เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7-23 บ้าคลั่ง

ตอนที่ 7-23 บ้าคลั่ง

ตอนที่ 7-23 บ้าคลั่ง


“บึ้ม!  บึ้ม!  บึ้ม! บึ้ม!”

…..

อุกกาบาตยักษ์ทั้งหกกระแทกใส่มือปราบพิเศษทั้งหกคนอย่างโหดเหี้ยมมือปราบพิเศษทั้งหกร่วมมือกันขุดตัดพื้นใต้ตัวพวกเขาและพยายามจะขุดอุโมงค์ลึกลงไป

อุกกาบาตยักษ์ทั้งหกก้อนปะทะกับพื้นทำให้โลกสั่นสะเทือนจากแรงระเบิดอย่างรุนแรงขณะที่คลื่นเสียงเหมือนฟ้าคำรามดังออกมาจากพื้นทันที

“บึ้มมมม!”

ก้อนหินขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนพื้น  แต่ละก้อนกว้างถึงสิบเมตร  พลังคลื่นอัดกระแทกแผ่กระจายไปทั่วทุกทิศและพื้นดินสะเทือนเป็นระลอกคลื่นม้วนตัวพังบ้านและต้นไม้ไปตลอดทาง

พื้นที่ภายในรัศมีร้อยเมตรกลายเป็นฝุ่นกระจายไปทุกแห่ง

แรงระเบิดที่น่ากลัวนี้ทำให้คนทั่วทั้งเมืองเฮสสังเกตได้  ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโยคีที่เพิ่งย่างเท้าออกจากประตูเมืองเฮสหรือคนของหอการค้าดอว์สัน, ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งทรงพลังอื่นทุกคนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่มาจากสถานที่นี้ได้

…..

คลื่นพลังม้วนตัวมาถึงลินลี่ย์ด้วยเช่นกัน แต่ลินลี่ย์เอาแต่ยืนอยู่ที่เดิมเหมือนคนโง่ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย  เขาปล่อยให้คลื่นพลังจัดการเขาได้ตามแต่จะพอใจ

ลินลี่ย์เอาแต่ยืนอยู่เหมือนคนโง่  หลั่งน้ำตาไม่หยุด

“อ๊า... อ๊า... อ๊า....”  ดูเหมือนลินลี่ย์จะลืมวิธีพูดไปแล้ว  และเขาสั่นไปทั้งตัว ตื่นกลัวและหัวใจแหลกสลายขณะกู่ร้องก้องท้องฟ้า

ลินลี่ย์ทิ้งตัวคุกเข่า

ความรู้สึกเจ็บปวดใจราวกับหัวใจถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆกัดกินใจลินลี่ย์

ภาพความทรงจำที่เขากับเดลินโคเวิร์ทอยู่ด้วยกันผุดขึ้นมาในใจเขา

…..

ครั้งแรกนั้นเขาได้เห็นรัศมีแสงเปลี่ยนสภาพไปเป็นชายชราชุดยาวสีขาวผมเคราขาวโพลน หนูน้อยลินลี่ย์ตกใจตะโกนขึ้น “ท่าน... ท่านเป็นใคร?”

“หวัดดี, เด็กน้อย... ข้าชื่อเดลิน โคเวิร์ทข้าคือปรมาจารย์จอมเวทระดับเซียนแห่งจักรวรรดิพูเอนท์!”  นั่นคือครั้งแรกเริ่มของสายสัมพันธ์ที่เดลินโคเวิร์ทมีต่อลินลี่ย์

….

“ปู่เดลิน, ทำไมปู่ไม่บอก?ความถนัดทางสายธาตุดินของข้าเป็นยังไงบ้าง?” ครั้งแรกที่ลินลี่ย์ทดสอบพรสวรรค์ในฐานะจอมเวทคนหนึ่ง

“ดี ยอมเยี่ยมมาก  สัมพันธ์สายธาตุของเจ้าที่มีต่อแก่นธาตุดินอยู่ในระดับสูงมาก”  หน้าของเดลิน โคเวิร์ทมีรอยยิ้ม  “เท่าที่ข้ารู้บางทีอาจมีเพียงหนึ่งในพันของนักเวทที่จะมีสัมพันธ์สายธาตุดินแข็งแกร่งเท่ากับเจ้าอย่างแท้จริง”    การยกย่องจากเดลินโคเวิร์ททำให้หนูน้อยลินลี่ย์ตื่นเต้นอย่างมิอาจอธิบายได้

….

