เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7-14 เมืองเฮส

ตอนที่ 7-14 เมืองเฮส

ตอนที่ 7-14 เมืองเฮส


เดลิน โคเวิร์ทอึ้งไปชั่วขณะเพราะคำถามของลินลี่ย์

“ลินลี่ย์ ข้าต้องบอกเจ้าไว้ก่อน  ถ้าอาวุธชิ้นหนึ่งผสมเข้ากับอดาแมนเทียมเพียงเล็กน้อยอาวุธนั้นจะเพิ่มความทนทานอยู่ในระดับสูง  ถ้าอาวุธชิ้นหนึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากอดาแมนเทียมแล้วต่อให้เจ้าปล่อยให้นักสู้ระดับเซียนทำลายมันเขาก็ไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับมันได้เลยไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตาม”

เดลิน โคเวิร์ทอ่อนอกอ่อนใจ

เห็นได้ชัดว่าลินลี่ย์ไม่ได้รู้คุณค่าของอดาแมนเทียมอย่างเท่าใดนัก

“อย่างนั้น ปู่เดลินข้าจะสามารถใช้อดาแมนเทียมนี้สร้างดาบหนักได้ไหม?”  หลังจากฟังเดลินโคเวิร์ทอธิบายถึงประโยชน์การใช้อาวุธหนักก่อนหน้านั้นลินลี่ย์ต้องการดาบหนักเป็นของตนเดิมทีลินลี่ย์ตั้งใจจะใช้เงินซื้ออาวุธดีๆเล่มหนึ่ง  แต่ตอนนี้ที่เขาได้อดาแมนเทียมมาเขาต้องใช้มันให้ดีเป็นธรรมดา

ตอนนี้ ลินลี่ย์ไม่ได้ขาดแคลนเงิน

“สร้างดาบหนักด้วยอดาแมนเทียมน่ะหรือ?  ดาบหนักมีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีแนวโน้มต้องใช้อดาแมนเทียมนี้เพื่อใช้ผสมกับโลหะอื่น  แต่แน่นอนว่าข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานตีเหล็ก  อย่างไรก็ตามข้าได้ยินมาว่าการสร้างอาวุธจากอดาแมนเทียมทำได้ยากมาก  อดาแมนเทียนมีความแข็งมากช่างทำอาวุธส่วนใหญ่ไม่สามารถหลอมและขึ้นรูปมันใหม่ได้”  เดลินโคเวิร์ทหัวเราะเบาๆ

ลินลี่ย์พยักหน้ากับตัวเอง

อดาแมนเทียมเป็นวัสดุซึ่งแม้แต่นักรบระดับเทพก็ยากจะหาและยากจะทำลาย  แต่เนื่องจากว่าเป็นไปได้ว่าอดาแมนเทียมสามารถสร้างเป็นอาวุธได้ตามปกติก็ต้องใช้เทคนิคพิเศษในการสร้าง  เพียงแต่เทคนิคนั้นคงจะยากมาก

“เข้าใจแล้ว”  ลินลี่ย์พยักหน้า

….

ลินลี่ย์และองค์ชายชาร์คยังคงเร่งเดินทางขึ้นเหนือ  และยิ่งขึ้นเหนือไกลออกไปอสูรเวทก็มีจำนวนเบาบางลง  หลังจากเดินทางไปอีกสามร้อยหรือสี่ร้อยกิโลเมตรโดยไม่พบเจออสูรเวทปรากฏให้เห็นเลย  พวกเขาก็มาถึงพื้นที่ๆตั้งเมืองและเมืองนี้ยังไม่มีคนตาย

แต่หมู่บ้านและเมืองเหล่านี้มีคนอาศัยอยู่เบาบางเช่นกัน  คนส่วนใหญ่กลัวอันตรายและย้ายหนีขึ้นเหนือเช่นกัน

“ฮ่าฮ่า ดีจริงๆดูเหมือนอาณาจักรเฮสยังไม่ล่มสลาย”  ชาร์คหัวเราะลั่น  “ตั้งหลายวันแล้วในที่สุดเราจะได้พักกันเสียที”

