เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5-13 อาจารย์อาวุโส

ตอนที่ 5-13 อาจารย์อาวุโส

ตอนที่ 5-13 อาจารย์อาวุโส


"ฆ่าลินลี่ย์เสียยังงั้นรึ?"  เบอร์นาร์ดมองดูลูกชายของเขาอย่างงุนงง  "คาลัน เพราะเหตุใดเจ้าจึงคิดว่าเราควรฆ่าลินลี่ย์?  เขาก็เป็นเพียงแค่นักแกะสลักระดับอาจารย์ เขาจะทำอะไรซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อตระกูลเด็บส์ของเราได้อย่างนั้นหรือ?"

ข่าวเรื่องที่ลินลี่ย์ได้กลายเป็นจอมเวทระดับ 7 แล้วนั้นยังไม่ได้แพร่ไปทั่วเมืองเฟนไลอีกอย่างหนึ่งก่อนหน้านี้เบอร์นาร์ดมัวแต่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับการจัดการกับกิจการของตระกูลนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับลินลี่ย์เลย

คาลันพยักหน้า "ท่านพ่อ แม้ลินลี่ย์จะมีอายุเพียง 17 ปีแต่เขาก็ได้สร้างรูปแกะสลัก ระดับอาจารย์ขึ้นมา และที่สำคัญกว่านั้น ...ในตอนนี้เขายังเป็นจอมเวทอัจฉริยะอันดับ 1 ของทวีปยูลานด้วย หากนับรวมประวัติศาสตร์ทั้งหมดของทวีปยูลาน  เขาก็ยังเป็นถึงจอมเวทอัจฉริยะอันดับ 2ไม่เพียงเพราะเขา ... ยังมีอายุแค่ 17 ปี แต่ยังเป็นจอมเวทสองสายธาตุระดับ 7อีกด้วย"

"อายุเพียง 17 ปี แต่กลับได้เป็นจอมเวทสองสายธาตุระดับ 7 แล้วอย่างงั้นรึ?"

เบอร์นาร์ดสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ สัญชาตญาณเตือนเขาว่า ลินลี่ย์จะกลายมาเป็นภัยคุกคามต่อตระกูลของเขา

"ดูท่าเราคงจะปล่อยให้เจ้าเด็กลินลี่ย์นี่มีชีวิตอยู่นานกว่านี้ไม่ได้เสียแล้ว"เบอร์นาร์ดกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม

ได้ยินบิดาของเขาพูดออกมาเช่นนี้ คาลันก็อดที่จะแสยะยิ้มออกมาไม่ได้  แต่แล้วหัวใจของเขาก็กระตุกขึ้นมา  เมื่อเห็นเบอร์นาร์ดขมวดคิ้วและกล่าวว่า"เดี๋ยวก่อน จอมเวทอัจฉริยะอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของทวีปยูลานเช่นนั้นเขาจะต้องเป็นคนที่น่าทึ่งและมีอนาคตไร้ขีดจำกัดเป็นแน่ หากเป็นอย่างนั้นวิหารเจิดจรัส,  พวกลัทธิมืด, จักรวรรดิใหญ่ทั้งสี่ย่อมไม่มีทางปล่อยให้เขาวิ่งเล่นไปมาโดยไม่พยายามดึงเขาไปเข้าร่วมได้อย่างไร? เป็นไปได้สูงว่าลินลี่ย์ได้ตกลงเข้าร่วมกับวิหารเจิดจรัสแล้ว"

"คาลัน, เจ้าเด็กลินลี่ย์คนนี้ไม่อาจถูกเราฆ่า"เบอร์นาร์ดพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับมองตรงไปที่คาลัน

