เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่  4-14 กลั่น

ตอนที่  4-14 กลั่น

ตอนที่  4-14 กลั่น


เรย์โนลด์ จอร์จและเยลยืนจ้องมองรูปสลักอย่างเซื่องซึม พวกเขาถูกกลิ่นอายของรูปสลักนี้ดึงดูดเบื้องหน้าของพวกเขา หญิงสาวทั้ง 5บนฐานรูปสลักเดียวกันนั้นดูเหมือนจะมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง

รูปทางซ้ายนั้นให้ความรู้สึกหวาดกลัวและไร้ที่พึ่งทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกสงสาร

รูปที่สองแสดงออกถึงความงดงามอ่อนโยนและน่าทะนุถนอมซึ่งสั่นคลอนจิตใจผู้ชม

รูปที่สามแสดงถึงเด็กสาววัยแรกแย้มที่กำลังเขินอายอยู่เบื้องหน้าท่าน

…..

รูปสลักทั้ง 5บนฐานนั้นต่างแผ่กลิ่นอายเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป

เมื่อลินลี่ย์จ้องมองรูปสลักก็พลันเหมือนตกอยู่ในห้วงฝันอาจเพราะรูปสลักทั้ง 5นี้ถูกสร้างมาจากความฝันของเขาแต่บัดนี้เขาได้ตื่นขึ้นจากฝันนั้นแล้ว

“ลินลี่ย์” เดลิน โคเวิร์ทเดินเขามาหาเขาชุดคลุมยาวสีเหลืองอ่อนยังคงงดงามไร้ตำหนิแม้แต่เส้นขน

ลินลี่ย์มองดูเดลินโคเวิร์ท

ความรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งฉาบอยู่บนใบหน้าของเดลินโคเวิร์ท “ดูเหมือนว่าเจ้าจะบรรลุถึงระดับยอดนักสลักแล้วและรูปสลักที่เจ้าเพิ่งสร้างนี้ก็คู่ควรต่อการจัดแสดงเพื่อเป็นเกียรติแก่โรงเรียนเหล็กสกัดของเราจากการะประเมินของข้า ข้าเชื่อว่าเจ้าคงเข้าใจการแกะสลักนี้อย่างลึกซึ้งแล้ว”

ลินลีย์พยักหน้าเบาๆ

และเมื่อเปรียบเทียบรูปสลักนี้กับรูปสลักของยอดนักสลักท่านอื่นที่ลินลี่ย์พอจะนึกออกก็ต้องพบว่ามีไม่กี่ชิ้นที่มีคุณค่าเท่าเทียมหรือสูงกว่าไม่ใช้เพราะช่างแกะสลักเหล่านั้นมีความสามารถไม่เพียงพอแต่รูปสลักที่สามารถปลดปล่อย ‘กลิ่นอาย’ ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นบ่อยนักและไม่สามารถบังคับให้เกิดขึ้นได้ตามใจชอบ

ตัวอย่างเช่นหากมีใครบอกให้ลินลี่ย์แกะสลักรูปสลัก‘ตื่นจากฝัน’ นี้อีกชิ้น คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง

ในการให้กำเนิดรูปสลักที่สามารถแผ่‘กลิ่นอาย’ ได้นั้นต้องอาศัยการผสมผสานที่ลงตัวกันของทักษะชั้นยอดแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ และห้วงอารมณ์ที่ลึกซึ้งมีเพียงผู้ที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ 100% เท่านั้นจึงจะสร้างรูปสลักเช่นนี้ได้เนื่องจากคนผู้นั้นจะไม่มีความสับสนลังเลในสิ่งที่ทำอยู่แม้เพียงน้อย

แม้ลินลี่ย์จะสามารถสร้างรูปสลัก‘ตื่นจากฝัน’ ได้ครั้งหนึ่งแต่ใครจะรู้ว่าเขาจะต้องใช้เวลานานอีกเท่าใดในการสร้างรูปสลักที่มีคุณสมบัติเท่าเทียมกันอีกสักชิ้น?

อย่างไรก็ตาม......