ชาร์คมองดูลินลี่ย์

ที่นั่งบนหลังม้าของลินลี่ย์ดูเหมือนจะและไม่ขยับเขยื้อนเหมือนต้นโอคเก่าที่ไม่ขยับแม้แต่นิดเดียวดูมั่นคงมาก  หน้าของเขายังสงบและเขายังคงเรียบเฉยทำให้เขาดูมีสง่าราศีน่าเชื่อถือ  สำหรับลินลี่ย์แล้วชาร์คมีความรู้สึกอึดอัด  แม้ว่าเขาจะอายุมากกว่าลินลี่ย์สองสามปี  แต่เขามักให้ความนับถือลินลี่ย์เหมือนกับว่าเขาเป็นอาจารย์

“อาจารย์ลินลี่ย์ดูนั่นคือค่ายทหารอยู่ข้างหน้า”  ชาร์คและลินลี่ย์ขี่ม้าเคียงข้างกัน

ลินลี่ย์พยักหน้า

เห็นได้ชัดว่า ศาสนจักรเจิดจรัสตัดสินใจตั้งแนวตั้งรับที่นี่ชายแดนอาณาจักรเฮส  เมื่อเห็นค่ายทหารนับไม่ถ้วนตามแนวชายแดนใครๆก็บอกได้ว่ามีทหารประจำการอยู่ที่นี่มาก

“สองอาณาจักรและห้าแคว้นหายไปนั่นกินเนื้อที่ประมาณหนึ่งในสามของสหภาพศักดิ์สิทธิ์  ข้าคาดว่าศาสนจักรเจิดจรัสคงไม่ยอมถอยไปไกลกว่านี้แล้ว”  ลินลี่ย์หัวเราะเบาๆ  ลินลี่ย์และพวกอัศวินไปตามทางและผ่านทหารยามและได้รับอนุญาตอย่างรวดเร็ว

แนวป้องกันนี้ใช้ป้องกันพวกอสูรเวท

ปกติไม่มีมนุษย์ถูกปฏิเสธห้ามไม่ให้เข้าไป

“องค์ชายรอง เราจะพักกันที่นี่หรือ?”  ดูเหมือนลินลี่ย์จะสงบมาก

“เมืองเฮสคือหนึ่งในสถานที่นัดหมายที่พระบิดาของข้ากับนัดหมายกันไว้  เรายังต้องเดินทางราวๆสามร้อยกิโลเมตรกว่าจะถึงเมืองเฮส  ถ้าเรารีบเราน่าจะไปถึงที่นั่นยามราตรีของวันนี้”  ชาร์คพูดอย่างไม่ปิดบัง

“เมืองเฮส!”

ลินลี่ย์จดจำชื่อนี้ไว้  “เคลย์,เมืองเฮสจะเป็นที่ตายของเจ้า”

……

พวกเขายังคงเดินทางต่อไป  ลินลี่ย์ชาร์คและกองอัศวินอีกสามสิบคนควบม้าตลอดทางจนฝุ่นฟุ้งกระจาย  เมื่อเวลาผ่านไปลินลี่ย์กับชาร์คก็เห็นเมืองเฮส  พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้าส่องแสงที่พื้นโลกจนเป็นสีแดง

“เมืองเฮสคือเมืองหลวงของอาณาจักรเฮส  เป็นเมืองที่เล็กกว่าเฟนไลเพียงเล็กน้อย”  เมื่อเห็นเงากำแพงเมืองที่ใหญ่โต  ลินลี่ย์อดตกใจมิได้

ต้องใช้กำลังคนมากมายเพียงไหนจึงจะสร้างกำแพงได้ใหญ่โตขนาดนั้น?

