เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8-2 หมาป่าปฐพี

ตอนที่ 8-2 หมาป่าปฐพี

ตอนที่ 8-2 หมาป่าปฐพี


การสนับสนุนการฝึกฝนพื้นฐานสุดก็ด้วยใช้ดาบหนักผสานกับลมปราณพร้อมกับใช้พลังกายภายนอก

หลังจากดาบหนักอดาแมนเทียมถูกสร้างขึ้นในเมืองเฮส  เมื่อลินลี่ย์ใช้ดาบหนักอดาแมนเทียมโจมตีใส่มือปราบพิเศษชุดม่วง  เขาไม่สามารถผสานพลังของเขาและปราณของเขาได้ดั่งใจนึก

ดาบหนักไม่จำเป็นต้องถูกใช้ด้วยแรงถึกล้วนๆ

แต่มันจะค่อยๆ เพิ่มพลังทีละนิดจนกระทั่งดาบมีพลังสูงสุด  ขณะเดียวกันก็ผสานทั้งพลังภายนอกและพลังภายในจนกระทั่งอยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุด

หลังจากใช้เวลามากกว่าหนึ่งปี ในที่สุดลินลี่ย์ก็สามารถกวัดแกว่งดาบหนักอดาแมนเทียมได้ง่ายเหมือนกับเป็นมือของเขาเองโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานเลยแม้แต่น้อย แม้จะมีขีดจำกัดของปริมาณพลังและลมปราณภายใน  แต่เขาก็สามารถเพิ่มพลังของดาบหนักอดาแมนเทียมจนอยู่ในระดับสูงล้ำได้

แต่นี่ยังคงเป็นแค่พื้นฐาน

ระดับที่เหนือกว่าพื้นฐานนี้ก็คือระดับที่สอง  ขอบเขตที่แตกต่างของความเป็นไปได้  นี่คือสิ่งที่ลินลี่ย์ปลุกขึ้นมาขณะที่เขาเห็นสายน้ำตกกระแทกกระทั้นภายในถ้ำภูเขา

จะกวัดแกว่งดาบหนักเหมือนกับเป็นของเบาได้นั้น พูดง่ายแต่ทำได้ยาก

ความจริงเป็นเรื่องจำเป็นที่นักสู้จะต้องควบคุมทั้งพลังภายในและภายนอกให้ได้อย่างสมบูรณ์จากนั้นเขาจึงจะสามารถปลดปล่อยพลังเหมือนสายน้ำตกได้อย่างไม่รู้จบ พลังที่ปลดปล่อยออกมาได้อย่างนี้มีมากมายมหาศาล

นี่เกิดขึ้นภายใต้หลักการการฝึกเคล็ด ‘สายฟ้าฟาด’ ของลินลี่ย์

แต่เรื่องนี้พูดย่อมง่ายกว่าทำ  จำเป็นต้องมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งมั่นคงมาก  ถ้านักสู้ไม่มีการควบคุมทั้งพลังภายนอกและภายในได้อย่างเพียงพอ หลังจากที่นักสู้เข้าใจหลักการเคล็ดวิชานี้แล้ว เขาก็ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อยู่ดี

“แข็งแกร่งทรงพลังขนาดนั้นเชียวหรือ? เจ้านาย นีคือวิธีการที่ทรงพลังที่สุดในการใช้ดาบหนักใช่ไหม?  บีบีพูดด้วยความประหลาดใจ

ลินลี่ย์หัวเราะและส่ายศีรษะ  “ยังไม่ใกล้เคียงเลย  ตามข้อมูลที่ยบันทึกโดยตระกูลของข้า  วิธีการใช้ดาบหนักมีการอธิบายไว้เป็นสามระดับ  ระดับแรกเชี่ยวชาญพื้นฐานได้อย่างสมบูรณ์  ระดับที่สองสามารถกวัดแกว่งดาบหนักได้เหมือนกับเป็นของเบา  และระดับสามรู้จักกันในนามว่า สร้างข้อกำหนด”

“ข้อกำหนด?”  บีบีงงเล็กน้อย  “มันเป็นยังไง?

“ข้าไม่รู้เหมือนกัน”  ลินลี่ย์ส่ายศีรษะ “ที่สำคัญ ในบันทึกของตระกูลข้า นอกจากความลับคัมภีร์เลือดมังกรแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นการอธิบายถึงประวัติศาสตร์ของตระกูลและเรื่องราวบรรพบุรุษของข้าบางคน  ส่วนเรื่องที่บรรพบุรุษสามารถกวัดแกว่งอาวุธหนักเหมือนกับเป็นของเบา มีเพียงคำอธิบายพลังของเขาเพียงสองสามบรรทัด  บันทึกนั้นยังพูดถึงระดับที่สามคือสร้างข้อกำหนดไว้  แต่การสร้างข้อกำหนดเป็นยังไงกลับไม่มีอธิบายรายละเอียดไว้ ดังนั้นข้าจึงไม่รู้เหมือนกัน”

ลินลี่ย์ไม่เข้าใจ

สามารถสร้างข้อกำหนดได้ หมายถึงอะไรกันแน่?

แต่เมื่อกวัดแกว่งดาบหนักอดาแมนเทียม จะสามารถกำหนดเพิ่มพลังโจมตีได้มากมายแค่ไหนกัน?

“ข้ายังไม่รู้เรื่องนั้น เพราะไม่มีวิธีเข้าใจมันได้”  ลินลี่ย์ส่ายศีรษะ

ลินลี่ย์รู้ดีว่าเขายังไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญระดับใช้ของหนักเหมือนกับเป็นของเบาอย่างแท้จริง  เพราะส่วนที่สำคัญที่สุดของเคล็ดสายฟ้าฟาดก็คือปลดปล่อยพลังทั้งหมดในช่วงสุดท้าย

จะมีวิธีเพิ่มพลังของเคล็ดนี้ได้อย่างไร?

ถึงตอนนี้ ลินลี่ย์ปลดปล่อยพลังภายนอกและพลังปราณภายในพร้อมกัน  แต่ลินลี่ย์รู้ว่านี่เป็นวิธีที่ทื่อและถึก

“น่าเสียดายที่ไม่มีป้ายบอกเส้นทางการฝึกฝน”  ลินลี่ย์หัวเราะเบาๆ จากนั้นก็หยุดคาดเดาเรื่องที่ไร้สาระของเขา

…..

ฤดูใบไม้ร่วง ป่าที่บริสุทธิ์ผืนใหญ่ของเทือกเขาอสูรวิเศษถูกปกคลุมด้วยใบไม้เหลือง

นี่คือปลายฤดูใบไม้ร่วงของปี 10001 ตามปฏิทินยูลาน  ลินลี่ย์เข้าไปในเทือกเขาอสูรเวทเป็นเวลานานกว่าปีครึ่ง  แต่เขาแค่ท่องเที่ยวไปได้ไกลเพียงห้าพันหรือหกพันกิโลเมตร

ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกฝนทุกวัน  เดินหน้าไปได้ยี่สิบสามสิบกิโลเมตรนับเป็นระยะทางที่ไกลที่สุดที่เขาเดินทางได้

ตกกลางคืนไม่มีเสียงให้ได้ยิน ภายในพื้นที่ใจกลางเทือกเขาอสูรวิเศษ ภายใต้ต้นไม้ขนาดห้าหกคนโอบรอบ ลินลี่ย์นั่งขัดสมาธิอยู่ในภวังค์สมาธิ

เวลาผ่านไปช้าๆ...

ท้องฟ้าเริ่มสาง ลินลี่ย์ลืมตา มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าของเขา

แสงสางเริ่มสาดส่อง ลมยามรุ่งอรุณโชยพัดหมุนเป็นเกลียวหอบใบไม้ลอยขึ้นและค่อยๆ ร่วงลงมา  ลินลี่ย์นั่งมองใบไม้เหล่านี้ร่วงลงมาอย่างเงียบๆ

“เจ้านาย?”  บีบีลืมตาขึ้นตามปกติ มันพูดอย่างสงสัย “ท่านตื่นแล้ว? ทำไมถึงไม่ปลุกข้า?”

ความจริงทุกวันเมื่อลินลี่ย์ตื่นขึ้น บีบีก็จะตื่นขึ้นเช่นกัน  แต่ในทุกวันบีบีจะรอให้ลินลี่ย์ปลุกมันก่อนที่มันจะลืมตา  แต่วันนี้ลินลี่ย์กลับไม่เรียกมัน

“บีบี!  ดูเหมือนว่าข้าจะบรรลุขอบเขตใหม่ได้แล้ว”  ลินลี่ย์สนทนาทางใจกับบีบีทันที

“บรรลุขอบเขตใหม่?”  บีบีกระโดดลุกขึ้นยืนทันที  มันถามอย่างตื่นเต้น  “เจ้านาย ท่านบรรลุแบบไหน?”

ลินลี่ย์หัวเราะ  “ในที่สุดพลังจิตของข้าก็เข้าถึงขั้นจอมเวทระดับแปดแล้ว”

“จอมเวทระดับแปด?”  บีบีตะโกนด้วยความประหลาดใจ

ฤดูหนาวปีที่เขาอายุสิบหกปี ลินลี่ย์ได้สลักประติมากรรม ‘ตื่นจากฝัน’ ทำให้เขามีความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดในช่วงสิบวันสิบคืนส่งผลให้พลังจิตของลินลี่ย์เพิ่มขึ้นนับสิบเท่าจนกระทั่งพลังจิตของเขาเข้าสู่ภูมิจอมเวทระดับเจ็ดขั้นต้น

เขาอายุเพียงสิบหกปีในฤดูหนาวปีนั้น ก็เข้าสู่ภูมิจอมเวทระดับเจ็ดขั้นต้นแล้ว!

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ผ่านไปสามปี

ขณะที่เขาอยู่ที่เมืองเฟนไล พลังจิตวิญญาณของลินลี่ย์ก้าวหน้าไม่มากขนาดนั้นและอัตราความก้าวหน้าของเขา บางทีลินลี่ย์จำเป็นต้องใช้เวลาห้าหรือหกปีเพื่อให้ก้าวหน้าจากระดับเจ็ดขั้นต้นไปถึงระดับแปด  แต่ปีนี้ในเทือกเขาอสูรวิเศษ ลินลี่ย์หมกตัวเองอยู่กับธรรมชาติ และแต่ละครั้งที่เขาได้สลักหิน เขาจะรับรู้และมีส่วนร่วมไปกับธรรมชาติ

อัตราความก้าวหน้าในพลังจิตของเขาสามารถสังเกตเห็นได้ชัด

ตอนนี้...

พลังจิตของลินลี่ย์เข้าถึงภูมิจอมเวทระดับแปดในที่สุด

“เจ้านาย เวทของจอมเวทระดับแปดแข็งแกร่งมากแค่ไหน?”  บีบีพูดอย่างสงสัย

“เจ้าจะได้พบเจอถ้าเจ้าอยากลอง” ลินลี่ย์ยิ้มอย่างมีเลศนัย  บีบีจ้องมองเขา จากนั้นมันกล่าวอย่างภูมิใจ “มาเลย ข้า บีบีไม่กลัวอสูรเวทระดับแปด  เวทระดับแปดก็คงไม่ต่างกันมาก”

ลินลี่ย์เริ่มร่ายเวททันที

ในเวลาสั้นๆ แก่นธาตุดินปริมาณมหาศาลเริ่มแข็งตัวและมารวมตัวอยู่ใกล้ๆ ลินลี่ย์  พลังเวทในตัวลินลี่ย์เริ่มเพิ่มสูงขึ้น

“วูบ” ลมวูบหนึ่งปรากฏอยู่หน้าลินลี่ย์ทันทีและหอบใบไม้ลอยขึ้นและร่วงหล่นลงรอบๆ ตัวเขา  เสียงหอนโกรธเกรี้ยวสามารถได้ยินทันที หมาป่าสูงสามเมตรสีเหมือนดินเหลืองปรากฏอยู่ต่อหน้าลินลี่ย์  หมาป่าตัวขนาดมหึมานี้สูงสามเมตรและยาวสิบเมตร กล้ามเนื้อของมันแข็งแรงเป็นปุ่มปมเหมือนเหล็กและขาทั้งสี่เต็มไปด้วยพลัง

เวทสายธาตุดินระดับแปด – หมาป่าปฐพี!