เมื่อผ่านการแกะสลักอย่างไม่มีหยุดเป็นเวลา10 วัน จิตวิญญาณของลินลี่ย์ได้สัมผัสอย่างชัดเจนถึงการรวมเป็นหนึ่งกับเอกภพและทางด้านการแกะสลัก ลินลี่ย์ก็พัฒนาความเข้าใจขึ้นอีกหลายส่วนหากบัดนี้เขาทำการแกะสลักอีกสักครั้ง แม้ผลงานจะไม่สามารถเทียบได้กับ ‘ตื่นจากฝัน’แต่ก็คงยอดเยี่ยมกว่ารูปสลักราคา 5000 เหรียญทองก่อนหน้าของเขา

“ลินลี่ย์ เจ้ารู้สึกว่าพลังจิตของเจ้าเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่?” เดลินโคเวิร์ทกล่าวด้วยรอยยิ้มยินดี

ลินลี่ย์สะดุ้ง

พลังจิต?

การสร้างรูปสลักนี้ทำให้เขาต้องบีบเค้นพลังจิตมากกว่าที่เคยทำทำให้ตอนนี้พลังจิตของเขาพัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนแบบเทียบไม่ติด หากมี 10 วันที่แล้ว พลังจิตของเขาเปรียบได้กับต้นไม้เล็กๆบัดนี้มันได้เติบโตพรวดพราดกลายเป็นต้นโอ๊คยักษ์เสียแล้ว

“เหตุใดมันจึงพัฒนามากมายถึงเพียงนี้?” ลินลี่ย์รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง

เดลินโคเวิร์ทหัวเราะเบาๆ  เคราขาวพลิ้วไสว  เขาพูด “สิบเท่า!พลังจิตของเจ้าเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า!  มันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ  ในช่วงเวลาสิบวัน พลังเพิ่มขึ้นประมาณสิบเท่า! ช่วงเวลาเพียงสิบวัน, ประโยชน์ที่เจ้าได้รับเทียบเท่ากับคนอื่นๆฝึกมาเป็นสิบๆ ปี ระดับพลังจิตของเจ้าพุ่งพรวดพราดเลยจากระดับหกและตอนนี้ไปจอมเวทระดับเจ็ดแล้ว”

ลินลี่ย์ก็รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อเช่นกัน

มันเพิ่มขึ้นมากกว่า10 เท่าเสียอีก!

“ผลลัพธ์ช่างน่าพึงพอใจใช่หรือไม่? หืมมันเป็นผลจากการฝึกฝนตามแนวทางของโรงเรียนเหล็กสกัดของเดลิน โคเวิร์ทอย่างไม่ต้องสงสัยอย่างไรก็ตาม....ข้าก็อิจฉาเจ้ายิ่ง” เดลิน โคเวิร์ทมีท่าทีเคร่งขรึมจ้องมองลินลี่ย์“ลินลี่ย์ เจ้าต้องรู้ว่ายามใดที่เข้าสู่ห้วงอารมณ์โดยสมบูรณ์แล้ว จิตวิญญาณของเจ้าจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอย่างหาได้ยากและกระทำได้ลำบากยิ่ง”

ลินลี่ย์พยักหน้าเห็นด้วย

หากสภาวะนั้นสามารถเข้าถึงได้ง่ายดายนักรูปสลักที่แผ่ ‘กลิ่นอาย’ ได้คงพบเห็นกันเกลื่อนกลาดแล้ว

“ในช่วงชีวิตกว่า 1,300ปีของข้า เคยเข้าสู่สภาวะนั้นเพียง 3 ครั้งเท่านั้น และทั้ง 3ครั้งข้าก็ได้สร้างรูปสลัก 3 รูปที่ข้าภูมิใจที่สุด”สีหน้าภาคภูมิใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเดลิน โคเวิร์ทในขณะที่กล่าวต่อไป“แต่ในการสลักแต่ละครั้งใช้เวลา 2, 3 และ 4 วันรวมแล้วข้าได้ใช้เวลาในสภาวะนั้นเพียง 9 วัน ซึ่งเทียบกับเจ้าแล้วถือว่ายังน้อยกว่า”