เมื่อมาถึงที่ประตูเมืองเฮส ลินลี่ย์และหน่วยอัศวินพบว่าทางถูกกีดขวางไว้

“ลงจากม้า!”  ทหารเฝ้าประตูเมืองเฮสสั่งเสียงดังลั่น

“ทำไมเราต้องลงจากม้าด้วยเล่า?”  ชาร์คตะโกนกลับด้วยความโกรธ

ทหารเฝ้าประตูเมืองเห็นว่ากลุ่มของชาร์คไม่ใช่ธรรมดาแน่นอนดังนั้นเขาจึงตอบข้อข้องใจ  “พระราชามีพระราชโองการห้ามมิให้ขี่ม้าในเมืองเฮส  ทุกๆท่าน! ตอนนี้เมืองเฮสเต็มไปด้วยผู้คนหลั่งไหล  ไม่มีพื้นที่สำหรับให้ขี่ม้า  จะดีที่สุดคือลงจากม้าทุกคน”

“เราลงจากม้ากันเถอะ”  ลินลี่ย์ยิ้มให้ชาร์ค

ชาร์คพยักหน้า

ลินลี่ย์กับชาร์คทั้งคู่คาดคิดว่าผู้คนมากมายจากสองอาณาจักรและหกแคว้นที่ล่มสลายได้หนีมาที่นี่  มีแนวโน้มว่าส่วนใหญ่คนที่อาศัยอยู่ใกล้เมืองเฮสก็หนีมาที่นี่เช่นกัน  สองอาณาจักรและหกแว่นแคว้นรวมจำนวนพลเมืองแล้วคงเป็นร้อยล้าน

แม้ว่าจะตายไปถึงเก้าในสิบ แต่ก็ยังรอดอยู่อีกเป็นล้านและแน่นอนไม่มีอสูรเวทปรากฏให้เห็นในระยะร้อยกิโลเมตรของอาณาจักรเฮส  ดังนั้นประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณนั้นจึงรอดตาย

“ผู้คนมากมายนัก”

เมื่อก้าวเข้ามาในเมืองเฮส  ลินลี่ย์และชาร์คตกตะลึงโดยสิ้นเชิงเมืองเฮสปกติรองรับคนได้เพียงหนึ่งล้านคนเท่านั้น  แต่ตามที่ลินลี่ย์คำนวณตอนนี้มีคนอย่างน้อยหลายล้านในเมือง  เพราะถนนทุกสายติดขัดไปหมด  แม้แต่ในเมืองเฟนไลลินลี่ย์ไม่เคยเห็นคนมากขนาดนี้

“ไปหาโรงแรมสำหรับพักกันก่อนจากนั้นค่อยกลับมารับข้าที่นี่”  ชาร์คสั่งคนของเขาให้ไปหาโรงแรมอย่างดี

“ใต้เท้าลินลี่ย์,ไปทานอาหารค่ำกันก่อน”  ชาร์คพูดพลางหัวเราะและแน่นอนลินลี่ย์ไม่ปฏิเสธชาร์คพาลินลี่ย์ไปยังอีกที่หนึ่งซึ่งมีร้านอาหาร  ชั้นล่างของร้านอาหารเต็มหมดแต่ยังมีห้องทานอาหารอยู่ที่ชั้นบน

“สามห้อง”  ชาร์คกล่าวอย่างใจกว้าง

แต่เมื่อพวกเขานั่งลงและชาร์คเห็นราคาอาหารในเมนู  เขาถึงกับตกใจกระชากตัวพนักงานเสริฟที่อยู่ใกล้ที่สุดและตะโกนถามอย่างโกรธเกรี้ยว“เจ้าคิดว่าข้าโง่นักหรือ?  ด้วยราคาอาหารขนาดนี้โต๊ะอาหารจะราคาหลายพันเหรียญทองได้ยังไง  เจ้าพยายามจะโกงข้า”

แม้ว่าร้านอาหารนี้จะเป็นร้านอาหารชั้นสูงแต่ชาร์คในฐานะเจ้าชายเคยไปร้านอาหารระดับสูงมาแล้วมากมาย