"ท่านพ่อ เขาเป็นเพียงจอมเวทสองสายธาตุระดับ 7"  คาลันซ่อนสีหน้าอันเร่งร้อนของเขาไว้ไม่ได้ทันใดนั้นเขาพูดด้วยเสียงที่เบาลง “ท่านพ่อ การฆ่าลินลี่ย์นั้นเราไม่จำเป็นต้องให้มือของเราแปดเปื้อนเราเพียงเจียดเงินนิดหน่อยจ้างคนอื่นให้ฆ่ามันแทนเราเหมือนกับตอนนั้นที่เราฆ่าผู้พิพากษาศาลสูง”

เบอร์นาร์ดเงียบไปครู่หนึ่ง "คาลัน , เจ้าไม่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ อีกจากนี้ไปข้าจะจัดการทุกอย่างเอง"

เบอร์นาร์ดก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านี้อีก ไม่ได้บอกว่าจะฆ่าลินลี่ย์หรือไม่ซึ่งทำให้คาลันได้แต่กระวนกระวายใจและไม่อาจทำใจให้สงบได้

……

ยามเมื่อรัตติกาลมาเยือนเบอร์นาร์ดมาถึงห้องที่จองล่วงหน้าภายในโรงแรมแห่งหนึ่งเพียงลำพังและมีชายชราผมขาวคนหนึ่งรอเขาอยู่ก่อนแล้ว

"ท่านเบอร์นาร์ด" เมื่อเบอร์นาร์ดได้เห็นชายชราผมขาว เขาอดส่งยิ้มให้ไม่ได้

เบอร์นาร์ดพยักหน้า "ท่านบาโยเนท วันนี้ข้ามาเพื่อว่าจ้างงาน"

"พูดมาได้เลย ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็เป็นลูกค้าเก่าแก่"ชายชราผมขาวยังคงยิ้มแย้ม

เบอร์นาร์ดพูดออกมาทันที "งานที่ข้าต้องการว่าจ้างท่านมีสองงานงานแรกข้าต้องให้ท่านทำลายรูปแกะสลัก 'ตื่นจากฝัน' ที่ถูกจัดแสดงอยู่ที่หอศิลป์พรูกซ์ตอนนี้"เบอร์นาร์ดนั้นทราบดีว่าการจะนำเอารูปแกะสลักที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณนี้ออกมาจากหอศิลป์พรูกซ์นั้นเป็นไปไม่ได้เลย

แต่การทำลายนั้นต่างกัน มันเป็นงานที่ไม่ซับซ้อน

"จะให้ทำลายรูปแกะสลัก 'ตื่นจากฝัน' อย่างนั้นรึ? " ชายชราผมขาวกล่าวด้วยความตกใจ

"ท่านคงไม่บอกว่าองค์กร 'ดาบโค้งสังหาร' ของท่านไม่อาจหาญรับงานนี้นะ? " เบอร์นาร์ดหัวเราะออกมาเบาๆ

สี่สมาคมมือสังหารหลักของทวีปยูลานแต่ละองค์กรล้วนแต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เช่นองค์กรดาบโค้งสังหารครอบครองขุมกำลังที่แข็งแกร่งตราบเท่าที่เสนอราคาให้มากพอ พวกเขารับแม้แต่งานลอบสังหารคาร์ดินัล

แต่แน่นอนว่าในบางครั้งหากมีการว่าจ้างให้ลอบสังหารนักสู้ระดับเซียนความยากของงานย่อมสูงขึ้นมาอีก

"หรือว่าแม้แต่ท่านเองก็ไม่กล้าตอแยหอศิลป์พรูกซ์?" เบอร์นาร์ดถามออกมาอย่างสงสัย

"ไม่ใช่แน่นอน เราย่อมไม่สนใจอะไรกับแค่ระดับสาขาของหอศิลป์พรูกซ์อยู่แล้วเชิญท่านบอกความต้องการต่อไปของท่านมาได้เลย"ชายชราผมขาวพูดต่อทันที

สำหรับสมาคมมือสังหารนั้นการเป็นศัตรูกับผู้คนย่อมเป็นเรื่องธรรมดาพวกเขากล้าแม้กระทั่งเป็นศัตรูกับวิหารเจิดจรัสจะมีใครที่พวกเขาไม่กล้าเป็นศัตรูด้วย?