หลังจากฟังคำพูดของเดลินโคเวิร์ท ลินลี่ย์ก็ระลึกขึ้นได้ว่าเขาใช้เวลา 10 วัน 10 คืนในการแกะสลัก

“สภาวะเช่นนี้เป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการพัฒนาพลังจิตของศิษย์สำนักเหล็กสกัดเห็นได้ว่าภายใต้สภาวะนี้เจ้าพัฒนาเป็น 1,000 เท่าของคนปกติ!เป็นสภาวะในฝันอย่างแท้จริง ยิ่งอยู่ภายใต้สภาวะนั้นนานเท่าใดก็ยิ่งดีและยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น”

ลินลี่ย์เห็นด้วยจากเบื้องลึกของจิตใจ

‘ตื่นจากฝัน’ เป็นผลงานศิลปะชิ้นใหญ่ประกอบไปด้วยรูปสลัก 5 รูป รูปสลักขนาดใหญ่เช่นนี้ไม่ได้พบเห็นกันบ่อยนัก

เดลิน โคเวิร์ทถอนหายใจ“แต่เมื่อจิตวิญญาณของเจ้าถูกขับเคลื่อนระหว่างการแกะสลักเจ้าจะไม่สามารถควบคุมมันได้เลยแม้เพียงน้อย”

ลินลี่ย์เข้าใจดี

เพียงเขาได้เห็นก้อนหินยักษ์และเห็นลวดลายของมันเมื่อประกอบกับสภาวะของเขาในตอนนั้น ภายในจิตใจของเขาก็สร้างรูปร่างของคนทั้ง 5ขึ้น ความรู้สึกนั้นทำให้เขาหลงลืมทุกสิ่งอย่างบนโลกสิ้นแม้แต่ตัวเขาเองที่หลงเหลืออยู่มีเพียงรูปสลักเท่านั้น!

พลังทั้งหมดของเขาอารมณ์ทั้งหมดของเขา ถูกส่งให้รูปสลักไปหมดสิ้น

เมื่อเข้าสู่สภาวะดังกล่าวเขาไม่มีพลังเหลือจะคิดเรื่องอื่นใด แม้แต่ ‘ข้าอยากจะทำรูปสลักขนาดใหญ่’เขาไม่สามารถควบคุมสิ่งใดได้เลยหากเขาแทรกแซงความคิดแม้เพียงน้อยอาจทำให้หลุดออกจากสภาวะนั้นก็เป็นได้

“ลินลี่ย์ ข้าขอถามเจ้าสัก 1 คำถามรูปสลักนี้มีชื่อว่าอะไรหรือ?” เดลิน โคเวิร์ทเอ่ยถาม

“ตื่นจากฝัน” ลินลี่ย์ตอบ

เดลิน โคเวิร์ทนิ่งไปสักพักก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ “เป็นชื่อที่ดี”

ในที่สุดพายุหิมะก็หยุดลงทุกสิ่งถูกปกคลุมเป็นสีขาว และทั้งภูเขาถูกปกคลุมด้วยชั้นหิมะสูงเท่าเข่าเป็นพายุหิมะใหญ่ที่ไม่ได้พบเห็นได้บ่อยนัก หลังหิมะหยุดลง อุณหภูมิก็ค่อยๆลดลง

เยล จอร์จและเรยโนลด์ต้องเข้าไปอยู่ในกระโจมเพื่อต้านทานอากาศที่หนาวเหน็บเยลออกคำสั่งให้คนรับใช้นำอาหารมาให้ทุกวัน เพื่อให้พวกเขาสามารถเฝ้าดูลินลี่ย์ได้ตลอดเวลา

ในตอนนี้ เยลและอีก 2คนได้แต่จ้องมองรูปสลักของลินลี่ย์ และไม่มีคำพูดใดๆ

“พี่ใหญ่เยล ดูเหมือนลินลี่ย์จะแกะสลักเสร็จแล้วทำไมเขาถึงยังยืนอยู่ตรงนั้นอีกเล่า?” เรยโนลด์รู้สึกกังวลเล็กน้อยเนื่องจากไม่ได้รับรู้ถึงการสนทนาผ่านทางจิตระหว่างลินลี่ย์และเดลิน โคเวิร์ทและแน่นอนว่าในบรรดาพวกเขาไม่มีใครมองเห็นจิตวิญญาณของเดลิน โคเวิร์ทเลย