ปรมาจารย์จอมเวทชั้นเซียนแห่งยุคของจักรวรรดิพูเอนท์  เด็กน้อยคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้การอบรมสั่งสอนของปรมาจารย์จอมเวทแห่งจักรวรรดิพูเอนท์นี้  เด็กน้อยผู้นั้นจึงเข้าสู่เส้นทางการเป็นจอมเวท

…..

รูปแกะสลักต้องใช้วิธีของเหล็กสกัดตรง  การฝึกฝนในเทือกเขาอสูรเวท  ภายใต้การสั่งสอนจากเดลินโคเวิร์ทผู้มีประสบการณ์ ลินลี่ย์ก้าวหน้าเติบโตในระดับที่น่าอัศจรรย์

แต่เมื่อลินลี่ย์กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของทุกคน...

...กลับไม่มีใครรู้เลยว่าเบื้องหลังของเขาเป็นวิญญาณของปรมาจารย์จอมเวทชั้นเซียนแห่งยุคของจักรวรรดิพูเอนท์

….

“ลินลี่ย์, ต่อไปในอนาคต เจ้าจะต้องพึ่งพาตนเอง” ปู่เดลินลูบศีรษะของลินลี่ย์เป็นครั้งสุดท้าย

หลังจากร่ายเวทต้องห้ามที่สั่นสะท้านโลก“ดาวตกถล่มสวรรค์” ปู่เดลินก็จางหายไป

“ลินลี่ย์...ลาก่อน”

“จำไว้ จงใช้ชีวิตให้ดี”

…..

ใจของลินลี่ย์วนเวียนอยู่กับวันเวลาที่เขาใช้ร่วมกับปู่เดลิน ชายชราใจดีและอดทนผู้สั่งสอนลินลี่ย์มามากมายและยาวนาน  ลินลี่ย์คงทนไม่ได้หากต้องแยกจากท่าน

“...ไม่ .. ไม่...”

ลินลี่ย์ส่ายศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เขาไม่อยากเชื่อ  ปู่เดลินจากไปแล้วจริงๆ  ที่ยิ่งกว่านั้นวิญญาณของเขาสลายไปเมื่อเขาตาย

“เป็นไปไม่ได้ ปู่เดลิน ออกมาเถอะ  ออกมา”  ลินลี่ย์จ้องมองแหวนมังกรขนดร้องคร่ำครวญไม่หยุดในตอนแรกเสียงเรียกโหยหาของเขาดังออกมาพร้อมกับน้ำตาที่หยดใส่เกล็ดที่แข็งเยือกเย็นของเขา

เลือดยังคงไหลออกจากร่างของลินลี่ย์แต่ลินลี่ยไม่รู้สึกอะไรเลย

“ปู่เดลิน”

ลินลี่ย์หวังอย่างสุดซึ้งอีกครั้งว่าจะมีแสงรังสีขาวฉายออกมาจากแหวนมังกรขนดและเปลี่ยนสภาพเป็นปู่เดลินผู้มีหนวดเคราผมขาวชุดขาว ลินลี่ย์ไม่อยากเชื่อว่าปู่เดลินตาย ปู่จะไม่อยู่เคยงข้างเขาอีกต่อไป

เขาอยู่ด้วยกันกับปู่เดลินมาตั้งแต่เขายังเด็ก

ตั้งแต่นั้นลินลี่ย์ไม่เคยแยกจากปู่เดลินเลย ไม่เคยสักครั้ง

ในส่วนลึกของหัวใจลินลี่ย์  เขาคุ้นเคยอย่างแท้จริงกับการแสดงตัวของปู่เดลินมานานแล้ว แม้แต่ตอนที่ลินลี่ย์ถูกจองจำอยู่ในวิหารเจิดจรัสเขาก็ยังไม่รู้สึกว่าเดียวดายหรือจนใจเหมือนตอนนี้

จิตใจของเขามั่นคงเสมอมา...เพราะเบื้องหลังเขามีปู่เดลินคอยสนับสนุน

แต่ตอนนี้....