เบอร์นาร์ดได้แต่เก็บความอยากรู้ ไว้ในใจของเขา"การว่าจ้างงานที่สองของข้าก็คือ ข้าต้องการให้ท่านช่วยฆ่าลินลี่ย์"

สุดท้ายชายชราผมขาวก็อดหัวเราะออกไม่ได้พร้อมกับส่ายหน้าแล้วบอกกับเบอร์นาร์ดว่า"ท่านเบอร์นาร์ดโปรดอภัยให้แก่เราด้วยแต่เราไม่อาจรับว่าจ้างงานจากท่านได้เลยแม้แต่งานเดียวข้าต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง"

"ไม่อาจรับงานว่าจ้าง?" เบอร์นาร์ดลุกขึ้นยืนอย่างเดือดดาลแล้วจ้องเขม็งอย่างไม่อยากเชื่อไปยังชายชราผมขาว"ท่านบาโยเนทข้าทราบดีว่าองค์กรของท่านนั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่องค์กรท่านไม่กล้าพอที่รับงานเล็กๆเหล่านี้?" เบอร์นาร์ดไม่อาจยอมรับได้ว่าผลลัพธ์ของการเดินทางครั้งนี้มันจะจบลงแบบนี้

แม้กระทั่งองค์กรที่กล้าลอบสังหารรัฐมนตรีอาวุโสของจักรวรรดิใหญ่ทั้งสี่และคาร์ดินัลของวิหารเจิดจรัส แต่พวกเขากลับไม่กล้าลอบสังหารลินลี่ย์ ?

"มันไม่ใช่ว่าเราไม่กล้าเพียงแต่ว่าเรานั้นไม่ต้องการที่จะรับการว่าจ้างนี้ ส่วนเหตุผลว่าทำไมนั้นองค์กรของเราคงไม่มีความจำเป็นอันใดต้องบอกให้ท่านทราบใช่หรือไม่?” สีหน้าของชายชราผมขาวเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันทีที่กล่าวจบ

เบอร์นาร์ด รีบยิ้ม " ได้โปรดอภัยให้กับข้าด้วย ท่านบาโยเนทหากท่านไม่เต็มใจที่จะรับการว่าจ้างนี้ เช่นนั้นข้าคงต้องขอลา"

ชายชราผมขาวพยักหน้า

หลังจากเบอร์นาร์ดกลับไปแล้วชายชราผมขาวก็ลุกขึ้นยืนช้าๆพร้อมกับบ่นพึมพำกับตัวเองว่า " เบอร์นาร์ดผู้นี้งานทั้งหมดที่เขาต้องการว่าจ้างเรา ทำไมเขาถึงพยายามที่จะทำลายรูปแกะสลักกันนะ? แถมเขายังต้องการที่จะฆ่าลินลี่ย์อีกด้วย? เห็นทีข้าต้องรายงานเรื่องนี้ให้กับท่านอาจารย์อาวุโสทราบข้าจินตนาการได้เลยว่าท่านต้องยินดีและเห็นด้วยกับการปฏิเสธการว่าจ้างนี้แน่นอน"

ชายชราผมขาวคือหนึ่งในผู้อาวุโสรุ่นแรกขององค์กรดาบโค้งสังหาร

อย่างไรก็ตามตัวเขาเองก็มีอายุที่มากแล้วเขาจึงไม่ได้ออกไปปฏิบัติงานลอบสังหารอีกต่อไปเขาจึงใช้ชีวิตอย่างเพลิดเพลินไปกับการหาความสุขจากเมืองเฟนไลคอยรับข้อเสนอซึ่งขุนนางหรือเศรษฐีผู้มั่งคั่งนำมาเสนอต่อเขา

ส่วน ‘ท่านอาจารย์อาวุโส’ ที่เขาอ้างถึงนั้น...