เยลส่ายหัวช้าๆ“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน แต่รูปสลักของน้องสามในครั้งนี้สามารถเทียบได้กับรูปสลักของปรมาจารย์พรูกซ์เลยทีเดียว”

ในสายตาของเยลรูปสลักของลินลี่ย์จะสั่นสะเทือนวงการแกะสลักดั่งแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ...รูปสลักที่สามารถขโมยวิญญาณของชายที่พบเห็น

“พี่ใหญ่เยล พี่รอง น้องสี่”

เสียงของลินลี่ย์ดังขึ้นเรียกสายตาของเยลจอร์จ และเรย์โนลด์ได้เป็นอย่างดี เรย์โนลด์ตะโกนโต้ตอบในทันที “ลินลี่ย์ในที่สุดเจ้าก็พูดออกมา! เป็นเวลา 11 วันเต็มที่เจ้าไม่ได้ดื่มกินสิ่งใดทั้งสิ้น!”

ในช่วงแรกลินลี่ย์เพียงแต่ยืนนิ่งอยู่เป็นเวลากว่า1 วันเต็ม และจากนั้นจึงใช้เวลาอีก 10 วันในการแกะสลัก จึงรวมเป็น 11 วัน

คนปกติหากไม่ได้ดื่มกินเป็นเวลา11 คงตายไปแล้ว แม้จะเป็นจอมเวทระดับ 4 หรือ 5ก็คงเหนื่อยล้าและอ่อนแอมากหากไม่ได้ดื่มกินเป็นเวลาขนาดนี้ แต่ลินลี่ย์เพียงรู้สึกกระหายเล็กน้อยไม่ได้มีท่าทีผิดแปลกไปจากปกติแต่อย่างใด

เนื่องจากการเข้าสู่สภาวะพิเศษและได้รวมเป็นหนึ่งกับเอกภพอณูธาตุดินและธาตุลมได้เคลื่อนเข้าสู่ร่างกายของเขาอยู่ตลอดเพื่อทดแทนพลังงานส่วนที่เขาใช้ไปควบคู่ไปกับการยกระดับร่างกายของเขา

“11 วัน เอ๋? ใช่ๆข้าก็เริ่มรู้สึกหิวเล็กๆแล้วเช่นกัน” ลินลี่ย์หัวเราะ

“หิวอย่างนั้นหรือ?”

จอร์จเป็นคนแรกที่วิ่งเข้าไปในกระโจมเขาแกะขนสัตว์ที่พันรอบกล่องอาหารเพื่อรักษาอุณหภูมิเอาไว้ออก ด้านในเป็นกล่องโลหะจำนวน2 กล่อง ซึ่งเมื่อเปิดออกก็จะพบกับอาหารชั้นเลิศ

“ช้าก่อน เราคงกินไม่ได้หากขาดไวน์เลิศรสใช่หรือไม่?”เยลหัวเราะลั่น

เมื่อมองไปยังพี่น้องของเขาคนหนึ่งไปตระเตรียมอาหาร คนหนึ่งไปเตรียมข้าวสวย และอีกคนกำลังรินไวน์ใส่แก้วลินลี่ย์พลันรู้สึกอบอุ่นใจจนพูดไม่ออก

พี่น้องเหล่านี้เฝ้ารอเขาตลอด11 วัน จะไม่ให้ลินลี่ย์ซาบซึ้งใจได้อย่างไร?

แต่เขาก็ซ่อนความรู้สึกเหล่านั้นไว้เบื้องลึกเท่านั้น

“พี่ใหญ่ พี่รอง น้องสี่พวกเราจะเป็นพี่น้องร่วมสาบานไปจนชั่วชีวิต” ลินลี่ย์ลอบกล่าวกับตนเอง

“น้องสาม มากินเร็วเข้า!” จอร์จกล่าวอย่างอบอุ่น

“แน่นอน!”

บนยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมหนาหลังสถาบันเอินส์ลินลี่ย์และพี่น้องเริ่มดื่มกิน เรื่องตลกขบขันมากมายถูกพูดคุยแบ่งปันกันด้านข้างของเขา เจ้าหนูเงาน้อยบีบีก็กำลังสำราญอยู่กับอาหารและเครื่องดื่มเช่นกัน

หลังกินเสร็จ

“พี่ใหญ่เยลเจ้าช่วยข้าเก็บรักษารูปสลักนี้ไว้ได้หรือไม่?” ลินลี่ย์ยืนขึ้นดวงตาของเขาจับจ้องไปเบื้องนอกที่มีหิมะปกคลุมอยู่ทั่ว “ตอนข้าอายุ 15 ปีข้าได้เข้าไปฝึกฝนในเทือกเขาอสูรเวทมาแล้วครั้งหนึ่งและตั้งใจจะเข้าไปอีกครั้งในช่วงกรกฏาคม – สิงหาคมในปีที่ข้าอายุ 16 ปีแต่ก็ไม่ได้ไปเพราะอลิซ บัดนี้ข้าคิดว่าได้เวลาที่ต้องกลับไปฝึกฝนอีกครั้งหนึ่งได้แล้ว”

จอร์จ เยลและเรย์โนลด์ชะงัก

“น้องสาม เจ้าจะมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาอสูรเวทอย่างนั้นหรือ?” เยลประหลาดใจเช่นเดียวกับจอร์จและเรย์โนลด์

สำหรับพวกเขาแล้วลินลี่ย์เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ที่กระทบต่อจิตใจอย่างหนัก และผ่าน 11วันที่ไม่ได้ดื่มกินสิ่งใด แม้ว่าสภาวะจิตใจของชายหนุ่มจะดีขึ้นแล้วแต่จะปล่อยให้เข้าไปในเทือกเขาอสูรเวท 1 ใน 3สถานที่อันตรายที่สุดในแผ่นดินยูลานตามลำพัง จะไม่ให้พวกเขากังวลได้อย่างไร?

ลินลี่ย์หัวเรา“อย่ากังวลไปเลย ข้าไม่เป็นไรแล้ว หากข้ายังไม่สามารถก้าวผ่านความเจ็บปวดได้จริงคงเข้าไปทำลายรูปสลัก ‘ตื่นจากฝัน’ นี้ไปนานแล้ว

หลังจากพูดจบเขาก็หันหลังแล้วเดินไปหารูปสลัก‘ตื่นจากฝัน’

เมื่อจ้องมองมันเขาก็เหมือนได้มองไปยังวันเก่าๆ ลินลี่ย์ในตอนนี้รู้สึกว่าจิตใจของเขาสงบและไม่เจ็บปวดอีกต่อไป

“สิ่งนี้ไม่ได้มีค่ามากไปกว่าความทรงจำ เป็นเพียงอดีตของข้าเท่านั้นเพราะอลิซทำให้ข้าต้องชะลอการฝึกฝนลง ข้ามิอาจปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปอย่างไร้ประโยชน์ได้อีกแล้ว” ลินลี่ย์ยิ้มให้กับพี่น้องทั้ง3 ของเขา แล้วเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋า “ข้าจะออกเดินทางตั้งแต่บัดนี้ ไม่ย้อนกลับไปสถาบัน”

“พี่ใหญ่ พี่รอง น้องสี่”

ลินลี่ย์กวาดสายตามองเพื่อนที่แสนดีของเขาทีละคน“ข้ารู้สึกยินดียิ่งที่มีพวกเจ้า ข้า ลินลี่ย์ช่างเป็นชายที่โชคดีนักที่มีพี่น้องที่ดีเช่นนี้”

หลังจบคำพูด ลินลี่ย์ก็ยกกระเป๋าเป้ขึ้นสะพายรับตัวบีบีขึ้นมาไว้บนบ่า แล้วเริ่มออกเดินไปทางตะวันออก ห่างจากภูเขาขึ้นเรื่อยๆ

เยล เรย์โนลด์และจอรจ์ได้แต่มองแผ่นหลังของลินลี่ย์ซึ่งค่อยๆเล็กลงเรื่อยๆตามระยะทางจนกระทั่งกลืนหายไปท่ามกลางผืนหิมะสีขาวลานตา

…..