ปู่เดลินจากไปตลอดกาล,  ตลอดกาล

“ทำไม, ทำไม” เสียงของลินลี่ย์สั่น  “สวรรค์ท่านแม่ข้าตายก่อน  จากนั้นก็เป็นท่านพ่อทำไม ทำไมท่านต้องพรากปู่เดลินไปจากข้าด้วย?”

“ทำไม!!” ลินลี่ย์เงยหน้ากู่ร้องใส่ท้องฟ้า

เสียงของเขาสะท้อนก้องอยู่ในท้องฟ้า

“อ๊า.... อ๊า.....”  ลินลี่ย์คุกเข่า, หมดเรี่ยวแรงเขาเริ่มสะอึกสะอื้น ไม่ว่าลินลี่ย์จะร้องไห้มากเพียงไหน ชายชราใจดีผู้นั้นจะไม่ปรากฏตัวขึ้นอีก

เขาตายแล้วและจากไปตลอดกาล

“ปู่เดลิน”

ลินลี่ย์รู้สึกอ่อนแอและเปราะบางยิ่งกว่าเคยเป็นมาก่อน  เป็นความเปราะบางอ่อนแอทางสภาวะจิตใจไม่มีพ่อ  ไม่มีแม่และตอนนี้แม้แต่ปู่เดลินผู้อยู่ข้างตัวเขาเสมอมาก็จากไปอีก

ผู้ที่เหลืออยู่ข้างกายลินลี่ย์ก็คือบีบีซึ่งไม่เคยรู้เรื่องความคงอยู่ของปู่เดลินมาก่อน

“เจ้านาย, เฮ้ เจ้านายลินลี่ย์!”  บีบีสะกิดลินลี่ย์  มันค่อนข้างจะกลัว

ลินลี่ย์หันหน้ามองดูบีบี

“บีบี” ลินลี่ย์ดึงบีบีเข้ามาไว้ในอ้อมแขนทันที

“เจ้านาย เมื่อสักครู่ท่านเรียกชื่อปู่เดลินออกมา  ปู่เดลินเป็นใครกัน? เมื่อสักครู่ข้ารู้สึกถึงพลังวิญญาณที่กลัวระเบิดออกมา  นั่นคืออะไร?” บีบีงงไปหมด

หัวใจของลินลี่ย์รู้สึกระทมทุกข์อีกครั้งเมื่อได้ยินชื่อของปู่เดลินอีกครั้ง

เขาก้มหน้ามองดูแหวนมังกรขนดในนิ้วของเขา  แต่...ปู่เดลินจะไม่ออกมาจากในแหวนอีกแล้ว

“ครืนนนน”ทันใดนั้นเสียงเบามากดังต่อเนื่องสามารถได้ยินได้ ลินลี่ย์หน้าไปดู

ภายในหลุมอุกกาบาตที่เกิดขึ้นจากดาวตกร่างของคนชุดม่วงกำลังดิ้นรนคลานออกมา ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น บุรุษอีกห้าคนค่อยๆ ดิ้นรนคลานออกมาด้วยเช่นกัน

ดาวตกถล่มสวรรค์ –เวทต้องห้ามสายธาตุดิน

ถ้าปรมาจารย์จอมเวทระดับเซียนใช้เวทนี้จริง  ทั้งหกคนจะต้องตายอย่างมิต้องสงสัย  แต่เดลิน โคเวิร์ทเป็นปรมาจารย์จอมเวทที่ไม่มีพลังเวทแม้แต่เสี้ยวเดียว