ในองค์กรดาบโค้งสังหารนั้น ท่านอาจารย์อาวุโสนั้นเป็นบุคคลระดับตำนานกระทั่งผู้นำของสมาคมดาบโค้งสังหาร เมื่อพบกับท่านอาจารย์อาวุโสเขาก็ต้องทักทายอย่างเคารพว่า'ท่านอาจารย์อาวุโส' สมาชิกทุกคนขององค์กรนี้บางทีอาจจะไม่มีใครมีตำแหน่งสูงกว่าท่านอาจารย์อาวุโสอีกแล้ว…..

…..

ในหอศิลป์พรูกซ์ วันที่สี่ของการจัดนิทรรศการของรูปแกะสลัก 'ตื่นจากฝัน'

บริเวณกึ่งกลางของห้องจัดแสดงรูปแกะสลักระดับอาจารย์  มีบางสิ่งที่ค่อนข้างแปลกประหลาดเกิดขึ้นกฎระเบียบพื้นฐานของหอศิลป์พรูกซ์จะอนุญาตให้ผู้เข้าชมแต่ละคนที่เข้าชมรูปแกะสลักในห้องจัดแสดงรูปแกะสลักระดับอาจารย์ได้เพียง3 นาทีเท่านั้น เพื่อเปลี่ยนให้ผู้อื่นได้เข้าไปชมบ้างหากใครอยากเข้าไปชมอีกครั้งเขาจะต้องกลับไปต่อท้ายแถวใหม่อีกครั้ง

แต่ตอนนี้ในห้องจัดแสดงรูปแกะสลักระดับอาจารย์นั้นกลับมีบุคคลผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ที่นั่นเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับกฎระเบียบอย่างสิ้นเชิง!

เมื่อพิจารณาคนผู้นี้ให้ดีแล้วจะเห็นได้ว่าเขาน่าจะมีอายุประมาณสามสิบไม่ก็สี่สิบปีเขาใส่เสื้อคลุมที่หลวมกว้างและซ่อนแขนของเขาไว้ในแขนของเสื้อคลุมชายเสื้อคลุมสีดำผู้นี้ดูเหมือนว่าเขานั้นกำลังหมกหมุ่นอยู่กับการสังเกตรูปแกะสลัก'ตื่นจากฝัน’เป็นอย่างยิ่ง

และในตอนนี้เองเหล่ายามอันเข้มแข็งที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้าของรูปแกะสลัก 'ตื่นจากฝัน' กำลังคุยกันด้วยเสียงแผ่วเบาเรื่องชายผมดำคนนี้อยู่

"ชายคนนี้เกี่ยวข้องยังไงกับท่านออสโทนี่กันนะ ? พวกเราได้รับคำสั่งไม่ให้ไล่เขาออกไปไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ห้องจัดแสดงรูปแกะสลักระดับอาจารย์นานเท่าไหร่ก็ได้แม้ว่ามันจะขัดต่อกฏของที่นี่ก็ตาม"

"อย่าไปสนใจเรื่องนั้น คอยปกป้องรูปปั้นอย่างเงียบๆไปซะ"

"เจ้ากลัวอะไรกัน? ทางหอศิลป์ได้มีการวางค่ายกลเวทป้องกันเอาไว้รอบๆรูปแกะสลักนี้แล้วไม่มีทางที่จะมีใครมาขโมยมันไปได้หรอก อีกอย่างรูปแกะสลักใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางใดที่จะมีคนสามารถขโมยมันไปโดยที่พวกเรามองไม่เห็นได้หรอก"

ผู้คุ้มกันทุกคนต่างก็อยู่ในอารมณ์ผ่อนคลาย

ไม่ว่าอย่างไร การขโมยรูปแกะสลักขนาดใหญ่นี่ย่อมเป็นงานที่ยากอย่างมากส่วนการทำลายมันก็หามีประโยชน์กับผู้ใดไม่ ใครเล่าจะทำเรื่องแบบนั้น?

"ว้าว, ช่างเป็นรูปแกะสลักที่ยอดเยี่ยมและเต็มไปด้วยรสนิยมจริงๆ"ชายอายุประมาณ 30-40 ปี ขมวดคิ้วของเขาในขณะที่เขาตรวจสอบรูปแกะสลัก 'ตื่นจากฝัน' อย่างระมัดระวัง และจากนั้นเขากวาดตามองไปที่ป้ายแนะนำอีกครั้ง "เด็กอายุ17 ปี ข้าอดคาดหวังความรุดหน้าในอนาคตของเขาไม่ได้จริงๆ"

เวลาผ่านไปผู้คนกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าได้เข้าไปในห้องจัดแสดงรูปแกะสลักระดับอาจารย์

แต่ชายคนนี้ยังคงยืนอยู่ที่จุดเดินนั้นชมดูอย่างละเอียดและเพลิดเพลินกับสิ่งที่ได้เห็นจากรูปแกะสลัก 'ตื่นจากฝัน' นี้

"ช่างเป็นรอยแกะสลักที่ราบเรียบและลื่นไหลไม่มีความลังเลในแกะแม้แต่น้อย"ใบหน้าของเขาแสดงถึงความหลงใหลนิดๆ "ช่างงามจับใจจริงๆ ส่วนเด็กสาวคนนี้!เอกลักษณ์ของเธอถูกดึงออกมาได้อย่างสมบูรณ์โดยนักแกะสลักรวมถึงมีจุดที่น่าดึงดูดมากยิ่งกว่าตัวจริงเสียอีก"

ภายในห้องจัดแสดงกลุ่มของผู้เข้าชมเข้ามาและออกไปอย่างต่อเนื่อง

ผู้เข้าชมมากมายกลับไปต่อแถวอีกหลายครั้งและกลับมาดูรูปแกะสลักอีกหลายครั้งรูปแกะสลักระดับปรมาจารย์เช่นนี้ สำหรับเหล่าผู้ชื่นชอบงานแกะสลักอย่างแท้จริงแล้วเป็นอะไรที่ทำให้พวกเขาเข้ามาชมได้ตลอดทั้งวันอย่างไม่รู้เบื่อเลยทีเดียว

"หมดเวลา! เชิญกลุ่มต่อไป!" พนักงานของหอศิลป์พรูกซ์ตะโกนเรียกออกมาด้วยเสียงอันดังกลุ่มคนกลุ่มใหญ่เริ่มมุ่งหน้าไปยังทางออกอย่างเชื่อฟังในขณะที่กลุ่มคนกลุ่มต่อไปเริ่มเดินเข้ามาข้างในแต่ในช่วงเวลาอันเป็นระเบียบเรียบร้อยนี้...

"บึ้ม!" "บึ้ม!" "บึ้ม!"

เสียงระเบิดมากมายดังขึ้นมาทันใดนั้นห้องจัดแสดงรูปแกะสลักระดับอาจารย์ปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันหนาทึบแขกก่อนหน้านี้เริ่มวิ่งอย่างบ้าคลั่งเสียงกรีดร้องด้วยความกลัวปะปนกับเสียงสาปแช่งด้วยความโกรธเกรี้ยวบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงอึกทึก

ในตอนนี้เหล่าผู้คุ้มกันที่รับผิดชอบปกป้องคุ้มครองรูปแกะสลักเริ่มเครียดแล้ว

"ดูท่าไม่ดีแล้ว"เห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่าผู้คุ้มกันรู้ได้ทันทีว่ากำลังเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น

“โธ่เว้ย”