ภายในเทือกเขาอสูรเวท

ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมด้านบนต้นหญ้าและพุ่มไม้แห้งกรอบและร่วงโรย เทือกเขาอสูรเวทนี้ช่างเหมือนป่าโบราณยิ่งลินลี่ย์ในตอนนี้กำลังอยู่ในห้วงทำสมาธิดูดซับอณูธาตุลมและธาตุดินจากดวงดาวและเปลี่ยนเป็นพลังธาตุ

พลังจิตของลินลี่ย์เทียบเท่ากับจอมเวทระดับ7 แต่พลังธาตุของเขายังเทียบเท่าได้กับจอมเวทระดับ 6

บัดนี้เขาได้ใช้เวลากว่า1 เดือนเต็มในเทือกเขาอสูรเวท

ในช่วงเวลา 1เดือนที่ผ่านมา บางครั้งลินลี่ย์ก็ได้สังหารอสูรเวทในขณะที่ใช้เวลาบางส่วนไปกับการวิเคราะห์บทเวทธาตุลมระดับ 7 วิชาทะยานฟ้าส่วนเวลาที่เหลือเขาใช้ไปกับการเข้าสมาธิเพื่อรวบรวมพลังธาตุ

แม้ว่าสถาบันเอินส์จะไม่การสอนหรือฝึกฝนบทเวทระดับ7 แต่เมื่อวิชาทะยานฟ้านี้ได้พัฒนามาจากวิชาลอยตัวตามทฤษฎีในหนังสือที่เขาพบ ลินลี่ย์จึงพยายามตีความและปรับใช้ทฤษฎีเวทธาตุลมนี้กับวิชาทะยานฟ้า

หลังจากการค้นคว้าและทดลองอยู่แรมเดือนลินลี่ย์ก็สามารถบินบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระ

แม้จะไม่รู้ว่าบทเวทและทฤษฎีที่เขาค้นพบจะเป็นบทเดียวกับที่ผู้อื่นในโลกใช้หรือไม่แต่เขาก็ค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์นี้

มีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างระดับ6 และระดับ 7 แต่ส่วนที่ยากที่สุดคือการพัฒนาพลังจิต ซึ่งเขาได้ทำสำเร็จแล้วที่เหลือเขาเพียงแต่ต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยเพื่อกลั่นพลังธาตุ

ด้วยความเข้าใจเรื่องพลังธาตุของเขาทำให้ลินลี่ย์สามารถกลั่นพลังธาตุได้อย่างรวดเร็ว

หนูเงาน้อยบีบีได้แต่เดินวนไปมาแถวนั้นอย่างเคร่งครัดเพื่อคุ้มกันลินลี่ย์ในขณะที่ชายหนุ่มเข้าสู่ภวังค์จิตเพื่อรวบรวมพลังธาตุ

บริเวณตันเถียนกลางในร่างกายของลินลี่ย์

อณูธาตุสีเดียวกับผืนดินและอณูธาตุสีเดียวกับหยกต่างเกาะกลุ่มกันหนาแน่นในตอนนี้พวกมันยังอยู่ในสถานะก๊าซในตันเถียนกลาง แต่ค่อยๆเพิ่มความหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ....จนกระทั่งความหนาแน่นของมันถึงจุดวิกฤต

หยดของเหลวสีเดียวกับผืนดินและสีเดียวกับหยกค่อยๆควบแน่นในตันเถียนกลางของลินลี่ย์

และเมื่อเวลาผ่านไปหยดของเหลวก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น จากหนึ่งเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย เป็นพัน...

ความแตกต่างมหาศาลระหว่างจอมเวทระดับ6 และระดับ 7 ก็คือสิ่งนี้...การควบแน่นพลังธาตุในร่างให้กลายเป็นของเหลวนั่นเอง!

จบบทที่ ตอนที่  4-14 กลั่น

คัดลอกลิงก์แล้ว