สำหรับร้านอาหารระดับนี้ โต๊ะละร้อยเหรียญทองก็นับว่าเกินพอแล้ว

“ใต้เท้า,ถ้าท่านไม่ต้องการกิน,เชิญออกไปได้”  บริกรดูเหมือนจะมั่นใจมาก  “ตอนนี้,เมืองเฮสเต็มไปด้วยผู้คนมากมายรวมทั้งชนชั้นสูงนับไม่ถ้วนผู้หนีออกมาพร้อมกับของมีค่า  พวกเขาทุกคนต้องการบริการคุณภาพดีและยินดีจะจ่ายเพื่อการนั้น”

ชาร์คตะลึงกับคำพูดเช่นนี้ทันที

จริงสิ คนผู้หนีออกมาจากสองอาณาจักรและสามแคว้นมีแนวโน้มว่าเป็นตระกูลที่ทรงอำนาจทั้งนั้นหรือไม่ก็พวกเขาเองก็เป็นนักสู้ที่ทรงพลังตระกูลที่ทรงอำนาจเหล่านั้นปกติจะไม่ตระหนี่

“ฮึ่ม!”

ชาร์คแค่นเสียง แต่ก็ยังสั่งอาหารในที่สุด  หลังจากชาร์คและลินลี่ย์กินอาหารเสร็จ..

“องค์ชายรอง” คนที่ไปหาโรงแรมสำหรับพักกลับมา

“ว่ายังไง?  เจ้าหาที่พักได้ไหม?”  ชาร์คถาม

ทหารคุ้มครองนั้นส่ายศีรษะ  “ทุกห้องในโรงแรมใหญ่ถูกจองไว้หมด  แม้ว่าเราตระเวนหาไปถึงห้าโรงแรมใหญ่  เราบอกได้เลยว่าแบบนี้ไม่ได้เรื่องแน่  มีคนมากมายเกินไปที่พยายามจะจองห้องเข้าพัก  องค์ชาย,เรามาถึงเมืองเฮสช้าเกินไป  สมาชิกของตระกูลในห้าแคว้นและอาณาจักรฮั่นมาถึงเร็วกว่าเรามาก”

ชาร์คพยักหน้า

“นั่งและกินกันก่อน”  ชาร์คหันไปมององครักษ์คนอื่นคนที่มีผมสั้นสีเขียว“เจ้าอิ่มหรือยัง?  ถ้าอิ่มแล้วช่วยข้าหาคฤหาสน์หลังหนึ่งแล้วซื้อซะ  ข้าคาดว่าราคาที่นี่ในเมืองเฮสจะค่อนข้างสูงแต่ไม่ว่าราคาเท่าใดก็ให้ซื้อไว้  จำเอาไว้อย่าซื้อบ้านที่หรูและใหญ่เกินไป  คฤหาสน์นี้จะเป็นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับตัวข้าและพระบิดาข้าเท่านั้น”

“พะย่ะค่ะองค์ชาย”  องครักษ์รับคำและจากนั้นออกไปหาซื้อคฤหาสน์

ลินลี่ย์นั่งดื่มไวน์เงียบๆ คอยมองดูทุกอย่าง

“คฤหาสน์?สงสัยจริงๆว่าจะเป็นคฤหาสน์หลังไหน  เมื่อเคลย์มาถึงมีแนวโน้มว่าเขาจะต้องมุ่งหน้าไปคฤหาสน์นั้นเช่นกัน”  การค้นหาสถานที่ซึ่งเคลย์กำลังจะไปพักทั้งหมดที่เขาจำเป็นต้องทำก็คือนอนรอ  เมื่อโอกาสมาถึง  เขาจะส่งเคลย์ไปสู่ความตายด้วยมือของเขาเอง

……

เมืองเฮส คฤหาสน์ธรรมดาๆบนถนนคีน

ภายใต้เงื่อนไขปกติ คฤหาสน์หลังหนึ่งในเมืองเฮสอย่างนี้ซึ่งมิได้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโดยทั่วไปจะราคาสองสามแสนเหรียญทอง  แต่องค์ชายชาร์คจ่ายเงินไปล้านเหรียญทองเพื่อซื้อไว้พวกชนชั้นสูงเข้ามาในเมืองเฮสจำนวนมากทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งพรวดราวกับจรวด