ชายสวมใส่เสื้อคลุมหลวมขมวดคิ้ว สาปแช่งด้วยความรำคาญดวงตาซึมเซาของเขาก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นสดใสและตรวจสอบรอบตัวในทันทีในตอนนี้เงาร่างเลือนลางสี่ร่างพลันปรากฏขึ้นและพุ่งเข้าไปยังรูปแกะสลัก 'ตื่นจากฝัน'

เมื่อเงาร่างเลือนลางทั้งสี่พุ่งเข้าไป ผู้คุ้มกันกระชับอาวุธของพวกเขาขึ้นมาในเวลาเดียวกันเหล่าผู้แข็งแกร่งของหอศิลป์พรูกซ์ที่ซ่อนอยู่โดยรอบก็พุ่งเข้ามาด้วยเช่นเดียวกันหากรูปแกะสลักที่จัดแสดงอยู่ในหอศิลป์พรูกซ์ถูกทำลายแล้วย่อมต้องเกิดหายนะตามมาแน่ๆ

“ฟุ่บ!”

หนึ่งในสี่เงาร่างเลือนลาง, เงาร่างเลือนลางสีขาว, เคลื่อนที่ด้วยท่าร่างแปลกประหลาดมาก ราวกับเศษกระดาษขาวเขาบินหลบรอดผ่านการป้องกันของเหล่าผู้คุ้มกันได้อย่างง่ายดายขณะเดียวกันเขาก็นำเอามีดสั้นสีดำออกมา แทงโดยเล็งไปยังรูปแกะสลัก

ด้วยพลังโจมตีของเขาในการแทงนี้รูปแกะสลักทั้งรูปจะต้องแตกเป็นเสี่ยงๆแน่นอน

"ตุ้บ!" รูปแกะสลัก 'ตื่นจากฝัน' เรืองแสงขึ้นทันทีมีดสั้นกระทบกับแสงที่ล้อมรอบรูปแกะสลัก แต่ไม่อาจสร้างความเสียหายใดๆให้กับมันได้

"รังสีคุ้มครอง?" เงาร่างเลือนลางสีขาวพึมพำทันใดนั้นมีดสั้นในมือของเขาก็เพิ่มชั้นสีแดงดั่งโลหิตขึ้นมาและแทงไปยังรูปแกะสลักอีกครั้งเสียงกังวาลสดใสดังขึ้นในทันทีคาถา รังสีคุ้มครอง แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

"แย่แล้ว" ผู้คุ้มกันสี่คนต่างสิ้นหวัง แม้แต่เวทมนต์ป้องกันร่ายไว้โดยจจอมเวทธาตุแสงระดับ7 ยังถูกทำลายลงอย่างง่ายดายและด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นวุ่นวายเกินไปผู้แข็งแกร่งหลายคนของหอศิลป์ไม่สามารถเข้าไปป้องกันหรือขัดขวางได้ทันเวลา

แต่ผู้คุ้มกันที่อยู่ติดกับรูปแกะสลักถูกขัดขวางไว้ด้วยเงาร่างเลือนลางที่เหลืออีกสามคน

ชายเสื้อคลุมหลวม ผู้ซึ่งไม่ได้ขยับตัวเลยตลอดเวลาที่ผ่านมาทันใดนั้นเขาที่ทำหน้าซึมเซาก่อนหน้านี้กลับแผ่รังสีอำมหิตออกมา

"เพี๊ยะ!"

เสียงดังนุ่มนวลสามารถได้ยิน ในขณะที่เงาร่างเลือนลางสีขาวร่างกระตุกขึ้นมากระทันหันจากนั้นตามด้วยเสียง 'ฉับ' ร่างกายของเขาก็แยกออกเป็นสองซีกและเลือดสดฉีดพุ่งออกมาจากร่างกายสองซีกของเขาแม้แต่เงาร่างเลือนลางอีกสามร่างที่พัวพันผู้คุ้มกันเอาไว้ก็แยกออกเป็นสองซีกด้วยพวกเขาทุกคนตายโดยไม่ทันได้รู้ตัว

…..

หลังจากนั้นไม่นาน ทุกสิ่งที่หอศิลป์พรูกซ์ก็กลับสู่ปกติในขณะที่ชายในเสื้อคลุมหลวมเดินช้าๆออกมาจากหอศิลป์พรูกซ์ ด้านนอกหอศิลป์พรูกซ์มีรถม้ารอเขาและบุคคลอื่นๆด้วย

เขาเป็นคนที่บิดาของคาลัน ผู้ซึ่งเบอร์นาร์ดระบุว่าเป็น 'ท่านบาโยเนท'

เมื่อเห็นชายผู้มีอายุราวสามสิบหรือสี่สิบปีเดินมาหาเขาชายแก่เรียกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพว่า "ท่านอาจารย์อาวุโส"

"อืม ครั้งนี้เจ้าทำงานได้ดีมาก" ชายที่ดูราวอายุ 30-40 ปีหัวเราะในขณะที่เขาชื่นชม แต่แล้วเขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความสุข"ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าองค์กรกุหลาบโลหิตจะจมปลักลงลึกขนาดนี้พวกเขาไม่รู้เลยหรือว่ามันเป็นบาปหนักหนาขนาดไหนที่พยายามจะทำลายงานศิลปะอันล้ำค่าชิ้นนี้? "

องค์กรกุหลาบโลหิต ก็เป็นเช่นเดียวกันกับองค์กรดาบโค้งสังหารเป็นหนึ่งในสมาคมมือสังหารหลักทั้งสี่

"ท่านอาจารย์อาวุโส วันนี้จะไปที่ไหนดีขอรับ?" บาโยเนทเอ่ยถาม

ชายคนนั้นครุ่นคิดชั่วครู่แล้วกล่าวว่า"มันก็เป็นเวลาปีกว่าสองปีแล้วสินะ นับตั้งแต่ข้าได้ไปเยือนแดนสวรรค์น้ำหยกเมื่อก่อนข้ามักจะมีสาวๆเหล่านั้นมาเยี่ยมข้าที่บ้านอยู่เสมอคราวนี้...ข้าจะแวะไปเยี่ยมพวกนางที่แดนสวรรค์น้ำหยกเป็นการส่วนตัวเวลาเดียวเท่านั้นที่ข้าจะรู้สึกว่าข้าได้กลายเป็นหนุ่มอีกครั้งก็มีแต่ตอนที่ใช้เวลาอยู่กับเหล่าสาวๆเท่านั้นฮ่าฮ่า ..." เขาหัวเราะเสียงดังออกมา

"ได้ขอรับ ท่านอาจารย์อาวุโส" ชายแก่ผมขาวกล่าวอย่างสุภาพในหัวใจของบาโยเนทนั้น มีเรื่องหนึ่งที่เขาอยากรู้มาเสมอมานั่นก็คือชายวัยกลางคนตรงหน้านี้มีอายุจริงๆเท่าไหร่กันแน่นี่เป็นเพราะว่าในบรรดามือสังหารที่ถูกฝึกโดยองค์กรดาบโค้งสังหารตัวเขาเองนั้นเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ได้รับการฝึกโดยท่านอาจารย์อาวุโสเอง

กลุ่มมือสังหารกลุ่มแรกที่ถูกฝึกโดยท่านอาจารย์อาวุโสแม้ว่าพวกเขาทุกคนจะถูกฆ่าไปหมดแล้วก็ตาม หรือพวกเขาอาจจะแก่ตายก็เป็นได้!

"เจ้ามัวแต่คิดอะไรอยู่? ไปได้แล้ว!" จากภายในรถม้าเสียงของชายคนนั้นดังขึ้นบาโยเนทบังคับรถม้าให้เริ่มเคลื่อนที่ไปข้างหน้าทันทีมุ่งหน้าไปยังแดนสวรรค์น้ำหยก

จบบทที่ ตอนที่ 5-13 อาจารย์อาวุโส

คัดลอกลิงก์แล้ว