ตามกฎการใช้เวท  พลังเวทเป็นเหมือนขุนพลสั่งการ  แก่นพลังธาตุซึ่งเปรียบเสมือนกองทหาร  เมื่อมีทั้งพลังเวทและพลังจิตก็จะสามารถสั่งการทหารเหล่านี้ผ่านการร่ายเวทที่ทรงพลังได้

สิ่งที่เดลินโคเวิร์ททำลงไปก็คือการเอาพลังจิตวิญญาณซึ่งอยู่ลึกในวิญญาณของเขา ใช้พลังจิตวิญญาณสร้างระเบิดพลังงานที่ทรงอานุภาพควบคุมแก่นธาตุโดยตรงและใช้คาถาต้องห้ามดาวตกถล่มสวรรค์

แต่เพราะเขาไม่มีพลังเวท  แม้ว่าจะต้องใช้พลังจิตของตัวเองทั้งหมด  พลังคาถาของเดลินโคเวิร์ทจึงมีเพียงหนึ่งหรือสองในสิบของเวทดาวตกถล่มสวรรค์ตามปกติ แม้ว่าจะเป็นแค่เพียงหนึ่งหรือสองในสิบของพลังคาถาต้องห้าม  แต่ก็บดกระแทกมือปราบพิเศษจนแทบตายในพริบตา

เมื่อเห็นคนในชุดม่วงทั้งหกคลานออกมา  หัวใจของลินลี่ย์เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเดือดดาลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

“อ๊าาา!!!”  พร้อมกับเสียงกู่ร้องยาว  ลินลี่ย์พุ่งเข้าหาบุรุษชุดม่วงคนหนึ่งราวกับสายฟ้าฟาด  มือปราบพิเศษเมื่อเห็นลินลี่ย์พุ่งเข้าจู่โจมเขาก็หวาดกลัวจนตาเหลือกกลับเหมือนกับดวงจันทร์

“อ๊า...” ลินลี่ย์ใช้กำลังแขนของเขาฉีกร่างของมือปราบพิเศษเป็นสองเสี่ยงด้วยมือเปล่า

“ตาย”ลินลี่ย์ใช้กำลังฉีกศีรษะของมือปราบพิเศษอีกคน

“ฮ่า....”กรงเล็บแหลมคมของลินลี่ย์เสียบเข้าที่อกของมือปราบพิเศษคนที่สามฉีกบดหัวใจของเขาเป็นเสี่ยงๆ

“จงตายซะ!”  ลินลี่ย์งับคอของมือปราบพิเศษคนที่สี่ใช้ฟันฉีกลำคอของเขาออก

เขาต้องการกินเลือดและดื่มเลือดของพวกเขา

“อ๊า!!!”  ร่างของลินลี่ย์มาปรากฏข้างๆมือปราบพิเศษคนที่ห้า  มือปราบผู้นั้นบาดเจ็บหนักอยู่แล้วไม่สามารถป้องกันตนเองได้จึงได้แต่มองดูอย่างหวาดผวาขณะที่จับขาเขาฉีกร่างขาดครึ่ง

สำหรับมือปราบคนที่หก...

“เจ้า...เจ้า...”มือปราบคนที่หกซึ่งบาดเจ็บสาหัส เมื่อเห็นฉากภาพที่น่ากลัวต่อหน้าเขาและเห็นลินลี่ย์ตรงเข้ามาหาเหมือนกับปีศาจจากอเวจี เขาหวาดกลัวจนตัวสั่นและล้มลงขาดใจตายเพราะความกลัวทันที

แม้ว่ามือปราบพิเศษคนที่หกจะตายไปแล้วแต่ลินลินลี่ย์ก็ยังระดมหมัดต่อยศีรษะของเขาจนแตกกระจาย

