมือมากมายหลั่งไหลไปที่นั่นพยายามแสดงให้ดูว่าตนเองเป็นคนที่มีคุณสมบัติพอ การต่อสู้เหล่านั้นและการความเคลื่อนไหวระหว่างยอดฝีมือเหล่านั้นทำให้ข้าลานตาไปหมด  พวกเขาไวมาก ไวเหลือเกิน”

พวกลูกเรือเริ่มทำเสียงฮือฮาเมื่อพูดถึงยอดฝีมือที่พวกเขาได้เคยเห็นมาก่อน

ในจักรวรรดิโอเบรียน เด็กๆ ทุกคนต้องการเป็นนักสู้ที่แข่งแกร่งทรงพลังการได้รับคัดเลือกจากวิทยาลัยเทพสงครามคือเป้าหมายสูงสุดของพวกเขา

….

ลินลี่ย์นั่งสมาธิอยู่บนพื้นไม้ ปล่อยให้สายลมกระโชกใส่ตัวเขาดาบหนักอดาแมนเทียมพาดอยู่บนขาเขา ลินลี่ย์หลับตาปรับตัวให้เข้ากับความกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตของสายนทีของแม่น้ำยูลาน

“พลังกำหนดคือพลังของฟ้า พลังของแผ่นดิน พลังของมหาสมุทรไร้ขอบเขต”จิตวิญญาณของลินลี่ย์กลายเป็นหนึ่งเดียวกับสายลมเขาแทบจะรู้สึกว่าเขาสามารถรู้สึกได้ถึงสายน้ำกว้างใหญ่ของแม่น้ำยูลานพอๆกับแผ่นดินที่กว้างใหญ่โดยรอบ

เป็นธรรมดา เขายังคงรู้สึกถึงสายน้ำที่ไหลรี่นั้นเช่นกัน

เรือยังคงแล่นไปข้างหน้า พวกเขาหยุดเดินทางเป็นครั้งคราวเพื่อให้ทุกคนได้กินอาหาร  แต่ลินลี่ย์ยังคงอยู่ในท่าทำสมาธิบนดาดฟ้าเรือไม่กินอะไรแม้แต่น้อย

พริบตาเดียวผ่านไปหกวัน

“พี่เจนน์, พี่ลีย์จะเป็นอะไรหรือเปล่า? เขาไม่กินหรือดื่มอะไรเลย”คีนชี้ลินลี่ย์ที่ยังอยู่ในท่านั่งสมาธิ ขณะที่ถามเจนน์อย่างกังวล

เจนน์ก็กังวลเช่นกัน แต่นางได้แต่ส่ายศีรษะอย่างจนใจ  “ข้าไม่รู้เหมือนกันบีบีไม่ยอมให้เราเข้าใกล้เขาด้วย”

“ไม่ต้องห่วง” กัปตันเรือเดินเข้ามาหาพลางหัวเราะเบาๆ  “ยอดฝีมือระดับสูงไม่ใช่คนธรรมดาอย่างเรา  สำหรับพวกเขาแล้วต่อให้โดดหน้าผาสูงเป็นหมื่นฟุตก็ไม่เป็นปัญหาต่อให้ทหารล้านคนก็หยุดพวกเขาไม่ได้ ข้าเคยได้ยินว่าคนที่นั่งฝึกสมาธิ ไม่ต้องดื่มไม่ต้องกินได้นานเป็นเดือนๆระดับของพวกเขาไม่ดื่มไม่กินหลายเดือนเป็นเรื่องปกติ”  แม้ว่ากัปตันจะใช้คำว่า ปกติ เมื่อเขาพูด แต่แววอิจฉาก็มีอยู่ในดวงตาเขา

เมื่อฟังคำพูดของกัปตัน เจนน์กับคีนเริ่มรู้สึกประหลาดใจ

“เป็นไปได้หรือ?”

ทันใดนั้นมีเสียงพึมพำพอได้ยินได้ เจนน์, คีนและกัปตันหันหน้าไปทางลินลี่ย์กันทุกคน จากนั้นพวกเขาก็ต้องตกใจ

ลินลี่ย์คว้าดาบหนักอดาแมนเทียมไว้ในมือและโดดลงไปในแม่น้ำ

“พี่ลีย์!” เจนน์ตะโกนอย่างแตกตื่น

ทั้งสามคนวิ่งมาที่ดาดฟ้าเรือทันที พวกเขาวิ่งมาจนถึงที่กั้นด้วยโซ่เหล็กและจ้องมองลงไป เกิดเรื่องน่าอัศจรรย์เมื่อพวกเขาเห็นว่าตอนนี้ยืนอยู่เหนือน้ำ  ดาบหนักอดาแมนเทียมอยู่ในมือของเขา  เขาลอยตัวขึ้นลงตามจังหวะคลื่นแต่ไม่จมลงไปแม้แต่น้อย

ภาพนี้สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนและทุกคนตกใจอ้าปากค้าง

บินอยู่กลางอากาศมีแต่นักสู้ระดับเซียนเท่านั้นที่สามารถทำได้

“ดิน..ไฟ.... น้ำ....ลม...” ลินลี่ย์พึมพำอยู่เบาๆและทันใดนั้นเขาแทงดาบหนักอดาแมนเทียมใส่ท้องฟ้า ขณะที่ดาบหนักอดาแมนเทียมแทงขึ้นไป ดูราวกับว่ามีรูที่ถูกทะลวงในท้องฟ้า เกิดเสียงหวีดหวิวแสบแก้วหูได้ยินชัดในอากาศ

ขณะเดียวกันนั้น น้ำรอบๆตัวลินลี่ย์ฉีดพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้าราวกับสายน้ำพุความดันสูง

“ฮ่าฮ่า” ลินลี่ย์หัวเราะลั่นอย่างมีความสุขและจากนั้นเห็นได้ว่าเขาเคลื่อนไหวและหมุนควงสว่านอยู่ในท่ามกลางคลื่น แม่น้ำดูเหมือนจะเคลื่อนไหวไปตามกระบวนท่าของลินลี่ย์ด้วย ขณะที่ดาบหนักส่งเสียงหวีดหวิวต่อเนื่องในแต่ละครั้งที่กวัดแกว่ง

น้ำในแม่น้ำทั้งหมดในรัศมีร้อยเมตรรอบตัวลินลี่ย์ปั่นป่วนครืนๆ

บางครั้งน้ำทั้งหมดจะยกตัวขึ้นไปในท้องฟ้าสูงหลายสิบเมตร ขณะที่บางครั้งก็กลายเป็นอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ บางครั้งน้ำจะยิงออกไปเหมือนกับธนูที่แหลมในทุกทิศทางแต่บางครั้งก็หมุนเป็นวงรอบตัวลินลี่ย์

“แคล้ง” เสียงดังจากการสอดดาบเก็บในฝักชัดเจน

น้ำที่ปั่นป่วนพลันสงบลง  ในชั่วพริบตาแม่น้ำยูลานกลับสู่สภาพปกติอีกครั้ง มีผลกระทบตามมาเพียงเล็กน้อย คลื่นที่สาดกระทบไม่ได้ทำให้ลินลี่ย์จมลงแม้แต่น้อย

แต่ครั้งนี้ ลินลี่ย์ไม่ได้ใช้เวทวายุเพื่อสร้างแรงต้านต่อผลกระทบของน้ำหนักดาบหนักอดาแมนเทียม

เขากลับใช้เคล็ดวิชาใหม่ของเขาคือ เคล็ดกำหนด

“เคล็ดพลังกำหนดนี้คือพลังฟ้าโดยแท้ ทั้งยังเป็นพลังดินและพลังมหาสมุทรไร้ขอบเขต”รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของลินลี่ย์ เพียงกระโดดเบาๆลินลี่ย์ก็กลับขึ้นมาอยู่บนดาดฟ้าเรือ

ตลอดเวลามานี้ ลินลี่ย์เพ่งสมาธิทำความเข้าใจเคล็ด ‘กำหนด’ คิดถึงสัมพันธ์ธาตุดินและลมของเขา แต่ช่วงเวลาทำสมาธิหกวันนี้ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวของคลื่น  และเขายังคงจำได้ถึงความหลงใหลแก่นธาตุไฟในเวทสายธาตุไฟ

ความหนาแน่น ความสง่างาม ความยืดหยุ่นและความเร่าร้อนกระตือรือร้น

เมื่อเคล็ดองค์ประกอบของธาตุทั้งสี่เหล่านี้ผสานเข้ากันในท่าฟันของดาบก็สามารถขับเคลื่อนจักรวาลได้  นี่คือความหมายที่แท้จริงของเคล็ด ‘กำหนด’  ในอดีตที่ผ่านมาความเข้าใจเคล็ดกำหนดของลินลี่ย์ไม่มีอะไรมากไปกว่าความเข้าใจส่วนที่เป็นพื้นฐานมากที่สุด

“พี่ลีย์, เมื่อครู่นี้ท่านเป็นอะไรไป, เป็นอะไรเหรอ?” คีนตื่นเต้นมาก แต่เขาไม่รู้จะพูดยังไง

เจนน์มองดูลินลี่ย์ด้วยความทึ่งเช่นกัน

สิ่งที่ลินลี่ย์เพิ่งทำลงไปทำให้พวกเขาตะลึงอย่างแท้จริง  แม้แต่กัปตันซึ่งเดินทางในโลกมามากก็ไม่เคยเห็นภาพที่น่าประทับใจอย่างนั้น

“ก็แค่การฝึก” ลินลี่ย์พูดพลางยิ้มอย่างสงบ

แม้แต่ในบันทึกของตระกูลของเขา ระดับสูงที่สุดของการใช้อาวุธหนักก็คือระดับสาม เคล็ดกำหนดลินลี่ย์รู้สึกแน่นอนได้ทันที

เคล็ดระดับกำหนด ยังไม่สุดเส้นทาง

ต้องมีบางอย่างที่ยิ่งใหญ่มากกว่านั้น

หลังจากเข้าถึงระดับ ‘กำหนด’และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่วิญญาณของเขาสามารถปรับเข้ากับธรรมชาติได้ลินลี่ย์มีความรู้สึกนี้ว่า ยังมีความรู้ในระดับสูงขึ้นไปอีกรอเขาอยู่  ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้อย่างเลือนลาง แต่เขายังไม่มีทางเข้าใจความรู้เหล่านั้นได้

“ปราณยุทธและพลังภายนอกเป็นเหมือนรากฐานล่างสุดของอาคารก่อสร้าง เป้าหมายเพื่อให้พลังโจมตีของเขาทรงพลังยิ่งขึ้น การเข้าใจหลักการเหล่านี้ให้ลึกซึ้งเป็นเรื่องสำคัญมาก”

ท่านอาจมีพลังสามารถยกของได้หนักถึงล้านปอนด์ แต่ถ้าความเคลื่อนไหวของท่านยังโง่เขลาและงุ่มง่ามเกินไปท่านอาจจะนำพลังงานรวมมาใช้ได้เพียง 10%

หลังจากฝึกหนักแล้ว ท่านอาจปลดปล่อยพลังได้ 30%

ยอดฝีมือผู้เชี่ยวจะสามารถปล่อยพลังได้ 70%

แต่สิ่งที่ลินลี่ย์ต้องการก็คือปลดปล่อยพลังได้ถึง 100% และยืมเคล็ดพลังกำหนดของจักรวาล มาใช้โจมตีที่ทรงพลังมากกว่าตัวเขาเองนั่นคือพลังความสามารถ

“เจนน์ คีน เราอยู่ไกลจากฝั่งที่หมายเท่าใด?”  ลินลี่ย์ถาม

“เราอยู่ไม่ถึงหนึ่งวัน” กัปตันที่อยู่ใกล้ๆ ตอบ

ลินลี่ย์พยักหน้า จากนั้นสั่ง “เอาอย่างนี้เป็นไงอย่าเพิ่งเข้าใกล้เมืองเซียร์มากนัก เราจะลงที่ท่าแห่งหนึ่งที่ห่างจากเมืองเซียร์”

“ได้เลยท่านลีย์”  แม้ว่ากัปตันเรือจะไม่เข้าใจเหตุผลแต่เขายังคงเห็นด้วย

…..

ลินลี่ย์เลือกเดินทางโดยแม่น้ำทำให้กองกำลังของท่านหญิงเว็ดสับสนเคิร์ดบุรุษผมแดงก็ได้รู้ในที่สุดว่ากลุ่มของลินลี่ย์เดินทางด้วยเรือและแล่นเรือไปตามแม่น้ำยูลาน

ไม่ว่าเภสัชกรโฮลเมอร์จะมีพลังมากเพียงไหน แต่เขาไม่สามารถกระโดดข้ามแม่น้ำที่กว้างหลายร้อยเมตรได้ แม้แต่ตรงส่วนแม่น้ำที่แคบที่สุดเขายังจะขึ้นเรือฝ่ายตรงข้ามได้อีกหรือ?  แม้ว่าเขาจะขึ้นเรือได้พวกเขาก็จะตกเป็นเป้าสงสัยถึงเจตนาที่น่าสงสัยอย่างแน่นอน

ดังนั้น พวกเขาจึงทำได้แต่เพียงซุ่มรอทำร้ายอยู่ที่ท่าเรือเหมือนกับรอกระต่ายให้เข้ามาติดบ่วงของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม...

จากการคำนวณของพวกเขา เรือควรจะมาถึงในตอนนี้แล้ว

“เกิดอะไรขึ้น? พวกเขาน่าจะมาถึงตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วไม่ใช่หรือ?” เภสัชกรโฮลเมอร์กำลังพักอยู่ในบ้านของคนธรรมดาในเมืองซึ่งอยู่ใกล้ท่าเรือมาก

“ท่านโฮลเมอร์ โปรดทนรออีกนิด” บริวารของท่านหญิงเว็ดกระวนกระวายมากเช่นกัน

ทันใดนั้น ประตูที่พักเปิดผาง และบริวารของท่านหญิงเว็ดอีกคนวิ่งเข้ามาข้างในเขาพูดอย่างโมโห “ท่านโฮลเมอร์ พวกเขาไม่หยุดที่ท่าเรือนี้ พวกเขาหยุดที่ท่าเรือก่อนหน้านั้น พวกเขาจอดที่ท่าเรือในเล็กๆชื่อเรดแซนด์ซึ่งอยู่ใกล้เมืองเซียร์มาก มีแนวโน้มว่าพวกเขาจะไปถึงหัวเมืองปกครองเซียร์ในคืนนี้

“พวกเขากำลังมาถึงคืนนี้หรือ?” เภสัชกรโฮลเมอร์สะดุ้ง

“เร็วเข้า เราต้องออกไปกันเดี๋ยวนี้” เภสัชกรโฮลเมอร์สั่งทันทีและรวมกลุ่มรีบร้อนกลับไปยังตัวเมืองเซียร์ทันที

จบบทที่ ตอนที่ 8-16 แม่น้ำยูลาน

คัดลอกลิงก์แล้ว