“ฮูววววววว!”

หมาป่าปฐพีคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวและพุ่งเข้าหาบีบี  แต่บีบียืนอยู่ที่เดิมจ้องมองหมาป่าปฐพีด้วยความมั่นใจ

“ควั่บ!”  ทันใดนั้นหลาวธาตุดินแถวหนึ่งผุดขึ้นมาจากพื้นใต้เท้าของบีบี

“โหว!”  บีบีส่งเสียงร้องด้วยความประหลาดใจและกระโจนขึ้นในอากาศ

แผงหลาวดินไม่สามารถทำอันตรายบีบีได้แม้แต่น้อย  แต่ตอนนี้เอง หมาป่าปฐพีพุ่งมาถึงด้านข้างของมัน  บีบีกู่ร้องทันที และร่างของมันขยายขนาดทันที

“ฮู้วววววว!”

เขี้ยวและเหงือกของมันแดงเข้ม หมาป่าปฐพีงับบีบีขณะที่บีบีก็งับหมาป่าปฐพีด้วยความโกรธเช่นกัน  เสียง ‘กร้วม’ ดังขึ้นขณะที่บีบีกัดกระชากคอหมาป่าปฐพี

แต่หมาป่าปฐพีดูเหมือนจะไม่เป็นอะไร ขณะที่มันตบกรงเล็บใส่บีบีอย่างดุเดือด

“ตุ้บ”

บีบีถูกตบกระเด็นและกระแทกกับพื้น เกิดเป็นรอยหลุมขนาดเล็ก  บีบีคลานออกมาทันทีจ้องมองหมาป่าปฐพีอย่างโกรธเกรี้ยว จากนั้นหมาป่าปฐพีจึงเริ่มใช้พลังอุ้งเล็บที่มหาศาลของมัน

“บีบี, หมาป่าปฐพีตัวนี้ไม่ใช่อสูรเวท  มันเป็นแค่สิ่งก่อสร้างจากธาตุดินหล่อเลี้ยงด้วยพลังเวทกับแก่นธาตุดิน มันไม่มีจุดอ่อนสำคัญ” เสียงลินลี่ย์ดังขึ้นตักเตือนบีบี

บีบีเข้าใจได้ทันที

สำหรับสิ่งที่สร้างขึ้นจากพลังเวทและแก่นธาตุหลัก  ไม่ว่าเจ้าจะกัดหางหรือคอก็ไม่มีผลสร้างความเสียหายได้แต่อย่างใด

“ชรีคคคค!

ตอนนี้บีบีโกรธอย่างแท้จริง  มันกลายร่างเป็นเงาดำและบินเข้าโจมตีหมาป่าปฐพีที่กำลังแยกเขี้ยวพุ่งใส่บีบี  แต่บีบีหลบการโจมตีของมันได้ และกวาดกรงเล็บใส่หมาป่าปฐพี ในพริบตาเดียวบีบีก็ตวัดกรงเล็บใส่หมาป่าปฐพีได้เกือบร้อยครั้ง บีบบังคับจนกระทั่งคู่สู้แตกทำลาย

“บึ้ม!”  ร่างของหมาป่าปฐพีเริ่มเรืองแสงจากนั้นก็ระเบิดในพริบตา

บีบีถูกกระแทกกระเด็นจากแรงระเบิดกระแทกกลางต้นไม้หักครึ่งและร่วงกับพื้น

“บีบี, เจ้าคิดทำอะไร?”  ลินลี่ย์รู้ว่าบีบีแข็งแกร่งทรงพลังเพียงไหน  พลังโจมตีเพียงเล็กน้อยเท่านี้ไม่พอทำร้ายบีบีได้

บีบีรีบวิ่งเข้ามาหาเขา มันกล่าวด้วยน้ำเสียงเหมือนได้รับบาดเจ็บ “เจ้านาย พลังโจมตีของหมาป่าปฐพีตัวนั้นไม่ได้ต่ำกว่าอสูรเวทระดับแปดทั่วไปเลย  มันไม่ได้มีจุดอ่อนตรงไหนด้วยซ้ำ ที่น่าประหลาดก็คือ แม้ขณะที่มันกำลังจะตาย มันยังปล่อยพลังระเบิดฆ่าตัวตายได้อีกด้วย”

เมื่อร่างของมันกำลังจะแตกสลาย  โครงสร้างที่ก่อตัวจากพลังเวทและแก่นธาตุระเบิดเองตามธรรมชาติ

จอมเวทสองสายธาตุระดับแปด  ตอนนี้ต่อให้อยู่ในร่างมนุษย์ลินลี่ย์ก็ยังนับว่าน่ากลัวอย่างแท้จริง  พลังเวทระดับแปดน่าทึ่งมากจริงๆ

ตัวอย่างเช่น เวทธาตุลม ‘ทอร์นาโดอำมหิต’ เวททอร์นาโดอำมหิตนี้สามารถกำจัดทหารได้เป็นพัน  ความจริงแม้แต่พลังโจมตีของหมาป่าปฐพีก็สามารถทำลายกองทัพน้อยได้เกือบทั้งหมดอยู่แล้ว  หมาป่าปฐพีมีพลังป้องกันที่น่าทึ่ง  มีแต่อสูรประหลาดที่ไม่ธรรมดาอย่างบีบีเท่านั้นถึงสามารถเจาะทะลวงพลังป้องกันของหมาป่าปฐพีได้อย่างง่ายดาย

หมาป่าปฐพีคล่องแคล่วว่องไวและมีพลังป้องกันที่น่าทึ่ง และมันไม่มีจุดอ่อน

ไม่ว่าใครคงสามารถจินตนาการได้ว่าจะเกิดหายนะแค่ไหนหากมันบุกตะลุยใส่กองทหาร

“สำหรับอาณาจักร จอมเวทระดับแปดมีความสำคัญมากกว่ากองทัพที่มีทหารหมื่นคนเสียอีก”  ลินลี่ย์เข้าใจหลักเหตุผลข้อนี้ดี  และเมื่อเป็นนักเวทระดับเก้า พวกเขาจะสำคัญยิ่งกว่ากองทัพที่มีทหารแสนนาย  ขณะที่นักเวทระดับเซียนก็ยิ่งสำคัญมากกว่ากองทัพที่มีทหารเป็นล้าน

แค่ร่ายเวทต้องห้าม ‘พายุทำลายล้าง’ กองทัพทหารทั้งล้านนายจะถูกกวาดล้างทำลายทันที

……

ความสัมพันธ์สายธาตุของลินลี่ย์อยู่ในระดับยอดเยี่ยม ปกติเขาไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการปรุงแต่งพลังเวทเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ยิ่งได้เพิ่มพลังสนับสนุนจากการแกะสลักของสำนักสิ่วสกัดตรง  ลินลี่ย์ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากมายในการฝึกฝนตนเองในฐานะจอมเวท

และตั้งแต่เขาสามารถแปลงร่างเป็นมังกรได้ในตอนนี้ ความเร็วในการฝึกฝนในฐานะนักรบของเขาก็เร็วขึ้นมากกว่าแต่ก่อนเช่นกัน

……

ดาบหนักอดาแมนเทียมในมือที่ลินลี่ย์ถือเดินไปบนยอดเขาใหญ่  เขาสามารถกวัดแกว่งฟาดฟันได้ทุกทิศทุกตำแหน่ง ทั้งหวด ฟาด ฟัน ทุกความเคลื่อนไหวเป็นไปโดยธรรมชาติและสง่างาม

แต่เมื่อใดก็ตามที่ดาบหนักอดาแมนเทียมสัมผัสก้อนหินใหญ่  ก้อนหินก็จะแตกกระจายทันที

หินแต่ละก้อนจะแตกเป็นสิบๆ เสี่ยง หรือไม่ระเบิดกระจาย ไม่ก็กลายเป็นผุยผง

ลินลี่ย์ทดสอบตนเองและทดสอบวิธีใช้เคล็ด ‘สายฟ้าฟาด’ ของเขาและปล่อยพลังให้มากอย่างสม่ำเสมอ  วิธีใช้ปราณยุทธมหาศาลพร้อมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังโจมตี

“ฟิ้ว” ความรู้สึกว่าเขาได้ใช้ปราณเลือดมังกรไปเกินกว่าครึ่งทำให้ลินลี่ย์เก็บดาบหนักอดาแมนเทียมเข้าฝักทันที

พร้อมกับการพลิกมือ เทพกระบี่เลือดม่วงปรากฏในมือของเขา

ลินลี่ย์เริ่มเตรียมตัวกระโจน  กระบี่อ่อนเลือดม่วงในมือของเขาเป็นประกายดูสง่างามทุกท่วงท่า  ความแข็งแกร่งของกระบี่เลือดม่วงอยู่ที่ความเร็วและความสามารถโจมตีที่คาดเดาไม่ได้

“ควั่บ!”

กระบี่เลือดม่วงฟันได้แม้ในตำแหน่งแคบติดกับต้นไม้ พอสะบัดไปได้ครึ่งหนึ่ง กระบี่เลือดม่วงก็บิดโค้งเหมือนอสรพิษและในพริบตามันพันตัวรอบต้นไม้  พอประกายสีม่วงวาบขึ้น ต้นไม้ก็ถูกตัดครึ่ง

ด้วยการสั่นครั้งเดียว กระบี่เลือดม่วงก็ยืดตรงอีกครั้งทันที

“ควั่บ” กระบี่เลือดม่วงพุ่งแทงออกไปข้างหน้า  ขอบคมของมันมีประกายเขียวดำ  กระบี่แทงทะลวงเข้าผนังหินใกล้ๆ อย่างง่ายดาย

“หืม?”

ทันใดนั้นลินลี่ย์ขมวดคิ้วถอนกระบี่เลือดม่วงออกมา  เขาจ้องดูกระบี่เลือดม่วงอย่างสงสัย “ภายในกระบี่... มันอะไรกัน....” ตอนนั้นลินลี่ย์เพ่งเล็งแค่การโคจรพลังเข้าไปในกระบี่เลือดม่วงเพื่อควบคุมความผันผวนปั่นป่วนของมัน  เพราะเขาทำเช่นนั้น  เขาจึงได้พบกับกลิ่นอายที่น่ากลัวซึ่งทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวด้วยความกลัวทันที

“เป็นไปได้ยังไง?”  หัวใจของลินลี่ย์ตึงเครียดทันที

ก่อนหน้านี้เมื่อเขาอยู่ในสถานการณ์อันตรายในวิหารเจิดจรัส  แหวนมังกรขนดได้ปลดปล่อยพลังมหาศาลระเบิดออกมา  กระบี่อ่อนเลือดม่วงก็เป็นสิ่งประดิษฐ์ของเทพเช่นกัน  แต่มันไม่ทรงพลังอย่างที่ลินลี่ย์คิดว่ามันน่าจะมี  ลินลี่ย์มักสงสัยว่าต้องมีบางอย่างบรรจุอยู่ในกระบี่อ่อนเลือดม่วง

ลินลี่ย์โคจรพลังเข้าไปในกระบี่เลือดม่วงทันทีและตรวจสอบมันภายในอย่างรอบคอบ

ในอดีตลินลี่ย์ก็เคยลองทำอย่างนี้มาก่อนที่เขาจะเข้าถึงขอบเขตจอมเวทระดับแปด  แต่ก็ไม่สามารถหาอะไรพบ  แต่ตอนนี้ เขาเป็นจอมเวทระดับแปดแล้ว

“หืม?” ลินลี่ย์โคจรพลังลงไปในที่สุดดูเหมือนจะตรวจพบอะไรบางอย่าง

รังสีที่กระหายเลือด บ้าระห่ำถ่ายทอดมากับพลังที่ลินลี่ย์โคจร  ทันใดนั้นลินลี่ย์ดูเหมือนมองเห็นทะเลโลหิตไร้ขอบเขต  ศพนับไม่ถ้วน และกองกระดูกมากมาย

รังสีที่บ้าระห่ำ กระหายเลือด โหดร้ายรุกรานพลังของลินลี่ย์ และจากนั้นมันแผ่เข้ามาใจของลินลี่ย์รวดเร็วราวกับสายฟ้า

จบบทที่ ตอนที่ 8-2 หมาป่าปฐพี

คัดลอกลิงก์แล้ว