เมื่อเห็นเช่นนี้บีบีหวาดกลัวมาก

นักรบที่มองดูอยู่แต่ไกลตกตะลึงหวาดกลัวเช่นกัน  พวกเขาไม่เคยคิดว่ามนุษย์คนหนึ่งจะโหดเหี้ยมอำมหิตน่ากลัวมากขนาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพของลินลี่ย์ที่ปรากฏให้เห็นเกล็ดที่คลุมร่างทั้งหมดแตกหัก โลหิตไหลย้อมตัวแดงฉาน  แม้แต่ประกายตาสีทองเข้มก็มีประกายสีแดงจางๆ

“เจ้านาย ท่าน ท่าน  เป็นอะไรไป?”  บีบีเป็นห่วง

หลังจากลินลี่ย์สังหารมือปราบพิเศษทั้งหกคนอย่างโหดเหี้ยม  เขาทรุดตัวนั่งลงกับพื้นทันที  พลังของเขาหมดสิ้นเขานั่งอยู่กับที่เหม่อมองอย่างว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยทีท่าว่าเขากำลังคิดอะไร

“เจ้านาย” บีบีพยายามเขย่าตัวลินลี่ย์

ลินลี่ย์เงยหน้าทันที แต่เขาไม่สามารถกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลได้อีกครั้ง จากนั้นเขาก้มหน้ากอดเข่าและเริ่มร้องไห้อีกครั้ง

…..

อุกกาบาตยักษ์ทั้งหกเปลี่ยนสภาพโดยรอบระยะร้อยเมตรจนเหลือแต่ซากหักพัง บุรุษชุดม่วงทั้งหกถูกปีศาจประหลาดนั้นฆ่าตายทั้งหมด

แต่หลังจากนั้นปีศาจประหลาดนั้นก็ซบหน้ากอดเข่าและเริ่มสะอึกสะอื้น

……

ตอนนี้มีคนดูเกือบหมื่นคนในระยะห่างออกไปเกินกว่าร้อยเมตร  คนพวกนี้ไม่อาจทำความเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาเห็น

“ปีศาจนั่นกำลังร้องไห้?”

ทุกคนประหลาดใจกันหมด

“ปีศาจนั่น..ดูเหมือนกำลังเศร้าจริงๆ”  เด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดกับสหายที่อยู่ใกล้ๆอย่างไม่แน่ใจ  สหายผู้นั้นสะดุ้งจากนั้นพยักหน้าช้าๆ

ไม่มีผู้ชมดูกล้าเข้าไปใกล้  พวกเขาเพิ่งเห็นภาพเหตุการณ์ที่น่าสยดสยองมาหยกๆ ต่อให้เป็นนักสู้ระดับแปดก็ยังรู้ตัวว่าคนที่อยู่ต่อหน้าพวกเขานี้แข็งแกร่งมากกว่าเขาเพียงไหน

“ปีศาจกำลังร้องไห้?”  เยล,จอร์จและเรย์โนลด์เพิ่งมาถึงเพราะอยู่ค่อนข้างไกล เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ทุกคนพากันสะดุ้ง

“หลีกทางหน่อย!  หลีกทางหน่อย!”  เยลตะโกนอย่างเสียอารมณ์ไม่ได้

ทันใดนั้นนักสู้ของหอการค้าดอว์สันเริ่มผลักดันคนดูให้เปิดทาง  เยลจอร์จและเรย์โนลด์วิ่งตรงไปที่ศูนย์กลางสนามต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง

แต่เมื่อไปถึงจุดศูนย์กลางทุกคนก็ตกตะลึงกันหมด

ทุกอย่างในรัศมีหลายร้อยเมตรพังทลาย  เมื่อมองดูหลุมอุกกาบาตทั้งหกทุกคนสามารถนึกภาพได้เลยว่าอุกกาบาตทั้งหกลูกนั้นทรงพลังน่ากลัวขนาดไหน  และเพียงมองดูศพของบุรุษทั้งหกก็แทบจินตนาการได้ว่าคนที่ฆ่าพวกเขานั้นโหดเหี้ยมอำมหิตเพียงไหน