ในคืนนั้น

ลินลี่ย์ยังคงพักอยู่ในคฤหาสน์นี้จนถึงตอนนี้

“เคลย์นั้นหลังจากที่มาแล้วคงจะพักอยู่หนึ่งในสองสามห้องเหล่านี้”  ลินลี่ย์เดินอยู่ในกลางคฤหาสน์สำรวจรูปแบบภายในบ้านอย่างระมัดระวัง  เขาเตรียมตัวฆ่าเคลย์ในอนาคต

ลมยามราตรีเย็นและสดชื่น แต่ลินลี่ย์ไม่สนใจ  ให้ความสนใจแต่ตำแหน่งและทุกส่วนของคฤหาสน์นี้

“ใต้เท้าลินลี่ย์,ทำไมเจ้าถึงยังไม่พัก?”  พระสนมเจ้าเสน่ห์คุยกับลินลี่ย์อย่างนุ่มนวล

“ข้าอยู่แต่ในห้องอุดอู้เกินไป  ข้าออกมาสูดอากาศที่สดชื่น”  ลินลี่ย์ตอบตามปกติ

“ข้ารู้สึกอุดอู้ยิ่งกว่า”  พระสนมเดินออกจากห้องตรงมาหาลินลี่ย์สายตาที่ยั่วยวนของนางทำให้ลินลี่ย์วิตก  เขากล่าวทันที“อย่างนั้นพระสนมควรจะสูดอากาศที่สดชื่นต่อไป  ตอนนี้ข้าขอกลับไปพักที่ห้องก่อน”  หลังจากพูดเสร็จลินลี่ย์ออกไปทันที

เมื่อเห็นลินลี่ย์จากไป  พระสนมได้แต่ถอนหายใจอย่างไม่พอใจ

….

เช้าวันต่อมา

“องค์ชายรอง,พระสนม,องค์หญิงข้ามีเรื่องจะต้องจัดการตอนนี้ขอแยกตัวไปก่อน”  ลินลี่ย์กล่าวลา

“ใต้เท้าลินลี่ย์ทำไมท่านถึงได้เร่งรีบจากไปเล่า?  รอพระบิดาข้ากลับมาก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้”  ชาร์คพยายามชักชวนเขาให้อยู่ต่อ

ลินลี่ย์หัวเราะเย็นชาในใจ  “รอพระบิดาเจ้าน่ะหรือ?  ถ้าเคลย์เห็นข้าอยู่ที่นี่บางทีข้าอาจต้องโจมตีและฆ่าเขาโดยเปิดเผย  โอกาสฆ่าเขาโดยเปิดเผยยังต่ำกว่าลอบสังหารเขา”  ลินลี่ย์พลาดหวังมาพอแล้ว

ตอนนี้ลินลี่ย์ต้องการความสำเร็จที่แน่นอน

“ครั้งนี้ข้าจะต้องอดทน  ข้าจะรอเวลาเมื่อเคลย์กับไกเซอร์ไม่ได้อยู่ด้วยกัน  เมื่อเคลย์อยู่ตามลำพัง  ข้าจะฆ่าเขา  นั่นย่อมจะสำเร็จได้แน่นอน”  ลินลี่ย์รู้ว่าตราบเท่าที่ไกเซอร์อยู่ที่นั่นเขาจะไม่สามารถฆ่าเคลย์ได้โดยเร็ว

แต่ตราบใดไกเซอร์ไม่ปรากฏตัว  เขาจะต้องทำได้สำเร็จแน่นอน

“อย่างนั้นท่านจะไปไหนใต้เท้าลินลี่ย์?”  ชาร์คถาม

“ข้าตั้งใจจะออกจากเมืองเฮสมุ่งหน้าขึ้นเหนือต่อ   ส่วนสถานที่..ข้ายังไม่แน่ใจ”  ลินลี่ย์ตอบ  “เอาล่ะ,องค์ชาย,พระสนม,องค์หญิงข้าขออำลา”

ลินลี่ย์คำนับเล็กน้อย และนำบีบีออกไปจากคฤหาสน์

……

ในคืนนั้น ลินลี่ย์ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านเล็กๆถนนสายเดียวกับคฤหาสน์ของชาร์ค  คฤหาสน์ที่ชาร์คซื้อไว้กินเนื้อที่ขนาดใหญ่มีความสะดวกเพียงพอรองรับคนสามสิบคน  แต่บ้านที่ลินลี่ย์ซื้อหลังเล็กมากเพียงพอให้คนอยู่สามสี่คน

บ้านน้อยหลังนี้ลินลี่ย์ต้องจ่ายเงินถึงห้าหมื่นเหรียญทอง  ในเวลาปกติจ่ายแค่ไม่กี่พันเหรียญทองก็ซื้อหาได้แล้ว

“ซีเนียร์,จูเนียร์,พวกเจ้าเห็นคนเข้ามาใหม่ในคฤหาสน์บ้างไหม?”  ลินลี่ย์นั่งกินอาหารค่ำขณะที่เขาถามบุรุษสองคนนี้

“ไม่เลย”

ลินลี่ย์สุ่มเลือกบุรุษสองคนนี้มาจากถนนให้เป็นลูกจ้างเขา  ตอนนี้ในเมืองเฮสมีประชาชนทั่วไปเช่นเดียวกับพวกคนชั้นสูง  หลังจากหนีมาที่นี่คนทั่วไปเหล่านั้นไม่มีอาหารจะกินไม่มีที่จะอยู่พวกเขาทำได้แต่เพียงขอทานหรือขอทำงาน  ดังนั้นเป็นเรื่องง่ายสำหรับลินลี่ย์ที่จะหาคนมาทำงานให้เขา  ค่าจ้างวันละสองเหรียญทองรวมทั้งอาหารนั่นคือโอกาสที่ผู้ลี้ภัยเหล่านี้จะได้สู้ต่อ

ลินลี่ย์เห็นว่าบุรุษสองคนนี้ดูเหมือนจะน่าเชื่อถือจึงได้เลือกพวกเขา

“ตอนกลางคืนเจ้าสามารถหลับได้  แต่ตอนกลางวันช่วยจับตาดูให้ดี  ตราบใดที่มีคนแปลกหน้าเข้าไปในคฤหาสน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนจำนวนมาก  พวกเจ้าต้องแจ้งข้า  จงให้ความสนใจเป็นพิเศษกับคนที่มีมือข้างเดียว”  ลินลี่ย์ทวนคำแนะนำของเขา

ไม่จำเป็นต้องจับตาดูในเวลากลางคืน  เพราะประตูเมืองเฮสปิดในตอนกลางคืน

และลินลี่ย์มั่นใจว่าให้คนทั้งสองนี้จับตาดูระหว่างกลางวัน  ตราบใดที่คนของเคลย์มาถึงเขาจะต้องพบแน่นอน  ชาร์คและคนของเขาเชื่อว่าลินลี่ย์ออกไปจากเมืองแล้วจริงๆ  แต่ความจริงลินลี่ย์ยังคงจับตาดูจากบ้านน้อยที่อยู่ใกล้พวกเขามาก

“เคลย์,ข้าจะรออยู่ที่นี่ได้นานเท่าที่จำเป็น  มาดูกันว่าต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่าเจ้าจะมาถึงที่นี่” นัยน์ตาของลินลี่ย์เย็นชา

เมื่อเห็นหน้าของลินลี่ย์  สองพี่น้องถึงกับสั่นสะท้าน

“ไปได้” ลินลี่ย์สั่ง“ขอรับ ใต้เท้า”

จบบทที่ ตอนที่ 7-14 เมืองเฮส

คัดลอกลิงก์แล้ว