ร่างของปีศาจปกคลุมไปด้วยเกล็ดที่แตกหักกำลังนั่งสะอื้นอยู่ที่เดิม

เมื่อเห็นบีบีอยู่ข้างปีศาจนั้นและดาบหนักอดาแมนเทียมถูกโยนไว้กับพื้นเยลและพวกก็แน่ใจได้ทันทีว่าปีศาจนี้ก็คือลินลี่ย์

“น้องสาม” เยล, จอร์จและเรย์โนลด์วิ่งเข้ามาทันที

ถึงตอนนี้มอนโรดอว์สันเดินทางมาถึงเช่นกัน เขารีบสั่งบริวารของเขาทันที  “เร็วเข้า  กำจัดศพทั้งหกแล้วรีบออกไปเดี๋ยวนี้  อย่าให้ใครรู้ว่าหอการค้าดอว์สันมีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”  ขณะที่เขาพูด มอนโร ดอว์สันจากไปเช่นกัน

“น้องสาม” เยล, จอร์จและเรย์โนลด์ร้องเรียกด้วยความห่วงใย

นึกย้อนไปถึงเมื่อลินลี่ย์พยายามสังหารเคลย์ที่เมืองเฟนไล  เยลก็คาดได้แล้วว่าลินลี่ย์สามารถแปลงร่างเป็นนักรบเลือดมังกรได้ เขาแจ้งให้เรย์โนลด์และจอร์จทราบด้วยเช่นกัน  และตอนนี้พอเห็นบีบีและดาบหนักอดาแมนเทียมที่ถูกทิ้งอยู่ พวกเขาแน่ใจทันทีว่านี่คือลินลี่ย์

ร่างของลินลี่ย์สั่นเล็กน้อย

เมื่อเขาเงยหน้าชำเลืองมองดูข้างตัวเอง  ลินลี่ย์เห็นเยล จอร์จและเรย์โนลด์  ในที่สุดลินลี่ย์ก็พูด “พวกเจ้านั่นเอง....”

“รีบไปกันเถอะ” เยลกระตุ้นเตือนทันที  “เจ้าเพิ่งฆ่ามือปราบพิเศษไป  ถ้าศาสนจักรเจิดจรัสพบเข้า   เจ้าจะเคราะห์ร้าย”  เยลช่วยพยุงลินลี่ย์ทันที

ลินลี่ย์ยังยืนด้วยตัวเองได้

“บีบี ไปกันเถอะ” ลินลี่ย์กอดบีบีจากนั้นก็เดินออกไป

เยลสะดุ้งเพราะเขาสังเกตว่าลินลี่ย์ไม่สนใจดาบหนักอดาแมนเทียมแม้แต่น้อย  เขาอดเตือนลินลี่ย์ไม่ได้ “น้องสามแล้วดาบหนักของเจ้าเล่า”

“ดาบหนัก?” ลินลี่ย์หันหน้ามาดู หลังจากนั้นชั่วครู่ ดูเหมือนเขาเพิ่งเข้าใจ  เขาเดินกลับมาคว้าดาบหนัก

ขณะนั้นบริวารของหอการค้าดอว์สันมาถึงเช่นกันและพวกเขารีบกำจัดซากศพของมือปราบพิเศษชุดม่วงทั้งหกคน

“เกิดอะไรขึ้นกับน้องสาม?”  จอร์จพูดเบาๆ กับเยลและเรย์โนลด์

เยลส่ายศีรษะเช่นกันเขาสับสน “ไม่รู้เหมือนกัน  แต่บีบีดูเหมือนยังจะปลอดภัยดี อย่างนั้นทำไมดูเหมือนน้องสามถึงได้อาการหนักอย่างนั้นเหมือนกับคนหัวใจแหลกสลาย? เหมือนกับว่าเขาเศร้าเสียใจจนสูญเสียจิตวิญญาณไป”

ลินลี่ย์ปล่อยให้คนของหอการค้าดอว์สันพาตัวเขาไป ขณะที่พวกเขาผ่านไปตามตรอกซอกซอยเล็กจนมาถึงสถานที่ลับแห่งหนึ่ง

จบบทที่ ตอนที่ 7-23 บ้าคลั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว